รถเมล์
ปชช. ไม่เห็นด้วย รถเมล์ขึ้นราคา แนะปรับสภาพรถ – มารยาทคนขับก่อน ขึ้นค่ารถเมล์ – จากกรณีข่าว ที่มีการขึ้นค่าโดยสารรถร่วม – ขสมก.โดยรถเมล์ร้อน ปรับขึ้นจาก 6.50 บาท เป็น 8 บาท, รถเมล์แอร์ (ครีมน้ำเงิน) จากเดิม 10-18 บาท ปรับขึ้นเป็น 12-20 บาท และ รถเมล์แอร์ ปรับจาก 11-23 บาท เป็น 13-25 บาท โดยมีการปรับใช้ในวันนี้ ( 22 เม.ย. 2562) เป็นวันแรก ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ลงพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อสอบถามผู้ใช้บริการรถสาธารณะดังกล่าว คุณน้ำ อายุ 21 ปี และ คุณฮัท อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้งคู่เดินทางไปเรียน โดยใช้บริการรถเมล์ จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทุกวัน ในหนึ่งวัน ใช้เงินไปประมาณ 100 – 150 บาท แยกเป็นค่ารถเมล์ไป-กลับ ประมาณ 50 บาท เมื่อมีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร ก็รู้สึกได้รับผลกระทบ เพราะต้องนำเงินค่ากินอยู่ระหว่างวัน มาแบ่งจ่ายค่ารถที่เพิ่มขึ้น ก็รู้สึกว่าไม่สมควรขึ้นเท่าไหร่ เพราะการให้บริการของรถบางสาย ไม่สมเหตุสมผลกับราคาที่เพิ่มขึ้น ควรปรับระบบขนส่ง ปรับให้เป็นรถใหม่ไม่ต้องเข้าอู่บ่อยๆ มารยาทของ
คนกรุงจุกแน่ พรุ่งนี้ ต้องควักเงินจ่ายเพิ่ม สารพัด รถเมล์-รถทัวร์ พาเหรดขึ้นราคารับร้อน ซีดช่วงปลายเดือนควักจ่ายเพิ่มทุกอย่าง – นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการ ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึง กรณีที่มีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ระงับการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ทั้งระบบว่า ขณะนี้ ขสมก. ยังยืนยันจะปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ในวันที่ 22 เมษายน เช่นเดิม เนื่องจากเป็นมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง อ่านข่าว คุณภาพไม่ดีจะขึ้นราคาทำไม! ผู้โดยสารโวย ก่อนแนะปรับบริการ-สภาพรถ ก่อน ดังนั้น ขสมก. และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ในฐานะรัฐวิสาหกิจ จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นค่าโดยสาร ก็มีสิทธิ์ฟ้องร้องได้เช่นกัน รวมทั้งขณะนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมา สำหรับการปรับขึ้นค่าโดยสารของ ขสมก. นั้น จะทยอยปรับเป็น 2 ช่วง เพื่อบรรเทาผลกระทบให้ผู้โดยสาร โดยจะทยอยปรับเป็น 2 ครั้ง คือ ปรับครั้งแรกในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย. 2562) และปรับครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 เม.ย. 2563 หรือปีหน้า
คุณภาพไม่ดีจะขึ้นราคาทำไม! ผู้โดยสารโวย ก่อนแนะปรับบริการ-สภาพรถ ก่อน รถเมล์ทุกประเภทปรับขึ้นราคา – จากมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เห็นชอบให้ปรับขึ้นค่าโดยสาร ของรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถร่วมบริการ ขสมก. ที่ให้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงรถทัวร์ที่วิ่งระหว่างจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2562 นี้เป็นต้นไป โดยขึ้นราคาค่าโดยสารรถเมล์ทุกประเภทตั้งแต่ 1-7 บาท “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สอบถามผู้ใช้บริการรถเมล์ ขสมก. และรถร่วมฯ เกี่ยวกับผลกระทบจากมติดังกล่าว คุณมัลลิกา แก้วสินชัย นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาของรถเมล์บางสาย โดยเฉพาะรถพัดลม เพราะคุณภาพรถและการให้บริการเหมือนจะย่ำแย่ลงทุกวัน ใช้บริการขนส่งมา 4 ปีแล้ว ก็ยังไม่เห็นการพัฒนาเท่าไหร่ อีกอย่าง ขึ้นราคาไม่ถึง 10 บาท อาจดูเหมือนไม่แพง แต่ถ้าใช้บริการวันละหลายๆ ครั้งก็ต้องจ่ายเพิ่มมากกว่าปกติ ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี เศษเงินเล็กน้อยก็นำมาเก็บออมได้ คุณชญาภา อาจวิชัย พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ระบุว่า คิดว่าไม่ควรขึ้นราคา เพราะสภาพรถเมล์ยังไม่ดีมากพอที่จะขึ
