ก๋วยเตี๋ยว
เจ๊นุ้ยก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ 4 รส สูตรเด็ดเมืองโอ่ง ขายถูก15บาท ลูกค้าแน่น เจ๊นุ้ยก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ 4 รสสูตรเด็ด เมืองโอ่ง เจ้าของขายทวนกระแสของแพง ชามละ 15 บาท ทานกันจุกแบบครบเครื่อง จนเป็นขวัญใจคนรายได้น้อย เผยขายมากว่า 38 ปีแล้วจึงมั่นใจในคุณภาพและความอร่อย ที่บริเวณริมถนนสายราชบุรี – ห้วยไผ่ ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ติดกับ CJ ซูเปอร์มาเก็ตมีร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นป้ายราคาถูกแสนถูกขายทวนกระแสราคาต้นทุนสูง โดยจำหน่ายเพียงราคาชามละ 15 บาท ทำให้มีลูกค้าทั้งที่มีรายได้น้อยและลูกที่ชื่นชอบในรสชาติของก๋วยเตี๋ยวแวะเวียนมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย ร้านนี้ นางเพ็ญศรี สิริเอก อายุ 48 ปี หรือที่ลูกค้ารู้จักเรียกกันว่า เจ๊นุ้ย เป็นเจ้าของ เมื่อเข้าไปสัมผัสกับรสชาติของก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ 4 รสสูตรเด็ดเมืองโอ่ง ตามคำเล่าของบรรดาลูกค้านักชิมและลูกค้าเจ้าประจำ พบว่าร้านดังกล่าวจัดร้านสไตล์รูปแบบทั่วๆ ไปไม่หวือหวา หรือ ใช้ของตกแต่งที่มีราคาใด มีเพียงรถเข็นตั้งหม้อก๋วยเตี๋ยวตั้งอยู่ด้านหน้าของร้านและมีบริเวณด้านข้าง จำหน่ายทั้งก๋วยเตี๋ยว และ ข้าวผัดกะเพรา ข้าวหมูแดง แถมยังมีบริการน้ำดื่ม
คุณเจี๊ยบ-ธีรวุฒิ มีแสงนิล อดีตช่างภาพหนังสือพิมพ์ข่าวสด ผู้ผันตัวมาขายก๋วยเตี๋ยวเรือ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เจี๊ยบบ้านแพน เขาเริ่มต้นเล่าที่มาว่า คิดมานานแล้วว่าอยากมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นของตัวเอง เพราะครอบครัวเคยทำขาย เด็กๆ ก็ไปช่วยงาน เลยซึมซับมาตั้งแต่ตอนนั้น “ช่วงหลังมานี้ หนังสือพิมพ์ เราก็รู้กันใช่ไหมว่าเป็นยังไง เลยตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ แก่ตัวเกษียณไปคงไม่ได้ทำแล้ว” เมื่อคิดแล้วว่าจะขายก๋วยเตี๋ยว คุณเจี๊ยบเริ่มตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วช่วยกันให้คะแนนกับแฟนว่าร้านไหนอร่อยบ้าง สรุปว่าร้านที่อร่อยอันดับ 1 เป็นร้านของเพื่อนแถวคลองจั่น บางกะปิ นำสูตรที่ได้จากร้านเพื่อนมาปรับร่วมกับสูตรของครอบครัว จนลงตัว สิ่งที่ทำต่อมาคือ เปิดร้าน คุณเจี๊ยบเช่าร้านขายแบบรับช่วงต่อ รายได้พออยู่ได้ แต่เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงย้ายไปเปิดร้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อยู่แถวสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี รายได้ตอนนั้น คุณเจี๊ยบ บอกว่า ขายดีจนแปลกใจ เพราะเปิดวันแรกคนแห่มากิน ยอดขายแตะหลักหมื่น ส่วนวันธรรมดาอยู่ราวๆ 6-7 พันบาท เจ้าตัวเล่าต่อว่า รายได้มีขึ้นมีลง ยอดขายเคยตกเหลื
