คนละครึ่ง
หลังจากมีโครงการคนละครึ่งพลัส เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระให้ประชาชน และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ LINE MAN Wongnai ได้อัปเดตถึงสถานการณ์ร้านอาหาร ไว้อย่างน่าสนใจ โดย คุณยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เผยว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ เลือกขายบนแพลตฟอร์มไลน์แมนมากถึง 65% ทำยอดขายคนละครึ่งพลัส มากที่สุดในตลาด 63% เกิดออร์เดอร์รวมกว่า 8 ล้านออร์เดอร์ใน 3 สัปดาห์ และทำให้ยอดขายร้านค้าทั่วประเทศ เติบโตเฉลี่ย 4.2 เท่า นอกจากนี้ ยังช่วย “ร้านเล็ก” (รายได้ต่ำกว่าหมื่นบาทต่อเดือน) ให้เติบโตได้จริง โดยมียอดขายพุ่งถึง 5.9 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ส่วนร้านขนาดกลาง (รายได้มากกว่าหมื่นบาทต่อเดือน) เติบโตขึ้น 2 เท่า อานิสงส์ของโครงการนี้ยังส่งไปถึงไรเดอร์ ช่วยสร้างรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15-25% ตามปริมาณออร์เดอร์ต่อวันที่สูงขึ้น โดยยังพบข้อมูลน่าสนใจ ผลจากคนละครึ่งพลัส ดันยอดขายร้านต่างจังหวัดโตสูง จังหวัดที่ทำผลงานโดดเด่น มียอดขายร้านเติบโตสูงที่สุด เมื่อเทียบกับยอดขายช่วงก่อนโครงการ ได้แก่ จันทบุรี (+9.4 เท่า), หนองบัวลำภู (+9.3 เท่า), อุตรดิตถ์ (+8.9 เท่า),
LINE MAN ตอกย้ำความเป็นแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีอันดับ 1 ของไทยในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ด้วยผลตอบรับที่แรงต่อเนื่องตั้งแต่เปิดโครงการ ล่าสุดเผยยอดออร์เดอร์สะสมทะลุ 2 ล้านออร์เดอร์ภายใน 5 วัน จากผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ และมีร้านอาหารเข้าร่วมบนแพลตฟอร์มแล้วมากกว่า 40,000 ร้านค้า ดันเม็ดเงินหมุนเวียนเกือบ 300 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.00 น. ที่ระบุว่า ยอดใช้จ่ายสะสมผ่านบริการฟู้ดดีลิเวอรีในโครงการคนละครึ่งพลัสอยู่ที่ 419.42 ล้านบาท โดย LINE MAN มียอดขาย 249.74 ล้านบาท ถือเป็นแพลตฟอร์มที่มียอดใช้จ่ายสูงที่สุดในกลุ่มดีลิเวอรี สะท้อนถึงการใช้งานจริงจากประชาชนทั่วประเทศที่เลือกใช้สิทธิผ่าน LINE MAN อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดให้ใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” บน LINE MAN กระแสการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งจากฝั่งร้านอาหารและผู้บริโภค ด้วยจุดเด่นด้านระบบที่ใช้งานง่าย ครอบคลุมพื้นที่ทั่วไทย และมอบประสบการณ์สั่งอาหารที่สะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่า ขณะเดียวกัน LINE MAN ยังคงเดินหน้าสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่
หากพูดถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ หลายคนถึงกับบอกว่าเป็นปี “เผาจริง” ทั้งเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่รายได้ไม่ค่อยขยับตาม ในส่วนของผู้ประกอบการเอง ก็รายได้หด ขายไม่ดีเหมือนแต่ก่อน เรียกได้ว่า ไม่คึกคักอย่างที่ควรจะเป็น ในยุคของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จึงได้มีแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ด้วยการนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งโครงการนี้ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2563 โดยรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งสามารถใช้จ่ายได้ทั้งร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ร้านของชำขนาดเล็ก รวมถึงร้านค้าชุมชน ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในร้านค้ารายย่อย และผู้ประกอบการท้องถิ่น รายละเอียดของโครงการคนละครึ่งแต่ละเฟส โครงการคนละครึ่งดำเนินการมาแล้วทั้งหมด 5 เฟส แต่ละเฟสมีรายละเอียดและงบประมาณแตกต่างกันดังนี้ เฟส 1 (ตุลาคม–ธันวาคม 2563) ผู้ลงทะเบียน 10 ล้านสิทธิ วงเงินสนับสนุน 3,000 บาทต่อคน งบประมาณรวม 30,000 ล้านบาท เพิ่มการจับจ่
