ข้าราชการ
พระราชโองการ ปลดขรก.ในพระองค์ฝ่ายทหาร มีภรรยาแล้วไปมีสัมพันธ์กับภรรยาผู้อื่น วันที่ 1 มี.ค. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง ให้ปลดข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารออกจากราชการและถอดออกจากยศทหาร ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ปลดข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารออกจากราชการและถอดออกจากยศทหาร อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการ และการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ปลดข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารออกจากราชการและถอดออกจากยศทหาร ดังนี้ ร้อยตรี ชัด บุญเรือน ตําแหน่ง รักษาราชการ ผู้บังคับตอนปฏิบัติการที่ 2 หมวดปฏิบัติการที่ 1 หมวดมาตรฐานงานฝ่ายในพระบรมมหาราชวัง กองร้อยราชสํานักที่ 2 เขตพระราชฐานชั้นในและชั้นกลาง กองพันราชสํานัก กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็ก รา
ข้าราชการหนุ่ม เลี้ยงไก่ดำมองโกเลีย เป็นอาชีพเสริม เพิ่มยอดขายผ่านออนไลน์สร้างรายได้ดี ปัจจุบันกระแสการเลี้ยงไก่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับคนไทย เนื่องจากมีไก่ให้เลือกเลี้ยงได้มากมายหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นไก่พื้นเมือง ไก่งวง ไก่ต๊อก ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ฯลฯ หรือแม้กระทั่งไก่ดำมองโกเลีย ไก่ดำสายพันธุ์มองโกเลีย เป็นไก่ที่มีลักษณะไม่แตกต่างจากไก่ทั่วไปเท่าใดนัก แต่มีเอกลักษณ์อยู่ที่มีสีดำทั้งตัวคือ เนื้อสีดำ กระดูกสีดำ หรือแม้แต่เครื่องในก็ยังเป็นสีดำ ซึ่งไก่ดำที่เลี้ยงในบ้านเราจะเป็นไก่ดำเลือดผสม เพราะมีการเลี้ยงกันมาค่อนข้างนาน จึงอาจทำให้มีการผสมข้ามสายพันธุ์ได้ตลอดเวลา คุณยงยุทธ ใหม่ตา คุณยงยุทธ ใหม่ตา อยู่บ้านเลขที่ 242 หมู่ที่ 5 ถนนท่าวังผา-เชียงคำ ตำบลริม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีความชื่นชอบในไก่ดำมองโกเลีย ถึงแม้ว่าเขาจะมีงานประจำที่ทำอยู่ก็ตาม ก็ได้นำไก่ดำชนิดนี้มาเลี้ยงภายในบริเวณบ้าน จนเป็นงานอดิเรกยามว่างที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว การเลี้ยงไก่ เป็นสิ่งที่ชอบตั้งแต่เด็ก คุณยงยุทธ ชายหนุ่มอารมณ์ดีอัธยาศัยยิ้มแย้ม เล่าให้ฟ
‘กทม.’ รวยมาก ใช้เงิน 2.5 พันล้าน แจกโบนัส ‘ขรก.-ครู-ลูกจ้างกทม.’ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้เห็นชอบอัตราการจัดสรรเงินรางวัล ประจำปี 2561 ให้กับข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน ตามแนวทางการจ่ายเงินรางวัลระดับบุคคล ในอัตรา 1.5 เท่าของเงินเดือน และอัตรา 1.4 เท่าของเงินเดือนตามลำดับ สำนักงบประมาณ (สงม.) ได้สรุปจำนวนเงินที่หน่วยงาน ส่วนราชการ เสนอขอจัดสรรเงินรางวัลประจำปี 2561 รวมทั้งสิ้น 2,565,129,310 บาท แบ่งเป็น ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,870,753,960 บาท และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร และลูกจ้างกรุงเทพมหานคร จำนวน 694,375,350 บาท ทั้งนี้ได้จ่ายเงินรางวัลให้กับสำนักและส่วนราชการในสังกัด จำนวน 19 หน่วยงาน รวม 905,287,680 บาท ประกอบด้วย 1. สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร 2,996,270 บาท 2. สำนักงานเลขานุการผู้ว่าฯกทม. 3,832,500 บาท 3. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการและบุคลากรของกรุงเทพมหานคร (สำนักงานก.ก.) 8,362,150 บาท
