ธ.ก.ส.
ธ.ก.ส. เตรียมจ่ายเงินประกันรายได้ แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนิน “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64” เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีรายได้ที่แน่นอน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 452,000 ราย วงเงินงบประมาณ 1,867 ล้านบาท ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ด ณ ความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 8.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยแจ้งเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 – 31 พฤษภาคม 2564 ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจะทำการตรวจสอบข้อมูล แล้วส่งมายัง ธ.ก.ส. เพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเงินประกันรายได้ดังกล่าวเป็นส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงที่กำหนดโดยคณะอนุกร
ธ.ก.ส. จับมือ เคทีซี หนุนสร้างโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการภาคเกษตร เปิดช่องทางรับชำระค่าสินค้า-บริการด้วย QR Code กับร้านค้าน้องหอมจังของ ธ.ก.ส. ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของอาลีเพย์ (Alipay) นำร่อง 500 ร้านค้าทั่วประเทศ เริ่ม 1 พฤศจิกายนนี้ วันที่ 2 ต.ค. 2563 นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส. มุ่งสู่นโยบายการให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสู่สังคมไร้เงินสด จึงได้ร่วมมือกับเคทีซี เปิดช่องทางรับชำระค่าสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการภาคการเกษตรที่เป็นสมาชิกร้านน้องหอมจังของ ธ.ก.ส. ด้วย QR Code ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) ของ Alipay เช่น ร้านค้าชุมชนสร้างไทย ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ร้านค้าปลีก ชุมชนท่องเที่ยว รถเช่า รถโดยสาร รถทัวร์และร้านค้าของผู้เข้าร่วมประกวดตามโครงการ New Gen Hug บ้านเกิด ของ ธ.ก.ส. โดยธนาคารแห่งประเทศไทย อนุญาตให้ ธ.ก.ส. ให้บริการ QR Code ของ Alipay แล้ว จึงกำหนดเปิดให้บริการรับชำระผ่าน QR Code ของ Alipay ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป นำร่อง 500 ร้านค้าทั
ธ.ก.ส. เตรียมวงเงิน เสริมสภาพคล่อง ผู้ประกอบการประมง 5.3 พันล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้าน เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผย นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง เพื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพการทำการประมง โดยสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่ผู้ประกอบการประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านที่มีเรือประมงขนาดต่ำกว่า 60 ตันกรอส วงเงินสินเชื่อรวม 5,300 ล้านบาท ซึ่งผู้กู้ชำระดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 4 ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกินรายละ 5 ล้านบาท ระยะการชำระคืนเงินแล้วเสร็จไม่เกิน 7 ปี นับจากวันกู้ ระยะเวลาขอรับการสนับสนุนสินเชื่อตั้งแต่บัดนี้ถึง 25 พฤษภาคม 2564 สำหรับผู้ประกอบการประมงที่จะเข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นบุคคลธรรมดาอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ มีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในเรือประมงที่มีทะเบียนเรือไทย และมีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพประมงมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี กรณีเป็นผู้ประ
ธ.ก.ส. เปิดช่องทางลงทะเบียนขอสินเชื่อฟื้นฟูภาคเกษตรจากผลกระทบของโควิด-19 ทั้งสินเชื่อ New Gen Hug บ้านเกิด และสินเชื่อพอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ ผ่านทาง LINE Official BAAC Family ลงทะเบียนได้ง่าย ๆ และรอนัดหมายทำสัญญาจากสาขา สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 มิถุนายน 2564 นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้เปิดตัวสินเชื่อฟื้นฟูภาคเกษตรหลังสถานการณ์โควิด-19 ได้แก่ สินเชื่อ New Gen Hug บ้านเกิด วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าลงทุนหรือค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในการทำการเกษตร หรือประกอบธุรกิจการเกษตรสมัยใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม หรือในลักษณะ Smart Farmer อัตราดอกเบี้ยกรณีค่าใช้จ่ายหมุนเวียน ร้อยละ 0 ต่อปี ในช่วง 3 เดือนแรก และตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ร้อยละ 6.50 ต่อปี) กรณีค่าลงทุน ปีที่ 1-3 ร้อยละ 4 ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR และสินเชื่อพอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ (Sufficient Loan) วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและทำการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรืออา
ธ.ก.ส. จับมือ NIA หนุนสินเชื่อไร้ดอกเบี้ย 3 ปี พัฒนาภาคเกษตรด้วยนวัตกรรม เพจ สถานีข่าวกระทรวงการคลัง เผยข่าว ธ.ก.ส. ร่วม NIA หนุนการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและการจัดการสินค้าเกษตรให้กับธุรกิจชุมชน ผู้ประกอบการภาคเกษตรและวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ “BCG” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก พร้อมจัดทำโครงการนวัตกรรมดี…ไม่มีดอกเบี้ย โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน และ NIA รับชำระดอกเบี้ยแทน 3 ปีแรกสูงสุดถึง 5 ล้านบาทต่อโครงการ นายจรูญเดช เจนจรัสสกุล กรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย “ความร่วมมือด้านการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรม” ระหว่าง นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตและผลักดันธุรกิจด้านนวัตกรรมทางการเกษตร ตลอดทั้ง
