น้ำท่วม
จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ต่างๆ ทำให้น้ำท่วมหลายพื้นที่โดยที่ไม่ทันตั้งตัว โลกออนไลน์ มีการแชร์เรื่องจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Mikey MG ซึ่งได้แชร์ประสบการณ์ จากเมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหาเมื่อพบกับเหตุการณ์น้ำท่วมรถ โดยพบว่า มีการแชร์ต่อไปเกือบ 2 หมื่นครั้งเลยทีเดียว โดยระบุว่า “#รถที่จมน้ำทุกคันมีทางแก้เคยเจอมาแล้ว เมื่อปี 54 #ช่างจันทร์ขอแนะนำ รถที่จมน้ำในตอนนี้! 1 ถอด แบ็ตเตอรี่ ออกหนึ่งข้าง บวก หรือ ลบ ก็ได้ 2 เอามือถือ ถ่ายรูปรถทุกจุดที่น้ำเข้า 3ถ่ายรูปตอนน้ำท่วมสูงสุดจะได้รู้ว่าถึงจุดใหนของรถ 4 พอน้ำลง พอน้ำลงโทรตามประกันมาซ่อม 5 ประกันมาดูรถให้ใส่แบ็ต ขอติดเครื่อง,#ห้ามเด็ดขาด เพราะน้ำเข้าท่อไอดี ไปอยู่ที่หัวลูกสูบ พอติดเครื่อง น้ำก็จะอัดในห้องเครื่องทำให้ก้านสูบคด งอ พังในที่สุด ซ่อมใหม่ก็ หลายๆหมื่น เลยทีเดียว 6 ให้ประกันลากเข้า 0 บริการ พร้อมทำหนังสือว่าจะรับผิดชอบ ทุกอย่าง ทำให้เหมือนเดิม แล้วเซ็น 7 คนใหน #ไม่มีประกัน ให้ทำตาม ช่างจันทร์ บอกต่อไปนี้ 7.1 ถอดแบ็ต 7.2 เอาลมเป่า ตามปลั้กไฟทุกจุด และถอดกล่อง ECU มาเป่า ,ใช้ลมเป่า เบาๆ หรือไดเป่าผมก็ได้ แล้วตากแดน 20 นาที [กล่องจ
วันที่ 23 มกราคม 2560 จากภาวะน้ำท่วมถึง 2 ครั้งในจังหวัดตรัง ช่วงเดือนธันวาคม 2559 และเดือนมกราคม 2560 ซึ่งกินระยะเวลายาวนานมากว่า 1 เดือน และอาจจะมีครั้งที่ 3 อีกครั้ง รวมทั้งยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยามาเป็นระยะๆ นั้น ได้สร้างผลกระทบให้กับเกษตรกรชาวสวนยางเป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้สวนหลายแห่งยังคงมีน้ำท่วมขัง ส่งผลให้ไม่สามารถกรีดยางได้ ส่วนสวนอีกหลายแห่งที่แม้น้ำจะแห้งไปแล้ว กลับเจอฝนตกในช่วงดึก หรือช่วงเช้า จนไม่อาจจะกรีดยางได้เช่นกัน นางพันวิรา วงศ์มาลามาศ ชาวบ้านหมู่ 9 ตำบลคลองปาง อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาบ่อยครั้งในระยะนี้ ทั้งที่ปกติทุกปีจะแล้งไปนานแล้ว ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถกรีดยางได้ตามปกติ และไม่มีเงินไปใช้จ่าย ต่อให้ยางปรับราคาขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 100 บาท ก็ไม่มีผลอะไร เพราะทุกวันนี้ยังคงมีฝนตกจนน้ำท่วมมา 3 รอบแล้ว เฉพาะครอบครัวของตนต้องขาดรายได้ไปวันละประมาณ 1,000 บาท และไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครในยามทุกข์ร้อนเช่นนี้ นายบุญเจือ สมทิพย์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง กล่าวว่า จ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจพื้นที่น้ำท่วมบริเวณในเขตตัวอำเภอเมืองประจวบพบว่า พื้นที่โดยส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำลดระดับลงแล้วจนแห้งกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังเหลือเพียงบางจุดที่ยังมีน้ำท่วมขังถนนในหมู่บ้านตรอกซอกซอย ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำทำให้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานต้องเร่งระดมนำเครื่องสูบน้ำสูบระบายน้ำออกจากบ้านเรือนประชาชน แต่มีอยู่เพียง 1 หลังที่ผู้สื่อข่าวพบว่า มีน้ำท่วมแต่เจ้าของบ้านไม่รอเจ้าหน้าที่ แต่กลับดัดแปลงใช้รถจักรยานยนต์วิดน้ำออกจากบ้านด้วยการตั้งขาตั้งใหญ่แล้วเร่งเครื่องให้ล้อด้านหลังหมุนด้วยความเร็ว วิดน้ำที่มีอยู่ในบ้านออกมานอกบ้าน จึงทำให้น้ำลดระดับลงอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องพึ่งเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับใช้วิดน้ำ หรือเครื่องปั๊มน้ำ นายมานะ เกล้าเกตุ วัย 63 ปี บ้านเลขที่ 118 ถนนประจวบศิริ ตำบลประจวบฯ อำเภอเมืองประจวบฯ จังหวัดประจวบ ซึ่งเป็นเจ้าของหนังเร่ชื่อดังแห่งเมืองประจวบมานะชัยภาพยนต์ ได้เปิดเผยว่า ที่ต้องใช้รถจักรยานยนต์วิดน้ำด้วยวิธีนี้ เพราะสาเหตุเกิดมาจากมีอายุที่มากแล้วไม่แข็งแรงเหมือนสมัยวัยหนุ่ม จึงไม่สามารถก้มลงวิดน้ำในปริมาณมากไ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 5 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุน้ำในคลองอัมพวาเอ่อล้นท่วมตลาดน้ำอัมพวา ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก สร้างความตื่นตกใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยน้ำดังกล่าวเอ่อล้นขึ้นมาจากคลองอัมพวา ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ริมคลองอัมพวา โดยเฉพาะพื้นที่ต่ำบริเวณสะพานขุนนิกร ได้รับความเดือดร้อนต้องเดินลุยน้ำสูงเกือบ 10 เซนติเมตร ซึ่งเจ้าของร้านค้าทั้ง 2 ฝั่งก็เตรียมกระดานไม้ไว้กั้นหน้าร้านไม่ให้น้ำเข้าหากเกิดน้ำท่วมสูงขึ้นมา ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในตลาดแม่กลอง ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จากน้ำทะเลที่หนุนสูงส่งผลให้ชาวบ้านในเขตทศบาลเมืองสมุทรสงคราม โดยเฉพาะซอยเพชรสมุทรที่มีพื้นที่ต่ำ น้ำท่วมล้มฟุตบาท นายสมชาย ตันประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม ได้นำเจ้าหน้าที่บรรจุทรายใส่กระสอบเตรียมให้บริการประชาชนที่ต้องการนำไปกั้นน้ำที่เอ่อขึ้นมาจากแม่น้ำแม่กลอง ไม่ให้เข้าสู่บ้านเรือนที่อยู่อาศัย นายมนัส สุดพวง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสงคราม กล่าวว่าฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ตกบริเวณใต้เขื่อนวชิราลงกรณ์และเขื่อนศรีนครินทร์ บริเ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอแม่ออน วัดปริมาณน้ำฝนได้ 40 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมเส้นทางคมนาคมภายในหมู่บ้าน บ้านหัวฝาย หมู่ 5 ต.ออนเหนือ อ.แม่ออน และล่าสุดเวลา 07.30 น. น้ำได้หลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร น.ส.ภัทราพร ลายจุด นายอำเภอแม่ออน สั่งการให้ นายก อบต.ออนเหนือ และ อบต.ทุกแห่ง กำนันผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบล ให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประสานขอความช่วยเหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนเขตตัวเมืองเชียงใหม่เกิดฝนตกหนักเมื่อเวลา 01.00 น. เช่นเดียวกัน โดยตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในชุมชนที่ราบต่ำ ระดับน้ำสูง 30-40 เซนติเมตร โดยเฉพาะชุมชนศรีปิงเมือง และชุมชนกำแพงงาม ที่ระดับน้ำสูงจนเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ ระดมกำลังและเครื่องสูบน้ำเข้าระบายน้ำที่ท่วมขัง ขยะและผักตบชวาเป็นการด่วนแล้ว คาดว่าจะค่อยๆ ลดระดับลง ในขณะที่ชาวบ้านเดือดร้อนหนักขอบริจาคเครื่องนอนและของใช้จำเป็น ทั้งนี้ในส่วนของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ แจ้งว่า
