กินเจ
นพ.ฆนัท ครุธกูล กรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง และแพทย์ประจำศูนย์หัวใจ หลอดเลือดและเมแทบอลิซึมโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลกินเจ ประชาชนควรเลือกรับประทานอาหารเจอย่างเหมาะสม เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักรับประทานอาหารเจที่ให้พลังงานสูงประเภทเมนูอาหารผัด ทอด หรือเมนูที่มีการใช้น้ำมันปริมาณมาก นำไปสู่ภาวะการเกิดโรคอ้วนและมีปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งอาหารเจที่ให้พลังงานสูง ควรหลีกเลี่ยง 5 อันดับคือก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊วเจ ให้พลังงาน 568 กิโลแคลอรี ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยเจให้พลังงาน 480 กิโลแคลอรี ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าเจให้พลังงาน 415 กิโลแคลอรี และข้าวผัดเจให้พลังงาน 397 กิโลแคลอรี ก๋วยเตี๋ยวเจน้ำใส 1 ชามให้พลังงานถึง 349 กิโลแคลอรี จึงอาจส่งผลให้เทศกาลถือศีลกินเจกลายเป็นการเพิ่มน้ำหนักหรือเพิ่มความอ้วนได้ 1-2 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์เลยทีเดียว นพ.ฆนัท กล่าวว่า ทั้งนี้ ขอแนะนำเมนูอาหารเจแคลอรีต่ำไว้เพื่อให้ผู้ที่จะถือศีลกินเจ ได้นำไปเลือกรับประทาน เพื่อให้ได้สุขภาพที่ดีตามมา เมนูที่จะแนะนำ 10 อันดับก็คือ 1. ส้มตำเจ (55 แคลอรี ) 2. ต้มยำเห็ดเจ (80 แคลอรี) 3. แกงส้มมะละกอเจ (80 แคลอรี) 4. แกงจืดฟักเจ (90 แคลอรี)
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ จากกลุ่มตัวอย่าง 1,206 ราย สำรวจระหว่าง 19-27 กันยายน 2559 ว่า เทศกาลกินเจปีนี้จะมีเงินสะพัดประมาณ 43,981 ล้านบาท ขยายตัว 4.2% ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 64.5% ระบุว่าไม่กินเจในช่วงเทศกาล เพราะไม่มีเชื้อสายจีน อาหารเจแพง ไม่ตั้งใจจะกิน ที่บ้านไม่มีใครกิน เศรษฐกิจไม่ดี และหาซื้อลำบาก ขณะที่กลุ่มตัวอย่าง 35.5% ระบุว่าจะมีการกินเจ เพราะ กินเฉพาะเทศกาล ตั้งใจทำบุญ ลดหารกินเนื้อสัตว์ สืบทอดวัฒนธรรม อาหารเจมีคุณค่าทางอาหาร ชอบอาหารเจ กินเจทุกวันอยู่แล้ว และกินตามคนที่บ้านหรือคนรอบข้าง “เงินสะพัดในการกินเจปีนี้ขยายตัวดีสุดในรอบ 3 ปี นั้บตั้งแต่ปี 2557 ที่ขยายตัว 2.1% ปี 2558 ขยายตัว 2.9% โดยกินเจปีนี้น่าจะคึกคัก เพราะคนนิยมทานเจมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ทานอาหารเจ ก็หันมาทานอาหารเจมากขึ้น อีกทั้งไม่ใช่กลุ่มที่มีเชื้อสายจีน ประกอบกับคนมีความตั้งใจที่จะทำบุญ มีเทรนสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่มูลค่าการใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น 40% ปริมาณก
วันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานราคาผักสดและเครื่องปรุงชนิดต่างๆภายในตลาดสดแม่กิมเฮง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ก่อนจะเริ่มเทศกาลกินเจประจำปี 2559 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 9 ตุลาคม นี้ ทำให้บรรดาคนไทยเชื้อสายจีนและประชาชนที่ต้องการทำบุญโดยการละเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ หันมาบริโภคผักแทน ส่งผลให้บรรดาราคาผักและเครื่องปรุงต่างๆได้มีการปรับราคาที่สูงขึ้น อาทิ โปรตีน เต้าหู้ เครื่องปรุงรส ก็ได้มีการปรับอย่างละ 15-20 บาท ส่วนราคาผัก ก็ได้เริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้น 5-10 บาท เช่นผัก ผักคะน้า กิโลกรัมละ 25 บาท ขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 