ข่าววันนี้

เปิดข้อดีจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเพิ่ม 800-1,000 บ. ผู้ประกันตนได้อะไรบ้าง

จากกรณีเครือข่ายผู้ประกันตนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ภายหลังสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ประกาศความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มเพดานเงินเดือนสำหรับเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม  ซึ่งจะต้องมีการแก้ พ.ร.บ.ประกันสังคมต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับการเพิ่มเงินสมทบผู้ประกันตน จะเป็นการขยายฐานเพดานเงินเดือนจาก 1.5 หมื่นบาทเป็น 2 หมื่นบาท ในการคำนวณเงินสมทบเข้ากองทุน แต่ยังคงเก็บในอัตราร้อยละ 5 เหมือนเดิม โดยจะเก็บเพิ่มระหว่าง 800-1,000 บาท ปรากฏว่ายังไม่ทันประกาศใช้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานประกันสังคมขับเคลื่อนนโยบายขยายเพดานเงินเดือนเพื่อเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพิ่ม ซึ่งมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ว่า คปค.เห็นด้วยกับแนวคิดของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) และผลสรุปของ การประชาพิจารณ์ 12 ครั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย  ซึ่งจริงๆ แล้วการเพิ่มเงินสมทบโดยขยายเพดานเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 20,000 บาทนั้น คิดอัตราเท่าเดิมที่ร้อยละ 5  ไม่ได้มีประโยชน์ในแง่การเก็บออมยามชราภาพเท่านั้น  แต่เป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกกรณี ทั้งเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต ว่างงาน ลาออก หรือเลิกจ้างจะครอบคลุมได้สิทธิประโยชน์ในการดูแลทั้งหมด

นายมนัส กล่าวอีกว่า การขยายเพดานเงินเดือนจาก 15,000 บาท  เป็น 20,000 บาท เพื่อนำมาเป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบร้อยละ 5 ซึ่งจะทำให้ผู้ประกันตนได้สิทธิประโยชน์เพิ่มทั้งหมด ยกตัวอย่าง คนที่ฐานเงินเดือนอยู่ที่ 15,000 บาท ก็จ่ายเท่าเดิมคือ 750 บาทต่อเดือน สิทธิที่ได้เหมือนเดิมคือ กรณีเจ็บป่วย ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 30 วันต่อปี หากเกินกว่านั้นจะได้เงินชดเชย 7,500 บาทจากประกันสังคม  กรณีทุพพลภาพจะได้ 7,500 บาทต่อเดือนตลอดชีวิต กรณีลาคลอดบุตร 45 วันของประกันสังคมจะจ่ายให้ผู้ประกันตนจำนวน 22,500 บาท  กรณีเงินสงเคราะห์ตาย หากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบ 10 ปี หากเสียชีวิตจะได้เงินสงเคราะห์ 6 เดือน หรือ 90,000 บาท  กรณีชราภาพได้ 3,000 บาท ยังไม่นับรวมเพิ่มปีละ 1.5 เปอร์เซ็นต์สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบเกิน 15 ปี กรณีว่างงานลาออกได้เงินชดเชยการว่างงาน 3 เดือนคิดเป็น 30 เปอร์เซ็นต์จากเงินเดือน หรือได้ประมาณ 4,500 บาท ส่วนกรณีว่างงานจากการเลิกจ้าง ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนจำนวน 6 เดือน หรือ 7,500 บาท

“แต่สำหรับการขยายฐานเงินเดือนใหม่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์เหล่านี้ขึ้น ยกตัวอย่าง คนที่ฐานเงินเดือนอยู่ที่ 16,000 บาท ก็จ่ายสมทบเพิ่มเป็น  800 บาทต่อเดือน จะได้เงินเพิ่มกรณีเจ็บป่วย 8,000 บาท  กรณีทุพพลภาพ 8,000 บาทต่อเดือนไปตลอดชีวิต   กรณีลาคลอดบุตร 45 วันของประกันสังคมจะจ่ายให้ผู้ประกันตนจำนวน    24,000 บาท  กรณีเงินสงเคราะห์การเสียชีวิต หากส่งเกิน 10 ปีจะได้เงินชดเชย 6 เดือน จำนวน  96,000 บาท  กรณีชราภาพได้เงิน 3,200 บาทต่อเดือนยังไม่นับรวมเพิ่มปีละ 1.5 เปอร์เซ็นต์สำหรับผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเกิน 15 ปี  กรณีว่างงานจากการลาออกได้เงิน 4,800 บาท และกรณีว่างงานจากการเลิกจ้างได้เงินจำนวน 8,000 บาท เป็นต้น  จะเห็นว่าหากมีการปรับเพิ่ม สิทธิประโยชน์ต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ก็ต้องรอการปรับแก้พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับที่ 5” นายมนัส กล่าว

ข้อมูลจากเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.)ที่มา มติชนออนไลน์

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
รู้จัก Food Economy อาหารหนึ่งจาน สร้างมูลค่ามากกว่าที่คิด เชื่อมเกษตรกร เอสเอ็มอี และการท่องเที่ยว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปั้น SME ไทยสู่ AI-First Commerce ยกระดับผู้ประกอบการไทยแข่งขันยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
เทศบาลนครรังสิต จัดอบรมขนมไทยชาววัง สร้างอาชีพสู่ชุมชน
ทีทีบี เปิดเผยผลการสำรวจ “SME Insight 2026”