ญี่ปุ่น
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมอยากทราบว่า เพราะเหตุใด ญี่ปุ่นจึงสามารถปลูกข้าวได้สูงในระดับต้นๆ ของโลก ผมเคยอ่านหนังสือทำให้ทราบว่า ญี่ปุ่น เคยเป็นลูกค้านำเข้าข้าวจากไทยมาก่อน แต่ปัจจุบันเขาผลิตได้เกินความต้องการแล้ว ช่วยกรุณาอธิบายด้วยครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง พิเชษฐ์ วิวัฒน์พงษ์ Photo by Behrouz MEHRI / AFP ตอบ คุณพิเชษฐ์ วิวัฒน์พงษ์ ญี่ปุ่น เร่งพัฒนาระบบการทำนาอย่างจริงจัง หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง ด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ในธรรมชาติ ญี่ปุ่นตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น ผลผลิตของพืชจะสูงกว่าในเขตร้อน สาเหตุจากอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนมีความแตกต่างกันหลายองศา ซึ่งในฤดูร้อนมีแสงแดดจ้า การสังเคราะห์แสงดำเนินไปเต็มประสิทธิภาพ การสะสมแป้งและน้ำตาลในอัตราที่สูง แต่พอตกกลางคืนอากาศเย็นลง การนำแป้งและน้ำตาลไปใช้ในกระบวนการหายใจจึงอยู่ในอัตราที่ต่ำ ส่งผลให้กระบวนการสะสมอาหารได้มากกว่าในเขตร้อนตามที่กล่าวมาแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งรัฐบาลจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรถือครองที่ดิน รายละ 1 เฮกเตอร์ หรือ 6.25 ไร่ เท่านั้น การทำนาของญี่ปุ่นจึงประณีตมากเป็นพิเศษ เนื่องจากญี่ปุ่นมีอากาศร้อน
ญี่ปุ่นครองแชมป์ลงทุนสูงสุด บีโอไอฟุ้งไตรมาสแรกต่างชาติแห่ขอรับส่งเสริมการลงทุน มูลค่าทะลัก 253% ญี่ปุ่นครองแชมป์ลงทุนสูงสุด – น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงสถิติขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 (ม.ค.-มี.ค. 2562) ว่า มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 387 โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12% มูลค่าเงินลงทุนรวม 128,903 ล้านบาท โดยอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวน 199 โครงการ คิดเป็น 51% ของจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมทั้งหมด มูลค่า 58,803 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของมูลค่าการยื่นขอรับการส่งเสริมทั้งหมด สำหรับประเภทกิจกรรมที่ยื่นขอรับการส่งเสริมมากที่สุด 4 อันดับแรก ได้แก่ กิจการบริการและสาธารณูปโภคจำนวน 129 โครงการ คิดเป็น 33% ของจำนวนโครงการทั้งหมด เงินลงทุนรวม 46,888 ล้านบาท กิจการเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 81 โครงการ เงินลงทุนรวม 22,259 ล้านบาท กิจการผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง จำนวน 65 โครงการ เงินลงทุนรวม 15,258 ล้านบาท และกิจการเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร จำนวน 52 โครงการ เ