วันนี้อิ่มอร่อยพาไปบ้าน ท่าห้วย ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล ไปกินของดีราคาถูก แม้สินค้าบางอย่างราคาแพงหูฉี่ แต่ของดี ของถูกยังมีอยู่จริง อย่างก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกชามละ 10 บาท ข้าวมันไก่ 10 บาท ราดหน้า 10 บาท งานนี้เล่นเอาลูกค้าเด็กเล็ก เด็กโตพากันมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย ชนิดที่พบว่าหลายคนเป็นลูกค้าติดต่อกันมาตั้งแต่เรียนประถมจนเรียนมัธยมก็ยังแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนร้านนี้ จนหลายคนเรียกกันติดปากว่า ร้านก๋วยเตี๋ยว 10 บาทท่าห้วย เพราะก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูขึ้นชื่อสุดของร้าน และตั้งอยู่บ้านท่าห้วย หมู่ที่ 2 ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล เจ้าของร้านคือ คุณดารุณี และคุณอุสมาน หลงเจ๊ะ อายุ 36 และ 38 ปี สองสามีภรรยาที่ตัดสินใจเลิกทำอาชีพสวนยางพารามาเปิดร้านขายของชำ แต่ด้วยภรรยา มีฝีมือในการทำก๋วยเตี๋ยวขายเมื่อเป็นสาวๆ จึงมาเปิดขายคู่ร้านของชำ แต่ขายไปขายมา ต้องตัดสินใจยกเลิกกิจการขายของชำ เนื่องจากบริการลูกค้าไม่ทัน เลยยกกิจการขายของชำให้พี่สาวขายแทน ส่วนตัวเองก็ตั้งหน้าตั้งตาลุยขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 10 บาทเป็นต้นมาถึงวันนี้ก็ร่วม 4 ปีแล้ว เหตุผลที่ขายก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกชามละ 10 บาทเพราะต้องการให้นักเรียน นักศึกษาที่มีเงิ
แม้เคยเป็นน้องใหม่ ซึ่งมีทั้งรุ่นเก๋า รุ่นใหญ่ ครองตลาดใน “เมืองก๋วยเตี๋ยว” อยู่ก่อนหน้า แต่อาจเพราะความแปลกใหม่ในรสชาติ และการนำเสนอ ทำให้ภายในเวลาไม่กี่เดือน “ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ-เรนโบว์” ได้รับความสนใจไม่น้อย บางวันถึงขั้นต้อง “รอคิว” หากกระแสความนิยม ในรสชาติของก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ ใช่ว่าจะมาแบบ “วูบเดียว”หมดไป เพราะด้วยความพยายามตั้งใจไม่หยุดพัฒนาและสร้างสรรค์คุณภาพอาหารนั้น ส่งผลให้กิจการยืนระยะได้เป็นอย่างดีมาแล้ว…หลายปี คุณวุธ (กลาง) คุณวุธ-ศราวุธ อันล้ำเลิศ เจ้าของกิจการวัยสี่สิบ กรุณาสละเวลามานั่งพูดคุยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มกันเอง เริ่มให้ฟัง พื้นเพเป็นคนสมุทรสงคราม ก่อนหน้ายึดอาชีพพ่อค้าเร่ขายเสื้อผ้า ทำให้เดินทางไปทั่ว กระทั่งมีโอกาสได้ไปทาน “ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ” ของดังประจำอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา รู้สึกติดใจในรสชาติตั้งแต่คำแรก ช่วงขายเสื้อผ้าอยู่ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี คิดอยากค้าขายอาหารเป็นอาชีพเสริม กระทั่งนึกถึงก๋วยเตี๋ยวชามโปรด ซึ่งน่าจะเป็นเมนูแปลกใหม่สำหรับคนต่างถิ่นและต่างชาติ เลยเชิญต้นตำรับมาช่วยสอนการทำตามสูตรดั
นอกจากอาหารถูกจริตคนไทย อย่างสารพัดน้ำพริก หรือทำง่ายอย่างปาท่องโก๋ แล้วนั้น อาจารย์ขนิษฐา ชัยชาญกุล หรือ อาจารย์ตุ๊ก อาจารย์สอนทำอาหาร สร้างอาชีพที่ มติชน อคาเดมี และมีประสบการณ์การสอนอาชีพ ที่สำนักงานส่งเสริมและฝึกอบรมกำแพงแสน แนะนำว่า ถ้าหากจะหาอาชีพขายของที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน โดยที่ไม่ต้องลงทุนมากมายนักและสามารถอาศัยอุปกรณ์พื้นฐานที่มีในบ้านเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นลงทุนครั้งแรกได้ด้วย นั่นคือ การทำเมนูก๋วยเตี๋ยวขาย ซึ่งเป็นอาหารจานเด็ด ตอบโจทย์คนไทย เพราะกินง่าย ทุกเพศทุกวัยสามารถกินได้ ที่สำคัญคือเป็นการลงทุนที่ไม่มาก เพียงแค่ซื้อวัตถุดิบอย่างพวกของสด ก็สามารถทำก๋วยเตี๋ยวขายได้แล้ว และอาศัยเอาพวกหม้อต้ม ชาม ถ้วย ช้อน อุปกรณ์ในครัวเรือนที่มีในบ้านมาประยุกต์ใช้ในการขาย ก็สามารถขายก๋วยเตี๋ยวได้แล้ว จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการไปตระเวนสอนตามที่สถาบันการศึกษาต่างๆ คือมีหลายคนไม่ค่อยเชื่อว่าการขายก๋วยเตี๋ยวจะสามารถขายได้จริงๆ สิ่งที่ดีที่สุดในการสอน คือ ทำให้เขาเห็นจริงๆ ว่าทำได้ สอนโดยใช้อุปกรณ์ครัวเรือนในบ้านมาทำให้ดู ให้เห็นเลยว่าสามารถทำขายได้จริง “สำหรับ เงินทุน หรือกา
สุดครีเอตไม่ซ้ำใครในประเทศแน่ๆ สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือนแพ อาหารเส้นที่สร้างสรรค์เมนูชื่อแปลก แถมแหวกแนวด้วยวัตถุดิบที่ไม่คาดคิดว่าจะสามารถทำก๋วยเตี๋ยวได้ ต้นตำหรับเมนูเด็ด คือคุณพิเชษฐ์ เปี่ยมคุ้ม หรือคุณตุ้ม เจ้าของร้านวัย 52 ปี คุณตุ้ม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยวมาก ใครว่ามีก๋วยเตี๋ยวที่ไหนอร่อย จะตามไปกินกับภรรยาทุกที่ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จนเมื่อ พ.ศ. 2549 ตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นของตัวเอง แต่ทว่าต้องสร้างจุดขาย เน้นความแปลก ที่สำคัญต้องอร่อยกว่าร้านทั่วๆ ไปด้วย “ผมเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวมา 9 ปีแล้ว เกิดไอเดียว่าต้องสร้างจุดขายให้ก๋วยเตี๋ยวมีความต่างจากร้านอื่น ด้วยการครีเอทตเมนูใหม่ๆ และตั้งชื่อแปลกๆ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวส้มตำ ก๋วยเตี๋ยวมะม่วง เย็นตาโฟไม่ใช้เต้าหู้ยี้แต่ใช้ซอสมะเขือเทศที่ทางร้านทำขึ้นเอง ยังมีก๋วยเตี๋ยวพระถังซัมจั๋งดอกพิกุลตุ๋นเครื่องเทศ นวลนางในอ่างน้ำ พญาสุกรนอนสวนพลู ก๋วยเตี๋ยวสก๊อยสาว ก๋วยเตี๋ยวโคโยตี้ ก๋วยเตี๋ยวแกงเขียวหวาน เป็นต้น” สำหรับเมนูเก๋ๆ ยกตัวอย่าง ก๋วยเตี๋ยวมะม่วง วัตถุดิบมี มะม่วงเปรี้ยว ต้องสายพันธุ์น้ำดอกไม้เท่านั้น
เอ่ยชื่อ “สุพัฒน์ ธีรภาพสกุลวงศ์” พื้นเพเป็นชาวนครปฐม ทำอาชีพลูกชิ้นหมูขายมานานกว่า 40 ปี เชื่อว่าคนไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คงไม่รู้จักว่าเขาเป็นใครหรือมาจากไหน แต่หากบอก บุคคลดังว่านั้นคือ“เต็กกอ” เจ้าของฉายา “ขุนแผนนครปฐม” หลายคนคงร้องอ๋อ!และอาจบอกต่อได้ด้วยซ้ำว่า ชายผู้โด่งดังท่านนี้ ปัจจุบัน อายุอานามคงราว 72 ปีแล้ว มีภรรยาอาศัยร่วมชายคาเดียวกันถึง 7 คน มีผลงานเป็นลูกชาย-หญิง 22 คน และหลานๆรวมได้ 23 คน นอกจากจะมีความสามารถพิเศษ ในการปกครองคนในครอบครัว ให้ช่วยกันทำมาหากิน อยู่ร่วมกันอย่างสงบเรียบร้อยแล้ว “ลูกชิ้นหมู” ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่ง “ของดี” ซึ่งเกิดจากฝีมือการทำของ “เต็กกอ”จนกลายเป็นอาชีพหลัก สามารถเลี้ยงดูลูก-หลาน ให้ได้รับการศึกษาตามความถนัดชนิดไม่น้อยหน้าใคร แม้จะเริ่มต้นจากโรงงานขนาดเล็กอยู่ในห้องแถว แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์และความอุตสาหะ กิจการของชายผู้นี้ จึงเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันนอกจากโรงงานจะขยายกำลังการผลิตมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวที่บรรดาทายาท นำไปต่อยอด กระจายอยู่ตามทำเลต่างๆในจังหวัดนครปฐม สร้างจุดยืน ต้องแตกต่าง กระทั่งปี 2541คุณหน่อง-สมศักด
ในช่วงเวลาแห่งความเร่งรีบ “ก๋วยเตี๋ยว” ดูเหมือนจะเป็นอาหารที่ตอบสนองได้ดีที่สุด และไม่เพียงเท่านั้น ยังตอบสนองได้ดีกับทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับอาชีพ เพราะไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหน เวลาใด คุณสามารถหาก๋วยเตี๋ยวทานได้ไม่ยาก เส้นทางเศรษฐีเล่มนี้จะชวนท่านผู้อ่านไปชิมก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง เป็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาที่สามารถทำได้หลายเมนู ทั้งแบบธรรมดา ต้มยำ หรือแม้กระทั่งเย็นตาโฟ โดยมีเส้นให้เลือกทุกชนิดตามมาตรฐาน ทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ บะหมี่ อีกทั้งยังเป็นร้านที่เจ้าของเอาใจใส่ดูแลความอร่อยเต็มที่ด้วยการลงทุนทำเครื่องปรุงทุกชนิดด้วยตัวเอง ตำเอง โขลกเอง พร้อมกับนำวัตถุดิบสำหรับปรุงที่ได้คุณภาพมาใช้ นอกจากความโดดเด่นของรายการก๋วยเตี๋ยวแล้ว ภายในร้านยังตกแต่งออกแบบเป็นแนวย้อนยุครุ่นคุณปู่ที่ประดับประดาไปด้วยรูปภาพดารา ศิลปินนักแสดงของไทยที่โด่งดังในยุคนั้น พร้อมกับของใช้โบราณหลายชนิดจัดวางเรียงรายไปกับบรรยากาศที่เปิดโล่ง เพื่อให้คุณได้ทานก๋วยเตี๋ยวแบบสบาย สบาย แต่ที่น่าตกใจมากกว่านั้นอีกตรงที่ราคาขายก๋วยเตี๋ยวร้านนี้กลับเท่ากับราคาปกติตามร้านทั่วไป!! ร้านก๋วยเตี๋ยวแนวคลาสสิกย้อนยุคนี้มีชื่อว่า “S
ที่ตำบลอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี มีร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนี่งที่ชาวบ้านต่างร่ำลือถึงรสชาติที่เข็มข้น ด้วยสูตรก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ ด้วยความเผ็ดร้อน ของพริกกะเหรี่ยงแท้จากชาวกะเหรี่ยงแถบอำเภอสวนผึ้ง ที่เป็นสูตรจากการคิดค้น ลองผิดลองถูกกว่า 2 ปี จนได้รสชาติที่ไม่เหมือนใคร จนเป็นที่ถูกปากของนักเดินทางและกลุ่มผู้ใช้แรงงาน โดยร้านนี้ยังใจป้ำ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ขายเพียงชามละ 10 บาท แถมด้วยบริการน้ำดื่มฟรี แบบเย็นๆ ดับความร้อนของรสชาติเผ็ดอีกด้วย นอกจากจะรสชาติที่เข้มข้นด้วยความเผ็ดของพริกกะเหรี่ยงสดแท้แล้ว ที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าที่นั่งทานก๋วยเตี๋ยว คือ ร้านนี้จะมีเมนูพิเศษเสิร์ฟก่อนด้วยการแจกหนังสือธรรมมะให้นั่งอ่านศึกษาธรรมในระหว่างนั่งรอด้วย และหากใครที่ต้องการนำกลับบ้านเจ้าของร้านก็แจกฟรีแถมกลับไปอีกด้วย ส่วนใครที่ชอบทำบุญก็สามารถร่วมทำบุญตามกระป๋องสังฆทานจากวัดต่างๆ ที่นำมาฝากบอกบุญกับทางร้าน จนทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ขึ้นชื่อว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ดุ รสพระธรรม 10 บาท” นางปารณีย์ สีวะรา อายุ 54 ปี เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่า เดิมเป็นนักธุรกิจอิสระ จบอนุปริญญาสาขาอิเล็กทรอนิกส์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าวัดโพธิญาณ ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ชื่อร้าน “นายเทียน ก๋วยเตี๋ยวเซียมซี” ได้สร้างจุดขายเก๋ไก๋น่ารักแตกต่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือทั่วไป คือมีการเสี่ยงทายเซียมซีจากใต้ชามก๋วยเตี๋ยวของลูกค้า สร้างความสนใจให้กับลูกค้าที่เข้ามารับประทานก๋วยเตี๋ยว โดยเจ้าของร้านคือ ร.ต.ท.สมหมาย เมตตา เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจังหวัดพิษณุโลก เมื่อเห็นบรรยากาศภายในร้านพบว่า ลูกค้าต่างพากันสั่งก๋วยเตี๋ยวกันอย่างคึกคัก บางรายรีบลุ้นยกชามดูเลขด้านใต้ ตั้งแต่พนักงานนำก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟลงที่โต๊ะ บางรายนั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวจนหมดก่อนถึง 1-2 ชาม แล้วยกชามก๋วยเตี๋ยวเพื่อดูเลขเซียมซีใต้ชามอีกครั้งหนึ่ง เมื่อได้เลขก็จะลุกไปลุ้นหยิบใบเซียมซีอ่าน ทำให้บรรยากาศภายในร้านเป็นไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่มารับประทาน ร.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า ตนมีอาชีพเป็นตำรวจสันติบาลพิษณุโลก โดยได้ร่วมทุนกับน้องชาย ซึ่งเดิมเคยเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว แต่ช่วงนั้นได้ปรับเปลี่ยนไปทำงานอย่างอื่น จึงเลิกขายก๋วยเตี๋ยวไประยะหนึ่ง แต่ช่วงนี้น้องชายได้กลับมาอยู่บ้านที่