หลังจาก ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ได้มีแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือการฟื้นโครงการคนละครึ่ง กลับมาอีกครั้ง นายสรเทพ โรจน์พจนารัช สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เผยว่า จากที่ผ่านมาทางชมรมได้เรียกร้องรัฐบาลชุดก่อนหน้ามาโดยตลอด 2 ปี ให้เร่งออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ โดยเฉพาะ ให้ช่วยทำโครงการคนละครึ่ง แต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ จน ณ วันนี้เศรษฐกิจรากหญ้าเน่ากันหมดแล้ว โครงการคนละครึ่งจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้เกือบทั้งระบบ ทั้งพ่อค้าแม่ขาย ร้านระดับล่างข้างทาง ไปจนถึงร้านระดับ SMEs ที่สำคัญยังช่วยลดค่าใช้จ่ายอาหารให้กับพนักงานออฟฟิศ และบุคคลทั่วไปที่ทำงานเงินเดือนไม่สูงด้วย ซึ่งโครงการคนละครึ่งจะสามารถเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กและข้างทาง ได้อย่างน้อย 1.8-2.5 เท่าจากครั้งที่แล้วที่เคยออกมา และยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันของประชาชนทั่วไปได้อย่างน้อย 15-20% และยังกระจายไปสู่ห่วงโซ่ซัพพลายที่มาต่อธุรกิจร้านอาหารอีกทางด้วย
รีบใช้สิทธิ คนละครึ่ง เฟส 5 ก่อนสิ้นสุดโครงการ 31 ต.ค.นี้ วันที่ 25 ตุลาคม 2565 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการใช้สิทธิมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศปี 2565 ระยะที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 โดยจากข้อมูลสะสม ณ วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม 2565 เวลา 23.00 น. พบว่ามีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 38.24 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสมทั้งสิ้น 41,059.72 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้ 1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 13.15 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสม 5,117.47 ล้านบาท 2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 1.07 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสม 384.54 ล้านบาท 3. โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 24.02 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายรวม 35,557.71 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินท
คนละครึ่ง เฟส 5 เปิดลงทะเบียน รอบเก็บตก 3.09 ล้านสิทธิ 23 ก.ย.นี้ วันที่ 21 กันยายน 2565 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่ง (โครงการฯ) ระยะที่ 5 มีสิทธิคงเหลือประมาณ 3.09 ล้านสิทธิ จากประชาชนกลุ่มที่ได้รับสิทธิแล้ว แต่ไม่ได้มีการใช้จ่ายครั้งแรกภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งกระทรวงการคลังจะนำสิทธิคงเหลือดังกล่าว มาเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรอบใหม่ โดยกระทรวงการคลังจะเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ รอบใหม่ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2565 จนถึงวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2565 ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง หรือ www.คนละครึ่ง.com ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. ประชาชนที่จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และมีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2565 ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 และไม่เคยถูกระงับส
