น้ำท่วม
ช่วยลูกจ้าง-นายจ้าง! ก.แรงงาน จัดงบ 80 ล้าน ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้ผู้ประสบอุทกภัย ผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ วันที่ 17 ตุลาคม 2564 เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยถึงการจัดทำมาตรการช่วยเหลือ ลูกจ้าง นายจ้าง บรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดจากอุทกภัย นำเงินกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน วงเงิน 80 ล้านบาท ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ นำไปซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ฟื้นฟูอาชีพหลังประสบภัย รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงแรงงานหาแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ จึงมอบหมายกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกจ้าง นายจ้าง ที่ประสบอุทกภัยตามโครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ จากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบก
ออมสิน ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จากพายุเตี้ยนหมู่ ให้กู้ฉุกเฉินปลอดชำระ 3 เดือน/กู้ซ่อมแซมบ้าน ปีแรกไม่คิดดอกเบี้ย นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุม-พายุเตี้ยนหมู่ ส่งผล ให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 26 จังหวัด โดยเฉพาะ จังหวัดพิจิตร ชัยภูมิ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี ขอนแก่น ลำปาง ลำพูน และอุบลราชธานี ซึ่งทำให้บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนและลูกค้าของธนาคารในพื้นที่ได้รับความเสียหาย มีความเดือดร้อนในการดำรงชีพ โดยธนาคารออมสินในพื้นที่ได้นำถุงยังชีพ สิ่งของจำเป็น และน้ำดื่ม ออกไปแจกจ่ายช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนในเบื้องต้นแล้ว นอกจากนี้ ได้ออกมาตรการสินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ประกอบการในพื้นที่ ด้วยวงเงินกู้ฉุกเฉิน ที่มีหลักเกณฑ์เงื่อนไขผ่อนปรน และอัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับซ่อมแซ่มที่อยู่อาศัย ซื้อสิ่งของจำเป็น ประกอบด้วย สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งเป็นเงินกู้ฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วม/ภัยพิบัติ ให้กู้รายละไม่เกิน 50,000
ธอส. ออก 7 มาตรการ พักหนี้ ลดดอกเบี้ย ให้กู้ซ่อม/สร้าง และจ่ายสินไหม ให้ ลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วม นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดน้ำท่วมหลากฉับพลันบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อันเนื่องมาจากการเกิดมรสุม ทำให้ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกส่งผลให้ที่อยู่อาศัยของประชาชนพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเสียหาย และผู้อยู่อาศัยไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” จึงพร้อมบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าประชาชนด้วย “โครงการเงินกู้ที่อยู่อาศัยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติปี 2564” (กรอบวงเงินรวมของโครงการ 100 ล้านบาท) โดยพิจารณาตามระดับความเสียหาย ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน (ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร) ของตนเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัยสามารถขอลดอัตราดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ เดือนที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 5-16 อัตราดอกเบี้ย 3.65% ต่อปี เดือนที่ 17-24 อัตราดอกเบี้ย
อธิบดีกรมชลประทาน สั่งเฝ้าระวัง น้ำหลาก-น้ำท่วม ชี้ น้ำในเขื่อนใหญ่ทั่วประเทศ อยู่ในเกณฑ์ดี คาดมีน้ำใช้เพียงพอแล้งหน้า นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำครั้งที่ 29/2564 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไทยอาจมีพายุจรในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. 2564 ประมาณ 2-3 ลูก อิทธิพลลมพายุจะทำให้เกิดฝนตกอย่างสม่ำเสมอในประเทศไทย และมีฝนตกชุกในภาคตะวันตก ส่งผลให้น้ำไหลลงเขื่อนมากขึ้น ซึ่งการพยากรณ์ของกรมอุตุฯ มีการประเมินกันเกือบทุกสัปดาห์ ดังนั้น กรมชลประทานจึงต้องจับตาพายุ และสถานการณ์น้ำฝน เพื่อบริหารจัดการน้ำในเขื่อนไม่ให้กระทบกับประชาชนบริเวณใกล้เคียงกรณีมีน้ำมาก และเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในกรณีน้ำน้อย ในช่วงนี้ถึง 2 ส.ค. จะมีอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ตอนบนของภาคเหนือ สปป.ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน ทำให้มีฝนตกหนักบางพื้นที่จึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก น้ำล้นตลิ่ง โดยในภาพรวมเดือน ส.ค. ต้องระวังพื้นท
