นวัตกรรม
ในวันที่กระแสโลกเปลี่ยนทิศทาง คำว่า “Future Food” หรืออาหารแห่งอนาคต ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ของคนรักสุขภาพอีกต่อไป แต่นี่คือ “เข็มทิศ” ใหม่ที่จะนำพาภาคเกษตรกรรมและ SMEs ไทยให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกับ Future Food ผ่านมุมมองแบบเจาะลึกของ คุณสันติ อาภากาศ CEO & Co-Founder TASTEBUD LAB และ BIO BUDDY เจ้าของเพจ TasteBud ผู้ที่นิยามว่านี่คือ “โอกาสรอด” ที่คนไทยต้องรีบคว้า ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือ “บริบทใหม่” ที่ต้องอยู่ให้รอด คุณสันติ ฉายภาพให้เห็นว่า Future Food ไม่ใช่แค่เทรนด์อย่างแน่นอน ในประเทศไทยมีการพูดถึงกันมากขึ้น และกำลังจะมีงาน Future Food Leader Summit งานที่ประชุมผู้นำเฉพาะวงการ Future Food ที่กำลังเดินทางเข้าสู่ปีที่ 6 ซึ่งไม่ใช่กระแสที่มาแล้วหายไปเหมือนแฟชั่น แต่มันคือการปรับตัวเข้าสู่ Longevity Economy หรือเศรษฐกิจอายุยืน เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ความต้องการอาหารที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกและสุขภาพ ตั้งแต่กลุ่ม Gen Z ที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงวัยที่ต้องการโภชนาการเฉพาะทาง นี่จึงไม่ใช่แค่การขายอาห
ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น จึงปรากฏพืชพรรณหลายชนิดที่สามารถงอกเจริญเติบโตได้เองตามธรรมชาติ แม้แต่พืชไม้เลื้อยอย่าง “อัญชัน” ที่แผ่ปกคลุมชูช่อน้ำเงินอิ่มน้ำฝนรับแดดยามเช้า ยังคงเป็นภาพคุ้นตาของทุกบ้านที่ไม่ปล่อยให้อัญชันเป็นเพียงวัชพืช แต่เป็นแหล่งอาหารที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ไม่เพียงให้ความสวยงามตามสีสันเดิม แต่ยังคงความมหัศจรรย์เรียกความสนใจได้เหมือนต้องมนต์ จากการเปลี่ยนสีได้เองเป็นม่วงแดง เพียงเสกด้วยน้ำมะนาว รองศาสตราจารย์ ดร.ธัญญ์นลิน วิญญูประสิทธิ์ อาจารย์นักวิจัยจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล คือนวัตกรผู้สร้างสรรค์ “ฟิล์มอัญชันถนอมอาหาร” โดยใช้ประโยชน์จากความลับของธรรมชาติ ด้วยปรากฏการณ์การเปลี่ยนสีของดอกอัญชันที่ทำให้เกิด “แอนโธไซยานิน” (Anthocyanin) หรือสารสีม่วงแดงที่อุดมไปด้วยคุณสมบัติซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารอัจฉริยะ โดยเปลี่ยนเป็นสีเขียวให้สังเกตได้โดยง่าย เมื่ออาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์เริ่มเสื่อมสภาพปล่อยก๊าซแอมโมเนียออกมาทำปฏิกิริยากับบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบไว้ด้วยกรรมวิธีพิเศษ “อิมัลชันเชิงซ้อน (Double emulsion) ในเจลาตินฟิล์ม” ลดคว
ก้าวข้ามปีใหม่ได้เกือบ 1 เดือน เชื่อว่าหลายคนมีเป้าการใช้ชีวิตที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งการดูแลร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ลองมาดูนวัตกรรมฝีมือคนไทยที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตยุคใหม่ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กันดีกว่า ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสิ่งแวดล้อม การปรับไลฟ์สไตล์ให้ทันสมัยและยั่งยืน การดูแลสุขภาพกายและใจ ไปจนถึงการสร้างสังคมที่ใส่ใจทุกคน Molly Ally นวัตกรรมไอศกรีมแพลนต์เบส ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ หลายคนมักเริ่มต้นปีด้วยการตั้งปณิธานในการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการดูแลสุขภาพคงหนีไม่พ้นเรื่องของอาหารการกิน