เปิด 5 ประเทศที่ต้องการแรงงานไทย เผยอาชีพสุดรุ่งตลาดต่างประเทศตามหา ชี้ภาษาเป็นสิ่งสำคัญ “จ๊อบไทย” เปิด 5 ประเทศต้องการแรงงานไทย เผยงานช่าง วิศวกรรม ไอที ยังรุ่ง รับตลาดแรงงานต่างประเทศ จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลงานที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานต่างประเทศ จากฐานข้อมูลของจ๊อบไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่ามีงานต่างประเทศจำนวนกว่า 1,194 อัตรา โดยมี 5 ประเทศที่มีความต้องการแรงงานไทยไปทำงานด้วยมากที่สุด คือ 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 626 อัตรา ตามมาด้วย 2.ญี่ปุ่น จำนวน 240 อัตรา 3.ฟิลิปปินส์ จำนวน 77 อัตรา 4.ไต้หวัน จำนวน 40 อัตรา และ 5.จีน จำนวน 20 อัตรา ซึ่งงานที่ต้องการแรงงานไทยมากที่สุด ได้แก่ งานช่าง วิศวกรรม และไอที ตามลำดับ นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นว่าประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการอาชีพที่น่าสนใจ คือ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีสังคมผู้สูงอายุอยู่จำนวนมาก นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย (JobThai) กล่าวว่า จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์
นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย ชี้เปิดห้างดองกี้ดีต่อผู้บริโภค มีทางเลือกมากขึ้น แต่กระทบยอดขายค้าปลีกไทยแน่ น้อยใจภาครัฐหนุนต่างชาติดรับสิทธิพิเศษจูงใจลงทุนในไทย ขณะที่จ้องรีดภาษีผู้ประกอบการ ไทย นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวถึงกรณีเปิดตัวดองกี้ ห้างค้าปลีกรายใหญ่จากญี่ปุ่นว่า การลงทุนที่เกิดขึ้น เป็นสีสันใหม่ของการ จับจ่ายหรือช็อปปิ้ง โดยเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และเป็นแบบอย่างทางการค้าที่ดีของผู้ประกอบการไทย ซึ่งผู้ประกอบการไทยเองจะต้องตระหนักว่า ถ้าไม่พัฒนาตนเองก็จะไม่สามารถสู้กับทุนขนาดใหญ่ที่เข้ามาได้ ซึ่งทุกครั้งที่มีผู้ประกอบการรายใหม่ๆเข้ามาเปิดกิจการ ยอดขายของห้างร้านท้องถิ่นจะลดลงไม่มากก็น้อย เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่กระทบเลย ผู้ที่แข็งแรงก็กระทบน้อย ผู้ที่อ่อนแอก็กระทบมาก ซึ่งภาครัฐควรต้องเข้ามาดูแล ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นรายเล็กรายน้อย มีแต้มต่อในการแข่งขันอย่างทั่วถึง ซึ่งที่ผ่านมารัฐแจกเงินปีละ 4 หมื่นล้านบาท แต่มีงบประมาณพัฒนาผู้ค้าปลีกเพียงปีละ 10 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่กลุ่มทุนต่างชาติ ได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง ทั้งการเช่าซื้อที่ดินราคาถูก แ
EXIM BANK ลงนามสนับสนุน พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในสกีรีสอร์ตประเทศญี่ปุ่น นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ร่วมกับ นายชายนิด อรรถญาณสกุล (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ลงนามในสัญญาสนับสนุนทางการเงินของ EXIM BANK จำนวน 7,500 ล้านเยน เพื่อให้บริษัทนำไปใช้พัฒนาโครงการยู คิโรโระ (Yu Kiroro) คอนโดมิเนียมรูปแบบสกีอิน/สกีเอาท์ ซึ่งผู้พักอาศัยสามารถเข้าถึงลานสกีได้ทันทีที่ก้าวออกจากอาคารที่พักแห่งแรกในคิโรโระ รีสอร์ต บนเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพขยายการลงทุนในต่างประเทศ รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนในเอเชีย เมื่อเร็วๆ นี้
