ประยุทธ์
ผู้เชี่ยวชาญฟันธง! ‘เวทีอนาคตใหม่-พลังประชารัฐ’ แบบไหน ถึงเรียกว่า ใกล้ชิดประชาชน? ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ บรรยากาศการปราศรัยใหญ่ของพรรคอนาคตใหม่ ที่สนามกีฬา ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง คึกคักอย่างต่อเนื่อง มีประชาชาชนทยอยเข้าร่วมรับฟังอย่างต่อเนื่องจนเต็มความจุที่นั่งกว่า ต้องเปิดพื้นที่ให้เข้าไปนั่งใกล้หน้าเวทีจนแน่นขนัด รวมกว่า 10,000 คน ส่วนยอดไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการมีผู้ชมสดๆกว่า 6 หมื่นคน ยอดรวมการรับชม มากกว่า 1ล้านครั้ง ส่งเสียงไชโยกรี๊ดดังกระหึ่มตลอดการปราศรัยโดย แกนนำและผู้สมัครส.ส.คนสำคัญ ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายจากทุกสาขาวิชาชีพในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มผู้ใช้แรงงาน ชาวมุสลิม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชาวนา หมอลำ ด้านการปราศรัยใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ “เปิดใจประชารัฐ รวมใจประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว” มีผู้บริหารและแกนนำพรรค นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคฯ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานยุทธศาสตร์ กทม.พร้อมผู้สมัครส
“ประยุทธ์” รับมอบวัตถุโบราณ ศิลปวัตถุล้ำค่า คืนเป็นสมบัติชาติ หวังกระตุ้นคนไทยรุ่นหลังห่วงแหน แขวะเป็นคนไทยอย่าลืมรากเหง้า ลั่น ให้ร้ายประเทศ อันตรายที่สุด ประยุทธ์ – เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ก.พ.ที่ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณสถานแห่งชาติ พระนคร กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เพื่อเป็นสมบัติของชาติ โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวรายงาน จากนั้นนายธรรมฤทธิ์ จิรา ผู้ครอบครองโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จำนวน 104 รายการ ได้มอบบัญชีรายการโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ให้กับนายกฯ เพื่อมอบให้กระทรวงวัฒนธรรมต่อไป ขณะที่นายกฯได้มอบบัตรกิตติมศักดิ์เข้าชมพิพิธภัณสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และโรงละครแห่งชาติให้กับนายธรรมฤทธิ์และครอบครัวได้ตลอดชีพ โดยก่อนเริ่มพิธีนายกฯได้เข้าสักการะพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานรับมอบวัตถุโบราณ วัฒนธรรมบ้านเชียง ซึ่งถือเป็นสมบัติของชาติที่ล้ำค่า กลับคืนสู่แผ่นดินไทย เพื่อให้คนไทยได้ศึกษ
นักวิชาการชี้ ฉีดน้ำบนตึกใบหยก แก้ปัญหาฝุ่นพิษไม่ได้ แนะ 4 วิธี บรรเทาวิกฤต กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองในพื้นที่ กทม. และ 5 จังหวัดรอบ กทม. ด้วยการฉีดพ่นน้ำจากตึกสูง เช่น จากตึกใบหยก ต่อเรื่องดังกล่าว นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้แสดงความคิดเห็นว่า รัฐบาลกำลังจะลดฝุ่น 2.5 โดยการติดตั้งเครื่องพ่นน้ำบนอาคารสูงเช่น ตึกใบหยก เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวคิดของผู้บริหาร ผมเรียนอย่างนี้ในต่างประเทศทั้งในประเทศจีนหรือยุโรปก็ทำเช่นกัน แต่ไม่ใช่สเปรย์หรือฉีดน้ำเป็นฝอยลงมาจากตึกสูง เหมือนฝนตกเบาๆ ซึ่งจะไม่ช่วยในการจับฝุ่นขนาดเล็กที่แขวนลอยในอากาศเลย 1.วิธีการที่ถูกต้องคือ ต้องติดตั้งหัวกระจายน้ำเป็นฝอยบนหลังคาของตึกสูงไม่เกิน 100 เมตร เรียกว่า Skyscraper sprinkler system โดยจะพ่นละอองฝอยของน้ำขนาด 0.1-3 ไมครอน (ขนาดใกล้เคียงฝุ่น 2.5) ออกไปสู่บรรยากาศโดยรอบในรัศมีอย่างน้อย 50 เมตร จะสามารถจับฝุ่นดังกล่าวลงสู่พื้นดินได้ แต่ต้องทำพร้อมกันหลายๆ ตึกในระดับความสูงไม่เกิน
ความเหลื่อมล้ำ – นายบรรยง พงษ์พานิช อดีตคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Banyong Pongpanich เปิดเผยข้อมูล เรื่องความเหลื่อมล้ำ ปรากฏว่าประเทศไทยถูกจัดอันดับ 1 ในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก ความว่า ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำ… 5 ธ.ค.61 ประเทศไทย กลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลกไปแล้ว …ตามข้อมูลของ CS Global Wealth Report 2018 ที่ออกมาเมื่อเดือนตุลาคม มีข้อมูลที่น่าเป็นห่วงมากว่า ถ้านับในด้านความมั่งคั่ง(Wealth)แล้ว ไทยแลนด์แดนสารขัณฑ์ที่ได้อันดับ 3 ในการสำรวจเมื่อสองปีที่แล้ว สามารถแซงทั้งรัสเซีย ทั้งอินเดีย ฉลุยขึ้นป้ายอันดับ 1 ได้อย่างค่อนข้างห่างด้วยซ้ำ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (2016) คนไทย 1% มีทรัพย์สินรวม 58.0% ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ มาปีนี้ (2018) 1% มีเพิ่มเป็น 66.9% รวยขึ้นอื้อเลยครับ …แซงรัสเซียที่ลดจาก 78% เหลือแค่ 57.1% ตกไปเป็นที่ 2 ขณะที่ตุรกีมาแรงทั้งๆ ที่เศรษฐกิจห่วยแตก แต่คนรวยกลับเพิ่มสัดส่วนขึ้นได้เป็น 54.1% แซงอินเดียที่ตกไปเป็นที่ 4 จาก 58.4% เหลือแค่เพียง 51.5% แล้วนอกจาก 4 ประเทศนี้ ก็ไม่มีประเทศไหนในโลกอีกแล้วที่
บิ๊กตู่ชมผลงาน”ศูนย์ที่นี่มีงานทำ” เผย 3 เดือนช่วยบัณฑิตว่างงานมีงานทำกว่า 25,000 คน นายกฯ ‘ประยุทธ์’ ชมผลการดำเนินงานจัดตั้ง “ศูนย์ที่นี่มีงานทำ” ช่วยบัณฑิตว่างงาน มีงานทำ ที่ทำเนียบรัฐบาล แนะบัณฑิตตั้งใจทำงาน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ขณะที่ ‘รมว.อดุลย์ฯ’ เผยเพียง 3 เดือนเศษ ช่วยให้บัณฑิตมีงานทำ 24,922 คน สร้างรายได้มากถึง 373,800,000 บาท ศูนย์ที่นี่มีงานทำ / เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบปะพูดคุยพร้อมชมและรับฟังผลการดำเนินงานจัดตั้ง “ศูนย์ที่นี่มีงานทำ (Job Ready Center)” ซึ่งกระทรวงแรงงานจัดตั้งขึ้น เพื่อสนองยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไปสู่ประเทศไทย 4.0 โดยมี พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน นำเสนอผลการดำเนินงาน ทั้งนี้ นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัท
4 ปี รัฐบาล”ประยุทธ์” เกษตรกรขายสินค้าได้ถูกลง ซ้ำเจอเอลนินโญถล่มซ้ำ เกษตรกร – เมื่อวันที่ 9 พ.ย. น.ส.จริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ในช่วง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2561 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ พบปี 2557 ดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้อยู่ที่ระดับ 142.21 และปี 2561 ดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้อยู่ที่ระดับ 126.60 แม้จะปรับตัวลดลงแต่ราคาสินค้าที่เกษตรกรขายได้ ยังสูงกว่าราคาปีที่ระดับ 100 ในปี 2548 ทั้งนี้ ดัชนีราคาของ สศก. ที่ปรับตัวลดลง เกิดจากมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของประเทศมีแนวโน้มลดลง จากปี 2556 มูลค่าผลผลิตทางการเกษตรอยู่ที่ 1.42 ล้านล้านบาท ซึ่งลดลงในอัตรา 2.23% เหลือ 1.14 ล้านล้านบาท ในปี 2560 อันเป็นผลกระทบจากเกิดปรากฎการณ์เอลนิโญในประเทศไทยที่รุนแรงมากในช่วงปลายปี 2557 จนถึงต้นปี 2559 ทำให้ผลผลิตพืชสำคัญ คือ ข้าวนาปรังลดลงอย่างมาก รวมทั้งพืชไร่ ดังนั้นภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้งดังกล่าวและเป็นกรณีพิเศษด้วยแล้ว รว
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม เพจเฟซบุ๊กรัฐบาล ได้เผยแพร่ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง(คสช.) กับนายอีลอน มัสก์ นักธุรกิจผู้นำด้านเทคโนโลยีชื่อดัง ที่สนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ระหว่างที่นายอีลอน มัสก์ เดินทางมาถ้ำหลวงขุน-น้ำนางนอน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม เพื่อส่งมอบยานแคปซูล อุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นเพื่อช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำ ที่มา มติชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวกับประชาชนชาวพิจิตร ที่บึงสีไฟ ตอนหนึ่งว่า ปัญหาของการศึกษาในขณะนี้ สิ่งแรกคือเมื่อผลิตนักศึกษาจบออกมา แต่ตกงาน ซึ่งไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาล แต่เป็นปัญหาของกระทรวงศึกษาฯ สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ โดยเราต้องเร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ แต่ภาระทั้งหมดก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องรับผิดชอบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมาช่วยกันคิด ว่าจะสอนอย่างไรให้จบออกมาแล้วมีงานทำ วันนี้จากที่จบออกมาแล้วตกงาน 7 แสนคนต่อปี ถามว่าตกงานเพราะอะไร ทั้งที่มีงานรออยู่ ถ้าไม่เลือกมากนัก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้จึงจำเป็นต้องปฏิรูปการศึกษาใหม่ โดยเฉพาะระบบสอบเข้ามหาวิทยาลัย แบบ TCAS ซึ่งเป็นระบบการคัดกรองที่ดีที่สุด แต่กลับมีปัญหาเมื่อปฏิบัติ เพราะมีเรื่องของความพร้อมและไม่พร้อม อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่บอกว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกหรือผิด แต่ต้องมองว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร มีอุปสรรคอย่างไร ซึ่งต้องแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ที่มา มติชนออนไลน์
