ข้าวเหนียว
ส.โรงสีข้าว ยันไม่กักตุนข้าวเหนียว โก่งราคา เผยข้าวขาดตลาด90% ห่วงชาวนาแห่ปลูกจนล้น วันที่ 23 ส.ค. นายสมศักดิ์ ตังพิทักษ์กุล อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวถึงสถานการณ์ราคาข้าวเหนียวที่พุ่งสูงในขณะนี้ว่า มีสาเหตุมาจากสองปัจจัยหลักคือภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปีนี้และภัยแล้งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน ส่งผลให้ผลผลิตข้าวขาดแคลน เพราะผลผลิตออกมาน้อยทำให้ข้าวเหนียวมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดยมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้นเดือนที่แล้ว ที่ผ่านมาชาวนาที่นำเข้ามาขายให้กับโรงสีก็มีปริมาณน้อยลงและลงสีเองก็ไม่มีสต๊อกข้าวเหนียวเก็บไว้เลย โดยขณะนี้ข้าวเหนียวหายไปจากระบบกว่า 90% จึงเป็นเหตุให้ราคาของข้าวชนิดดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและสถานการณ์ที่ข้าวหายไปจากระบบถึง 90% ก็ไม่เคยเกิดขึ้นนับตั้งแต่ทำธุรกิจโรงสี “สมัยก่อนเวลาโรงสีขายข้าวให้กับยี่ปั๊วจะขายแบบยกคันรถบรรทุกครั้งละ 300 ถุงหรือ 16 ตัน แต่ตอนนี้ต้องแยกขายปลักย่อยครั้งละ10-50 ถุงหรือตามปริมาณที่โรงสีมีในแต่ละครั้ง ผู้ประกอบการยืนยันว่าไม่มีการกักตุนสินค้าเพราะชาวนาก็ไม่มีข้าวมาขายให้โรงสี สาเหตุที่ข้าวเหนียวแพงไม
ภัยแล้งทำพิษ ข้าวเหนียวราคาพุ่ง ตันละ 17,000 บาท คาดปลายปีราคาถูกลง เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากที่มีกระแสข่าวชาวภาคเหนือเรียกร้องภาครัฐควบคุมราคาข้าวเหนียว กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในขอชี้แจงว่า ปัจจุบันสถานการณ์ข้าวเหนียวโดยรวมตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2561 ถึง ส.ค. 2562 ราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาข้าวเปลือกเหนียว และราคาข้าวสารเหนียว โดยราคาข้าวเปลือกเหนียว ปี 2561 เฉลี่ยอยู่ที่ 9,549 บาท/ตัน และทยอยปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 13,900–17,600 บาท/ตัน ณ วันที่ 16 ส.ค. 2562 โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 59.90% (ณ 16 ส.ค.2561 ราคา 9,000 – 10,700 บาท/ตัน) ส่วนราคาข้าวสารเหนียว ปี 2561 เฉลี่ยอยู่ที่ 19,610 บาท/ตัน และทยอยปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 38,500–38,600 บาท/ตัน ณ วันที่ 16 ส.ค. 2562 โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 98.20% (ณ 16 ส.ค. 2561 ราคา 19,400 – 19,500 บาท/ตัน) สำหรับพื้นที่เป้าหมายปลูกข้าวเหนียวปี 2562/63 จำนวน 16.172 ล้านไร่ คาดการณ์ปริมาณผลผลิต ปี 2562/63 อยู่ที่ 6.142 ล้านตัน แต่ทั้งนี้ จากภาวะภัยแล้
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ แถลงหลังการประชุม 3 ฝ่าย โดยกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทนผู้ประกอบการและตัวแทนเกษตรกรโดยสมาคมชาวนา และผู้เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ว่า ที่ประชุมห็นชอบโครงการประกันรายได้ข้าว ในข้าว 5 ประเภทได้แก่ 1. ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาท ความชื้น 15% โดยประกันรายได้ให้ไม่เกินละ 30 ตัน/ครัวเรือน หรือไม่เกิน 40 ไร่ 2. ข้าวเหนียว ประกันที่ตันละ12,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน หรือไม่เกิน 40 ไร่ 3. ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาท ที่ไม่เกิน 40 ไร่ หรือ 14 ตัน 4. ข้าวหอมนอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกิน 40 ไร่ หรือไม่เกิน 16 ตัน 5. ข้าวหอมปทุม ไม่เกิน 11,000 บาท ไม่เกิน 40 ไร่ หรือไม่เกิน 25 ตัน โดยหลังจากนี้จะนำประเด็นดังกล่าวเข้าที่ประชุม หารือ นบข. (คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ) นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนงบประมาณการเบื้องต้นจะหารือในที่ประชุม นบข. โดยให้เกษตรกรชาวนา ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหลังรายงานแจ้งว่า หลักเกณฑ์กลางในการอ้างอิงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำหนดเกณฑ์อ้างอิงโดยประกาศราคาอ้างอิงทุก 15 วัน ส่วนการใช้สิทธิ์และการจ่ายเงินนั้นเกษตรกรทำสัญญา
นายตติย อัครวานิชตระกูล ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ผ่านมาร้านหนูจวบ ศูนย์โอทอปประจวบคีรีขันธ์ ริมถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลเมืองหัวหิน เปิดจำหน่ายข้าวหลามทุเรียนป่าละอู สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรับประทานข้าวหลาม และรสชาติทุเรียนป่าละอู โดยนำจุดเด่นของข้าวหลามที่ผลิตจากข้าวเหนียว ถั่วดำ ผสมกับกะทิจากมะพร้าวทับสะแกที่มีคุณภาพหวานมัน ไม้ไผ่จาก อ.ทับสะแกที่มีเยื่อหนา ผสมกับเนื้อทุเรียนจากบ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ จากนั้นนำมารวมกันแล้วตักใส่กระบอกไม้ไผ่ ใช้วิธีการเผาแบบโบราณ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ข้ามหลามที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในประเทศ ที่มีความหอมของกลิ่นทุเรียน ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ “ หลังจากผลิตได้ไม่นาน ปรากฏว่าก่อนหน้านี้ทุเรียนป่าละอูหมดฤดูกาล ไม้ไผ่เริ่มหากยาก มีราคาสูง แต่ล่าสุดหลังจากมีทุเรียนป่าละอู มีไผ่เพียงพอในการผลิตต่อเนื่อง ศูนย์โอทอปได้ผลิตข้าวหลามจำหน่ายตามปกติ โดยใช้สูตรเดิม มีให้เลือกรับประทาน 2 แบบ ทั้งแบบข้าวเหนียวธรรมดาและ ข้าวเหนียวดำ สำหรับข้าวเหนียวที่นำมาผลิตในขณะนี้ เป็นข