มาแล้ว! คนละครึ่งเฟส 5 เปิดขั้นตอนยืนยัน-ลงทะเบียน เริ่ม 19 ส.ค.นี้ รวม 26.5 ล้านคน โดยจะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ วันที่ 18 ส.ค. 2565 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 จะมีการเปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไปในวันที่ 19 ส.ค.นี้ เป็นวันแรก จนกว่าจะครบจำนวนไม่เกิน 26.50 ล้านสิทธิ แบ่งเป็นประชาชนที่เคยใช้สิทธิโครงการฯ ระยะที่ 4 จำนวน 26.27 ล้านสิทธิ และประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมหรือไม่เคยใช้สิทธิโครงการฯ ระยะที่ 4 จำนวน 2.30 แสนสิทธิ โดยจะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ถึงวันที่ 31 ต.ค. 2565 ทั้งนี้ ประชาชนที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการฯ ระยะที่ 5 กำหนดสามารถลงทะเบียน ดังนี้ 1. กรณีประชาชนที่เคยใช้สิทธิโครงการฯ ระยะที่ 4 สามารถกดยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 5 ผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ได้ทันที ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 2565 เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะต้องเริ่มใช้จ่ายครั้งแรกภายในวันที่ 14 ก.ย. 2565 เวลา 22.59 น. หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิก
เปิดไทม์ไลน์ คนละครึ่ง เฟส 5 ลงทะเบียน-ยืนยันสิทธิ วันไหน เช็กเลย หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการคนละครึ่งเฟส 5 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยทุกระดับมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กับประชาชน โดยโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ภาครัฐร่วมชำระในอัตราร้อยละ 50 ไม่เกิน 150 บาท/คน/วัน หรือไม่เกิน 800 บาทต่อคน สำหรับรายละเอียดการลงทะเบียน หลักเกณฑ์ และไทม์ไลน์การรับเงิน รอบนี้ประชาชนผู้ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการไม่เกิน 26.5 ล้านคน ต้องมีคุณสมบัติ 6 ข้อ 1. สัญชาติไทย 2. อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 3. มีบัตรประจำตัวประชาชน 4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เฟส 3 5. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐ 6. ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่นๆ ของรัฐ หรือฝ่าฝืนมาตรการใดๆ ของรัฐเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ประชาชนที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนดแบ่งเป็น 1. ผู้ที่เคยใช้สิทธิโครงการคนล
แจก 800 บาท! คนละครึ่งเฟส 5 มาอีกแล้ว เริ่ม 1 กันยายนนี้ วันที่ 26 ก.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เสนอ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 โดยจะให้เงินไม่เกินคนละ 800 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ ให้คนจำนวน 26.5 ล้านคน เบื้องต้นได้ประโยชน์รัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตราร้อยละ 50 โดยไม่เกิน 150 บาท/คน/วัน ใช้งบประมาณ 21.2 ล้านบาท ระยะเวลาการดำเนินการ 4 เดือน (ส.ค.-พ.ย. 65) โดยให้สิทธิประชาชนผู้ได้รับสิทธิ ตั้งแต่ 1 ก.ย. – 31 ต.ค. 65 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
จับตา คนละครึ่ง เฟส 5 อาจได้ไปต่อ แต่เปลี่ยนเกณฑ์ใหม่ วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสวนาหัวข้อ “มองเศรษฐกิจโลก สะท้อนเศรษฐกิจไทย” ในงาน BETTER THAILAND 2022 ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2565 ถึงโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ว่า โครงการคนละครึ่งเฟส 5 หรือจะรูปแบบไหนก็แล้วแต่ จะเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ไม่ใช่เป็นการทั่วไป แต่ก่อนเป็นคนละครึ่งแบบวงกว้าง ตอนนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่า ถ้าเศรษฐกิจไปได้ การสร้างรายได้จากการเปิดประเทศ การส่งออกไปได้ อาจจะต้องดูว่ากลุ่มไหน ซึ่งกำลังประเมินอยู่ อาจจะดูเกณฑ์รายได้ เกณฑ์จังหวัด เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้วยังไม่ดีขึ้น “เรื่องการเยียวยาอาจน้อยลง อาจจะมุ่งเน้น มุ่งเป้าในบางส่วนบางจุดมากขึ้น หรือกลุ่มคนบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสินค้าราคาแพงมากขึ้น” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว ด้าน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า ต้องติดตามและประเมินตัวเลขสถานการณ์เศรษฐกิจ การใช้จ่ายด้านอุปโภคบริโภค ไตรมาสแรกปี 65 ประมาณร้อยละ 3.9 ถือว่าใช้ได้ เพราะฉะนั้น ในภาวะที่โควิด-19 คลี่