ธ.ก.ส. เปิดโครงการประกันภัยโคเนื้อ ช่วยเกษตรกร ลดเสี่ยงโคเนื้อเจ็บป่วย-ตายจากอุบัติเหตุ เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. จัดทำโครงการประกันภัยโคเนื้อ เพื่อช่วยบรรเทาความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ เนื่องจากการตายของโคเนื้อที่เจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุ ให้สามารถพยุงตัวได้และมีทุนเหลือเพียงพอต่อการเริ่มต้นใหม่ ในอัตราค่าเบี้ยประกันภัยตัวละ 400 บาท โดยให้ความคุ้มครองการตายจากการเจ็บป่วยของโคเนื้อ ไม่เกิน 30,000 บาทต่อตัว และการตายจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า น้ำท่วม ดินถล่ม พายุ และแผ่นดินไหว ไม่เกิน 30,000 บาทต่อตัว ระยะเวลาคุ้มครองสิ้นสุดเมื่อส่งขายคอกกลาง หรือ 6 เดือนนับจากวันขอเอาประกันภัย สำหรับเงื่อนไขผู้ขอเอาประกันภัย ต้องเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมปศุสัตว์ ด้านโคเนื้อที่ขอเอาประกันภัยต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่พิการ ซึ่งมีผลกับสุขภาวะ ไม่เป็นโรคเรื้อรังและไม่อยู่ระหว่างการรักษาพยาบาล มีอายุไม่เกิน 36 เดือน รวมทั้งขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์และ
รัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 3 แสนล้าน สู่โครงการเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทย แบ่งเป็นงบสนับสนุนโดยตรงกว่า 50,000 ล้านบาท และสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนจาก ธ.ก.ส. อีก 2.6 แสนล้านบาท เพื่อเร่งฟื้นฟูอาชีพและรายได้หลังวิกฤตโควิด-19 วันที่ 24 มิ.ย. นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้สถานประกอบการหยุดกิจการ คนตกงานและต้องย้ายกลับภูมิลำเนา ส่งผลกระทบต่อรายได้และภาระค่าใช้จ่ายในการครองชีพของประชาชน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยโดยรวม เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ธ.ก.ส. จึงได้ทำโครงการเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทยขึ้น เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคชนบท ภายใต้โครงการสำคัญๆ ดังนี้ 1. โครงการเสริมสร้างความมั่นคงระดับครัวเรือน (ตั้งหลัก) ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 1 “พึ่งตนเอง” โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณโดยตรง จำนวน 10,720 ล้านบาท ในการขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกษตรกร จำนวน 300,000 ราย สามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารโดยมีแหล่งอาหารเพื่อเลี้ยงชีพภายในพื้นที่รอบตัว (459 ม
ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงินเยียวยาเดือนที่ 2 แก่เกษตรกรกว่า 7.14 ล้านราย เริ่ม 15 มิ.ย.นี้ ธ.ก.ส. เตรียมจ่ายเงินเยียวยาเดือนที่ 2 ให้กับเกษตรกรที่ได้รับโอนเงินในเดือนแรกไปแล้วจำนวนกว่า 7.14 ล้านราย วงเงินกว่า 35,000 ล้านบาท โดยเริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตั้งแต่วันที่ 15-21 มิ.ย. 63 นี้ วันละ 1 ล้านราย ส่วนเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ การตรวจสอบข้อมูลสถานะและเลขที่บัญชี ธ.ก.ส. พร้อมโอนเงินต่อเนื่องทันทีเมื่อได้รับข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ตามมติคณะรัฐมนตรี ในเดือนที่ 2 (มิถุนายน 2563) จำนวน 5,000 บาท แก่เกษตรกรที่ได้รับโอนเงินในเดือนแรกไปแล้ว โดยจะทำการตรวจสอบสถานะการมีชีวิตอีกครั้ง จากนั้นจะทยอยโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตั้งแต่วันที่ 15-21 มิถุนายน 2563 ต่อเนื่องทุกวันไม่เว้นวันหยุด วันละประมาณ 1 ล้านราย สำหรับเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.
เปิด 3 สินเชื่อ ธ.ก.ส. ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหลังหมดโควิด-19 สินเชื่อ ธ.ก.ส. – เพจ ไทยคู่ฟ้า เผยแพร่ข่าว ธ.ก.ส. มีมาตรการสินเชื่อผ่อนปรนเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ ให้กลุ่มเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในวงเงินกว่า 170,000 ล้านบาท ซึ่งสินเชื่อดังกล่าวจะช่วยเกษตรกรให้สามารถกลับมาพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชน และทำให้มีรายได้เลี้ยงตัวเอง โดยมาตรการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2564 ประกอบด้วย 1. สินเชื่อพอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ (Sufficient Loan) วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนและทำการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรืออาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มหรืออาชีพนอกภาคเกษตรที่เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปีในช่วง 3 เดือนแรก และตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ร้อยละ 6.50 ต่อปี) 2. สินเชื่อ New Gen Hug (ฮัก) บ้านเกิด วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าลงทุนหรือค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในการทำการเกษตรห
ธ.ก.ส. ออกสินเชื่อ 3 โครงการช่วยเกษตรกรรับมือภัยแล้ง นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่านๆ มา ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหา ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร โดยมีพื้นที่ได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพของเกษตรกร นำไปสู่ปัญหาการก่อหนี้นอกระบบ ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนสินเชื่อ เงื่อนไขและดอกเบี้ยผ่อนปรน จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1. สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือนของเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ประสบภัยในเขตพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เช่น ค่าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน เครื่องมือ/อุปกรณ์การเกษตร เป็นต้น วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี ในช่วง 6 เดือนแรก และตั้งแต่เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี
