บิ๊กไอเดีย
โอริกามิ (Origami) เป็นศิลปะการพับกระดาษของญี่ปุ่นให้เป็นรูปร่างสิ่งของต่างๆ เป็นการฝึกทักษะการเรียนรู้ที่น่าสนใจโดยเชื่อกันว่าถ้าเด็กๆ ได้เล่นการพับกระดาษแบบโอริกามิจะช่วยให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ที่ดี เมื่อเติบโตขึ้นสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดใช้กับการทำงานจริงได้ เช่น ทางด้านการออกแบบวิศวกรรม อุตสาหกรรม เป็นต้น เมื่อก่อนศตวรรษที่ 20 วิธีการและรูปแบบการพับกระดาษของญี่ปุ่นยังเป็นแบบธรรมดาทั่วไป แต่หลังจากนั้น การพับกระดาษก็ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปจนเป็นมากกว่าแค่การพับกระดาษ รูปแบบการพับกระดาษโอริกามิที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นคือ กบและนก โดยวัตถุดิบสำคัญที่ใช้คือกระดาษซึ่งถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อ 250 ปีก่อนคริตศักราช จากนั้นญี่ปุ่นก็ได้เรียนรู้วิธีการทำกระดาษ สี หมึก จากประเทศจีนและสามารถผลิตใช้ได้เองในปีค.ศ.610 รูปแบบการพับกระดาษของญี่ปุ่นมีความซับซ้อนมากขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1200 จนเมื่อ 400 ปีที่แล้วได้มีหลักสูตรการพับกระดาษขึ้นแก่เด็กๆ ในโรงเรียน เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก อาคิระ โยชิซาวา (Akira Yoshizawa) เป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในศิลปะการพับ
เมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีประทับรถไฟเสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีทอดพระเนตรวิถีชีวิตชุมชน ระหว่างวันที่ 16-18 ต.ค. 2558 พสกนิกร 3 จังหวัดรายทางต่างปลื้มปีตีเฝ้ารอรับเสด็จอย่างคับคั่งด้วยความจงรักภักดี โดยปกติแล้วเมื่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จพระราชดำเนินทางรถไฟ ทางกรมรถไฟหลวง(หรือการรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน) จะถวายรถไฟพระที่นั่ง เพื่อให้พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินโดยเฉพาะ การเสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟครั้งแรกในประวัติศาสตร์สยามคือ การเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดทางรถไฟปฐมฤกษ์ กรุงเทพ – กรุงเก่า(อยุธยา) โดยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2439 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯบางปะอินโดยทางรถไฟอีกหลายครั้ง ตลอดจนการเสด็จเพื่อเปิดเส้นทางรถไฟในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นแปดริ้ว, นครราชสีมา, เพชรบุรี ในช่วงแรกไม่ปรากฏหลักฐานว่ากรมรถไฟหลวงได้จัดซื้อรถพระที่นั่งมาเมื่อใด แต่ลักษณะของรถพระที่นั่งทั้ง 2 คันเป็นรถ 2 เพลา(รถ4ล้อ) จำนวน 1 คัน และเป็นรถขนาด 8 ล้อ อีก 1 คัน สำหรับทางกว้า
เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ธนาคารแห่งชาติอังกฤษได้เผยโฉมตัวอย่างธนบัตร 5 ปอนด์แบบใหม่ให้ประชาชนได้เห็นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก มีรูปภาพของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ อยู่ด้านหลังธนบัตร และจะนำออกมาใช้วันที่ 13 กันยายนนี้ เรื่องนี้มีความหมายกับคนอังกฤษมาก เพราะเท่ากับว่านี่คือจุดเริ่มต้นทยอยปิดฉากการใช้ธนบัตรกระดาษที่เริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อ 320 ปีที่แล้ว ธนบัตร 5 ปอนด์ของอังกฤษจะเป็นธนบัตรชนิดแรกที่ทำออกมาใช้ ด้วยวัสดุพลาสติกโพลีเมอร์ (Polymer) หลังจากนั้น ในปีหน้า 2560 จะตามมาด้วยธนบัตร 10 ปอนด์ มีรูปเจน ออสเตน นักประพันธ์ชื่อดังชาวอังกฤษบนธนบัตร จากนั้นภายในปี 2563 จะออกธนบัตร 20 ปอนด์ มีรูปโจเซฟ มัลลอร์ด วิลเลียม เทอร์เนอร์ นักวาดภาพแนวภูมิทัศน์ชาวอังกฤษ ส่วนธนบัตร 50 ปอนด์ ซึ่งเป็นธนบัตรที่มีมูลค่ามากที่สุดในขณะนี้นั้น ทางธนาคารยังไม่มีแผนจะออกใหม่ในอนาคตอันใกล้ เพราะเพิ่งออกรุ่นใหม่ไปเมื่อปี 2554 นายมาร์ก คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติอังกฤษ บอกว่า ธนบัตรโพลีเมอร์แบบ 5 ปอนด์ จะมีอายุการใช้งานได้ 5 ปี มีความทนทานและคงทนต่อ “ไวน์แดง เถ้าซิการ์ สุนัข และเครื่
The Lamzac Hangout คือชื่อของโซฟาพองลมตัวนี้ เป็น “สิ่งประดิษฐ์” สมัยใหม่ที่เรียกความสนใจได้ในระดับบันลือโลก ก็เลยต้องเอามาเล่าสู่กันฟังเสียหน่อย อันว่าข้าวของเครื่องใช้จำพวกเป่าลมให้พอง เพื่อใช้งาน เช่น ฟูกลม หมอนรองคอตอนเดินทาง หมอนและที่นอนแคมปิ้งแบบอัดลมสำหรับพกพาไปไหนต่อไหนเพื่อความสะดวกสบายนั้น ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ออกแบบมาตอบโจทย์เทคโนโลยีด้านวัสดุที่พัฒนาล้ำหน้าขึ้นมาก ไม่ว่าจะใช้งานมาเป็นสิบยี่สิบปีที่นอนเป่าลมที่เราคุ้นเคยกันก็ยังเป็นวัสดุสังเคราะห์กึ่งพลาสติก เนื้อเหนียวที่ค่อนข้างหนาหนัก รูปทรงเทอะทะ แม้จะหอบหิ้วไปไหนได้แต่ก็ไม่สะดวกคล่องตัวนัก กระทั่งถึงยุคของ “แลมแซ็ก แฮงเอาต์” – Lamzac Hangout เรื่องราวของโซฟาเป่าลมก็ขึ้นต้นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ในทันที เพราะมันสุดเจ๋ง ถ้าภาษาวัยรุ่นก็คงบอกว่าคูลมาก เนื่องจากว่าโซฟาลมตัวนี้ไม่ต้องเป่าแล้ว มันพองลมได้ไม่ยากเลย เจ้าแลมแซ็ก แฮงเอาต์ ตัวนี้เป็นโซฟาอเนกประสงค์ขนาด 2 ที่นั่ง ออกแบบมาตอบสนองความต้องการของคนหนุ่มสาวยุคนี้อย่างแท้จริง เพราะมันเหมาะอย่างยิ่งกับการพกพาไปตามสถานที่ต่างๆ อย่างสะดวกสบายและสามารถกางออกใช้งานได้ฉับไวใน