แห่ค้านรัฐ ขึ้นค่ารถเมล์ ทีเดียว 1-7 บาท !! ศรีสุวรรณ ลั่น สร้างภาระให้ประชาชน เตรียมฟ้องศาลปกครอง! เมื่อวันที่ 18 เม.ย.นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้มีมติเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2561 อนุมัติให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร รถโดยสารประจำทางสาธารณะ ทั้งรถใหม่ รถเก่า ในหลายหมวด ในอัตราตั้งแต่ 1 – 7 บาท โดยจะมีผลในวันที่ 22 เม.ย.นี้ ซึ่งสมาคมฯได้ขอให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม สั่งการให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ทบทวนมติดังกล่าว เพื่อเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ไทย แต่ผู้มีอำนาจยังไม่ตอบรับในเรื่องนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่าในที่ประชุมของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางจะปรับโครงสร้างราคาใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยอาจจะกำหนดค่าโดยสารใหม่ที่แพงขึ้นกว่าเดิม สำหรับรถเมล์ใหม่ที่ได้มาตรฐานกรมการขนส่งทางบก ไม่ว่าจะเป็นรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หรือผู้ประกอบการรถเอกชนร่วมบริการ (รถร่วม) แต่หากเป็นรถเมล์เก่า ก็จะให้คิดค่าโดยสารเท่าเดิม
“หมอระวี” จี้ รบ.ห้ามขึ้นค่ารถเมล์ ย้ำไม่ช่วย ขสมก. ให้ดีขึ้น แถมโยนภาระให้ ปชช. แนะ แค่ลดราคาแก๊สและน้ำมัน 3-5 บาทต่อ กก.(ลิตร) ปัญหาจบ หมอระวี – วันที่ 14 เม.ย. นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีการที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ออกมาประกาศว่ามีความจำเป็นจะต้องปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. 2562 โดยอ้างว่ามีมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ให้ขึ้นโดยสารได้ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 2561 ว่า ขสมก.มีการบริหารงานที่ผิดพลาด ประสบกับการขาดทุนสะสมเป็นแสนล้านบาท สะสมปัญหามาโดยตลอด ดังนั้นสิ่งสำคัญที่กระทรวงคมนาคมควรทำ คือ การผ่าตัดการบริหารดำเนินการของ ขสมก.อย่างจริงจังแบบบูรณาการและยั่งยืน ไม่ใช่การแก้ปัญหา ขสมก.โดยการขึ้นราคาค่าโดยสารกับประชาชนในยุคข้าวยากหมากแพง เป็นการซ้ำเติมคนจนและคนรากหญ้าใน กทม. “การขึ้นราคาค่าโดยสารไม่ได้ช่วยให้มีการปฏิรูป ขสมก.แต่อย่างใด การบริหารจัดการยังอยู่ในรูปแบบเดิมทุกประการ ทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาการขาดทุนของ ขสมก.คือ รัฐบาลต้องประกาศลดราคาแก๊สและน้ำมัน อย่างน้อย 3-
เตรียมจ่ายเพิ่ม! 22 เม.ย.นี้ ขนส่งฯ ปรับขึ้นราคา รถเมล์ทุกประเภท 1-7 บาท รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า จากมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชอบให้ชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก., รถร่วมฯ และรถทัวร์ออกไปเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อจูงใจให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ลดผลกระทบเรื่องฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น ล่าสุดมติชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย. นี้ ซึ่งหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลให้รถเมล์ ขสมก. และรถร่วมฯ ที่ให้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงรถทัวร์ที่วิ่งระหว่างจังหวัด เริ่มปรับขึ้นค่าโดยสารตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. นี้เป็นต้นไป ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมาได้อนุมัติให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะดังนี้ รถเมล์เก่าของ ขสมก. ที่เป็นรถเมล์ร้อนปรับขึ้นจาก 6.50 บาท/เที่ยว เป็นไม่เกิน 10 บาท/เที่ยว รถเมล์แอร์ (ครีมน้ำเงิน) ให้ปรับขึ้นจาก 10-18 บาท/เที่ยว เป็น 13-21 บาท/เที่ยว รถเมล์แอร์ (ยูโรทูสีน้ำเงิน) ให้ปรับจาก 11-23
ขสมก. ล้มเลิก e-Ticket ราคา 1.7 พันล้านบาท บนรถเมล์ หลังระบบใช้งานไม่ได้ e-Ticket – นายณัฐชาติ จารุจินดา ปธ.กรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เผยว่า บอร์ด ขสมก. มีมติยกเลิกสัญญาว่าจ้างบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ที่ดำเนินการติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (e-Ticket) บนรถโดยสารประจำทาง จำนวน 2,600 คัน วงเงิน 1,665 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 5 ปี เนื่องจากการใช้งาน ขสมก. ไม่สามารถตรวจรับงานตามเงื่อนไขการประมูล (TOR) ได้ เบื้องต้น ขสมก. ไปพิจารณาข้อกฎหมาย และรายละเอียดเพื่อบอกเลิกสัญญาแล้ว ส่วนการยกเลิกสัญญาจะทำให้ ขสมก. ต้องจ่ายค่าชดเชยให้เอกชนหรือไม่นั้น นายณัฐชาติ เผยต่อว่า ต้องดูข้อกฎหมาย และเงื่อนไขสัญญาก่อน เพราะแม้บริษัทจะได้รับผลกระทบจากการบอกเลิกสัญญา แต่ ขสมก. ก็เสียหาย บริษัทก็มีสิทธิ์ถูกปรับฐานส่งมอบโครงการล่าช้าด้วย อย่างไรก็ตาม ปัญหาระบบ อี-ทิกเก็ต ที่ไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ ขสมก. ต้องแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ด้วยการร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ให้นำเครื่อง EDC (Electronic Data Capture) แบบมือถือ มารองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบนรถเมล์แทน ขณะที่
