น้ำพริก
เปิดสูตร น้ำพริกนางลอย by อาจารย์ตุ๊ก อาหารพื้นบ้านตำรับชาววัง ทำกินเองง่าย ทำขายก็ดี น้ำพริก ประเทศไทยบ้านเรามีให้เลือกกินหลากหลาย แต่ที่ดูจะคุ้นปาก ก็เห็นจะเป็นน้ำพริกปลาทู น้ำพริกแมงดา อะไรประมาณนี้ วันนี้จะชวนทุกคนมาลองทำ น้ำพริกนางลอย อาหารพื้นบ้านตำรับชาววัง สูตร อาจารย์ตุ๊ก-ขนิษฐา ชัยชาญกุล ที่ให้สูตรมาลองทำกิน ทำขายกัน โดยส่วนผสมของน้ำพริกนางลอย มีดังนี้ หอมเผา 4 ช้อนโต๊ะ มะอึก 7 ผล กระเทียมเผา 4 ช้อนโต๊ะ กะปิเผา 3 ช้อนโต๊ะ กุ้งแห้งบดละเอียด 3 ส่วน 4 ถ้วย ระกำ ซอยบางๆ 3 ผล หรืออาจจะใช้มะม่วง หรือ มะดัน แทนก็ได้ พริกชี้ฟ้าเผา 15 เม็ด พริกขี้หนูเผา 25 เม็ด น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว 5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ วิธีทำ ขั้นแรก ให้ใส่พริกชี้ฟ้าและพริกขี้หนู รวมถึงหอมเผา ใส่ในครก ตามด้วยกระเทียมและกะปิเผาไฟจนหอม แล้วโขลกส่วนผสมทั้งหมดให้พอแหลก จากนั้นใส่กุ้งแห้งบดละเอียดที่เตรียมไว้ ผสมลงไป ตามด้วย ระกำซอย และ มะอึกซอย จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะนาว และ น้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามใจชอบ จากนั้นเสิร์ฟพร้อมผักสด หรือเนื้อสัตว์ ทานเป็นเครื่องเคียง เผยแพร่ครั้งแรก วันพฤหัสที่ 18 มีนาคม พ.
นับถือใจ! นักวิจัยวัย 50 ออกเงินช่วยทำ “น้ำพริกดอกดาหลา” ขาย หารายได้เยียวยาลูกจ้าง หลังโดนตัดงบ น้ำพริกดอกดาหลา – ระหว่างที่กำลังท่องโซเชียลอ่านนั่นนี่ไปตามปกติของคนในยุคสมัยนี้ ก็บังเอิญไปเจอโพสต์โพสต์หนึ่ง ที่ระบุข้อความพร้อมรูปภาพ ว่าด้วยเรื่อง การดำเนินการช่วยเหลือเหล่าลูกจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกปรับลดงบประมาณ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับ คุณไก๋ – ดาริกา ดอกจันอาด วัย 50 ปี นักวิจัยการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เจ้าของโพสต์ดังกล่าว เธอเล่าให้ฟังว่า ตัวเธอเองยึดอาชีพนักวิจัยมาได้หลายสิบปีแล้ว ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลากหลาย มีเพื่อนร่วมงานลูกน้องมากมายที่ผ่านเข้ามาและผ่านไป จนเมื่อไม่กี่วันก่อน ทางกรมวิชาการเกษตร ถูกปรับลดงบประมาณลง และเมื่อคิดคำนวณออกมาแล้ว เงินที่มีอยู่สามารถจ้างลูกจ้างกว่า 26 ชีวิตได้อีกเพียง 3 เดือนเท่านั้น เธอในฐานะหัวหน้า จึงคิดแก้ไขหาทางออกเพื่อช่วยเหลือเยียวยาเหล่าลูกจ้างในความปกครอง โดยการออกเงินทุนครั้งแรก ในการซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์
ตรวจพบน้ำพริกหนุ่ม ของฝากภาคเหนือ สารกันบูดเกินมาตรฐาน สูงสุดถึง 11 เท่า เมื่อวานนี้ (1 ส.ค. 62) นิตยสารฉลาดซื้อ ตรวจซ้ำน้ำพริกหนุ่ม 17 ตัวอย่าง พบกว่าร้อยละ 63 ใช้สารกันบูดเกินมาตรฐาน และบางตัวอย่างเกินมาตรฐานถึง 11 เท่า แนะยกระดับมาตรฐานของฝากทั่วไทย สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ ภายใต้โครงการเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำพริกหนุ่มในพื้นที่ภาคเหนือจำนวน 17 ตัวอย่าง ส่งตรวจวิเคราะห์หาปริมาณวัตถุกันเสียประเภทกรดเบนโซอิก และกรดซอร์บิก เป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยสุ่มตรวจในครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2561 โดยผลทดสอบ มีดังนี้ น้ำพริกหนุ่มที่ตรวจไม่พบสารกันบูด มี 2 ตัวอย่าง คือ น้ำพริกหนุ่มอุ้ยคำ (ตราขันโตก) จากตลาดวโรรส จ.เชียงใหม่ และน้ำพริกหนุ่มวรรณภา จากร้านวรรณภา จ.เชียงราย ส่วนน้ำพริกหนุ่มที่ตรวจพบสารกันบูดประเภทกรดเบนโซอิกและกรดซอร์บิก แต่ไม่เกินมาตรฐาน มี 8 ตัวอย่าง ได้แก่ -ยี่ห้อ นันทวัน (เจียงฮาย สูตรดั้งเดิม) จาก จ.เชียงราย พบปริมาณกรดเบนโซอิก 4