พาไปรู้จักน้อง “เทเลอร์ โรเซนทัล” เด็กชายวัย 14 ปี จากรัฐอลาบาม่า สหรัฐอเมริกา ที่เป็นซีอีโอตัวน้อยของบริษัท RecMed ซึ่งเป็นธุรกิจที่สร้างมาจากไอเดียของเขาเอง แถมยังเป็นไอเดียง่ายแต่ไม่มีใครคิดทำกัน นั่นคือ “ตู้ขายอุปกรณ์ปฐมพยาบาลอัตโนมัติ” ซึ่งรูปแบบไม่ต่างจากตู้ขายขนม เครื่องดื่ม หยอดเหรียญหรือใส่ธนบัตรอัตโนมัติ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบสินค้าในตู้เป็นอุปกรณ์ปฐมพยาบาลฉุกเฉินที่ใช้ทำแผล หรือรักษาบาดเจ็บฉุกเฉิน อาทิ ยาฆ่าเชื้อ ยาล้างแผล แอลกอฮอล์ พลาสเตอร์ยาปิดแผล ผ้าพันแผล เทปติดแผล สำลี ถุงมือ เป็นต้น ไอเดียน้อง เทเลอร์ ก็ไม่ใช่แค่ไอเดีย แต่สร้างออกมาแล้ว และล่าสุดเขาได้นำมาร่วมออกแสดงในงานนิทรรศการ TechCrunch Disrupt ภาพ www.oanow.com สำหรับตู้ขายชุดปฐมพยาบาลอัตโนมัตินี้ เปิดตัวในนาม RecMed เมื่อปีที่แล้ว โดยเทเลอร์ได้รับเงินทุนสนับสนุนเบื้องต้น 100,000 เหรียญสหรัฐ และเมื่อ RecMed เป็นรูปเป็นร่างและเทเลอร์ก็กลายเป็นซีอีโอตัวน้อยของบริษัทนี้ มีนักลงทุนเสนอซื้อไอเดียเขาที่ 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่เขาได้ปฏิเสธไป และมาพัฒนา RecMed ที่เป็นสตาร์ทอัพฝีมือเขาเอง ซึ่งเทเลอ
เล่าเรื่องถึงรถยนต์กระดาษให้เห็นไอเดียในการสร้างสรรค์ของชิ้นใหญ่ๆ ด้วยกระดาษได้อย่างน่าทึ่งไปแล้ว เกิดอาการติดลมถึงขนาดไปค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของกระดาษมาได้เยอะแยะ ก็เลยต้องเอามาเล่าสู่กันฟังหน่อย ตอนที่พวกเราเรียนวิชาประวัติศาสตร์แบบท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทองนั้นคงพอจะนึกออกนะว่าเราถูกป้อนข้อมูลในหัวว่า หลังจากผ่านยุคการจดบันทึกใส่กระดองเต่า กระดูกสัตว์ หรือแม้แต่บนแผ่นดินเหนียวแล้ว เราก็เข้าสู่ยุคของการบันทึกบนแผ่นกระดาษเมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเป็นยุคอียิปต์ที่อารยธรรมมวลมนุษยชาติเริ่มรุ่งโรจน์ ที่ปรากฏหลักฐานว่ามีการคิดค้นผลิตกระดาษขึ้นเป็นครั้งแรก โดยการนำเอาต้นกกโบราณที่มีชุกชุมแถบลุ่มแม่น้ำไนล์มาลอกเอาเยื่อบางๆ ออกแล้วนำมาวางเรียงซ้อนทับกันเป็นแนวขัดขวางกัน แล้วบดอัดจนแน่นก่อนจะนำไปผึ่งแดด เมื่อแห้งดีก็นำมาใช้จดบันทึกเรื่องราวสิ่งต่างๆ ในลักษณะตัวอักษรภาพ และเรียกแผ่นที่ใช้บันทึกนี้ว่า กระดาษปาปิรัส (Papyrus) สำหรับเครื่องมือบันทึกนั้น ชาวอียิปต์จะนำหญ้ามาทุบปลายให้เป็นฝอยคล้ายพู่กัน ใช้ขีดเขียนลงบนกระดาษปาปิรัส และต่อมาได้พัฒนามาใช้ปล้องหญ้าตัดปลายให้แหลมคล้ายป