เตือนคนไทย เลิกราดน้ำแดงลงหิมะ โชว์โซเชียล ชี้ เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นตักเตือน! ประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปแทบตลอดทั้งปี เพราะค่าใช้จ่ายไม่แพงมากนัก นั่งเครื่องบินไม่กี่ชั่วโมง และมีวัฒนธรรมที่น่าหลงไหลชวนให้ไปสัมผัสกันซักครั้ง โดยสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ผ่านกลุ่มคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น เพื่อเตือนคนไทย ว่า “ขอความกรุณาคนไทยที่จะมาเล่นสกีที่นี่ เลิกเอาน้ำแดงมาราดหิมะเล่นกันได้แล้ว มีคนไทยโดนเจ้าหน้าที่เตือนแล้วนะครับ อย่าสร้างพฤติกรรมเลียนแบบบ้าๆบอๆอะไรแบบนี้กันเลย แค่คนจีนเต็มสกีรีสอร์ตตอนนี้ก็น่าเบื่อมากแล้ว อย่าให้คนไทยคนอื่นต้องอายเพราะเรื่องแบบนึ้อีกเลย”
หิมะโตเกียวหนักขึ้นอีก เตือนนักท่องเที่ยวเช็กเที่ยวบินดีเลย์ หิมะโตเกียวหนักขึ้นอีก – เอ็นเอชเค รายงานวันที่ 9 ก.พ. ว่า มวลอากาศเย็นและความกดอากาศต่ำที่เคลื่อนลงมาปกคลุมกรุงโตเกียวและบริเวณโดยรอบภูมิภาคคันโต ทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนประชาชนว่า จะมีหิมะตกหนักขึ้นอีก บริเวณภูเขาใกล้เมืองหลวง อาจมีหิมะตกหนา 10 เซนติเมตร และในกรุงโตเกียว 23 เขตอาจมีหิมะหนา 5 เซนติเมตร สภาพดังกล่าวจะกระทบต่อการจราจรและการขนส่ง พร้อมเตือนประชาชนที่เดินเท้าให้ระวังลื่นบริเวณพื้นมีน้ำแข็งเกาะหนา และแนะนำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ใช้ยางรถสำหรับฤดูหนาว ด้านสายการบินต่างๆ ได้รับผลกระทบแล้ว โดยยกเลิกไปเกือบ 100 เที่ยวบิน ทั้งในและนอกสนามบินฮาเนดะ สนามบินนาริตะ นักท่องเที่ยวยังได้รับคำแนะนำให้ตรวจข้อมูลอัพเดตทางออนไลน ถึงสายการบินที่อาจดีเลย์มากขึ้น
ขาช็อปจงฟัง! ญี่ปุ่นประกาศปรับขึ้นภาษีการขายจาก 8% เป็น 10% เริ่มต.ค.ปีหน้า ทางการญี่ปุ่นออกมาประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ว่าจะปรับขึ้นภาษีการขายขึ้นจาก 8 เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ในเดือนตุลาคมปีหน้า เพื่อหารายได้ทดแทนหนี้สาธารณะที่พอกพูนขึ้น แม้ว่าจะมีการเตือนว่าการประกาศปรับขึ้นภาษีการขายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในโลกก็ตาม การปรับขึ้นภาษีการขายของญี่ปุ่นดังกล่าวเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองมานาน เดิมญี่ปุ่นกำหนดจะปรับขึ้นภาษีการขายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 แต่แผนการดังกล่าวถูกระงับไปถึง 2 ครั้ง เนื่องจากความหวั่นวิตกว่าอาจส่งผลกระทบกับสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้วให้ย่ำแย่ลงอีก ทั้งจากปัญหาประชากรสูงวัยที่ทำให้ต้องใช้ค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก ไปจนถึงภาวะหนี้สินในประเทศสูง ครั้งล่าสุดที่ญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มภาษีการขายคือเมื่อเดือนเมษายน 2557 ซึ่งกลายเป็นสาเหตุที่หลายฝ่ายมองว่าทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในช่วงสั้นๆ แต่ในครั้งนี้ นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เชื่อมั่นว่า เขาจะสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้ประชาชนลดการใช