วันที่ 9 ตุลาคม สถานการณ์น้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ล่าสุดเช้านี้ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 907.50 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอัตราเดิมวันละ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มเป็นอัตราวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนพระรามหก เพื่อให้สมดุลกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า และชะลอน้ำเต็มเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีร่องมรสุมพาดผ่าน บริเวณภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสัก ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงปัจจุบัน ณ เมื่อวานนี้ วันที่ 8 ตุลาคม 2559 ปริมาณน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ทั้งหมด 900.50 ล้าน ลบ.ม. และล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. ของเช้าวันนี้ 9 ตุลาคม 2559 ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 907.50 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเขื่อนสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกเพียง 52.50 ล้าน ลบ.ม. และคาดว่าจะมีปริมาณน้ำเต็มเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2559 หากไม่มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้สมดุลกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้า ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพส
นายอำเภอนครหลวง เมืองอยุธยา รวมมือกับชาวบ้านเร่งป้องนาข้าว ที่กำลังออกรวงใกล้เก็บเกี่ยว มูลค่า 100 ล้านบาท เวลา 07.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 59 นายไพรัตน์ เพชรยวน นายอำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังหลังเขื่อนพระรามหก เร่งปล่อยน้ำ ลงแม่น้ำป่าสักจำนวนมาก จนทำให้พื้นที่ทุ่งการเกษตรของอำเภอ คือทุ่งแม่ลาหรือทุ่งบึงกุ่ม เนื้อที่เกือบ 20,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลแม่ลา ตำบลพระนอน และ ตำบลท่าช้าง อยู่ติดลำคลองบางพระครู รับน้ำโดยตรงจากแม่นำป่าสัก ซึ่งน้ำล้นตลิ่งในเขตกลางทุ่ง อีกทั้งทุ่งนี้ไม่ได้เป็นทุ่งแก้มลิงรับน้ำ ทำให้ชาวนา ได้ทำนากันเป็นจำนวนมากถึง 17,291 ไร่ ต้นข้าวอยู่ระหว่างออกรวง เหลือเวลาอีก 20-30 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ ประเมินแล้วข้าวนาปรังในทุ่งนี้มีมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท โดยล่าสุดทางอำเภอได้จัดงบประมาณป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติ 300,000 บาท มาปั้นคันดินสูง 1 เมตร ยาว 3 กิโลเมตร ตลอดแนวคลอง เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วม แต่มีน้ำซึมและน้ำฝน ทำให้ต้องระดมเครื่องสูบน้ำจำนวนมาก มาสูบน้ำด้านในออก พร้อมจัดทอดผ้าป่า หาเงินเป็นค่าน้ำมัน และชมรมผู้ประกอบการธุรกิ