อดีต รมว.คมนาคม แนะ ขสมก. ให้เปลี่ยน รถเมล์เก่า 189 คัน ชี้เป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง รถเมล์เก่า – เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา และ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เผยถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ หนึ่งในปัญหาฝุ่นละออง เกิดจากควันดำที่เกิดจากไอเสียเกินค่ามาตรฐานของรถเมล์ในกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถเมล์ร้อนครีมแดงเก่าของ ขสมก. และรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ จึงขอเสนอให้ ขสมก. เร่งเปลี่ยนรถเมล์เก่าที่ยังเหลืออีก 189 คันโดยเร็ว เพื่อทดแทนรถเก่าที่หมดสภาพให้ครบถ้วนโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ยังอยากให้ ขสมก. และกรมการขนส่งทางบก ใช้อำนาจทางการบริหารให้รถโดยสารเอกชนร่วมบริการ เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่มีมลพิษน้อยเช่น B20 ซึ่งจะสามารถลดปัญหามลพิษจากไอเสียได้ตามสมควร ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาผลกระทบที่สร้างขึ้น คือปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดจากงานก่อสร้างต่างๆ ของรัฐ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ดำเนินการพร้อมกันมากเกินไป เพราะนอกจากจะเกิดปัญหารถติด สร้างมลพิษมากมาย ยังทำให้เกิดปัญ
ไม่ทนแล้ว! รถเมล์ 4 พันคัน ประกาศหยุดวิ่ง รอมา 4 ปีแล้ว รัฐไม่รักษาสัญญา รถเมล์ ขู่ หยุดวิ่ง / วันที่ 18 พ.ย. นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง (สมาคมรถร่วมฯ) เปิดเผยว่า เวลา 9.00 น. วันจันทร์ที่ 19 พ.ย. ตัวแทนจากสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชนและผู้ประกอบการรถร่วมขสมก. รายย่อยหมวด 1 จำนวนประมาน 300 คน จะรวมตัวกันเดินทางไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อทวงถามกรณีที่ได้ยื่นขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถธรรมดา (รถร้อน) 3 บาท จาก 9 บาทต่อเที่ยว เป็น 12 บาทต่อเที่ยว รถปรับอากาศ (รถแอร์) ขอปรับเพิ่มระยะทางละ 2 บาท หรือราคาเริ่มต้นจะเพิ่มจาก 13 บาทต่อเที่ยว เป็น 15 บาทต่อเที่ยว โดยจะยืนหนังสือทวงถาม2ฉบับ โดยยื่นหนังสือทวงถามต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ คมนาคม1ฉบับ และส่งตัวแทนไปยื่นถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอีก 1 ฉบับ เนื่องจากกระทรวงคมนาคมไม่ทำตามสัญญาที่บอกไว้ ซึ่งเดินบอกจะปรับราคาให้เดือน มิ.ย. ก็ไม่ดำเนินการแม้ว่าผลการศึกษาเรื่องโครงการสร้างค่าโดยสารจะแล้วเสร็จแล้ว โดยล่าสุดกรมการขนส่งอ้างว่าอธิบดีกรมการขนส่งเพิ่มเข้ามารับหน้าที่ใหม่ต้องขอเวลาในการศึกษาและพิจารณารายละเอียด
นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมเกี่ยวกับแผนการจัดการบริหารหนี้สินขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ว่า ขสมก. ได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ซึ่ง ณ เดือนม.ค. 2560 มียอดรวมทั้งสิ้น 103,598.543 ล้านบาท ทั้งนี้ ขสมก. นำเสนอทางเลือกในการแก้ปัญหานี้ออกเป็น3แนวทาง ประกอบด้วย 1. ให้รัฐรับภาระหนี้สิ้นทั้งหมด 103,598.543 ล้านบาท 2. ให้รัฐรับภาระเฉพาะหนี้สินที่เกิดมาจากนโยบายภาครัฐ วงเงินรวมทั้งสิ้น 84,898.651 ล้านบาท ซึ่งแบ่งออกเป็นงินอุดหนุนบริการสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ (PSO) หรือเงินที่เกิดจากการตรึงราคาค่าโดยสารอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุนตามนโยบายของรัฐบาล เฉลี่ยคันละ3,000 บาท/ วัน และบริการรถเมล์ฟรี เฉลี่ยคันละ 10,000 บาท/วัน ซึ่งมีจำนวน800 คัน/ปี และส่วนที่เหลืออีก 18,699.892 ล้านบาท ขสมก.จะรับภาระเอง 3. ให้รัฐรับภาระPSO ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เนื่องจากปัจจุบันขสมก. มีต้นทุนสูงกว่ารายได้ โดยรัฐจะต้องรับภา
