กัญชา
ภูมิใจไทย ชี้ “กัญชา” คือยาแก้จน ตลาดญี่ปุ่นขายโลละ 8 หมื่น! ย้ำ กฎหมายต้องไม่ผูกขาดนายทุน เมื่อวานนี้ (3 มิถุนายน 2562) สถาบันกรีนโนเวชั่น จัดงาน “Greenovation Cannabis Conference” งานประชุมวิชาการด้านกัญชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายในงานได้รวบรวมเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากทุกสาขา ตั้งแต่ผู้ขับเคลื่อนนโยบายจากภาครัฐ ผู้ลงทุนทำธุรกิจภาคเอกชน ไปจนถึงนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และสาขาอื่นๆ ไว้ด้วยกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันกัญชาเป็นอีกหนึ่งในพืชเศรษฐกิจไทยในอนาคต ซึ่งขณะนี้ไทยเป็น “ประเทศแรก” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อนุญาตให้ใช้ “กัญชา” เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ดร.ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า เกษตรเป็นเรื่องสำคัญของคนไทย ซึ่งกัญชานับเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ เป็นโอกาสมหาศาลที่จะใช้พืชตัวนี้ในการรักษาโรค บรรเทาความเจ็บปวด รวมทั้งเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย แต่เหรียญมีสองด้าน สังคมไทยมีความคิดหลากหลาย จึงควรมีองค์ความรู้ให้ชัดเจน ขับเคลื่อนไปตามบริบทสังคม และค่อยๆ ก้าวไปทีละสเต็ป การจะทำให้อุตสาหกรรมนี้ยั่งยืน ควรทำให้ได้มาตรฐานระดับโลก
สถาบันกรีนโนเวชั่น จัดงานประชุมวิชาการด้านกัญชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 3 พรรคใหญ่ ภูมิใจไทย-อนาคตใหม่-ประชาธิปัตย์ ตบเท้าเข้าร่วม โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562 จากการเปิดเผยโดย พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ว่าคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นจากกระทรวงอื่นๆ นับเป็นการส่งสัญญาณจากภาครัฐที่น่าจับตามอง ต่อ ‘กัญชา’ พืชที่เป็นทั้งความหวังและความกังวลจากหลายฝ่าย หลังประเทศไทยได้ก้าวสู่การเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีการปลดล็อกกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา ท่ามกลางกระแสที่มาแรงกว่าใครในเวลานี้ มีอีกหนึ่งความพยายามในการมองหาจุดร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างสูงสุดจากความผลักดันกัญชาให้กลายเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจของไทยในอนาคต นั่นก็คือ Greenovation Cannabis Conference งานประชุมวิชา
แอ๊ด คาราบาว หนุนถอดกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 วันที่ 29 พ.ค. ที่ ชั้น10 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ภายใน ‘งานแถลงข่าวคอนเสิร์ตเดี่ยวจาก 3 ขุนพลคาราบาว “แอ๊ด เล็ก เทียรี่” กวี คีตา ความรัก’ นักร้องเพื่อชีวิตชื่อดัง แอ๊ด-ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว มาร่วมงาน ก่อนเริ่มงานแถลงข่าว ได้ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ถึงเรื่องที่แต่งเพลง มหัศจรรย์กัญชา และเรื่องที่มีการร้องขอให้ยกเลิกกัญชาออกจากกฎหมายยาเสพติดประเภทที่ 5 แอ๊ด-ยืนยง โอภากุล โดยนักร้องคุณภาพ เผยว่า “ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาจารย์เดชา