ขายของออนไลน์
ป้ายบอกราคา เรื่องสำคัญ ที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจ หากไม่อยาก เสียทั้งลูกค้าและโอกาสขาย! ค้าขายกันในยุคนี้ “ป้ายราคา” คือ สื่อกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เราไม่อยู่ในยุคไถ่ถามราคากันแล้ว แต่ผู้ซื้อ อยากรู้ “ราคา” ถ้ารู้สึกสนใจสินค้า ดังนั้น ป้ายราคา จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง สมัยก่อน สนใจต้องถามราคา คนขายบอกมา คนซื้อต่อรอง เดี๋ยวนี้คนซื้อเริ่มชินกับการซื้อของบนห้าง หรือร้านสะดวกซื้อ ไม่ต้องต่อรอง เพราะไม่มีพนักงานคนไหนลดราคาให้ หรือซื้อของออนไลน์ ราคาก็เป็นไปตามที่ระบุ ระบบทำงานให้ ไม่มีใครมาต่อรองด้วย “ป้ายราคา” จึงสำคัญมาก ในมุมมองทางกฎหมาย เขายังมองว่า นี่คือ สิทธิพื้นฐานที่ผู้บริโภค ควรได้รับรู้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ตรงไปตรงมา ด้วยการบอกราคาที่ชัดเจน ไม่ต้องคอยมาถาม แล้วเสียเวลามาบอกกันทีหลัง เรื่องนี้มีบทบัญญัติทางกฎหมายชัดเจน ระบุไว้ใน พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ที่ระบุไว้ว่า ผู้จำหน่ายสินค้าและบริการ ต้องปิดป้ายแสดงราคาและค่าบริการอย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้นมีโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 บาท เช่นเดียวกับการซื้อของออนไลน์ ถ้าพบร้านที่ไม่เปิดเผยราคาของสินค้าหรือบริก
อีคอมเมิร์ซแข่งกันดุ! How To เพิ่มยอดขายออนไลน์ อย่างมีประสิทธิภาพ ที่พ่อค้าแม่ขายต้องรู้ ตลาดอีคอมเมิร์ซ หรือ การซื้อขายออนไลน์ มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ถือเป็นขุมทรัพย์การค้าของพ่อค้าแม่ขายที่หากใครไม่ได้ขายออนไลน์แล้ว คงเสียดายน่าดู นั่นจึงทำให้การแข่งขันสูงขึ้นตามมา เว็บไซต์ Amazon ได้เผย เทคนิคการเพิ่มยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ได้นำไปปรับใช้พัฒนาการขาย โดยแยกเป็นหัวข้อหลักๆ ดังนี้ สร้างคำค้นหา (Keyword) 1. ค้นหาคีย์เวิร์ดที่สำคัญ ผู้ขายสามารถศึกษาการเลือกคีย์เวิร์ดที่มีประสิทธิภาพได้ตามอินเทอร์เน็ตและแหล่งความรู้ออนไลน์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขายเลือกตั้งคีย์เวิร์ดได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น 2. คีย์เวิร์ดที่แข่งขันน้อย เนื่องจาก ผลลัพธ์การค้นหาที่ปรากฏขึ้นมีความเป็นไปได้ว่า มีตัวเลือกน้อย หรือมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าเราแต่มีรีวิวที่ไม่ดี ดังนั้น เมื่อสินค้าเราไปอยู่ท่ามกลางสินค้าเหล่านั้น ก็จะมีโอกาสการขายได้มากขึ้นและเพิ่มโอกาสให้สินค้าเราไปอยู่หน้าแรกได้ 3. เลือกคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องที่สุด ผู้ขายต้องตั้งคีย์เวิร์ดที
ภัยไซเบอร์ เป็นเหตุ! ผลสำรวจชี้ ผู้บริโภคระวังการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ภัยไซเบอร์ อาจกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการใช้บริการ B2C E-commerce ซึ่งจากผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการซื้อของออนไลน์ โดยราว 70% ของผู้ตอบแบบสำรวจเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกร้านค้า ช่องทางการชำระเงิน และบริการขนส่งที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบความกังวลหลักของผู้บริโภคใน 