ขรก.บำนาญคลังประจวบฯ เดือด! ท้าอธิบดีบัญชีกลางใช้เดือนละ ‘9พัน’ พอไหม เมื่อวันที่ 22 กันยายน นายวิรัช หิรัญญะเวช อายุ 76 ปี อดีตหัวหน้าสำนักงานคลัง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยถึงกรณีที่น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลางให้ข่าวทำนองว่าไม่เห็นด้วยกับกรณีที่สหพันธ์ข้าราชการบำนาญแห่งประเทศไทย เสนอให้มีการปรับขึ้นเงินบำเหน็จเพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ โดยอธิบดีกรมบัญชีกลางเห็นว่าข้าราชการบำนาญไม่ได้ทำงาน แต่ได้เงินมากกว่าคนจนเยอะ แล้วจะเรียกร้องให้มีการเพิ่มเงินบำนาญไปทำไม ว่า เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องให้เพิ่มเงินบำนาญให้กับผู้เกษียณอายุราชการเพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน แต่คาดว่าคงมีปัญหาจากผู้บริหารกระทรวงการคลัง โดยอ้างว่าการเพิ่มเงินบำนาญจะต้องสอดคล้องกับการเพิ่มเงินเดือนให้กับข้าราชการ ซึ่งอาจมีผลกระทบกับสถานะการเงินการคลังของประเทศ ขณะเดียวกันยอมรับว่าเพื่อนข้าราชการบำนาญทั่วประเทศไม่พอใจการให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นของอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นอย่างมาก หลังจากเปรียบเทียบข้าราชการบำนาญมีรายได้เดือนละ 2 หมื่นบาท กับผู้ใช้แรงงานที่ได้รับค่าแรงขั้นต่ำเดือนละ 9,000 บาท ล่าสุด
กรมบัญชีกลางโต้กลับ! “ขรก.” เรียกบำนาญเพิ่ม เผยได้มากกว่า “ผู้ใช้แรงงาน” เสียอีก จากกรณีสหพันธ์ข้าราชการบำนาญแห่งประเทศไทย โดยนายชัยวัฒน์ อุดอิ่นแก้ว เลขาธิการฯ เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ต่อนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่สอง เพื่อ เสนอร่างพ.ร.บ.บำเหน็จบำบาญ โดย ขอให้สนช.สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณา เพื่อทำให้ข้าราชการบำนาญมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีเข้าราชบำนาญสังกัดทุกประเทศ จำนวน 654,634 คน ได้รับความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่เงินบำนาญเท่าเดิม ทำให้รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย โดยข้าราชการบำนาญถือเป็นคนจนรุ่นใหม่ ได้เงินบำนาญเดือนละ 20,000 บาท หักค่าใช้จ่ายอื่น เหลือ 18,000 บาทต่อเดือน ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพนั้น เมื่อวันที่ 21 กันยายน น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่ามีการขอเรื่องแก้ไขบำนาญให้สูงขึ้น ซึ่งในการปรับบำนาญนั้นมีการประกันไว้ว่าต้องได้รับเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ 9,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นคนที่ได้รับบำนาญ 2 หมื่นบาทต่อเดือนถือว่าเกินว่าที่รัฐบาลประกันไว้แล้ว และเกินกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ซ
จากกระแสความนิยมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ชอบกินต้นอ่อนผักชนิดต่างๆ รวมทั้งกระแสรักสุขภาพที่เกิดขึ้น ทำให้คนหันมากินและเลือกซื้อหาผักออร์แกนิก ผลไม้ไร้สารพิษกันมากขึ้น คุณรติรัตน์ นุชนารถ หรือ คุณน้อง วัย 55 ปี ก็เช่นกัน ชอบรับประทานผักบุ้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บังเอิญเพื่อนคนหนึ่งซื้อต้นอ่อนผักบุ้งมาฝากเพราะเห็นว่าชอบ เลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่าทำไมถึงไม่เพาะเพื่อกินเอง และคิดว่าเพาะเองก็คงไม่ยาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็เพาะต้นอ่อนทานตะวันอยู่ก่อนแล้ว จึงได้ตัดสินใจเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง เริ่มแรกๆ ที่เพาะ ก็ไม่ได้ผลดีมากนัก กว่าจะเรียนรู้เทคนิคและวิธีการปลูกที่ได้ผลดี ลองผิดลองถูกมาใช้เวลาพอสมควร โดยอาศัยการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตเป็นตัวช่วย ปัจจุบัน คุณรติรัตน์ มีอาชีพเป็นข้าราชการ แต่เพาะต้นอ่อนผักบุ้งขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งเธอจะนำต้นอ่อนผักบุ้งไปขายช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และทำส่งให้กับแม่ค้าคนกลางรายหนึ่ง ตามแต่ออเดอร์ที่สั่งมา คนกลางจะรับไปขายอีกต่อหนึ่งตามงานแสดงสินค้าเกษตรบ้าง ออกบูธตามห้างสรรพสินค้าบ้าง เนื่องจากคนที่มารับไปเป็นสมาชิกเกษตร ซึ่งเขามีแหล่งขายอย
นายร่มไม้ นวล ตาเกษตรจังหวัดสกลนคร เปิดเผยว่า จากการที่ได้ลงพื้นที่และสนับสนุนเกษตรกร เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือ มีเกษตรกรหลายรายที่ เดิมเคยไปทำธุรกิจอื่น แต่ล้มเหลวแทบหมดตัว แต่เมื่อหันมาน้อมนำเอาแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ทำให้ชีวิตกลับพลิกฟื้นขึ้นมา สามารถมีรายได้ และเป็นแบบอย่างของอีกหลายคน คือนายวงค์สถิตย์ โมราราษฎร์ ศิริวัฒน์ฟาร์ม ต.โพนแพง อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร เกษตรกรชาวจังหวัดสกลนคร ลาออกจากข้าราชการครูไปประกอบธุรกิจแต่พบความล้มเหลวถึงขั้นหมดตัว จึงหันมาทำการเกษตร ที่สร้างรายได้ สร้างชีวิตใหม่ และยังแบ่งปันความรู้สู่เกษตรกรรายอื่น นายวงศ์สถิตย์ โมราราษฎร์ วัย 60 ปี เกษตรกรบ้านโพนแพง อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร อธิบายหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เกษตรกรผู้สนใจ พร้อมนำชมแปลงสาธิตเกษตรผสมผสานในพื้นที่ 43 ไร่ ที่ใช้เวลากว่า 10 ปีพลิกผืนดินรกร้างให้เป็นสวนที่อดุมสมบูรณ์ อดีตข้าราชการครู เล่าว่า เมื่อ 18 ปีก่อน ลาออกจากข้าราชการครูไปทำธุรกิจ แต่ล้มเหลวหมดตัว ต้องดิ้นรนทุกหนทาง ก่อนหันมาเดินตามรอยพ่อหลวง ใช้ที่ดินผืนสุดท้ายทำการเกษตร ต่อมาขยายพื้นที่ปลูกไม้ผล แต่ประสบปัญหาดินไม่ดี ไ
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต ตามที่ได้มีประกาศสํานักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง จึงเห็นสมควรประกาศ ดังต่อไปนี้ ๑. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา ๓๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป ๒. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์มีกําหนด ๑ ปี ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป สําหรับประชาชนทั่วไป ขอให้พิจารณาดําเนินการตามความเหมาะสม ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ สํานักนายกรัฐมนตรี ที่มา มติชน