ศิริภัทร ที่ท่านมาทำน้ำมันกัญชาแจก เพื่อรักษาผู้ป่วยจนหาย แล้ววันนั้นก็เข้าไปฟัง ไปอบรม และได้รับการขอร้องว่าให้ผมลงมาแต่งเพลงแก้ไขจากเดิมที่มีเนื้อเพลงเก่า บอกว่า ‘นอนตายใต้ต้นกัญชา’ หน่อย ก็เลยเกิดเพลงนี้ขึ้นมา” ใช้เวลาแต่งนานมั้ย “ไม่นานหรอกครับ แป๊บเดียว เพราะมันง่ายๆ ก็คุ้นๆ ตามสไตล์คาราบาวเดิมๆ” เนื้อหามีใจความว่ายังไงบ้าง “บอกว่ากัญชามันไม่ได้มีแต่โทษอย่างเดียว มันมีประโยชน์ด้วย หลังๆ ก็ใช้มารักษาได้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่โลกเพิ่งค้นพบ แต่โบราณเราค้นพบมานานแล้วล่ะ แต่วันนี้มันกำลั
กรมสุขภาพจิต ห่วงคนไทยไม่เข้าใจวิธีใช้น้ำมันกัญชา อาจกระทบต่อสมองผู้ใช้โดยตรง กรมสุขภาพจิต เป็นห่วงประชาชนชาวไทยเกิดผลข้างเคียงจากการใช้น้ำมันกัญชา โดยมีความเชื่อไม่ถูกต้อง และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่เข้าใจการใช้งาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสมองของผู้ใช้โดยตรง ในระยะยาวจะทำให้เสี่ยงต่ออาการทางจิตเวชเรื้อรังมากขึ้นได้ การใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น จึงควรใช้ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ข่าวต้นฉบับ วันนี้ (29 พฤษภาคม 2562) นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันกรมสุขภาพจิตได้ดำเนินการติดตามการตอบสนองของประชาชนในสื่อช่องทางต่างๆ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พบว่า ประชาชน ชาวไทยให้ความสนใจกับน้ำมันกัญชามากขึ้น ทั้งในแง่การใช้งานและการรับรู้ข่าวสารทางสื่อกระแสหลักและสื่อโซเชียลต่างๆ เกี่ยวกับประโยชน์ทางการแพทย์และผลข้างเคียงจากการใช้อย่างไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากสามารถเข้าถึงความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับประโยชน์และผลข้างเคียงจากการใช้น้ำมันกัญชารักษา แต่ในขณะเดียวกันก็มีความไม่เข้าใจต่อวิธีการใช้งาน
เคลียร์ชัด! กัญชา ไม่ใช่ยาวิเศษ เภสัชกร “อภัยภูเบศร” แนะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้อย่างมีสติ จากกรณีนายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจ และหัวหน้าห้องฉุกเฉิน รพ.วิชัยยุทธ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ว่า พบผู้ป่วยใช้น้ำมันกัญชาโดยการหยดใต้ลิ้นเพื่อให้นอนหลับ โดยใช้เกินขนาด กว่า 40 หยดจนประสาทหลอน และต้องส่งห้องฉุกเฉินในกลางดึก พร้อมกันนี้ยังระบุด้วยว่า ขณะนี้ทุกวันจะมีคนไข้หลายคนขอใบรับรองแพทย์จากหมอเพื่อยืนยันว่าป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับและโรคอื่นๆ เพื่อไปขอรับกัญชา ถึงแม้จะไม่มีรายงานว่ากินน้ำมันกัญชาเกินขนาดทำให้ถึงตาย แต่ก็ทำให้ป่วยถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลได้ และเชื่อว่าในอนาคตจะมีคนไทยที่กินน้ำมันกัญชาเกินขนาดมาเข้าโรงพยาบาลแบบฉุกเฉินมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าถ้ากินน้ำมันกัญชาเกินขนาดอาจเกิดผลข้างเคียงได้ นอกจากนี้ ยังเกิดปรากฎการณ์ผู้ป่วยแห่เข้ารับการรักษาด้วยน้ำมันกัญชาจาก โรงพยาบาลหนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยเชื่อว่าจะสามารถรักษาได้หลายโรคนับพันราย ตามที่มีการนำเสนอข่าวนั้น ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิ
อภ.-กรมแพทย์แผนไทยฯ เร่งเครื่องผลิต “สารสกัดกัญชา” ให้ผู้ป่วยทดลองใช้ ตั้งเป้าภายใน ก.ค.นี้ ด้าน อย.รอเก็บข้อมูลติดตามผลการรักษา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดให้แจ้งนิรโทษกรรมครอบครองกัญชาตามมาตรา 22 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ ซึ่งหมดเขตเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ตัวเลขผู้แจ้งนิรโทษยังไม่ชัดเจน ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากต้องรอข้อมูลจาก สสจ.ทั่วประเทศด้วย แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าทั้งหมดจะอยู่ที่ราว 20,000-21,000 ราย “สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ อย.จะทำหน้าที่ติดตามผลการใช้สารสกัดจากกัญชารักษาผู้ป่วยที่มีข้อบ่งใช้ต่อไป ส่วนหน้าที่ในการตรวจจับผู้ที่ครอบครองโดยผิดกฎหมาย จะเป็นเรื่องของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และตำรวจ ซึ่งจะเน้นที่ไปกลุ่มที่มีไว้เพื่อค้าและเสพ” นพ.สุรโชค กล่าว ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศ
แอดมินเพจสมุนไพรดัง เล่าประสบการณ์ แสดงใบผู้ป่วย หลังเจอตร.ตั้งด่าน ในรถมี กัญชา ล่าสุดชาวเน็ตมีการแชร์ โพสต์เล่าประสบการณ์ ของแอดมิน เพจ นิวลีฟ ซึ่งเป็นเพจ ให้ความรู้เกี่ยวกับเกษตรพืชสมุนไพรเพื่อการแพทย์ โดยมีการระบุถึง การแสดง ใบผู้ป่วย ที่ได้รับการนิรโทษกรรมกัญชา เมื่อถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกที่ด่านตรวจยาเสพติด โดยเพจดังกล่าว ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า เมื่อคืนนี้เวลา 5 ทุ่มครึ่ง (18/05/62) แอด ได้ขับรถเจอด่านตรวจยาเสพติด ที่ กทม. ซึ่งในรถมีกัญชาแห้งบรรจุห่อ 1 ห่อและน้ำมันกัญชา 1 ขวด วางไว้ที่นั่งด้านคนนั่ง คุณตำรวจเรียกลงตรวจค้นตามหน้าที่ และหยิบห่อกัญชาขึ้นมา! ถามว่านี่คืออะไร? แอดก็ตอบไปว่า “กัญชาครับ” พร้อมยื่นใบผู้ป่วยให้ดู คุณตำรวจก็ตรวจสอบและยื่นห่อกัญชา และใบผู้ป่วยคืนให้ แอดก็ขับรถออกมาจากด่านตรวจได้ตามปกติ แสดงว่าใบผู้ป่วยนี้ใช้ได้จริงครับ ผู้ป่วยที่ประสงค์ใช้สมุนไพรกัญชาในการรักษาโรค ท่านไหนยังไม่ได้ทำ รีบไปทำนะครับ วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 เป็นวันสุดท้ายแล้วสำหรับการลงทะเบียนผู้ป่วยครับ ขอขอบพระคุณ รัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที
พักเรื่องกัญชา! สนทนาเบาๆ กับ “เดชา ศิริภัทร” ชี้โอกาสธุรกิจ “ทุเรียนมะริด-ตะนาวศรี” ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา ดิฉันได้เดินทางผ่านด่านสิงขร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าไปยังเมืองตะนาวศรี ประเทศเมียนมา หรือแต่เดิมคนไทยเรียกกันว่าประเทศพม่า และยังคุ้นชินในการเรียกชื่อประเทศพม่า-คนพม่า มาจนปัจจุบัน ดิฉันเคยได้ยินชื่อ “ตะนาวศรี” มาแต่เด็ก รู้ว่าเป็นชื่อทิวเขาสลับซับซ้อนกั้นชายแดนไทย-พม่า ต่อลงมาจากเทือกเขาถนนธงชัยของภาคเหนือ ครั้นโตขึ้นมา ได้ร่ำเรียนวิชาประวัติศาสตร์ก็รู้เพิ่มขึ้นอีกว่า เมืองตะนาวศรีกับมะริด ที่อยู่เคียงใกล้ เป็นชื่อเมืองท่าสำคัญที่ฝรั่งตะวันตก