3 อันดับ ได้แก่ ความปลอดภัยของข้อมูล โดยเฉพาะการผูกข้อมูลทางบัญชีและข้อมูลส่วนบุคคลกับแพลตฟอร์ม และความปลอดภัยของการชำระเงินผ่านตัวกลางที่ไม่ใช่ธนาคาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปัญหาเรื่องภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอาจไม่มีผลต่อยอดขายของธุรกิจ B2C E-commerce ให้ชะลอลงอย่างชัดเจน โดยสะท้อนจากปริมาณรายการที่ชำระ/โอนเงินผ่านโมบายแบงกิ้งในปี 2565 ยังขยายตัวถึง 43% YoY แต่ภัยไซเบอร์อาจจะส่งผลกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในแง่ของการปรับพฤติกรรมการใช้แพลตฟอร์ม โดยระมัดระวังการซื้อของออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้ ในปี 2566 คาดว่าธุรกิจ B2C E-comm
อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ยกระดับความร่วมมือและจัดโครงการติดปีกสินค้าไทย ขายออนไลน์ข้ามพรมแดนกับ Amazon เพื่อเร่งศักยภาพอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนประเทศไทย อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง (Amazon Global Selling – AGS) กระชับความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเพื่อตอบรับความต้องการผู้ประกอบการไทย และเสริมศักยภาพให้ภาคธุรกิจสามารถได้รับประโยชน์จากโอกาสการเติบโตอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ทั้ง 2 หน่วยงานประกาศเปิดตัวโครงการ ติดปีกสินค้าไทย ขายออนไลน์ข้ามพรมแดนกับ Amazon (Thailand Business Accelerator) ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนให้กับเจ้าของแบรนด์จากประเทศไทย โครงการบ่มเพาะธุรกิจนี้จะช่วยให้เจ้าของแบรนด์กว่า 100 รายเริ่มต้นขายสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนกับอเมซอนได้ในปี พ.ศ. 2566 อีกทั้งส่งทีมงานอเมซอนเข้าร่วมโรดโชว์ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดขึ้นทั่วประเทศ งานวิจัยล่าสุดโดย AlphaBeta เผยถึงมูลค่าภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตถึง 664,000 ล้านบาท ภายใน พ.ศ. 2570 หาก
ปลดล็อกสกิลการขายบน TikTok Shop ให้ปัง! ด้วย Shopping Center ผู้ช่วยร้านค้าปั้นยอดทะลุเป้า เมื่อเอ่ยถึง TikTok นอกจากเป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงชั้นนำระดับโลก ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์และมอบความสุขให้กับผู้คนแล้ว ยังเป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าตัวเล็กๆ ได้เติบโตเป็นร้านที่แข็งแกร่งแบบก้าวกระโดด ผ่านช่องทางการขายบน TikTok Shop และเพื่อช่วยร้านค้าออนไลน์ให้ขายดีกว่าเดิม TikTok Shop ได้เปิดตัว Shopping Center ที่เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าได้ช้อปปิ้งแบบจุใจครบจบในที่เดียว สะดวกกับลูกค้าขนาดนี้ แล้วผู้ขายอย่างเราจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ขายดีกว่าเดิมหรือเปล่า ถ้าอยากใช้งานต้องทำอย่างไร เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวบรวมรายละเอียดมาให้แล้ว Shopping Center คืออะไร พ่อค้าแม่ค้าได้ประโยชน์อะไรนะ Shopping Center ของ TikTok Shop ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าปลดล็อกโอกาสของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นศูนย์รวมร้านค้าชั้นนำมากมายที่ผู้ใช้สามารถค้นพบโปรโมชัน สินค้าหลากหลาย ตลอดจนการจัดการคำสั่งซื้อทั้งหมดอย่างง่ายดายในที่เดียว โดยปุ่ม ‘ช้อป’ ของ Shopping Center จะอยู่ด้านข้างปุ่ม Home เพื่อเพิ่มความสะดวก
