จ๊อบไทย
“จ๊อบไทย” เผยเทคนิคลงประกาศงาน “มัดใจคนหางาน” การสรรหาบุคลากรถือเป็นหน้าที่สำคัญของฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ซึ่งการหาพนักงานที่ทั้งมีศักยภาพและเข้ากับบริษัทได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะในทุกวันนี้ไม่ใช่แค่บริษัทเท่านั้นที่มีสิทธิ์เลือกคน แต่คนหางานเองก็สามารถเลือกบริษัทที่คิดว่าเหมาะกับเขาหรืองานที่สนใจและต้องการจริงๆ ได้เหมือนกัน โดยจากฐานข้อมูลของจ๊อบไทยในไตรมาสแรกของปี 2567 พบว่า มีผู้หางานใช้งานแพลตฟอร์มจ๊อบไทยสูงขึ้น 34.78% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ในเดือนมกราคมมีผู้ใช้งานมากกว่า 3.5 ล้านคน และจำนวนบริษัทที่มาลงประกาศรับสมัครงานถึง 17,383 บริษัท (ข้อมูลเฉลี่ยต่อเดือน) แสดงให้เห็นว่าในการสรรหาบุคลากรของบริษัทต้องมีการแข่งขันกันเพื่อดึงดูดให้คนหางานจำนวนมากให้สนใจสมัครงานกับบริษัทนั่นเอง ซึ่งประกาศงานก็เป็นสิ่งแรกที่ทำให้คนหางานจะได้รู้จักกับบริษัทของเรา และยังเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของคนหางานเป็นอย่างมากว่าจะส่งใบสมัครมาสมัครงานกับบริษัทหรือไม่ ดังนั้น ยิ่งเราสามารถเขียนประกาศงานที่มีประสิทธิภาพและน่าสนใจได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการได้รับใบสมัครมากขึ้นเ
งานออนไลน์ ทำที่บ้าน รายได้ดี สมัครยังไง ไม่ให้โดนหลอก? ปัจจุบัน การทำงานออนไลน์ มีประกาศรับสมัครให้เห็นกันอยู่เนืองๆ แม้จะสะดวกที่ทำจากที่บ้าน ไม่ต้องเดินทาง แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกได้เหมือนกันนะ ทั้งหลอกทำงานฟรี หลอกลงคอร์สเสียเงินอบรมก่อนได้ทำจริง เป็นต้น เว็บไซต์ จ๊อบไทย ได้เผยวิธีการป้องกันการโดนหลอกจากโพสต์ประกาศงานบนโลกออนไลน์ ดังนี้ 1. รายละเอียดงานต้องครบถ้วน : สิ่งแรกที่ต้องทำคืออ่านรายละเอียดต่างๆ ในโพสต์ประกาศงานนั้นให้ดี ไม่ว่าจะเป็น ประกาศงานตำแหน่งอะไร มีหน้าที่อะไรบ้าง ชื่อบริษัทหรือร้านค้าอะไร ที่ทำงานตั้งอยู่ที่ไหน ย่านไหน มีสวัสดิการรึเปล่า ใน Job Description หรือรายละเอียดงาน มีเขียนอะไรเพิ่มเติมไหม เงินเดือนเป็นยังไงบ้าง ช่องทางการติดต่อ มีอีเมลที่เชื่อถือได้ หรือมีเบอร์โทรศัพท์ที่เป็นเบอร์สำนักงานไหม เมื่ออ่านจบทั้งหมดแล้วเราควรจะเห็นภาพคร่าวๆ แล้วว่า งานนั้นเป็นงานแบบไหน ถ้ารายละเอียดงานยังคงมีความคลุมเครือ ไม่ชัดเจน อ่านจบแล้วยังงงๆ เหมือนได้ข้อมูลไม่ครบ ก็อย่าเพิ่งไว้ใจประกาศงานนั้นเป็นอันขาด 2. ข้อเสนองานต้องสมเหตุสมผล เราไม่ได้ประโยชน์มากจนเกินจริง : ถ
JobThai เจาะลึก 5 สายงาน ที่เปิดรับมากที่สุด ในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา! ถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 ยังเป็นเหมือนเมฆดำที่ปกคลุมท้องฟ้าโลกธุรกิจอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะมืดมนไปซะหมด เพราะมีธุรกิจหลายกลุ่มที่ยังคงต้องการกำลังคนมาทำงานในช่วงเวลาอันยากลำบากแบบนี้ JobThai จึงรวบรวมข้อมูลเจาะลึก สายงานไหนเปิดรับสมัครมากที่สุดในรอบครึ่งปีที่ผ่านมาให้ได้อ่านกัน ดังนี้ อันดับที่ 1 งานขาย (158,753 อัตรา) อันดับที่ 2 งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ (89,279 อัตรา) อันดับที่ 3 งานช่างเทคนิค/อิเล็กทรอนิกส์ (83,440 อัตรา) อันดับที่ 4 งานธุรการ/จัดซื้อ (43,574 อัตรา) อันดับที่ 5 งานวิศวกร (40,697 อัตรา) หากคุณเป็นคนที่ทำงานและกำลังวางแผนจะเปลี่ยนงาน ตัวเลขเหล่านี้คือปัจจัยที่จะช่วยให้คุณเอามาพิจารณาเพื่อตัดสินใจได้ว่า คุณควรจะกอดงานประจำที่ทำอยู่ตอนนี้เอาไว้และรอจังหวะที่ใช่ หรือส่งใบสมัครเพื่อก้าวออกไปเติบโตในบริษัทอื่นๆ ต่อไป
