กัญชา
ราชกิจจาฯ โปรดเกล้า พรบ.ยาเสพติด ใช้กัญชา-กระท่อม รักษาทางการแพทย์ได้ วันที่ 18 ก.พ. เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและสอดคล้องตามหลักสากล ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว โดย มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา 9 แห่งพ.ร.บ.ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 “ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบดีกรมสนับสน
เฮ! อย.เผย 4 โรค ใช้ประโยชน์จากกัญชาได้ เตรียมออกอนุบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงการเตรียมออกอนุบัญญัติเกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ เพื่อรองรับร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. …. ซึ่งมีประกาศในส่วนของการนิรโทษผู้ครอบครองกัญชาด้วยนั้น ว่า หากมาแจ้งการครอบครองกัญชาภายใน 90 วันตามที่กำหนดหลังจากกฎหมายใหญ่บังคับใช้ ก็จะไม่ต้องรับโทษ และออกแบบให้บางกลุ่มสามารถครอบครองต่อไปได้ เช่น ถ้าเป็นคนไข้จริง เป็นแพทย์แผนไทยจริง เป็นหมอพื้นบ้าน หรือจะทำงานวิจัยต่อ แต่ก็ต้องมาขออนุญาตตามกฎกระทรวงใหม่ ซึ่งผู้ป่วยก็จะได้รับการดูแลจากแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์แผนไทยในการสั่งยาจากกัญชาเพื่อดูแล โดยไม่ต้องไปหาซื้อจากนอกระบบ เป็นการคุ้มครองประชาชน ส่วนกลุ่มที่ไม่มาแจ้งก็ต้องเอาผิดตามกฎหมายเพราะการครอบครองถือว่ามีความผิด ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย นพ.ธเรศ กล่าวว่า นอกจากประกาศนิรโทษ 2 ฉบับ และกฎกระทรวงเรื่องการผลิต การปลูก สกัด วิจัย จำหน่าย และส่งออก แล้วนั้น
เผยแล้ว! สิทธิการขออนุญาต ปลูกกัญชา ให้เฉพาะ “คนสัญชาติไทย” เท่านั้น! ปลูกกัญชา สัญชาติไทย – เมื่อวันที่ 11 ม.ค. นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปรามปรามยาเสพติด กล่าวถึงความคืบหน้า การนำกัญชาใช้ทางการแพทย์ ว่าขณะนี้รอตัวร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดฯที่มีการเปลี่ยนแปลงตามประมวลยาเสพติดในสาระสำคัญกัญชายังเป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมายส่วนการผ่อนปรนเพื่อให้นำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือการศึกษาวิจัยได้ สำหรับประเด็นการนำเข้า ส่งออก จำหน่ายครอบครอง อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางการแพทย์เภสัชกรเป็นผู้ได้รับอนุญาต แต่ในกรณีการขออนุญาตปลูกที่เป็นบุคคลจะต้องเป็นการรวมตัวกันเป็นลักษณะสหกรณ์การเกษตรวิสาหกิจชุมชน หรือวิสาหกิจสังคมที่จดทะเบียนและต้องดำเนินการกับหน่วยงานของรัฐและที่สำคัญผู้ที่จะดำเนินการได้ จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น หากดำเนินการในรูปแบบของสหกรณ์ ก็ต้องมีบุคคลที่ต้องมีสัญชาติไทยอย่างน้อย 2 ใน 3 ส่วนการดูแลและจัดการหน่วยงานรัฐจะต้องจัดวางระบบก่อนอนุญาตให้บุคคลและวิสาหกิจชุมชนเข้าไปดำเนินการ เลขาธิการป.ป.ส.กล่าวอีกว่า ขณะนี้คณะกรรมการพ
“หมอพื้นบ้าน” แนะรัฐบาลผุดโครงการนำร่องปลูก “กัญชา” บางจังหวัด ทดแทนราคาพืชผลตกต่ำ แม้กำลังตกเป็น “ประเด็นร้อน” ถกเถียงกันระหว่างฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุน แต่ล่าสุดได้ “ข้อยุติ” ออกมาระดับหนึ่งแล้ว เมื่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้มีการ “ปลดล็อก” กัญชา-กระท่อม อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์ได้ โดยเห็นชอบมีการแก้ไข สาระสำคัญของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 กำหนดให้สามารถขออนุญาต ผลิต นำเข้าหรือส่งออก ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งประกอบด้วยกัญชา และ กระท่อม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์สามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคเฉพาะตัวได้ เช่นเดียวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 2 หรือฝิ่น เท่านั้น ไม่รวมถึงการใช้เสพเพื่อสันทนาการ ทั้งนี้กำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้กำหนดเขตพื้นที่ทดลองเพาะปลูกกัญชา และเสพกัญชา เพื่อการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในปริมาณที่กำหนด โดยไม่ถือว่ามีความผิดกฎหมาย ซึ่งการกำหนดพื้นที่ดังกล่าวจะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกามีมาตรการตรวจสอบควบคุม ส่วนผู้ที่สามารถอนุญาตครอบครองกัญชาได้ ประกอบด้วย กระทรวง องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สภากาชาดไท