ยายทวด 6 แผ่นดิน อายุยืน 112 ปี ยังแข็งแรง อ่านเขียนยังคล่อง เผยเคล็ดลับสุขภาพดี วันที่ 8 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบคุณยายทวดเปลี่ยว หรือนางเปลี่ยว เพชรพวง อายุ 112 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 ม.4 ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ หลังทราบจากนายก้องภพ หนูเอียด ผู้ใหญ่บ้านโคกแซะ ม.3 ต.คีรีวง ว่าคุณยายทวดเปลี่ยว เป็นคนที่มีอายุยืนที่สุดในจังหวัดกระบี่ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ยังสามารถเดินได้ปกติไม่ต้องมีคนคอยพยุง และยังกวาดขยะหน้าบ้านได้คล่องแคล่ว นอกจากนี้ ยังสามารถเขียน อ่านหนังสือได้ รวมทั้งยังสามารถท่องบทสวด พาหุง มหากรุณิโก มงคลจักรวาลน้อย ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยคุณยายทวดเปลี่ยว เกิดในปี พ.ศ. 2450 ปีมะแม เดือนห้า วันจันทร์ ครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ปัจจุบันอาศัยอยู่กับลูกชายคนโต และหลานๆ โดยมีลูกทั้งหมด 9 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 4 คน ตอนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 4 คน คุณยายทวดเปลี่ยว กล่าวว่า ระหว่างที่อยู่บ้านตอนกลางวันไม่ได้ทำอะไร จะง่วงนอน จึงต้องไปเก็บกวาดขยะรอบๆ บ้าน ตอนนี้ลูกๆ ไม่อยากให้ทำแล้ว จึงใช้วิธีเดินทางไปเยี่ยมลูกหลานตามที่ต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเครียด
‘น้ำพริกมะกอก’ความชุ่มคอของเครื่องจิ้ม : โดย กฤช เหลือลมัย หนึ่งในลูกไม้ที่แข่งกันสุกให้คนกินตามฤดูกาลช่วงปลายปี ก็คือ“มะกอกป่า” (Spondias pinnata Kurz.) นะครับ เราอาจได้กินยอดอ่อนรสเปรี้ยวฝาดของมันจิ้มน้ำพริกจิ้มหลนมาตลอดทั้งปี หรือชาวบ้านภาคเหนือบางแห่งนิยมถากเปลือกต้นมาคั้นในลาบวัวควายดิบ เป็นสูตรเฉพาะของพื้นที่ แต่กว่าจะมีโอกาสลิ้มรสหอมหวานเจือฝาดเปรี้ยวเล็กน้อยของเนื้อมะกอกสุกที่แสนจะชุ่มชื่นคอได้ ก็ต้องล่วงมาช่วงหน้าหนาวนี่แหละครับ ลูกมะกอกสุกมีวางขายตามตลาดนัดทั่วไป โดยเฉพาะแผงผักลาว มันเป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ในครก “ตำลาว” นอกจากนี้ก็ยังอยู่ในน้ำปลาพริกขี้หนู ที่เมื่อไหร่ใส่มะกอกแล้วก็กินกับปลาย่างอร่อยที่สุด บางทีก็ไปอยู่ในต้มโคล้งปลาช่อนทั้งลูกเลยทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเปลือกมะกอกมีน้ำมันหอมระเหย และมีรสมีชาติเสริมเนื้อมะกอกในสำรับอาหารได้อย่างพอดิบพอดีมากๆ ถ้าถามว่าเหลือแต่เมล็ดกระมังที่กินไม่ได้ ก็ไม่เชิงอีกครับ คือถ้าเรากะเทาะเปลือกเมล็ดออก จะมีเนื้อแก่นเมล็ด รสมันอร่อย ยิ่งหากเป็นจำพวกมะกอกเกลื้อนหรือมะกัก ที่ร่วมสายพันธุ์กัน ยิ่งจะมีเนื้อเมล็ดมากขึ้นไปอีก ใ
