ประกันสังคม
เตรียมเฮ ครม. เล็งลดเงินสมทบ ประกันสังคม 2 เดือน จาก 750 จ่ายเพียง 75 บาท เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในการประชุม ครม. ตนจะรายงานเรื่องมติและการทำเอ็มโอยูต่างๆ เช่น การขยายเวลาอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรออกไปอีก 6 เดือน จึงต้องให้ ครม. เห็นชอบก่อน อีกเรื่องคือการช่วยเหลือผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ต้องส่งเงินสมทบสูงสุด 5% หรือ 750 บาท เปลี่ยนมาให้ส่ง 0.5% หรือ 75 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งอะไรที่เราช่วยได้จะทำเต็มที่ แต่ต้องดูเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคมด้วยว่าไปได้ขนาดไหน ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้กระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุขหารือเรื่องค่าใช้จ่ายการตรวจโควิด-19 ที่ตั้งไว้คนละ 3,000 บาทนั้น ตนได้พูดคุยกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ความว่าอาจจะต้องกำหนดให้ราคาไม่เกิน 2,300 บาท เพื่อช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้าง นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนการตรวจเชิงรุกใน จ.สมุทรสาคร นั้น คณะกรรมการการแพทย์ กองทุนประกันสังคม หรือ บอร์ดแพทย์ ได้อนุมัติให้โรงพยาบาลประกันส
เช็กเลย 5 ขั้นตอน รับสิทธิประโยชน์ว่างงานจากโควิด-19 ได้เงินใน 5 วัน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำนักงานประกันสังคมได้มีความพร้อมรองรับการให้บริการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน เนื่องจากเหตุสุดวิสัยแก่ผู้ประกันตน ตาม “กฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฏหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563” โดยช่องทางการขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุโควิด-19 ในครั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม กำหนดให้นายจ้างและลูกจ้างซึ่งเป็นสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ดำเนินการขอรับได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2564 ดังนี้ ลูกจ้างผู้ประกันตนมีหน้าที่ กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7 สามารถ download แบบได้ที่ www.sso.go.th) แล้วนำส่งให้นายจ้าง ขอเน้นย้ำเรื่องเบอร์โทรศัพท์ติดต่อและเลขบัญชีธนาคารที่ถูกต้อง 2. นายจ้างมีหน้าที่ ดำเนินการยื่นขอรับสิทธิว่างงานในระบบ e-Service ดังนี้ 3. บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service บน www.sso.go.th โดยต้องบันทึกข้อมูลลูกจ้างตาม แบบ
สปส. ออกประกาศกรรมการการแพทย์ฯ ให้สิทธิผู้ประกันตนกลุ่มเสี่ยงโควิด อายุ 50 ปีขึ้นไป รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี ปีละ 1 ครั้ง เริ่มให้บริการ 15 ต.ค. 63 นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเป็นการป้องกันโรคให้กับกลุ่มผู้ประกันตนสูงอายุ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง อายุ 50 ปีขึ้นไป และลดภาระการรักษาของบุคลากรทางการแพทย์ โดยคณะกรรมการประกันสังคม มีมติเห็นชอบ ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค สำหรับประโยชน์ทดแทน ในกรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน พ.ศ. 2563 โดย นายแพทย์ชาตรี บานชื่น ประธานคณะกรรมการการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม ลงนามในประกาศฯ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2563 โดยมีสาระสำคัญในประกาศฉบับนี้ คือ ให้สิทธิผู้ประกันตนที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป สามารถได้รับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ชนิด 3 สายพันธุ์ หรือ 4 สายพันธุ์ ณ สถานพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ปีละ 1 ครั้ง โดยจะจ่ายให้แก่สถานพยาบาลท
ประกันสังคม เปิดศูนย์อุทธรณ์ เงินประกันสังคมผู้ว่างงานจากโควิด-19 ศูนย์อุทธรณ์เงินประกันสังคม – เพจ ไทยคู่ฟ้า เผยแพร่ประกาศ ข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยในสถานการณ์โรคโควิด-19 แล้วได้รับการปฏิเสธหรือยังไม่ได้รับเงินทดแทน ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้เปิดศูนย์อุทธรณ์ รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกจ้าง นายจ้างครบ จบในที่เดียวแล้ว โดยสามารถยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานประกันสังคมในทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด รวมถึงสำนักงานประกันสังคมสำนักงานใหญ่ จ.นนทบุรี ในวันและเวลาทำการ 08.00-18.00 น. สำหรับผู้ประกันตนที่กำลังจะยื่นขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ขอให้ปฏิบัติ ดังนี้ 1. ตรวจสอบบัญชีธนาคารของตนเองว่าบัญชีนั้นยังสามารถใช้งานได้ 2. ตรวจทานข้อมูลเลขที่บัญชีธนาคารให้ถูกต้องในการยื่นขอรับสิทธิ 3. หากนายจ้างสามารถเป็นฝ่ายรวบรวมแบบขอรับสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง พร้อมหนังสือรับรองการหยุดงานของนายจ้างเพื่อยื่นต่อสำนักงานประกันสังคม จะเกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กเพจสำนักงานประกันสังค
ผู้ประกันตนฟังทางนี้! ขั้นตอนขอรับเงินชดเชย กรณีว่างงานจากโควิด-19 ทำยังไงนะ? ขอรับเงินประกันสังคม – เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ได้ออกขั้นตอนการขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากผลกระทบโควิด-19 โดยผู้ประกันตน 2 ประเภทต่อไปนี้ สามารถยื่นเอกสารเพื่อขอรับความช่วยเหลือ ดังนี้ กรณีภาครัฐ มีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว ประกันสังคมจะจ่ายให้ผู้ประกันตนกรณีว่างงาน ร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน 50% ไม่เกิน 7,500 อันเป็นผลมาจากรัฐสั่งปิดสถานประกอบการชั่วคราว ผู้ประกันตนยื่นคำขอรับประโยชน์อื่นๆ ทดแทน (สปส.2-01/7) (ไม่ต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน) นายจ้างไม่ให้ทำงานกักตัว 14 วัน เนื่องจากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชั่วคราว นายจ้างต้องรับรองการเป็นลูกจ้าง และวันที่ลูกจ้างไม่สามารถไปทำงานได้ ช่องทางการยื่นคำขอ ผู้ประกันตนและนายจ้างยื่นแบบ e-form บนเว็บไซต์ www.sso.co.th 2. ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงานเนื่องจากโควิด-19 ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน อัตราร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เก
เคาะแล้ว! มติช่วยเหลือลูกจ้างผู้ประกันตนและนายจ้าง กรณีโรคโควิด-19 นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานคณะกรรมการประกันสังคม เผยว่า คณะกรรมการประกันสังคม มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ประกันตน กรณีสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยให้ขยายความคุ้มครองผู้ประกันตนจากภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่หรือระบาดในมนุษย์ รวมทั้งภัยอื่นๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน อัตราร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน กรณีหน่วยงานภาครัฐ มีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงาน ร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน ลดอัตราเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นอัตราร้อยละ 4 เป็นระยะเวลา 6 เดือน ขยายกำหนดเวลาการนำส่งเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 สำหรับงวดค่าจ้างเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม 2563 ออกไปอีก 3 เดือน
ประกันสังคม เตรียมขยายเพดานเงินสมทบ เพิ่มจาก 750 เป็นเดือนละ1,000 บาท! ประกันสังคม – เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงการพิจารณาเก็บเงินสมทบประกันสังคมสูงสุด จากเดือนละ 750 บาท เป็นเดือนละ 1,000 บาท ว่า สปส. เริ่มเก็บเงินสมทบ 5% โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนต่ำสุดที่ 1,650 บาท สูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาท ทำให้มีการเก็บเงินสมทบสูงสุดอยู่ที่ 750 บาทต่อเดือน ซึ่งเก็บอัตรานี้มาตั้งแต่ปี 2533 ถึงปัจจุบันโดยไม่ได้เก็บเพิ่มเลย ขณะที่แต่ละปีมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ ค่าทันตกรรม ค่าคลอดลูก ค่าทำศพ ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น และปัจจุบันยังมีสิทธิประโยชน์อีกหลายอย่างที่มีการเรียกร้องกันอยู่ นอกจากนี้ ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกันสังคมเริ่มเข้าสู่ช่วงจ่ายเงินบำนาญให้ผู้ประกันตน มีการคาดการณ์ว่า หากไม่เก็บเพิ่มในปี 2579 จะทำให้เงินเข้ากองทุนน้อยกว่าเงินที่ต้องจ่ายออก กระทบกับเสถียรภาพของกองทุน นายอนันต์ชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา สปส. ได้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อให้มีการเก็บเงินสมทบเพิ่มโดยขยายเพดานจากเดือนละ 750 บาท เป็นเดือนละ
“นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ” เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึง การจ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีตายของกองทุนประกันสังคมว่า การจ่ายค่าทำศพให้แก่ผู้มีสิทธิรับประโยชน์จำนวน 40,000 บาท เพื่อเป็นค่าจัดการศพ ผู้ประกันตนจะต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย โดยผู้มีสิทธิสามารถนำหลักฐาน คือ แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม (สปส.2-01) สำเนาบัตรประชาชนของผู้จัดการศพ หลักฐานจากฌาปณสถานหรือมัสยิดที่แสดงว่าเป็นผู้จัดการศพ สำเนาใบมรณบัตร สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้จัดการศพ (กรณีรับเงินทางธนาคาร) นอกจากนี้ ทายาทผู้มีสิทธิของผู้ประกันตนจะได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตาย โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายให้กับบุคคลที่ผู้ประกันตนระบุให้เป็นผู้รับสิทธิประโยชน์ โดยการทำหนังสือระบุไว้ ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ว่า ให้ใครเป็นผู้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย คือ บิดา มารดา สามีหรือภริยา และบุตร โดยหารเฉลี่ยในอัตราคนละเท่าๆ กัน ดังนี้ หนึ่ง ถ
จากกรณีเครือข่ายผู้ประกันตนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ภายหลังสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ประกาศความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มเพดานเงินเดือนสำหรับเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ซึ่งจะต้องมีการแก้ พ.ร.บ.ประกันสังคมต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับการเพิ่มเงินสมทบผู้ประกันตน จะเป็นการขยายฐานเพดานเงินเดือนจาก 1.5 หมื่นบาทเป็น 2 หมื่นบาท ในการคำนวณเงินสมทบเข้ากองทุน แต่ยังคงเก็บในอัตราร้อยละ 5 เหมือนเดิม โดยจะเก็บเพิ่มระหว่าง 800-1,000 บาท ปรากฏว่ายังไม่ทันประกาศใช้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานประกันสังคมขับเคลื่อนนโยบายขยายเพดานเงินเดือนเพื่อเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพิ่ม ซึ่งมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ว่า คปค.เห็นด้วยกับแนวคิดของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และผลสรุปของ การประชาพิจารณ์ 12 ครั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วการเพิ่มเงินสมทบโดยขยายเพดานเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 20,000 บาทนั้น คิดอัตราเท่าเดิมที่ร้อยละ 5 ไม่ได้มีประโยชน