น้ำท่วมกรุงเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ชาวกรุงปั่นป่วนและเกิดภาพที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ จำนวนมาก หนึ่งในนั้น สมาชิกเฟซบุ๊ก Amonrada Pakdeesupon ได้โพสต์ภาพริมฟุตปาธแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรถเข็นขายอาหารอยู่ แต่ที่สำคัญคือ มีแม่ค้ากำลังก้มลงเอาน้ำที่ท่วมปริ่มริมฟุตปาธขึ้นมาล้างหม้อ ล้างจาน โดยผู้โพสต์ได้ระบุว่า “ฉันมาล้างหม้อล้างชาม รอพี่ที่ท่าน้ำหมอชิต ทุกวันเลยนะ !!!! #แดกไหมหละมึง #น้ำขังริมทาง #น้ำที่ท่าน้ำหมอชิต” จากการสอบถามเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่า ผู้โพสต์ยืนยันว่าแม่ค้าได้ใช้น้ำที่ท่วมอยู่ ล้างจานและหม้อ เพื่อนำไปใช้ต่อ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
กรมชลฯเร่งระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มเป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที “สิงห์บุรี-อ่างทอง-ลพบุรี-อยุธยา-ปทุมธานี” อ่วม GISTDA ฟันธงไม่ท่วมกรุงซ้ำปี”54 อสังหาฯวอนรัฐเตือนล่วงหน้าก่อน 7 วัน ชี้ “เกาะเกร็ด-บางบัวทอง-สามโคก” เสี่ยงน้ำท่วม ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานสถานการณ์น้ำหลังจากที่ประเทศไทยตอนบนเผชิญกับภาวะฝนตกหนักและน้ำเหนือไหลหลากว่า ณ วันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ณ สถานี C13 เขื่อนเจ้าพระยา ปรากฏปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มสูงขึ้นถึงระดับ 1,998 ลบ.ม./วินาที หรือสูงกว่าความพยายามที่จะควบคุมน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่ปริมาณ 1,800 ลบ.ม./วินาทีไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงต่อจากนี้ไป กรมชลประทานได้ประเมินสถานการณ์น้ำ ณ สถานี C2 อ.เมืองนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะสูงสุดประมาณ 2,155 ลบ.ม./วินาที (ณ วันที่ 30 ก.ย. น้ำไหลผ่าน 1,790 ลบ.ม./วินาที) เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ที่คาดว่าจะมีปริมาณสูงสุดประมาณ 400 ลบ.ม./วินาที (ณ วันที่ 30 ก.ย. ปริมาณ 108 ลบ.ม./วินาที) จะทำให้น้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 ตุลาคม ที่จังหวัดภูเก็ต เกิดฝนตกหนักติดต่อกันกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้ถนนหลายสายเกิดน้ำท่วมขังรถไม่สามารถสัญจรได้ โดยเฉพาะในตัวเมืองภูเก็ต จุดแรกที่บริเวณถนนเทพกระษัตรีบริเวณห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์ชีพ มีน้ำท่วมขังสูงกว่า 50-70 เซนติเมตร ทำให้การจราจรติดขัดรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ตต้องอำนวยความสะดวกทำการปิดการจราจรชั่วคราวบนถนนฝั่งขาออก และให้รถไปวิ่งสวนทางในฝั่งขาเข้า เพื่อเลี่ยงจุดน้ำท่วม ทั้งนี้ ได้มีรถยนต์หลายคันที่จอดไว้บริเวณทางออกของห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์ชีพถูกน้ำท่วมเกือบครึ่งคันทำให้ได้รับความเสียหาย ขณะที่รถ จยย.ที่พยายามขับฝ่าน้ำท่วม ถูกน้ำเข้าเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน ใกล้กันอีก 1 จุด ที่บริเวณซอยลักกงษี-สามกอง ด้านหลังห้างซุปเปอร์ชีพ ในวันนี้ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตรเช่นกัน ทำให้รถสัญจรไปมาด้วยความลำบาก ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าต้องเก็บข้าวของหน้าร้านป้องกันการเสียหาย ต่อเนื่องไปที่บริเวณหน้าศาลเจ้าสามกอง ถนนสามกอง-กะทู้ มีน้ำท่วมผิวจราจรและท่วมเข้าบ้านเรือนประชาชนและร้านค้าขายอาหารเจหน้าศาลเจ้
