ธ.ก.ส.
ทิ้งเงินเดือนหลายแสน หันทำสวนโกโก้ หนุนชาวบ้านปลูก พร้อมรับซื้อราคาดี สร้างรายได้ชุมชน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาทุกคนมารู้จักกับเจ้าของอาณาจักรโกโก้ชื่อดังทางภาคเหนือ ที่นอกจากจะปลูกโกโก้แล้ว ยังต่อยอดทำบ้านพักและคาเฟ่ แถมใจกว้าง สนับสนุนให้ชาวบ้านในพื้นที่หันมาปลูกโกโก้ เพื่อส่งขายให้ตนในราคาสูงเท่าที่เขาสามารถให้ได้ มนูญ ทนะวัง คือ ชื่อของชายคนนั้น คุณมนูญ คือชายหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จด้านการงานตั้งแต่อายุเพียง 30 ต้นๆ แต่เขากลับรู้สึกไม่สงบและไม่ถูกเติมเต็มเสียที จึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทข้ามชาติ ที่ตอนนั้นได้เงินเดือนหลายแสน กลับบ้านเกิดไปทำเกษตรกรรม ที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยคุณพ่อคุณแม่ของคุณมนูญ ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการทำเกษตรกรรมแบบเดิมๆ คือทำเพื่อขายอย่างเดียว คุณมนูญจึงคิดว่า ควรมีการพัฒนาต่อยอด โดยใช้ต้นทุนความรู้ทางการเกษตรและที่ดินของครอบครัวที่มีอยู่แล้วในการทำการเกษตรต่อไป เขาตั้งเป้าคิดไกลให้ไปถึงการแปรรูปและต่อยอดเป็นผลผลิตอื่นๆ จึงรวบรวมรายชื่อพืชที่น่าสนใจ มีความเป็นไปได้ในการนำมาพัฒนา และต้องเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบด้วย คำตอบจึงมาออกเป็น โกโก้ ซึ่งเป็
ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี-จ่ายเงินประกันรายได้ข้าว เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 64 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนิน โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2563/64 (เพิ่มเติม) เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว ไม่ต้องเร่งขายในช่วงที่ราคาตกต่ำ โดยเป็นการปรับกรอบวงเงินจาก 19,826 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีก 4,504 ล้านบาท รวมเป็น 24,330 ล้านบาท โดยเป็น วงเงินสินเชื่อ จำนวน 3,500 ล้านบาท วงเงินค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าว จำนวน 480 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จำนวน 524 ล้านบาท เพื่อให้สามารถรองรับการชะลอปริมาณข้าวเปลือกเพิ่มเติม จำนวน 320,000 ตันข้าวเปลือก รวมเป็น 1.82 ล้านตันข้าวเปลือก ณ ความชื้นไม่เกิน ร้อยละ 15 สิ่งเจือปน ไม่เกินร้อยละ 2 ซึ่งข้าวเปลือกชนิดสีได้ต้นข้าวต่ำกว่า 20 กรัม ไม่รับเข้าร่วมโครงการ และข้าวหอมมะลิจะมีเมล็ดข้าวแดงได้ไม่เกินร้อยละ 0.5 (ไม่เกิน 22 เมล็ดใน 10
ธ.ก.ส. พร้อมโอน! เปิดหลักเกณฑ์ การจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 64 วันที่ 8 มี.ค. 64 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพาณิชย์ อนุมัติให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปี 2564 โดยการจัดสรรวงเงินงบประมาณเบื้องต้น จำนวน 4,600 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน บรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาผลผลิตตกต่ำ โดยกำหนดราคาเป้าหมาย เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสมจากการขายผลปาล์มทะลาย (อัตราน้ำมันร้อยละ 18) ที่กิโลกรัมละ 4 บาท จำนวนเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์กว่า 370,000 ราย ระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน 2564 ซึ่ง ธ.ก.ส. จะจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาเป้าหมายกับราคาตลาดอ้างอิง เข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรโดยตรงทุก 30 วัน หรือตามกรอบเวลาที่คณะอนุกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันกำหนด สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือเกษตรก
ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. คาด 10 สินค้าเกษตร มีแนวโน้มปรับราคาขึ้น-ลง ในเดือน มี.ค. คุณสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนมีนาคม 2564 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 11,859-12,028 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.04-1.47 เนื่องจากสต๊อกข้าวในยุ้งฉางของเกษตรกรลดลง และราคาส่งออกข้าวหอมมะลิไทยใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งขัน ทำให้ประเทศคู่ค้ามีการนำเข้าข้าวหอมมะลิมากขึ้น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาอยู่ที่ 8.27-8.33 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.20-1.00 เนื่องจากผลผลิตที่เก็บเกี่ยวในฤดูแล้งมีเพียงร้อยละ 5 ของปริมาณผลผลิตทั้งปี ขณะที่สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนพฤษภาคมปรับตัวขึ้น ผู้ประกอบการจึงลดการนำเข้าข้าวสาลี ส่งผลให้ความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเก็บสำรองไว้ปรับเพิ่มขึ้น ยางพาราแผ่นดิบ ชั้น 3 ราคาอยู่ที่ 51.22-51.89 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.50-1.80 เนื่องจากผลผลิตมีแนวโน้มลดลงจากยางพาราเข้าส
ธ.ก.ส. หนุนเกษตรกรรวมกลุ่มเลี้ยงโคขุน พร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อต่อยอดธุรกิจ วันที่ 27 ก.พ. 64 คุณสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้ร่วมลงนามความร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการขับเคลื่อนโครงการสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โคเนื้อ กระบือ แพะเนื้อ และไก่พื้นเมือง นั้น ปัจจุบัน ธ.ก.ส. เล็งเห็นว่าโคเนื้อได้รับความนิยมในการบริโภค อีกทั้งมีราคาขายที่สูงขึ้นกว่าในอดีต จึงได้มีการสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงโคขุน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพ ธ.ก.ส. และกรมปศุสัตว์ได้สนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมในการเลี้ยงปศุสัตว์ รวมตัวจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยสามารถขอจดทะเบียนจัดตั้งได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในแต่ละพื้นที่ จากนั้นจะให้ความรู้ในการเลี้ยงที่เป็นมาตรฐานโดยกรมปศุสัตว์ควบคู่กับการจัดทำแผนธุรกิจที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม โดยแผนธุรกิจดังกล่าวแสดงให้
บอร์ด ธ.ก.ส. อนุมัติ เงินสนับสนุน 3 โครงการ ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว คณะกรรมการ ธ.ก.ส. อนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2563/64 ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและกระตุ้นให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี ในอัตราไร่ละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาทต่อครัวเรือน วงเงินกว่า 28,000 ล้านบาท โดยทยอยโอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง 25 ก.พ. – 30 เม.ย. 64 จำนวนกว่า 160,000 ราย จำนวนเงินกว่า 1,200 ล้านบาท และเห็นชอบขยายวงเงินเพิ่มเติมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 ซึ่งจะนำเสนอ ครม. พิจารณาก่อนดำเนินการ คุณกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ในการประชุมเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ได้เห็นชอบตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพาณิชย์ เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต
ธ.ก.ส.จัดตลาดนัด ของดี วิถีชุมชน เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ แก่เกษตรกรลูกค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดตลาดนัดของดี วิถีชุมชน โดยนำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนจากเกษตรกรลูกค้าวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ SMEs เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อช่วยให้มีสถานที่และช่องทางในการจัดจำหน่ายสินค้า อันเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดยในครั้งนี้มีบู๊ธจำหน่ายสินค้ากว่า 58 บู๊ธ อาทิ เครื่องหนังเมธา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มผ้าบาติกสีธรรมชาติ จังหวัดสงขลา ปลาสลัดก้าง จังหวัดราชบุรี วิสาหกิจชุมชนรักษ์แพะบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี กลุ่มเครื่องหนังรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย วิสาหกิจชุมชนรุ่งเรืองพัฒนากาแฟ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมผักสดและผลไม้มากมายจากสวนเกษตรกรสู่ผู้บริโภค ระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2564 ณ บริเวณหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