สนช. ฉลุย มติเอกฉันท์รับหลักการ กม.ยาเสพติดให้โทษ ปลดล็อกกัญชา-กระท่อม ให้ใช้ทางการแพทย์ได้ เมื่อวันที่ 23 พ.ย. เวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติชาติ(สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่..) พ.ศ… วาระแรก ตามที่สมาชิก สนช. 44 คน นำโดยนายสมชาย แสวงการ เข้าชื่อเสนอ เพื่อแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ปลดล็อกให้ กัญชาสามารถใช้เป็นยารักษาโรคได้ โดยนายสมชาย ได้แถลงสาระสำคัญและประโยชน์ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 กำหนดให้สามารถขออนุญาต ผลิต นำเข้าหรือส่งออก ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งประกอบด้วยกัญชา และ กระท่อม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์สามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคเฉพาะตัวได้ เช่นเดียวกับยาเสพติดให้โทษประเภท2 แบบฝิ่น เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงการใช้เสพเพื่อสันทนาการ และให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้กำหนดเขตพื้นที่ทดลองเพาะปลูกกัญชา และเสพกัญชา เพื่อการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในปริมาณที่กำหนดโดยไม่ถือว่ามีความผิดกฎหมาย ซึ่งการกำหนดพื้นที่ดังกล่าวจะต
กัญชา – ทุกฝ่ายเห็นพ้อง ปลดล็อกกัญชาเพื่อการแพทย์ สนช.เดินหน้า คาดปี 2562 แล้วเสร็จ แพทย์-เภสัช การันตี ผลข้างเคียงน้อยกว่ายาเคมี ลดเหลื่อมล้ำทุกคนเข้าถึง กัญชา – เมื่อวันเวลา 09.30 น. วันที่ 30 ต.ค. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดสัมมนา “สนช.ปลดล็อกกัญชาเป็นยารักษาโรค” โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. นายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิปสนช. และผู้ริเริ่มเสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ตามมาตรา 133 ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยมีสาระสำคัญ ปลดล็อกกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ พร้อมมาตรการควบคุม มีสนช.ลงชื่อสนับสนุน 44 คน และ น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานกมธ.การสาธารณสุข โดยมีสมาชิกสนช. ตัวแทนจากส่วนราชการ เครือข่ายผู้ใช้กัญชาแห่งประเทศไทย ตลอดจนนักกฎหมาย ร่วมสัมมนา นายพรเพชร เผยว่า กัญชาเป็นยาเสพติดประเภท 5 เป็นอุปสรรคต่อการค้นคว้าวิจัย ซึ่งสามารถใช้ทางการแพทย์ได้ สนช.เห็นว่า ถ้าแก้กฎหมายกัญชาสามารถทำได้ แต่ต้องใช้เวลา ต้องฟังความเห็นประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ “ถ้าเสนอร่างกฎหมายวาระแรก รับหลักการได้ในเด
ร้านอาหารอเมริกันชื่อดัง เผยสูตรใหม่ ล็อบสเตอร์ต้มกัญชา เชื่อรสชาติอร่อยกว่าเดิม 20 ก.ย.เว็บไซต์การ์เดียน รายงานข่าว ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งจากรัฐเมน สหรัฐฯ คิดค้นสูตรใหม่ ล็อบสเตอร์ต้มกัญชา พร้อมเผยว่าการปรุงอาหารด้วยวิธีนี้จะทำให้กุ้งล็อบสเตอร์มีความสุขก่อนตายและจะทำให้รสชาติของมันอร่อยขึ้นอีกด้วย ชาร์ลอตต์ กิลล์ เจ้าของร้านอาหาร Charlotte’s Legendary Lobster Pound ในเซาว์เวสต์ฮาร์เบอร์ รัฐเมนที่เปิดมานานกว่า 7 ปีกล่าวว่า เธอพยายามต่อสู้กับเหตุผลด้านจริยธรรมของเธอมานานมากและพยายามทำการทดลองอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็ค้นพบว่ากัญชาจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและบรรเทาความเครียดของกุ้งล็อบสเตอร์ในขณะที่พวกมันถูกต้มทั้งเป็น John P Kelly นอกจากนี้เธอยังให้สัมภาษณ์กับสื่อฯท้องถิ่มว่า “ในเมื่อสัตว์พวกนี้มันต้องตายเพราะถูกนำไปปรุงอาหารอยู่แล้ว ฉันก็อยากช่วยหาทางออกให้พวกมันอย่างดีที่สุด ภายใต้เหตุผลด้านมนุษยธรรม” เช่นเดียวกับในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเกี่ยวกับสิทธิสัตว์ โดยต้นปีที่ผ่านมาได้มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกุ้งล็อบสเตอร์อย่างจิรงจังโดยระบุว่า..ห้ามต้มหรือนำพว