30 บาท , กะหล่ำปี กิโลกรัมละ 20 บาท ปรับเป็นกิโลกรัมละ 25 บาท , ผักบุ้ง กิโลกรัมละ 25 บาท ขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 30 บาท , ผักกาดขาวกิโลกรัมละ 20 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 30 บาท , และมอคเคอลี่ จากเดิม 60 บาท ปรับเป็นกิโลกรัมละ 75 บาท เป็นต้น ซึ่งจากการสอบถามแม่ค้าขายผักภายในตลาดสดแม่กิมเฮง ทราบว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาผักมีการปรับตัวสูงขึ้น เนื่องในหลายพื้นที่ได้ประสบปัญหาผักเจริญเติบโตไม่ทัน อีกทั้งผักบางชนิดก็เกิดการเน่าเสีย หลังจากในหลายพื้นที่มีสภาพอาการแปรปรวนม
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคาผัก และปริมาณผลผลิตที่จะเข้าสู่ตลาด คาดว่าปริมาณผักในช่วงเทศกาลกินเจที่กำลังจะมาถึง (วันที่ 1 – 9 ตุลาคม 2559) จะมีปริมาณเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ราคาผักอาจจะยังคงอยู่ในระดับสูงตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดในแต่ละวันและความต้องการที่สูงขึ้น ขอให้ประชาชนเป็นผู้บริโภคยุคใหม่ “ฉลาดซื้อ ประหยัดใช้” เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของตนเอง และหากพบเห็นหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ แจ้งที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ในช่วงใกล้เทศกาลกินเจ ในปี 2559 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนมีความต้องการบริโภคพืชผักเพิ่มสูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์ราคาผัก พบว่าผักใบตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนกันยายน 2559 เป็นต้นมา ราคาผักบางชนิดได้ปรับตัวลดลง ร้อยละ 8 – 26 โดยเฉพาะผักใบ (ผักกาดหอม คะน้า ผักชี ต้นหอม และขึ้นฉ่าย) เนื่องจากมีฝนตกในแหล่งผลิตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ปริมาณผลผลิตจึงออกสู่ตลา
เมื่อวันที่ 20 กันยายน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมเขตสัมพันธวงศ์ ประชาคมเขตสัมพันธวงศ์ และประชาชนในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์แถลงจัดงานเทศกาลงานเจเยาวราช ปี 2559 ภายใต้แนวคิด “คู่บุญบารมี มหามงคล เถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี” ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 9 ตุลาคมนี้ ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราช ต่อเนื่องบริเวณใกล้เคียง นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯ กทม.แถลงว่า กทม.ได้ร่วมกับชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตสัมพันธวงศ์ จัดงานประเพณีงานเจเยาวราช เพื่อส่งเสริมเทศกาลถือศีลกินเจอันเป็นประเพณีท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนงดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์เพื่อสะสมบารมี สร้างกุศล และส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากการรับประทานอาหารเจ หรืองดเว้นเนื้อสัตว์ในอาหารมื้อเย็นเป็นผลดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญกิจกรรมนี้ยังช่วยส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของกรุงเทพมหานครสู่ความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอีกด้วย ด้านนายประสิทธิ์ องค์วัฒนา ประธานการจัดงานฯ แถลงว่า สำหรับการจัดงานเทศกาลงานเจเยาวราชในปีนี้ นอกจากประชาชนจะได้ถือศีล กินเจ และสร้างบุญแล้ว ยังได้แสดงพลังความสามัคคีในการถือศีลกินเ