ธ.ก.ส. ปลื้ม! เกษตรกรสนใจโครงการชำระดีมีคืน แนะเร่งชำระภายใน 17 ก.พ.นี้ ธ.ก.ส. ปลื้ม! เกษตรกรให้ความสนใจชำระหนี้ตามโครงการชำระดีมีคืนแล้วกว่า 1.39 ล้านราย จนวงเงิน 3,000 ล้านบาทที่เตรียมไว้ใกล้ครบจำนวน แนะให้ผู้ที่มีสถานะหนี้ปกติเร่งชำระหนี้ภายใน 17 ก.พ.นี้ เพื่อรับดอกเบี้ยคืนก่อนยุติโครงการวันที่ 18 ก.พ. 64 นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้า ผู้ประกอบการ และสถาบันเกษตรกรในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ผ่านโครงการชำระดีมีคืน วงเงินรวมไม่เกิน 3,000 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้ที่มีสถานะหนี้เป็นหนี้ปกติ เพื่อลดภาระหนี้ และโครงการลดภาระหนี้ สำหรับลูกค้าที่มีสถานะหนี้เป็นหนี้ค้างชำระหรือสถานะหนี้ปกติที่มีดอกเบี้ยค้างชำระเกินกว่า 15 เดือน เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี รวมถึงช่วยลดความกังวล และสามารถมีเงินกลับคืนเข้าสู่กระเป๋าเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น โดยเมื่อชำระหนี้จะได้รับคืนดอกเบี้ยตามประเภทของลูกค้า ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ว
ธ.ก.ส. จ่ายค่าสินไหมประกันภัยข้าวนาปี ปี 63 แล้วกว่า 370 ล้านบาท ช่วยบรรเทาความเสียหายและลดความเสี่ยงด้านการผลิต แก่เกษตรกรกว่า 32,000 ราย พื้นที่ปลูกข้าวกว่า 310,000 ไร่ วันที่ 3 ก.พ. 64 นางณิชา อวยพรรุ่งรัตน์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้มีการสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้เกษตรกร โดยใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิตและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นผ่านโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมการทำประกันภัยบนพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ จำนวน 45.7 ล้านไร่ นั้น โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 ได้สิ้นสุดระยะเวลาการขอเอาประกันภัยแล้ว โดยคุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ 8 ภัย ได้แก่ ภัยน้ำท่วม/ฝนตกหนัก ภัยแล้ง/ฝนแล้ง/ฝนทิ้งช่วง ลมพายุ/พายุไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาว/น้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ ช้างป่า และภัยศัตรูพืช/โรคระบาด ซึ่งเมื่อเกษตรกรผู้ทำประกันภัยได้รับความเสียหายจะทำการแจ้งความเสียหายที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ และเมื่อสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้รับข้อมูลรายงานความเสียหาย
ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส. คาด สินค้าเกษตร 7 อย่าง ราคาขึ้น ต้อนรับตรุษจีน ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ชี้การระบาดระลอกใหม่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยและการเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันตรุษจีน ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพาราแผ่นดิบ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และสุกร มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น ด้านข้าวเปลือกเจ้า น้ำตาลทรายดิบ และกุ้งขาวแวนนาไม มีแนวโน้มราคาปรับลดลง คุณสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 12,104-12,276 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 3.09-4.55 เนื่องจากราคาส่งออกข้าวหอมมะลิไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งขัน ทำให้ประเทศคู่ค้ามีการนำเข้าข้าวหอมมะลิไทยมากขึ้น ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาอยู่ที่ 11,073-11,721 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 3.95-10.04 เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูการเก็บเ