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า วุฒิสภาแคนาดาลงมติเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย เป็นการนำแคนาดาใกล้เข้ามาอีกก้าวสู่การเป็นชาติแรกในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ 7 ชาติ หรือ จี 7 ที่อนุญาตให้มีการใช้และผลิตสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดนี้ หนึ่งวันก่อนหน้านี้ สภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่านร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ด้วยคะแนน 205 ต่อ 82 เสียง ที่ถึงตอนนี้ กฎหมายฉบับนี้จะต้องได้รับพระบรมราชานุญาตจากผู้สำเร็จราชการแคนาดา ซึ่งเป็นเพียงขั้นตอนทางพิธีการอย่างเป็นทางการเท่านั้น ก่อนที่จะมีการบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยมีแนวโน้มว่าจะเป็นในเดือนกันยายนนี้ ทั้งนี้ วุฒิสภาซึ่งสามารถชะลอร่างกฎหมายได้แต่ไม่มีอำนาจในการสกัดกั้น ลงมติรับรองด้วยคะแนน 52-29 เสียง การลงมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการยุติการห้ามใช้กัญชาในแคนาดาที่กำหนดขึ้นมานับตั้งแต่ปี 2466 แต่มีการอนุญาตให้ใช้สำหรับการแพทย์อย่างถูกกฎหมายเมื่อเกือบ 2 ทศวรรษที่แล้ว เมื่อปี 2544 การทำให้กัญชาเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เป็นคำมั่นสัญญาในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2548 ของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ที่ยอมรับว่าเคยสูบกัญชากับเพื่อน “ราว 5-6 ครั้ง” รวม
หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบโดยร่างกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด 3 ฉบับ ซึ่งหนึ่งในสามฉบับนั้นคือ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่มีการเสนอแก้ไขสาระสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมสารเสพติด โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดมีหน้าที่ และอำนาจกำหนดมาตรการในการควบคุมยาเสพติดต่างๆ แบ่งประเภทของยาเสพติดให้โทษออกเป็น 5 ประเภท และแบ่งประเภทของวัตถุออกฤทธิ์ออกเป็น 4 ประเภท กำหนดการอนุญาตเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุญาต และการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือ ประกาศ โดย พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า “การผ่านร่างกฎหมายนี้เป็นประเด็นสำคัญที่มีการจับตา เนื่องจากกัญชา ซึ่งเป็นสารเสพติดประเภท 5 จากที่เคยมีการอนุญาตให้สามารถปลูก สกัด และทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ยกเว้นการเสพ ทำให้ไม่สามารถวิจัยในคนได้ เมื่อ ครม. ผ่านร่างกฎหมายนี้ ก็จะทำให้สามารถศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในคนได้” นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดกระแสข่าวคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 มาเป็นยาสมุนไพรเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยรักษาโรคมะเร็ง ประกอบกับมีการเผยแพร่ประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งประกาศไปตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการควบคุมกัญชา แต่เนื้อหาเป็นเรื่องการควบคุมกัญชง ซึ่งเป็นชนิดย่อยของกัญชา โดยกัญชงมีการนำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องอุตสาหกรรมสิ่งทอ ส่วนประเทศไทยมีการศึกษาวิจัยเพื่อนำมาใช้เครื่องนุ่งห่ม เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยได้ออกประกาศเรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 12) กำหนดเพิ่มเติมเงื่อนไขของกัญชา ให้ยกเว้นเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเปลือกแห้ง ฯลฯ เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 โดยการปลูกพืชกัญชง รวมทั้งการผลิต การจำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการควบคุมยาเสพติดให้โทษเป็นรายๆ ปรากฏว่ากลับมีการสื่อสารและเข้าใจผิดว่ามีการปรับเปลี