เพราะรสชาติที่อร่อยบางครั้งก็มักตรงข้ามกับสุขภาพที่ดี ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการอาหารทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพแต่ยังคงรสชาติที่อร่อย “Molly Ally” นวัตกรรมไอศกรีมแพลนต์เบส จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้แพ้แล็กโทส และชาววีแกน ผลิตภัณฑ์นี้ใช้กระบวนการ Emulsify Integrated System ที่รวมกระบวนการพาสเจอไรเซชันและโฮโมจีไนเซชันเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อม
เมื่อไม่นานมานี้ จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ชิงรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ปรากฎผลงาน “ทุ่นไล่ปลาหมอคางดำด้วยคลื่นเสียงและคลื่นกระทบ” ของวิทยาลัยการอาชีพอัมพวา จ.สมุทรสงคราม “เข้าตา” กรรมการมากที่สุด สำหรับทีมนักประดิษฐ์ผลงานครั้งนี้ ประกอบด้วย นายธีระเมท หับเผย นักเรียน ปวช.2 ช่างยนต์ นายอาทิวราห์ สลีสองสม นักเรียน ปวช.2 ช่างยนต์ น.ส.พิมลรัตน์ ทับทิม นักเรียน ปวช.2 คอมพ์ มี น.ส.อรรธิกา อยู่เอี่ยม ครูสาขาตัวถังและสีรถยนต์ เป็นครูที่ปรึกษา สำหรับหลักการและเหตุผลของสิ่งประดิษฐ์เจ้าของรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” นั้น เริ่มต้นจากที่ว่า ปัจจุบันมีการใช้วิธีการกำจัด “ปลาหมอคางดำ” หลายรูปแบบ เช่น การจับด้วยแห การใช้ไฟฟ้าชอร์ต หรือการใช้สารเคมี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำอื่นๆ ดังนั้น จึงมีแนวคิดในการพัฒนา “ทุ่นไล่ปลาหมอคางดำด้วยคลื่นเสียงและคลื่นกระทบ” เพื่อเป็นนวัตกรรมเชิงอนุรักษ์ ที่สามารถขับไล่ปลาหมอคางดำ ออกจากพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้งหรือบ่อน้ำ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่น โครงการนี้มีความสำคัญในการช่วยลดปัญหาการรุกรานของปลาหมอคางดำ โดยใช้เทคโนโลยี
ท่ามกลางกระแสโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน การขยับตัวของภาคการเมืองในการรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง เมื่อเร็วๆ นี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ตอัปนวัตกรรมไทย “ShooShoke (ชูชก)” ได้ส่งมอบเครื่องย่อยเศษอาหาร “ShooShoke Home Mini” (ขนาด 1–3 กิโลกรัม) ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อติดตั้งและใช้งานจริงภายในที่ทำการพรรคฯ โดยเป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ว่า การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องเริ่มจากองค์กร ครัวเรือน ก่อนจะขยายผลไปสู่นโยบายระดับมหภาค ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนของประเทศ นายกรณ์ กล่าวว่า เหตุผลที่เรื่องนี้ต้องเป็นวาระเร่งด่วน เพราะข้อมูลจาก Food Waste Index 2024 ระบุตัวเลขที่น่าตกใจว่า คนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยสูงถึง 86 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ที่อยู่ที่ 79 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ส่งผลให้ไทยครองแชมป์อันดับ 2 ของอาเซียนในเรื่องการสร้างขยะอาหาร “ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือสัญญาณเตือนภัยที่องค์การสหประชาชาติ กำหนดเป้าหมาย SDGs ให้ทุกประเทศต้อง ลดปริมาณขยะอาหารลง 50% ภายในปี 2030 นั่นหมาย