เวลาโกยยอดขายช่วงต้นปี! ด้วย 8 เทคนิคเร่งยอดขายสินค้าออนไลน์ หากต้องการจะให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มยอดขายปังๆ ในช่วงปลายปี เว็บไซต์ PostFamily ได้แชร์ 8 เทคนิคที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ นำไปปรับปรุงและปรับใช้ ให้โกยรายได้ช่วงปลายปี มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น ดังนี้ 1. ดูแลสุขภาพบัญชีสม่ำเสมอ หมั่นปรับปรุงดูแลบัญชีร้านค้าให้มีสุขภาพแข็งแรง ปัจจุบันมีเครื่องมือที่หลากหลาย มาเป็นตัวช่วยตรวจสุขภาพธุรกิจ และสอดส่องปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น สินค้าไปไม่ถึงผู้ซื้อภายในเวลาอันควร ซึ่งมันฉลาดถึงขั้นบอกได้ว่าปัญหานี้เกิดขึ้นในพื้นที่ใดของโลกด้วย ทำให้ผู้ค้าแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้ทันท่วงที 2. Listing ถูก ทราฟฟิกเพิ่ม ควรลงรายละเอียดตัวสินค้าให้ถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง เรียกว่าทำทุกอย่างให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรก ไม่ทำ Listing ซ้ำซ้อน เพราะทำให้ผู้ซื้อเกิดความสับสน และหมดอารมณ์ที่จะซื้อ การเขียนคำบรรยายให้ตรงปก และระบุประเทศที่ส่งสินค้าตามจริง จะช่วยให้ระบบหาสินค้าของผู้ค้าเจอได้ง่ายขึ้น และไม่เสียโอกาสในการขาย 3. ขายอย่างแม่นกฎ สินค้าอย่าง มีด ปืน ต้นไม้ เวชสำอาง ฯลฯ มีกฎระเบียบเข้มงวดในการลงขาย เพรา
โบกมือลางานประจำ! สาวเจนวาย มี จ๊อปูไส้ทะลัก เป็นอาวุธหาเงินแสน เพราะที่บ้านมีธุรกิจขายอาหารทะเลแปรรูปอยู่แล้ว เมื่อหมดไฟจากงานประจำ การได้กลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัวจึงเริ่มขึ้น คุณเปิ้ล-อารยา สุรธชเศรษฐกุล วัย 26 ปี เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า บ้านของเธอทำธุรกิจขายอาหารทะเลแปรรูป เช่น หอยจ๊อ ปูแกะ ปูดอง ฯลฯ ที่จังหวัดชลบุรี มานานกว่า 30 ปี เน้นขายส่งให้ร้านอาหารและแม่ค้าคนกลางเป็นหลัก เมื่อเรียนจบจึงได้นำสินค้าของครอบครัวมาขายออนไลน์ และขายในโรงงานที่ทำงานอยู่ คุณเปิ้ลมีสกิลค้าขายติดตัวมาตั้งแต่เด็ก การนำสินค้าของครอบครัวไปขายจึงไม่ใช่เรื่องยาก “ขายสินค้าจากบ้านเราเองไม่ใช่เรื่องยาก ของเราทำสดใหม่ลูกค้าน่าจะชอบ นำมาขายออนไลน์และที่ทำงาน จนคนเริ่มรู้จักและบอกต่อ ขายดีประมาณ 100,000 บาทต่อเดือน บวกกับช่วงนั้นรู้สึกอิ่มตัวกับงานประจำ เลยคิดว่าถ้าออกมาขายของเต็มตัวคงไปได้ไกลกว่านี้ เพราะมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว” เธอบอกต่อว่า การลาออกจากงานเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากเหมือนกัน “บริษัทที่เราทำงานถือว่ามีชื่อเสียง ใครๆ ก็อยากเข้า โบนัสก็ได้เยอะหลักแสนบาท เสียดายเหมือนกั