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อฉุกเฉิน ช่วยเกษตรกรประสบอุทกภัย รายละไม่เกิน 50,000 บาท นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้มีปริมาณฝนตกสะสม เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่มและลมกระโชกแรง สร้างความเสียหายกับผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนทรัพย์สินที่อยู่อาศัยของเกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป ธ.ก.ส. จึงได้กำหนดแนวทางการช่วยเหลือพร้อมมอบหมายให้ ธ.ก.ส. ในพื้นที่เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดังนี้ กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ได้มอบหมายให้พนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่ ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจลูกค้า พร้อมจัดหาถุงยังชีพเพื่อนำไปมอบให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนที่เดือดร้อน โดยเบื้องต้นได้ส่งถุงยังชีพช่วยเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา จำนวนกว่า 8,518 ชุด และเข้าไปสนับสนุนศูนย์อพยพหรือจุดรวมพลต่างๆ เช่น จัดหาอาหาร น้ำดื่ม บริการสุขาเคลื่อนที่ เต็นท์สนาม รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น ค่าเช่าเรือ ค่าเช่ารถบรรทุก ค่าแรงงาน เป็นต้น และหลังจากสถานการณ์ค
ออมสิน ออกมาตรการช่วยน้ำท่วมภาคใต้ พักชำระหนี้ 3 เดือนทันที พร้อมให้กู้ฉุกเฉิน “สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ” รายละ 50,000 บาท ปีแรกไม่คิดดอกเบี้ย และ 3 เดือนแรกไม่ต้องจ่ายคืนเงินกู้ คุณวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เหตุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายจังหวัด ในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ และสร้างความเสียหายต่อลูกค้า และประชาชนเป็นวงกว้าง ธนาคารได้เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยนำถุงยังชีพและน้ำดื่มออกไปแจกจ่ายเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเป็นการด่วนแล้วกว่า 3,500 ชุด และหน่วยบริการอาหารฟรีทุกวัน ซึ่งเบื้องต้นจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติ คือ จ.นครศรีธรรมราช กับ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีลูกค้าเงินฝากและสินเชื่อธนาคารออมสินกว่า 957,000 ราย และพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ธนาคารได้ออกมาตรการพักชำระหนี้ให้กับลูกค้าสินเชื่อทุกประเภท แบ่งเป็น 3 ระดับตามความหนักเบาของผลกระทบที่ได้รับ โดยเฉพาะระดับความรุนแรงสูง และทางการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัย ลูกค้าที
กรมควบคุมโรค เตือน ปชช. ระวังจมน้ำช่วงน้ำท่วม พบเดือนเดียวเสียชีวิตแล้ว 11 ราย กรมควบคุมโรค เผยแพร่ “พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์” ฉบับที่ 280 ประจำสัปดาห์ที่ 39 (วันที่ 27 ก.ย. – 3 ต.ค. 63) โดย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์การจมน้ำเสียชีวิตในเดือนกันยายน 2563 (ตั้งแต่วันที่ 1-22 ก.ย. 63) พบทั้งหมด 10 เหตุการณ์ เสียชีวิตรวม 11 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว (ในช่วงเวลาเดียวกันปี 62 พบผู้เสียชีวิต 2 ราย จาก 2 เหตุการณ์) โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตของปีนี้ 8 ราย (ร้อยละ 89) เป็นเด็กอายุระหว่าง 2-14 ปี ส่วนอีก 3 รายอายุระหว่าง 38-60 ปี เฉพาะในช่วงวันที่ 19-22 ก.ย. 63 มีเหตุการณ์ทั้งสิ้น 7 เหตุการณ์พบผู้เสียชีวิต 8 ราย เกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ เลย อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก โดยเกิดขึ้นที่แหล่งน้ำบริเวณใกล้บ้าน ฝายน้ำล้น และคลองชลประทาน การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยยังคงมีฝน
กรมอุตุฯ เตือน ร่องมรสุมพาดผ่าน ทำฝนตกหนักบางแห่ง เตือนระวังอันตรายจากฝน วันที่ 25 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ทั้งนี้ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ฝุ่นละอองขนาดเล็ก เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง ดังนั้น สภาพอากาศไม่เอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควัน พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 26 ก.ย.นี้ ภาคเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซีย
กรมอุตุฯ เตือน ฝนถล่มต่อเนื่อง กทม. โดนด้วย ใต้มีคลื่นยักษ์ ขอให้ ปชช. ระวังอันตราย วันที่ 14 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ กับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง ดังนั้น สภาพอากาศไม่เอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควัน พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 15 ก.ย.นี้ ภาคเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต
แพทย์ เตือน อากาศแปรปรวน ฝนตก-ร้อนอบอ้าว เสี่ยงเกิดโรค แนะ ปชช. ดูแลสุขภาพ นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สภาพอากาศของประเทศในช่วงนี้มีทั้งฝนตกหนัก และบางวันอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการเป็นหวัด ไอ เจ็บคอ โดยเฉพาะคนที่ร่างกายอ่อนแออาจล้มป่วยจนต้องนอนพัก แนะนำช่วงหน้าฝนนี้ควรพกร่ม เสื้อกันฝน หรือหมวก ป้องกันตัวเองไม่ให้เปียกฝน โดยเฉพาะบริเวณศีรษะ ถ้าเปียกฝนก็ใช้ผ้าขนหนูซับผมให้แห้งให้ได้มากที่สุด และควรมีเสื้อผ้าไว้ผลัดเปลี่ยนในกรณีที่จำเป็นต้องลุยฝน เพราะการอยู่ในสภาพเปียกชื้นอาจทำให้ร่างกาย เป็นตะคริว เป็นหวัด ไอ จาม เป็นไข้ และอาจทำให้เกิดอาการปอดบวมแทรกซ้อนได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลุยน้ำท่วมขัง เพราะน้ำที่ท่วมขังมีเชื้อโรคอยู่มากมายที่จะนำมาซึ่งอหิวาตกโรค โรคมือเท้าเปื่อย อีกทั้ง ควรล้างมือและเท้าให้สะอาดทุกครั้งเมื่อเข้าบ้าน หรือเมื่อจะกินอาหาร ส่วนน้ำฝนก่อนนำมาดื่มควรผ่านการต้มสุก เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่มากับความชื้นในหน้าฝนที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสียอย่างรุนแรงได้ และป้องกันยุงด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ในบริเว