ผลไม้นอกจากจะรสชาติอร่อย ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง และหากอยู่เมืองไทยด้วยแล้วผลไม้หาทานได้ง่ายตลอดทั้งปี คนสมัยก่อนยังนำผลไม้มาถนอมอาหารด้วยกรรมวิธีหลายอย่าง อาทิ ตากแห้ง หมักดอง เชื่อม แช่อิ่ม ฉาบ ส่วนปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่นำผลไม้มาดัดแปลงทำน้ำพริก แถมเป็นผงโรยข้าวทานแทนกับข้าวได้ด้วย พัฒนาน้ำพริกจากของเหลือ เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ คุณทิวาพร ศิริ หรือ คุณแอม สาวเชียงใหม่วัย 25 ปี คือ เจ้าของไอเดียน้ำพริกผลไม้ AMZAP (แอมแซ่บ) เล่าที่มาว่า หลังจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ไปทำงานสร้างเขื่อนที่ประเทศลาวอยู่ประมาณครึ่งปี หลังจากนั้นลาออกด้วยเหตุผลว่าไม่อยากเสียเวลาทำงานประจำ อยากสร้างกิจการของตัวเอง นั่นคือ กิจการน้ำพริกผลไม้ เดิมทีบ้านของหญิงสาวดำเนินธุรกิจขายปลีก ขายส่งน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว และแคบหมู มานานกว่า 15 ปี ซึ่งแต่ละวันจะผลิตแคบหมูราว 500 กิโลกรัม จุดเด่น คือ ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ ส่วนน้ำพริกหนุ่มก็ไม่ใส่สารกันบูด ไส้อั่วมันน้อย ใส่สมุนไพรเยอะ ภายหลังที่คุณแอมลาออกจากงานประจำ เธอตั้งหลักด้วยการช่วยงานที่บ้านก่อน เลยเกิดไอเดียอยากขายแคบห
กลุ่มชาติพันธุ์ไทย-ลาว ที่อยู่ริมสองฝั่งโขงทั้งในประเทศไทยและประเทศลาว เรามีวัฒนธรรมร่วมกันหลายอย่างที่ยังคงสืบต่อมาจนปัจจุบัน ทั้งภาษา ศาสนา การแต่งกาย และอาหารที่แทบจะไม่ต่างกันเลย โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินที่กินข้าวเหนียวเป็นหลักพร้อมกับกับข้าวที่ทำขึ้นง่ายๆ จากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นตามฤดูกาล กินผักกินปลาแม่น้ำโขงเป็นหลัก น้ำพริกหรือเครื่องจิ้มชนิดหนึ่งที่แพร่หลายอย่างมากคือ ป่นปลา ซึ่งพบว่าชาวลาวนี้กินกันมานาน ดังปรากฏอยู่ในบันทึกของเพียสิง จะเลินสิน ที่ได้จดบันทึกตำรับอาหารพระราชวังหลวงพระบางที่เขาได้คลุกคลีอยู่ในห้องเครื่องในวังหลวง ก่อนที่จะถึงแก่อนิจกรรมใน ค.ศ.1967 ในสมุดจดเล่มนั้นได้กล่าวถึง ป่นปาเลิม (ปลาเลิม) ซึ่งหมายถึงปลาเทพา อันเป็นปลาหนังจำพวกหนึ่งที่มีมากในแม่น้ำโขง เขาบอกถึงวิธีทำว่านำชิ้นปลาไปต้มกับเกลือหรือน้ำปลา มีหอม กระเทียม พริกสด และมะเขือเปราะอ่อนนำไปหมกไฟให้สุกเรียกว่าเครื่องหอม แล้วจึงตำให้เข้ากันกับเนื้อปลา เติมน้ำต้มปลาให้พอข้น ปรุงรสด้วยน้ำปลา โรยต้นหอม ผักชี และใบมะกรูดซอย กินกับแกงส้ม แตงกวาและผักแนม ป่นปลาในปัจจุบันทำจากปลาหลายชนิดไม่จำกัดแต่ปล
น้ำพริก อาหารพื้นเพของคนไทย ทานคู่กับผักสด ผักต้ม อร่อยอย่าบอกใคร มีหลายสูตรหลายรสชาติให้เลือกตามแต่พื้นที่ แต่ใครจะคิดว่าอาหารง่ายๆ ที่เราสามารถทำทานเองได้ที่บ้านจะสามารถสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้มากมายขนาดนี้ คุณฟาง- ชโลธร กอพัฒนกุล อายุ 27 ปี เจ้าของน้ำพริก แบรนด์ “ลองยัง” เธอใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ที่ร่ำเรียนมาคิดสูตรน้ำพริกแปลกใหม่จนได้มาถึง 4 สูตร ขายผ่านเฟซบุ๊กและตัวแทนจำหน่ายกว่า 40 ราย ผลิตในจังหวัดแพร่ เปิดขายมา 3 เดือนกว่า เดิมทีก่อนทำแบรนด์น้ำพริก เธอเคยทำมาแล้วหลายอาชีพทั้งขายของออนไลน์ ทำแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และขายเฟอร์นิเจอร์ไม้สักในลักษณะทำตามออร์เดอร์ ควบคู่ไปกับการขายน้ำพริก แต่ดูเหมือนว่าการขายน้ำพริกจะเป็นอาชีพหลักของเธอมากกว่า คุณฟาง เล่าอีกว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีพี่ที่รู้จักบอกให้เธอช่วยคิดสูตรน้ำพริกขายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ บรรจุกระปุกแก้วติดฉลากภาษาอังกฤษทั้งหมด เป็นน้ำพริกแบบที่คนไทยคุ้นเคยมีขายทั่วไป เธอจึงทำและขายไปด้วยแต่ไม่ได้คิดจริงจังอะไรจึงเลิกไป แต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้
ผลไม้นอกจากจะรสชาติอร่อย ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง และหากอยู่เมืองไทยด้วยแล้วผลไม้หาทานได้ง่ายตลอดทั้งปี คนสมัยก่อนยังนำผลไม้มาถนอมอาหารด้วยกรรมวิธีหลายอย่าง อาทิ ตากแห้ง หมักดอง เชื่อม แช่อิ่ม ฉาบ ส่วนปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่นำผลไม้มาดัดแปลงทำน้ำพริก แถมเป็นผงโรยข้าวทานแทนกับข้าวได้ด้วย พัฒนาน้ำพริกจากของเหลือ เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ คุณทิวาพร ศิริ หรือ คุณแอม สาวเชียงใหม่วัย 24 ปี คือเจ้าของไอเดียน้ำพริกผลไม้ i’am zap! (แอมแซ่บ) เล่าที่มาว่า หลังจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ไปทำงานสร้างเขื่อนที่ประเทศลาวอยู่ประมาณครึ่งปี หลังจากนั้นลาออกด้วยเหตุผลว่าไม่อยากเสียเวลาทำงานประจำ อยากสร้างกิจการของตัวเอง นั่นคือ กิจการน้ำพริกผลไม้ เดิมทีบ้านของหญิงสาวดำเนินธุรกิจขายปลีก ขายส่งน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว และแคบหมู มานานกว่า 15 ปี ซึ่งแต่ละวันจะผลิตแคบหมูราว 500 กิโลกรัม จุดเด่นคือ ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ ส่วนน้ำพริกหนุ่มก็ไม่ใส่สารกันบูด ไส้อั่วมันน้อย ใส่สมุนไพรเยอะ ภายหลังที่คุณแอมลาออกจากงานประจำ เธอตั้งหลักด้วยการช่วยงานที่บ้านก่อน เลยเกิดไอเดียอยากขายแค
เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดพิษณุโลก มีหนุ่มจากเมืองนครสวรรค์ หรือเมืองสี่แคว ที่มาหลงรักสาวพิษณุโลกหรือเมืองสองแคว เตรียมจะจัดงานแต่งงาน แต่ไม่อยากเป็นหนี้เลยจับมือกับว่าที่แม่ยาย ทำน้ำพริกโบราณ “มะหมาดมาด” หรือน้ำพริกมะแขว่นขาย หารายได้เพิ่มจากงานประจำ ตีแบรนด์ “น้ำพริกแม่ยาย” ที่บ้านเลขที่ 28/6 ถ.สิงหวัฒน์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านของแฟนสาว หนุ่มสี่แควรายนี้ คือ นายรุ่งโรจน์ แก้วคำ หรือ เต้ อายุ 30 ปี กำลังช่วยคนในครอบครัวบรรจุน้ำพริก ลงกระปุกอย่างขะมักเขม้น พร้อมกับเล่าว่า ตนเองเป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์ แต่ได้มาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจังหวัดพิษณุโลก และได้พบรักกับแฟนสาว คบหากันนานหลายปีแล้ว จนกระทั่งมีแผนที่จะแต่งงานกัน แต่ด้วยว่าสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การจัดงานแต่งงานก็ต้องใช้เงินจำนวนมาก ประกอบกับตนเองไม่อยากเป็นหนี้ หรือกู้เงินมาแต่งงาน ดังนั้นจึงได้ชวนแฟนสาว และว่าที่แม่ยายทำน้ำพริก “มะหมาดมาด” แบบโบราณ ที่หารับประทานได้ยาก มาขายกัน เพราะตนเองเคยกินแล้วติดใจหาซื้อที่ไหนไม่ได้ เป็นน้ำพริกมะแขว่นรสชาติจัดจ้านสูตรเฉพาะของครอบครัว สามารถเก