ค้าขายออนไลน์ต้องรู้! พฤติกรรมนักช้อปไทย ยุคดิจิทัล คอนเทนต์วิดีโอ-แชต ช่องทางต่อยอดการซื้อยอดนิยม วันที่ 18 ตุลาคม 2565 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า ยักษ์แพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กโลก เมตา (Meta) หรือ เฟซบุ๊ก ได้ร่วมกับเบน แอนด์ คอมปะนี สำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคดิจิทัลกว่า 16,000 คน และรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทต่างๆ กว่า 20 คน จาก 6 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม เพื่อต่อยอดรายงานฉบับก่อนหน้า ซึ่งคาดการณ์ว่าภายในปี 2565 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีผู้บริโภคดิจิทัลกว่า 370 ล้านคน ขณะที่จะมีประชากรไทยกว่าร้อยละ 72 เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้ภายในปีนี้ และคาดว่าจะมีผู้บริโภคดิจิทัลในภูมิภาครวมกว่า 402 ล้านคน ภายในปี 2570 และคาดว่าระหว่างปี 2563-2570 ประเทศไทยจะเติบโตขึ้นกว่าร้อยละ 14 แซงหน้าตลาดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และจีน อ้างอิงข้อมูลจากรายงานประจำปี SYNC Southeast Asia โดย Meta และเบน แอนด์ คอมปะนี เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลและอนาคตของอีคอมเมิร์ซ
ขายของออนไลน์ต้องรู้! โฆษณาเกินจริง ผิดทั้งเจ้าของ ทั้งนักรีวิว โดนหลายกระทง เสี่ยงคุกได้! เมื่อคนหันมาค้าขายออนไลน์กันมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันย่อมดุเดือด การจะทำให้ร้านเป็นที่รู้จักและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น ก็ต้อง ทำโฆษณา โปรโมตให้ลูกค้าได้เห็นได้รับรู้ ไม่ว่าจะซื้อ Boots Post หรือ จ้างเหล่านักรีวิวอินฟลูเอนเซอร์ ให้มารีวิวสินค้า แต่หาก โฆษณาเกินจริง ก็เสี่ยงติดคุก ได้นะ โดยเพจ ตำรวจสอบสวนกลาง ได้โพสต์เตือนเหล่าผู้ประกอบการค้าออนไลน์เกี่ยวกับการโฆษณาเกินจริงไว้ว่า การโฆษณาขายสินค้าทางออนไลน์ ที่มีการระบุข้อมูลสรรพคุณกล่าวอ้างอันเป็นเท็จ หรือโอ้อวดเกินจริง เข้าข่ายเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค ทั้งในส่วนของเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่รับงานรีวิวสินค้า จะถือว่ามีความผิดตาม – พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ม.22 ประกอบ ม.47 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ – พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.14 ฐาน “นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์” มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ – หากเป็นสินค้าจำพวกอาหารเสริม หรือเ
ขายออนไลน์ต้องรู้! ปัจจัยอะไรบ้าง ที่ทำให้ลูกค้า เห็นสินค้า ของคุณ การค้าขายสินค้าออนไลน์ เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ยิ่งมีการใช้บริการมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีผู้ที่สนใจเข้ามาเล่นในตลาดเยอะขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้ผู้เล่นหรือผู้ขายในตลาดสินค้าประเภทเดียวกันมีมากขึ้น แล้วเจ้าของแบรนด์หรือเจ้าของร้านเคยสงสัยไหมว่า ทั้งๆ ที่สินค้าเหมือนกัน แต่ทำไมลูกค้าไม่มาซื้อของที่เรา? นั่นเพราะลูกค้า อาจไม่เห็น สินค้าในร้านของคุณ โดย เว็บไซต์ AMAZON ได้เผยว่า ปัจจัยที่ทำให้ลูกค้า เห็นสินค้าของร้านหนึ่งๆ ได้นั้น มาจาก 1. สินค้าที่มีประวัติ Sales History ที่ดี 2. สินค้าที่มียอดขายสม่ำเสมอ (Sales Velocity) 3. สินค้าที่มี Sales Conversion ที่ดี 4. สินค้าที่มีการใช้โฆษณา เช่น Sponsored Product 5. สินค้าที่มีคีย์เวิร์ดตรงตามความต้องการของลูกค้า