จ๊อบไทย เปิด 5 สายงาน ที่มีการเปิดรับมากที่สุด ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 โลกการทำงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน โดยมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับตลาดแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดทำให้เกิดนวัตกรรม เกิดอาชีพใหม่ๆ ตลอดจนปัญหาระบบการศึกษา ที่ไม่สามารถผลิตคนได้ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับตลาดแรงงานเป็นวงกว้าง คุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทย (JobThai) ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหางาน สมัครงาน และหาบุคลากรออนไลน์ เปิดเผยถึงข้อมูลการหางาน สมัครงาน จากการรวบรวมข้อมูลในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 พร้อมวิเคราะห์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับตลาดแรงงานไทย พบว่า ในเดือนมกราคม-มิถุนายน 2564 มีผู้ต้องการหางาน สมัครงาน เพิ่มขึ้นกว่าปี 2563 โดยมีผู้ใช้งานสะสมมากกว่า 13 ล้านคน เติบโตขึ้น 17% และมีการสมัครงาน 9.6 ล้านครั้ง เติบโตขึ้น 8% ด้านองค์กรมีการเปิดรับพนักงานรวมทั้งหมด 772,145 อัตรา เพิ่มขึ้น 13.70% ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาหลายองค์กรมีการเปิดรับบุคล
จ๊อบไทย เปิด 5 ประเภทธุรกิจ ที่มีความต้องการแรงงานมากที่สุด ใน 6 เดือนแรกของปี 64 คุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทย (JobThai) ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหางานสมัครงาน และหาบุคลากรออนไลน์ เปิดเผยถึงข้อมูลการหางาน สมัครงาน จากการรวบรวมข้อมูลในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน มีดังนี้ 1. ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม 66,977 อัตรา องค์กรที่มีความต้องการแรงงานมากในธุรกิจนี้ เช่น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม อาหารสำเร็จรูป อาทิ อาหารกระป๋อง และอาหารแช่แข็งเพื่อการส่งออก, บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โคคา-โคล่า และผลิตภัณฑ์อื่นๆ 2. ธุรกิจยานยนต์/ชิ้นส่วนยานยนต์ 57,390 อัตรา องค์กรที่มีความต้องการแรงงานมากในธุรกิจนี้ เช่น บริษัท ท็อปเบส์ท จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนโครงสร้าง ตัวถัง ประกอบรถโดยสารและตัวถังรถบรรทุกและจัดจำหน่ายรถโดยสารและรถบรรรทุกเพื่อการพาณิชย์, MAXXIS INTERNATION
จบใหม่ควรรู้ เปิดซอฟต์สกิล ที่องค์กรมองหา จากคนทำงานในยุคโควิด จากข้อมูล จ๊อบไทย เว็บไซต์หางานยอดนิยมในปัจจุบัน ที่ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นเรื่องโลกการทำงานที่เปลี่ยนไปในยุค Post COVID-19 Pandemic จากคนทำงานและความคิดเห็นขององค์กรทั่วประเทศ พบว่าซอฟต์สกิล (Soft Skills) ที่องค์กรมองหาจากคนทำงานหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อันดับ 1 ความสามารถในการเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ 49.6% อันดับ 2 ความสามารถในการทำงานเชิงรุก (Proactive) 49.1% อันดับ 3 การจัดลำดับความสำคัญของงาน 47.6% อันดับ 4 การสื่อสารและการถ่ายทอดข้อมูล 45.3% อันดับ 5 การบริหารเวลา 44.0%