ฟุโรชิกิ (Furoshiki) ถือเป็นวัฒนธรรมในการห่อของขวัญด้วยผ้า ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีความเก่าแก่และประณีตมากที่สุด มีมาตั้งแต่สมัยช่วงศตวรรษที่ 14 ว่ากันว่าฟุโรชิกิเป็นสิ่งสำคัญในยุคโชวะ สมัยนั้นชาวญี่ปุ่นทุกคนมีจำนวนฟุโรชิกิเก็บไว้ใช้ส่วนตัวประมาณ 20 แผ่นในทุกขนาดสำหรับห่อของในตู้เสื้อผ้าที่นอนหมอนมุ้ง ถือว่าเป็นกระเป๋าเดินทางที่มีให้เลือกใช้ครบทุกขนาดเลยทีเดียว แรกสุดมันถูกใช้ห่อเสื้อผ้าเพื่อถือไปร้านอาบน้ำสาธารณะ จากนั้นมันก็ถูกนำไปใช้กับการห่อสินค้าตามร้านทั่วไป ไม่ใช่ห่อเพื่อให้ดูมิดชิด แต่เป็นการห่อเพื่อให้ถือจับกลับบ้านได้อย่างสะดวก หรือห่อด้วยลีลาอย่างวิจิตรพิสดารเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับของกำนัล แต่เดิมนั้น ฟุโรชิกิ เป็นผ้าที่ทุกคนต้องมีไว้เพื่อใช้ห่ออุปกรณ์ที่ใช้อาบน้ำเมื่อไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำสาธารณะ โดยผ้าห่อของนี้จะใช้ปูเพื่อวางของบนพื้นในห้องอาบน้ำได้ด้วย จะเห็นได้จากรากศัพท์ของคำนี้ Furoshiki คำว่า ฟุโร furo แปลว่า ห้องน้ำ ส่วน ชิกิ shiki แปลว่า การวางแผ่ออกไป อธิบายอย่างง่าย ฟุโรชิกิ คือ การใช้ผ้าหนึ่งผืนห่อของ เพื่อป้องกันการแตกหัก เพื่อให้ถือได้ง่าย แ
ไม่ได้เขียนเรื่องสัตว์เลี้ยงมานาน เกิดอาการคิดถึงบรรดาหมาแมวที่เคยเป็นสมาชิกครอบครัวในบ้าน แล้ว มีอันต้องล้มหายตายจากไปก็เลยใจหายนิดหน่อย สุนัข เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของคนทั่วโลก ด้วยความที่มันฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว สอนอะไรไปก็รับรู้ได้ง่าย ทำตามได้แทบทุกอย่าง แถมยังมีอารมณ์ความรู้สึกแบบเดียวกับมนุษย์อีก เราจึงอยู่กับพวกเขาราวกับเป็นพี่น้องลูกหลานในบ้าน หลายบ้านเลี้ยงหมาและแมวแบบลูก กินนอนด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ด้วยความรักความผูกพันที่คนเกลียดสัตว์เลี้ยงยากจะเข้าใจ มีแต่คนรักหมาแมวเท่านั้นที่จะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนรักหมาแมวด้วยกัน เรายอมให้บ้านรกไปด้วยของเล่นเจ้าสี่ขา เต็มไปด้วยเศษขยะ เศษเล็กเศษน้อยที่พวกหมาแทะกัดทำลายอย่างสนุกสนานโดยไม่ได้สนใจว่ามันจะเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมหรือรองเท้าหรูหราราคาแพงคู่เก่งของใคร บ้านคนรักแมวหลายหลังยอมปล่อยให้โซฟาพังพินาศด้วยรอยเล็บข่วน เปียโนราคาแพงถูกขูดขีดด้วยริ้วรอยลึกฝังแน่นเป็นลายพร้อย และต้องยินยอมให้เจ้าเหมียวใช้เป็นที่ปีนป่ายนอนเล่นเอกเขนกได้ทุกเวลาเท่าที่มันต้องการ หลายคนเคยชินอยู่กับการนอนกอดหมาและแมวหลับไปด้วยกันบนเตียงทุกวันจนขาดไม่ได