เหมือนเปี๊ยบ! ชมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของไทย มีหมด ‘เสา-ปราสาท’ สไตล์ญี่ปุ่น นักธุรกิจ ทุ่มทุนสร้าง “ฮิโนกิแลนด์” มูลค่า 1,248 ล้าน ที่ไชยปราการ หวังเป็นเซ็นเตอร์พอยท์ภาคเหนือ แหล่งท่องเที่ยวใหม่อำเภอ เผยจุดเด่นปราสาทฮิโนกิ สูง 4 ชั้น ชมวิว 360 องศา เปิดให้ชมฟรีถึง 31 ตุลาคมนี้ ก่อนเปิดทางการต้นปีหน้า ช่วงอากาศหนาว-เข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวเชียงใหม่ คาดมีผู้เข้าชมวันละ 1,000 คน ตั้งเป้าไม่หวังกำไร ขอสร้างงาน-กระจายรายได้สู่ชุมชน รวม 1,200 ครอบครัว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายอนิรุทธิ์ จึงสุดประเสริฐ ประธานบริหารบริษัทบ้านไม้หอมฮิโนกิไชยปราการ จำกัด เผยถึงโครงการฮิโนกิแลนด์ บ้านร้องธาร หมู่ 6 ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ว่า เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างไม่เป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างบนพื้นที่กว่า 83 ไร่ ห่างจาก อ.ไชยปราการ ประมาณ10 กิโลเมตร มูลค่าก่อสร้าง 1,200 ล้าน หากรวมที่ดินอีก 48 ล้านบาท รวมเป็น 1,248 ล้านบาท ซึ่งการก่อสร้างคืบหน้า 75% คาดแล้วเสร็จวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ก่อนเปิดอย่างเป็นทางการต้นปีหน้า “สาเหตุที่สร้างโครงการดังกล่าว เพื่อให้คนไทยที่ไม่ม
เกษตรกรไทย กับ การเดินขบวน เรียกร้องให้รัฐบาลช่วย ทั้งแทรกแซงราคา พยุงราคา ช่วยออกเงินเฉยๆ เป็นความคุ้นเคย จนบางทีผมแอบตั้งคำถามในใจว่า “ไม่มีวิธีอื่น” อีกแล้วหรือ ยิ่งถ้ารัฐบาลที่มาจากพรรคการเมือง การหาทาง “เอาใจ” กลุ่มเกษตรกร ที่มีจำนวนมาก พูดง่ายๆ เป็นฐานเสียงใหญ่ของประเทศ เป็นสิ่งที่นักการเมืองนิยมทำ แต่ไม่ได้เกิดการ “แก้ปัญหา” อย่างยั่งยืน ที่จังหวัดโออิตะ ตั้งอยู่ที่เกาะคิวชู เกาะทางใต้ของญี่ปุ่น ต้นกำเนิดโอท็อปที่ประเทศเราไปลอกเขามา เพียงแต่วิธีการของเรากับเขาต่างกันโดยสิ้นเชิง โอท็อปของญี่ปุ่นเขาเรียก โอว็อป (OVOP) คือบ้านเขาไม่เรียกตำบล เขาเรียกหมู่บ้าน เลยเป็น OVOP (One Village One Product) เกิดเพราะชาวบ้านประสบปัญหาเรื่องการปลูกข้าว ภาครัฐบอกให้ปลูก แต่ปลูกแล้วไม่ค่อยดี ชาวบ้านเลยรวมตัวช่วยกันคิดแก้ปัญหา ปลูกบ๊วย ปลูกเกาลัด แทนการปลูกข้าว ทำตลาดกันเอง ไม่สนใจภาครัฐ เขารวมตัวกัน เพื่อ “ใช้ความรู้” แต่เกษตรกรของไทยเรารวมตัวกันเมื่อ เพื่อ “เรียกร้อง” เขาช่วยกันทำ จนภาครัฐต้องกระโดดเข้ามาสนับสนุนเรื่องสาธารณูปโภคต่างๆ ช่วยทำร้านกระจายสินค้าให้ ขอเอาต้นแบบแนวคิดไปเผยแพร่ให้ที่อื่