คุณธนภูมิ สถิตสุขสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด OSUKA (โอซูกะ) แบรนด์เครื่องมือช่างและสวนไร้สายคุณภาพสูง สัญชาติไทย โดย บริษัท ไอแม็กซ์ เพาเวอร์ทูล จำกัด แบรนด์ OSUKA เกิดขึ้นมาจากผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในวงการเครื่องมือช่างมากว่า 30 ปี จึงเข้าใจ Pain Point ของผู้ใช้เชิงลึก และเห็นช่องว่างระหว่างเครื่องมือคุณภาพแต่ราคาสูงเกินเอื้อม กับสินค้าราคาถูกแต่ไม่ทนต่อการใช้งานจริง จึงเกิดแนวคิดสร้างแบรนด์ “เครื่องมือที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ใช้งานง่าย คุณภาพดี และบริการหลังการขายที่มั่นใจได้” จากแนวคิดนั้น OSUKA วางจุดยืนชัดเจนในตลาดว่าเป็น “แบรนด์เครื่องมือช่างไร้สายสำหรับคนทำงานจริง” มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือช่างและสวนไร้สายให้มีคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ระดับโลก แต่ปรับให้เหมาะกับการใช้งานจริงของผู้ใช้ไทย ทั้งความง่ายในการใช้งาน ความทนทาน และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ โดยทุกผลิตภัณฑ์ของ OSUKA ถูกพัฒนาโดยทีม R&D ภายในประเทศ ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (Customer – Centric Concept) จากการรับฟังเสียงจากผู้ใช้จริง นำมาพัฒนาให้เครื่องมือทุกชิ้นตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง ทั้งในด้านปร
“ความขี้เกียจ” อาจถูกมองว่าเป็นนิสัยที่ไม่พึงประสงค์ แต่ใครจะรู้ว่าหลายประเทศกลับให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ ถึงขั้นมีการจัดตั้ง “วันขี้เกียจสากล” ขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคมของทุกปี เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนได้หยุดพัก คลายเครียด และฟื้นฟูพลังจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน และใครจะคิดว่าความขี้เกียจนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์หลากหลายนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวันของมนุษย์ในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น การซื้อของ โอนเงิน จองตั๋ว สั่งอาหาร หรือเรียกรถ ทุกอย่างสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ความสะดวกสบายเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยให้ผู้คนสะดวกสบายขึ้น แต่ยังทำให้โลกเริ่มมองความขี้เกียจมุมใหม่ในฐานะแรงผลักดันสำคัญของเศรษฐกิจอีกด้วย ผู้คนไม่อยากเสียเวลาจัดการทุกเรื่องด้วยตัวเอง ความขี้เกียจจึงกลายเป็นโอกาสทองของนวัตกรรมที่เปิดทางให้เหล่าสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้พัฒนาโซลูชันสุดสร้างสรรค์ โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จะพาไปทำความรู้จักกับ 5 นวัตกรรมฝีมือคนไทยที่ได้รับการสนับสนุนจาก NIA ซึ่งจะมีความเข้าใจวิ
อีกหนึ่งผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศ สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2025 ด้านเศรษฐกิจ คือ Hair Rise นวัตกรรมสเปรย์ลดผมร่วงและกระตุ้นผมใหม่ ที่พัฒนาโดย รศ.ดร.ภญ. วรินทร รักษ์ศิริวณิช อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้ก่อตั้งบริษัท พีทูเอ อินโนเวชั่น จำกัด เพราะเชื่อว่างานวิจัยไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก แค่ต้องได้รับโอกาส ได้เวที และการสนับสนุนที่เหมาะสม Hair Rise คือผลลัพธ์ของการวิจัยต่อเนื่องกว่า 20 ปี ที่ใช้สมุนไพรไทยหลากชนิด เช่น รำข้าว 7 สายพันธุ์ กาแฟ ใบฝรั่ง หอมแดง ชะเอมเทศ มาสกัดและรวมกันเป็นสารออกฤทธิ์เฉพาะ “Hair Rise Complex” ที่ออกฤทธิ์ตรงบริเวณรากผม ไม่ซึมเข้าสู่ระบบร่างกาย ทำให้ปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง รศ.ดร.ภญ.วรินทร เล่าว่า จุดเริ่มของ Hair Rise ไม่ได้มาจากแผนธุรกิจ แต่เกิดจากความมุ่งมั่นอยากเห็นงานวิจัยไทย “เข้าสู่ชีวิตจริง” อยากให้นักศึกษาเห็นว่างานวิจัยที่ทำ “ขายได้จริง และแก้ปัญหาให้คนได้จริง” แนวคิดงานวิจัยเกิดจากการรวมทุกปัจจัยของปัญหาผมร่วงไว้ในขวดเดียว ตั้งแต่กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ความเครียด สารเคมี ไปจนถึงโภชนาการ จากนั้นจึงขยายเป็นธุรกิจ มีพาร์
นายฐานพงศ์ จุ้ยประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็คซ์ฟู๊ด กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการส่งออกไอศกรีมและความนิยมผลิตภัณฑ์ไอศกรีมผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศว่า ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมจากประเทศไทยได้รับการยอมรับอย่างสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ไอศกรีมผลไม้ไทยที่มีรสชาติดี มีความหลากหลายและแปลกใหม่ ทำให้ล่าสุดประเทศไทยยังคงครองอันดับ 1 ของประเทศผู้ส่งออกไอศกรีมของภูมิภาคเอเชีย และเป็นอันดัน 4 ของโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ผ่านมา (2563-2567) อยู่ที่ปีละ 106 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.486 พันล้านบาท ขยายตัวเฉลี่ย 11% ต่อปี โดยในส่วนของ แม็คซ์ฟู๊ด กรุ๊ป มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาเพียง 5 ปี ทำให้วันนี้บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและส่งออกไอศกรีมอันดับ 9 ของไทย โดยผลิตภัณฑ์หลักเป็นไอศกรีมซอร์เบต์ในลูกผลไม้มีสัดส่วนถึง 70% โมจิไอศกรีม 20% ไอศกรีมซอร์เบต์ผลไม้ชนิดถ้วย 10% จากสัดส่วนการขายในต่างประเทศ 99% และในประเทศเพียง 1% จากปัญหาด้านภูมิอากาศและภัยแล้งแล้วทำให้ผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตมีไม่เพียงพอ ทำให้แม้จะมีคำสั่งซื้อจากต่างประเท
ครั้งแรกของโลก พบ “สมุนไพรไทย” แก้ปัญหา “ตะกรัน” ในระบบทำความเย็น ในยุคที่ สิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นสำคัญระดับโลก การพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติได้รับความสนใจอย่างมาก ล่าสุด เอ็มกรุ๊ปโฮลดิ้ง จับมือ วิสาหกิจชุมชนรำมะสัก เปิดตัว นวัตกรรมสมุนไพรไทยแก้ปัญหาตะกรันในระบบทำความเย็น นับเป็นการค้นพบครั้งแรกของประเทศไทย และอาจเป็นครั้งแรกของโลก คุณภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ ประธานเอ็มกรุ๊ปโฮลดิ้ง คือหนึ่งในนักธุรกิจที่สนใจทำธุรกิจที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเข้าไปสนับสนุนต่อยอดงานวิจัยเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยการค้นพบครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการศึกษาวิจัยของ บริษัท เฮิร์บ อินโนเทค จำกัด บริษัทในเครือเอ็มกรุ๊ปฯ ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนรำมะสัก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ขณะนี้ส่งออกจำหน่ายในตลาดแถบเอเชีย และอยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตรให้เป็นสมบัติของชาติไทย เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยนวัตกรรมนี้สามารถ กำจัดและป้องกันการเกิดตะกรันในระบบ Evaporative Condenser และ Cooling Tower ซึ่งเป็นปัญหาหลักในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ด้วยสารสกัดจาก สมุนไพรไทยแท้ 100% เช่น น้ำด่