ทราบ แต่ว่าหอสมุดเมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในพันธกิจของการเป็น “เมืองหนังสือโลกปี 2556” สืบเนื่องจากการที่กรุงเทพมหานครได้รับเลือกโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็น “เมืองหนังสือโลก ประจำปี 2556” (World Book Capital 2013) และหนึ่งในพันธกิจสำคัญที่กรุงเทพมหานครเร่งดำเนินงานให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้นี้ คือ โครงการจัดสร้างหอสมุดเมือง กรุงเทพมหานคร ณ บริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน เพื่อให้เป็นศูนย์ข้อมูลและแหล่งการเรียนรู้แห่งใหม่ของชาวกรุงเทพมหานคร เดิม กทม. ได้เสนอยูเนสโกว่าจะปรับปรุงศาลาว่าการ กทม. 1 เสาชิงช้าให้เป็นหอสมุดประจำเมือง และพิพิธภัณฑ์การ์ตูนไทย โดยตั้งเป้าหมายให้คนอ่านหนังสือเพิ่มประมาณ 10-20 เล่มต่อปีภายในปี 2556 จากเดิมที่ปัจจุบันคนอ่านหนังสือเพียง 5 เล่มต่อปีเท่านั้น แต่เนื่องจากยังไม่มีกำหนดจะย้ายศาลาว่าการ กทม. 1 ไปยัง ศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดงเมื่อใด จึงต้องเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์บริเวณสี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน เพื่อจัดตั้งหอสมุดเมือง ในระยะเวลา 30 ปี อาคารดังกล่าวมี 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 4,
ขบวน รถไฟสายอีสเทิร์น แอนด์ โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรสเป็นสาขาหนึ่งของรถไฟ “ดิ โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส”(The Oriental Express) อันโด่งดังของบริษัทเบลมอนด์(Belmond Ltd). ซึ่งในยุคทองของการรถไฟเมื่อร้อยปีก่อนไม่มีรถไฟขบวนไหนจะโด่งดังไปกว่า ดิ โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส อีกแล้ว แต่เนื่องจากเรื่องราวของดิ โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรสยาวมาก ก็เลยต้องขอตัดตอนเล่าเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับ อีสเทิร์น แอนด์ โอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส(อีแอนด์โอ) ซึ่งเป็นขบวนลูกไปก่อน คราวหน้าค่อยว่าด้วยรถไฟหรูขบวนแม่ “อีแอนด์โอ” เป็นความคิดของเจมส์ เชอร์วู้ด ผู้ก่อตั้งเครือโรงแรม รถไฟ และเรือสำราญโอเรียนเอ็กซ์เพรส เขาเป็นคนนำขบวนรถไฟสายโอเรียนต์ เอ็กซ์เพรส สายเวนิส-ซิมพลอนกลับมาใหม่ในยุโรป เลยอยากขยายการเดินรถไฟมาทางเอเชียบ้าง ถึงแม้ “อีแอนด์โอ” จะเป็นรถไฟรุ่นลูกแต่ก็ยังก็รักษาระดับความหรูหราราคาแพงสนองรสนิยมวิไลของผู้ใช้บริการผ่านเส้นทางอันสุดแสนโรแมนติกในกลุ่มประเทศภาคีอาเซียน-สิงคโปร์-มาเลเซีย ไทย และลาว ซึ่งเปิดเดินรถกันเป็นประจำ “อีแอนด์โอ” เป็น “รถไฟสำราญ” ในลักษณะเดียวกับ “เรือสำราญ” ที่เรารู้จักกันดีผ่านภาพยนตร์และละคร