ทั้งชาติโปรตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ เข้าไปแย่งชิงวิวาทในการใช้พื้นที่เป็นคลังเก็บสินค้า และเป็นเส้นทางค้าขายเชื่อมต่อโลกตะวันตก แอฟริกา อาหรับ กับเอเชียอาคเนย์ จีน ญี่ปุ่น จนเมื่อประเทศพม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2367-2491 ตะนาวศรีก็ถูกลบเลือนจากความรับรู้ของคนไทยไปยาวนาน แม้หลังจากอังกฤษจะให้เอกราชกับพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2491 ไปแล้ว เมืองตะนาวศรีซึ่งเป็นเมืองชายแดนติดกับแผ่นดินไทย แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยน
หมอจุฬาฯ ขอพวกมือไม่พาย หยุดวิพากษ์วิจารณ์ “กัญชาทางการแพทย์” หวั่นประเทศไม่เดินหน้า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย กล่าวถึงการผลักดันให้นำพืชกัญชา ซึ่งเป็นสารเสพติดให้โทษตามกฎหมาย มาใช้ในทางการแพทย์ เพื่อบำบัดรักษาผู้ป่วยบางกลุ่มโรค ซึ่งล่าสุดองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตลอดจนนักวิชาการจากสถาบันต่างๆ เตรียมจะนำสารสกัดกัญชาเมดิคัล เกรด ชนิดหยด จำนวน 2,500 ขวด ที่ อภ.ผลิตได้ล็อตแรกมาทดลองใช้กับผู้ป่วยใน 4 กลุ่มโรคที่มีข้อบ่งใช้ภายในเดือกรกฎาคมนี้ ว่า ตลอด 1 ปี ที่หน่วยงานด้านการแพทย์ทั้งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สถาบันการศึกษา แพทยผู้เชี่ยวชาญ ได้ร่วมมือกันศึกษาวิจัยและพัฒนาพืชกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์ ได้ข้อสรุปค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า กัญญา ณ วันนี้ คือยา ดังนั้น ถ้าคนป่วยที่ใช้อยู่ได้ประโยชน์อยู่แล้วก็ไม่ต้องจัดการ หรือไปจับกุมใดๆ ส่วนผู้ป่วยใหม่ที่มีแนวโน้มจะต้องใช้ในอนาคต เป็นหน้าที่ข
เปิดภาพ กัญชาถูกกฎหมาย ดอกแรกของประเทศไทย ใกล้ได้สกัดน้ำมันกัญชา เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 พ.ค.ที่ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวในงานแถลงข่าวความคืบหน้าโครงการผลิตสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ “กัญชาเมดิคัลเกรดออกดอกแล้ว” ว่า ขณะนี้ต้นกัญชามาตรฐานเกรดทางการแพทย์ของ อภ.ที่ปลูกไปเมื่อวันที่ 27ก.พ.ที่ผ่านมาที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จำนวน 140 ต้นนั้น ทั้งหมดเจริญเติบโต เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติด้านการเพาะปลูกที่ดี และเริ่มออกดอกแล้ว จากนี้ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 8-10 สัปดาห์ หรือประมาณต้นเดือน ก.ค.นี้ ดอกจะโตเต็มที่ สามารถนำไปผลิตน้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้นได้ ซึ่งช่วงนี้ยังต้องอยู่ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดของผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากต้นกัญชาทางการแพทย์มีความอ่อนไหว มีรายละเอียดในการดูแลค่อนข้างมาก โดยจะดูแลเต็มที่เพื่อให้ได้วัตถุดิบกัญชามาตรฐานเกรดทางการแพทย์ ที่ไร้สารอันตรายเจือปน เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันกัญชาหยดใต้ลิ้นที่มีคุณภาพ สำหรับนำไปใช้ในการวิจัยทดสอบทางคลินิกกับผู้ป่วยที่สมัครเข้าร่วมโครงการกับกรมการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาต
