ปลูกผัก
เริ่มต้นเล็กๆ จากปลูกถั่วงอก สู่ฟาร์มออร์แกนิก ธุรกิจใหม่ “ป่าน วงวีทรีโอ” บนที่ดิน 9 ไร่ของครอบครัว หากใครชื่นชอบฟังดนตรีคลาสสิคคงคุ้นเคยกับวงวีทรีโอของสามพี่น้องผู้มีหัวใจรักในการเล่นดนตรี โดยหนึ่งในสมาชิกของวง คุณป่าน-กัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ นอกจากงานดนตรีและเป็นหนึ่งในเจ้าของธุรกิจโรงเรียนวีมุสแล้ว ปัจจุบันเธอได้แตกไลน์ธุรกิจเพื่อสุขภาพออร์แกนิกแบบยั่งยืน นำที่ดิน 9 ไร่ของครอบครัวในเขาใหญ่มาเนรมิตเป็นฟาร์ม Wenzel Organic Farm Khao Yai ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจของเธอและสามี (คุณแชมป์-นพพล ชยานุวัฒน์) ในช่วงโควิด-19 ระบาด คุณป่านได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติจึงทำให้เธอเกิดไอเดียสร้างธุรกิจ โดยมีสามีเป็นหัวเรือใหญ่ลงแรง ทั้งศึกษาองค์ความรู้ด้านการปลูกพืชผักอย่างจริงจัง และนำโนว์ฮาวมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการปลูกแต่ละฤดูบริเวณที่ดินเขาใหญ่ เพื่อต้องการสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพจริงๆ “จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเรา 2 คนจากการปลูกถั่วงอก ปลูกผักง่ายๆ รวมระยะเวลากว่า 4 ปี และวางแผนการบริหารจัดการที่เป็นระบบ จากนั้นต่อยอดด้วยการยกระดับถมดินขึ้นเพื่อทำเป็นร้านอาหารรองรับในฟาร์ม และเราได้
เพราะชื่นชอบในธรรมชาติ ทำให้ คุณสาธิต สุขวิชา วัย 47 ปี และครอบครัว ปรับเปลี่ยนพื้นที่รอบบ้านเป็นแปลงปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงไส้เดือน นอกจากได้ความเป็นธรรมชาติในแบบที่ชอบแล้ว ยังได้เก็บผลผลิตจากพืชผัก ไข่ไก่ มาเป็นวัตถุดิบทำอาหารกินในครอบครัว อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมให้ลูกได้ร่วมสนุกในวันว่าง ไม่ต้องใช้เวลาไปกับหน้าจอแท็บเล็ตเสียทั้งหมด Prom Garden Family Prom Garden Family หรือมินิฟาร์มในบ้านของคุณสาธิต กินพื้นที่บริเวณรอบบ้านแทบทั้งหมด แต่ละส่วนถูกจัดสรรพื้นที่อย่างเหมาะสม สำหรับแปลงปลูกผัก บ้านไก่ เลี้ยงไส้เดือน และพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อน “ด้วยเป็นบ้านจัดสรร ก็จะมีพื้นที่ไม่มาก เพราะฉะนั้น เมื่อเราคิดจะปลูกผัก ผักต้องการแสง ก็ต้องเลือกก่อนว่ามุมไหนจะได้รับแดดมากที่สุดใน 1 วัน ก็จะให้มุมนั้นเป็นแปลงผัก ส่วนมุมที่ร่ม เราสามารถปลูกผักที่ไม่ต้องการแสงได้ เช่น ต้นอ่อน และในมุมที่ไม่มีแสง แต่ลมสามารถพัดผ่านได้ดี ใช้เป็นมุมสำหรับเลี้ยงน้องไก่ของเรา” สำหรับผักที่คุณสาธิตเลือกปลูก จะเลือกมาจาก 2 เหตุผลหลัก คือปลูกผักที่กินเป็นประจำ และปลูกผักที่มีลำต้นสวยงาม จึงทำให้เขาเลือกปลูกเคล
เปลี่ยนกองขยะ เป็นสวนผัก! แนวคิดสร้างสวรรค์เล็กๆ ในเมือง ของอดีตมนุษย์เงินเดือน การถูกเลย์ออฟจากงานประจำ ใช่ว่าแย่เสมอไป หากมองในอีกมุม มันคือ “โอกาส” ให้เราได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ทำในสิ่งที่รักที่ชอบ โดยไม่ต้องรอเวลาหลังเลิกงาน หรือรอนานไปถึงวัยเกษียณ เช่นเรื่องราวของ คุณโพธิ์-ดร.พสุธ รัตนบรรณางกูร ผู้เริ่มต้นออกแบบชีวิตใหม่หลังถูกเลย์ออฟจากงาน ด้วย 3 ความต้องการคือ การพักผ่อนให้เพียงพอ การฝึกนั่งวิปัสสนา และใกล้ชิดธรรมชาติ จนเขาสามารถสร้าง From Farm to Fork-Bangkok สวนผักในเมืองบนพื้นที่ 60 ตารางวา ที่เป็นทั้งสวรรค์เล็กๆ และหลุมหลบภัยจากความวุ่นวายภายนอก อีกทั้งยังมีธุรกิจส่วนตัวที่สามารถทำมาเลี้ยงชีพควบคู่กันไปได้ วงแผนชีวิต และทำในสิ่งที่รัก ชีวิตของคุณโพธิ์ เดินตามแบบแผนชีวิตคนทั่วไป เมื่อเรียนจบปริญญาเอก ด้านวิศวกรรมเคมีที่อเมริกา ก็ได้ทำงานต่อในบริษัทยาที่บอสตันนานถึง 3 ปี จากนั้นได้เดินทางกลับเมืองไทยมาทำงานให้บริษัทเดิมอีก 5 ปี แต่การทำงานในบริษัทต่างชาติ ใช่ว่ามั่นคง เมื่อวันหนึ่งเขาถูกเลย์ออฟจากงาน นั่นอาจเป็นเรื่องน่าเศร้าและน่าตกใจสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับคุณโพธิ์มองเป็นโอกาสดี
นักวิจัย ทำสวนในบ้าน ปลูกผัก ไม้ดอก สมุนไพร เก็บกินเก็บขาย มีรายได้เสริมหลักหมื่น จากความชอบสู่การลงมือปฏิบัติจริง นี่คือเรื่องราวของ คุณยีน-ณัฐวัตร อนันกุล อายุ 28 ปี ผู้ชื่นชอบการปลูกผักปลูกต้นไม้มาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นเขาจึงได้นำความรู้ด้านการเกษตรที่ร่ำเรียนมาสานต่อความชอบ โดยเนรมิตพื้นที่รอบบ้านเป็นโฮมการ์เด้น ที่ปลูกทั้งพืชผัก ไม้ดอก และสมุนไพร ซึ่งนอกจากเก็บผลผลิตทานเองแล้ว ผลผลิตเหล่านี้ยังแปรเปลี่ยนเป็นรายได้เสริมอีกด้วย คุณยีน เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า สวนของเขาชื่อว่า ยีน โฮมการ์เด้น (Genehomegarden) ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับช่องติ๊กต็อกที่ได้เปิดไว้เพื่อลงคอนเทนต์เกี่ยวกับการทำสวนของตัวเอง โดยจุดเริ่มต้นของการทำสวนมาจากความชอบปลูกผักปลูกต้นไม้มาตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อเข้าสู่ช่วงมหาวิทยาลัยจึงเลือกศึกษาต่อในคณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และในปัจจุบันได้ทำงานเป็นนักวิจัยในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งในการทำงาน ความรู้บางอย่างก็ไม่ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ จึงทำให้คุณยีนนำความรู้ที่เรียนมาสานต่อในสิ่งที่ตัวเองชอบ “ผมปลูกพืชผักบริเวณรอบบ้าน ถ้าปูหินหรือ
จริงไหม? มือร้อน ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น หรือความจริงแล้ว แค่ไม่เข้าใจภาษาของผัก เห็นหลายๆ คนปลูกพืชผัก ปลูกดอกไม้ จนต้นโตเติบใหญ่ ออกดอกออกผลสวยงาม จนน่าอิจฉา เพราะกับบางคนปลูกอะไรก็แทบไม่รอด จนโทษว่าตัวเองเป็นคนมือร้อน ปลูกอะไรไม่ขึ้น แล้วความจริงนั้น ที่ปลูกอะไรไม่ขึ้น ใช่อย่างที่โทษตัวเองหรือเปล่า มาหาคำตอบกัน คุณโพธิ์-ดร.พสุธ รัตนบรรณางกูร เจ้าของ From Farm to Fork-Bangkok สวนผักในเมือง เผยว่า “การที่บอกว่าตัวเองเป็นคนมือร้อน ปลูกอะไรไม่ขึ้น ผมขอเถียงหัวเด็ดตีนขาด เพราะเชื่อว่าคนมือร้อนไม่มีอยู่จริง การปลูกผักก็เหมือนกับการเลี้ยงเด็ก เลี้ยงสัตว์ ที่เราต้องคอยสังเกตพฤติกรรม ดูลักษณะอาการว่าเขาเป็นอะไร เพียงแต่ผักนั้นไม่มีปากมีเสียง ภาษาที่ฟ้องออกมาจึงออกมาในลักษณะใบเหลือง ใบไหม้ เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเข้าใจภาษาของผักให้ได้เสียก่อน สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นปลูกผัก ผมมีคำแนะนำ 2 ข้อ ที่สามารถทำได้เลย ข้อ 1. การเรียนรู้ ผมเน้นย้ำเสมอมาว่าอยากให้คนหาความรู้โดยการเรียน เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ยังไม่ค่อยมีใครเปิดคอร์สสอน ผมเลยลองผิดลองถูกเองเป็นส่วนใหญ่ บอกเลยว่า การเสียเงินไปกับการลองผิดลองถู
แม่ค้า เปลี่ยนอาชีพ ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เริ่มต้นจาก 10 โต๊ะปลูก สู่ 20 ไร่ จากแม่ค้าขายส่งผลไม้ สู่เจ้าของฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์เงินล้าน “บ้านสวนไฮโดรฟาร์ม“ เรื่องราวของ คุณอุไร ภิรมย์พุ่ม อายุ 47 ปี หรือที่ใครๆ เรียกเจ๊นิด เคยยึดอาชีพแม่ค้ารับฝรั่งจากสวนไปขายส่งให้ตลาดสดต่างๆ นาน 14 ปี กระทั่งปี 2554 เจอวิกฤตน้ำท่วมหนักทำให้เกือบล้มละลาย เจ๊นิดต้องย้ายตัวเองกลับบ้าน จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมเงินทุนติดตัว 100,000 บาท “คิดหนักมากว่าจะทำอะไร สุดท้ายตัดสินใจปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เพราะมีจุดเด่นคือปลูกด้วยน้ำไม่ต้องใช้ดิน ช่วยประหยัดพื้นที่ในการปลูก และที่สำคัญ ไม่ปนเปื้อนสารเคมีต่างๆ ในดิน ทำให้ได้ผักที่มีความสะอาด” เจ๊นิด เล่าให้ฟัง การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ของเจ๊นิด เริ่มจากไม่มีความรู้ ต้องศึกษาเอาจากอินเทอร์เน็ต ลองผิดลองถูกจนพอจับทางได้ “ตอนแรกปลูกแค่ 10 โต๊ะ ผลผลิตพอส่งขายตามตลาดสดต่างๆ พอมีรายได้มากขึ้นก็เริ่มมองเห็นลู่ทางในการต่อยอดธุรกิจ จึงตัดสินใจเข้ามาเปิดแผงค้าที่ตลาดสี่มุมเมือง ธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จมาถึงปัจจุบัน” โดยผักที่นำมาจำหน่ายนั้น คือผักจากฟา
เช่าที่ปลูกผัก จ่ายเดือนละร้อยนิดๆ ดูแลให้ตั้งแต่หว่านเมล็ด ยันเก็บเกี่ยวผลผลิต Farmday คือ นิคมอุตสาหกรรมเกษตรย่อมๆ ในจังหวัดสระบุรี เปิดให้บริการเช่าแปลงปลูกผัก ดูแลให้ตั้งแต่หว่านเมล็ด ยันเก็บเกี่ยวผลผลิต และส่งตรงถึงมือลูกค้า ไอเดียนี้มาจาก คุณเจ-จักริน ฉัตรรุ่งเรืองชัย เจ้าของร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด อ่านเพิ่มเติม เช่ากิ่งทุเรียน จ่ายรายเดือนละไม่กี่ร้อย ได้เกรดพรีเมี่ยม ราคาถูกกว่าท้องตลาด “ผมเปิดสวนอาหารในมวกเหล็ก แต่เจอพิษโควิดทำให้ไปต่อไม่ได้ เลยปรับมาเปิดร้านพิซซ่า แต่ก็ขายได้ไม่ดี ลูกค้าน้อย จึงกลับมาเปิดสวนอาหารช่วงกลางคืนเหมือนเดิม เพราะมีช่วงหนึ่งสถานการณ์ดีขึ้น แต่ทำได้ไม่นานเจอโควิดอีกรอบเลยเปลี่ยนมาขายหมูกระทะ สักพักโดนปิดอีก ให้ขายดีลิเวอรี่ซึ่งทำไม่ได้อยู่แล้ว ผมและลูกน้องกลายเป็นคนตกงานทันทีในเดือนเมษายนที่ผ่านมา” คุณเจ เล่าถึงผลกระทบ ก่อนเล่าต่อ ได้พูดคุยกับพนักงานเกือบ 10 ชีวิต เพื่อหาทางออก ถึงรู้ว่าพนักงานทุกคนเป็นลูกหลานเกษตรกร บางคนทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู มาก่อน เมื่อเห็นจุดแข็งเลยชวนกันมาทำเกษตร “ผมกลับบ้านทุกสัปดาห์ ระหว่างทางกรุงเทพฯ ไปมวกเหล็กต
ทำเกษตร บนที่ดิน 7 ไร่ ปลูกผัก เลี้ยงเป็ด-ไก่-ปลา แบ่งกิน แบ่งขายได้ 2 ทาง จากแปลงผักบนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ ย่านสาทร สู่ฟาร์มเกษตร บนพื้นที่ 7 ไร่ ใน อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ทั้งหมดนี้ เริ่มต้นโดย คุณวี-วีรวรรณ กตัญญูวิวัฒน์ วัย 40 ปี เจ้าของอพาร์ตเมนต์ เจ้าของธุรกิจนำเข้าวัสดุก่อสร้าง และเกษตรกรรุ่นใหม่ จุดเริ่มต้น เป็นเกษตรกรหน้าใหม่ ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน คุณวี เริ่มสนใจปลูกผัก เพราะมีคุณอาเป็นต้นแบบ โดยชอบปลูกผักสวนครัวใส่ถังสี หรือกระบะเล็กๆ ไว้ริมระเบียง เมื่อคุณอาเสียชีวิต เธอจึงเข้ามารับช่วงต่อ ขยับขยายแปลงผัก จากระเบียงขึ้นไปบนดาดฟ้า ใช้นั่งร้านต่อเป็นกระบะผัก ทำระบบน้ำอัตโนมัติ และเปลี่ยนจากผักสวนครัว มาปลูกผักสลัด แบบออร์แกนิก ในชื่อ “Baanrim Rooftop Farm (บ้านริม รูฟท็อป ฟาร์ม)” บ้านริม รูฟท็อป ฟาร์ม ปลูกผักสลัด 7 ชนิด คือ กรีนโอ๊ก เรดโอ๊ก เรดคอรัล คอส บัตเตอร์เฮด ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก ผักสลัดแก้ว และหมุนเวียนปลูกผักชนิดอื่น ส่งขายตามร้านอาหาร 50% และขายปลีกให้ลูกค้าทั่วไป ที่ชื่นชอบการกินผักสลัด อีก 50% แม้ผลตอบรับจะดีมาก แต่คุณวี แอบพบปัญหา ผลผลิตทางการเกษตรสวิง บางช่วงผ
ผักไฮโดรโปนิกส์ จ๊อบเสริมรายได้ดี ของหนุ่มออฟฟิศ ต่อยอดเป็นตัวแทน ขายอุปกรณ์การเกษตรครบวงจร การมีอาชีพที่ 2 3 4 5 กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้คนในปัจจุบัน อาจเพราะมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น หรือจะเรื่องสภาพเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ซึ่ง คุณบอล-ชรัช ทองหยาด มนุษย์ออฟฟิศวัย 34 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ตนทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมาได้ 11 ปีแล้ว ซึ่งในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนจึงรัดเข็มขัดกันมากขึ้น ไม่ว่าจะปลูกผักกินเอง ทำอาหารทานเอง รวมถึงหางานเสริมที่ 2 ที่ 3 ทำกัน “ด้วยความที่ผมเป็นลูกชาวไร่ชาวสวน ก็มีความรู้เรื่องการทำการเกษตรอยู่พอสมควร มันก็มีอยู่ช่วงหนึ่งคนนิยมปลูกผักกัน แล้วผมเห็นว่า ผักไฮโดรโปนิกส์ มันน่าสนใจนะ ไม่ต้องปลูกด้วยดินก็ได้ ก็เลยเกิดความสนใจ ไปหาศึกษาแล้วก็มาลองปลูก กะเอาไว้ทานเอง แต่มันกลายเป็นว่า ทำไปทำมา เราเห็นช่องทางการตลาด แล้วเทรนด์สุขภาพมันกำลังมา ผักเราที่ปลูกไว้มันก็น่าจะเอามาขายได้ สีสวย ไม่มีสารเคมี ก็เลยลองขาย ตอนนี้ก็ทำมาได้ 1 ปีแล้วครับ” คุณบอล เล่า โดยผักที่คุณบ
ปลูกผักอย่างไร ให้ได้เกรดพรีเมี่ยม เอ็มที ไฮโดรโปนิคส์ มีคำตอบ หากใครยังจำกันได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของ ฟาร์มผักสุดพรีเมี่ยมจากแดนอีสาน เอ็มที ไฮโดรโปนิคส์ ผู้ผลิตผักสดๆ ส่งร้านอาหารชั้นนำอย่าง ซิซซ์เล่อร์ มานานกว่า 4 ปี (อ่านเรื่องก่อนหน้า เอ็มที ไฮโดรโปนิคส์ ฟาร์มผักสุดพรีเมี่ยมแดนอีสาน ส่งตรง ซิซซ์เล่อร์ กว่า 4 ปี) วันนี้เราจะมาเปิด วิธีการปลูกผักให้ได้เกรดพรีเมี่ยม ที่คุณปิยนุช บรีสเสอะเลอร์ส วัย 54 ปี เจ้าของฟาร์มผัก เอ็มที ไฮโดรโปนิคส์ ได้ชี้แนะมาให้ได้อ่านกัน เมล็ดพันธุ์ : คุณปิยนุช กล่าวว่า การจะปลูกผักให้ได้เกรดดีๆ เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากเมล็ดพันธุ์ดี ก็จะส่งผลต่อความแข็งแรงของผลิตผลและรสชาติ 2. น้ำ : นอกจากเมล็ดพันธุ์แล้ว น้ำที่ใช้ในการรดเลี้ยงผักก็ต้องสะอาด ไม่ใช่แค่สะอาดจากแหล่งกำเนิด แต่ รางหรือท่อน้ำ ที่ลำเลียงน้ำเข้ารางผักก็ต้องสะอาดด้วย เมื่อเก็บผักออกจากรางแล้ว ฟาร์มของเธอจะทำการล้างรางลำเลียงน้ำให้สะอาดในทันที ก่อนที่จะทำการปลูกผักล็อตใหม่ 3. ปุ๋ย : การใส่ปุ๋ย ก็คือการบำรุง ฉะนั้นจึงต้องเลือกปุ๋ยที่ดี มีแร่ธาตุสารอาหารครบ เพื่อบำรุงให