เปิดโพล 5 อันดับสายงาน ที่องค์กรอ้าแขนเปิดรับมากที่สุด นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย (JobThai) กล่าวว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับภาพรวมตลาดแรงงาน จากการรวบรวมและวิเคราะห์ฐานข้อมูลงานในจ๊อบไทยแพลตฟอร์ม เพื่อรายงานสถานการณ์ความต้องการแรงงานและพฤติกรรมความต้องการของผู้สมัครงานทั่วประเทศ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 พบว่า 5 สายงานที่องค์กรเปิดรับมากที่สุด มีดังนี้ อันดับ 1 ช่างเทคนิค – คิดเป็น 10.3% อันดับ 2 ขาย – คิดเป็น 9% อันดับ 3 ผลิต/ควบคุมคุณภาพ – คิดเป็น 7.9% อันดับ 4 วิศวกร – คิดเป็น 5.8% อันดับ 5 ธุรการ/จัดซื้อ – คิดเป็น 5.7%
เปิดสายงานเนื้อหอม 5 อันดับยอดนิยม ที่มีอัตราการแข่งขันสูง ในช่วงโควิด-19 นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย (JobThai) เผยว่า การรวบรวมและวิเคราะห์ฐานข้อมูลงานในจ๊อบไทยแพลตฟอร์ม เพื่อรายงานสถานการณ์ความต้องการแรงงานและพฤติกรรมความต้องการของผู้สมัครงานทั่วประเทศ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 พบว่า 5 สายงานยอดนิยมที่มีอัตราการแข่งขันสูง มีดังนี้ 1.นำเข้า-ส่งออก มีการแข่งขันอยู่ที่ 10.2 คน ต่อ 1 อัตรา ถือเป็นงานที่มีอัตราการแข่งขันสูงที่สุด 2.บุคคล/ฝึกอบรม โดยมีการแข่งขันอยู่ที่ 9.9 คน ต่อ 1 อัตรา 3.เลขานุการ การแข่งขันอยู่ที่ 9.4 คน ต่อ 1 อัตรา 4.วิทยาศาสตร์/วิจัย การแข่งขันอยู่ที่ 8.2 คน ต่อ 1 อัตรา 5.วิเคราะห์/เศรษฐศาสตร์ การแข่งขันอยู่ที่ 7.2 คน ต่อ 1 อัตรา
สายงานท็อป 5 ที่องค์กรเปิดรับนักศึกษาจบใหม่มากที่สุด มีอะไรบ้างนะ เป็นที่ทราบกันดีว่า สภาพเศรษฐกิจในปี 2563 นี้ผันผวนเป็นอย่างมาก ผนวกกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้อัตราการจ้างงานในธุรกิจต่างๆ มีเปอร์เซ็นต์ลดน้อยลงไปอีก ยิ่งกับนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ในปีนี้ด้วยแล้ว ก็ต้องเผชิญหน้ากับภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีสายงานองค์กรอีกไม่น้อย ที่ยินดีจะจ้างและเปิดรับนักศึกษาจบใหม่ ให้เข้าทำงาน โดย จ๊อบไทย ได้เผย 5 อันดับ สายงานที่องค์กรเปิดรับนักศึกษาจบใหม่ปริญญาตรีมากที่สุด ได้แก่ อันดับ 1 งานการขาย คิดเป็น 23.3% อันดับ 2 งานบริการ คิดเป็น 11.8% อันดับ 3 ธุรการ/จัดซื้อ คิดเป็น 9.0% อันดับ 4 วิศวกร คิดเป็น 7.2% อันดับ 5 ช่างเทคนิค คิดเป็น 7.1%
เปิดอันดับ 5 องค์กร ที่มีอัตราการเปิดรับสมัครงานมากที่สุด จากการรวบรวมข้อมูลความต้องการแรงงานขององค์กรในจ๊อบไทยแพลตฟอร์ม พบว่า องค์กรมีความต้องการแรงงานในช่วงครึ่งปีแรกรวมกันอยู่ที่ 303,776 อัตรา (เป็นการนับจำนวนอัตราแบบไม่ซ้ำกัน) ซึ่งมีการเปิดรับสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ 124,629 อัตรา แต่ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน การจ้างงานลดลง 16.5% เทียบกับเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นและกระจายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จ๊อบไทย ได้เผยข้อมูลเชิงลึกว่า องค์กรที่มีอัตราการเปิดรับแรงงานมากที่สุด มีอยู่ด้วยกัน 5 อันดับ ได้แก่ อันดับหนึ่ง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อันดับสอง บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) อันดับสาม บริษัท เซ็นทรัลเรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด อันดับสี่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด อันดับห้า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
