รายได้ดี
คุณเฉลิมชัย ดีแก้ว เจ้าพนักงานประมงปฏิบัติงาน สำนักงานประมงกรุงเทพมหานคร เขตพื้นที่ 2 ให้ข้อมูลว่า การทำประมงในพื้นที่เขตนี้มีการเลี้ยงปลาแบบปล่อยให้อยู่ในบ่อน้ำที่ใช้สำหรับทำการเกษตร โดยเน้นปล่อยแบบอิสระและปลาที่เลี้ยงได้ขนาดใหญ่สามารถจำหน่ายได้ เกษตรกรผู้เลี้ยงบางรายนำปลามาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และบางรายจับแบบยกบ่อเพื่อส่งให้กับตลาดปลาแบบเน้นปริมาณมากๆ “ในพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานครนี่ ต้องบอกว่า เขตนี้ถือว่าปริมาณน้ำมีเพียงพอ ทั้งต่อการทำเกษตรและเลี้ยงปลา เพราะมีเขตชลประทานและคลองต่างๆ ไหลผ่าน จึงทำให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลามีน้ำใช้ทำประมงได้อย่างไม่ขาดแคลน ซึ่งทางหน่วยงานของเราก็จะคอยส่งเสริมและดำเนินงานให้เกษตรกรทุกครัวเรือน ลงทะเบียนในเรื่องของการทำประมงอย่างปลอดภัย เพื่อให้ทุกคนได้อบรมและนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปพัฒนาการเลี้ยงและเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปให้มีรายได้ที่ยั่งยืน” คุณมณีพรรณ พูลพอกสิน อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ที่ 6 แขวงหนองจอก เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ยึดการทำประมงในพื้นที่นี้มากว่า 20 ปี โดยนำปลาที่เลี้ยงภายในบ่อมาแปรรูปเน้นทำการตลาดขายเอง ทำให้เกิดเป็น
จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความฝืดเคือง หรือเรียกว่ายุคข้าวยากหมากแพง อาจทำให้หลายๆ คนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกติดขัดในเรื่องของสภาพความคล่องตัวทางการเงินมิใช่น้อย ส่งผลให้เกิดสภาวะหนี้สินมากขึ้น แต่ในทางกลับกันก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่พยายามมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีมากขึ้นสำหรับพอใช้จ่ายเพื่อให้ตนเองเกิดหนี้สิน แม้จะเป็นเงินเพียงเล็กน้อยอาจไม่มากเท่ากับงานประจำที่ทำ แต่ก็ทำด้วยใจรักจสามารถเป็นงานที่สร้างเงินได้ เหมือนเช่น คุณวรินดา สุวรรณทอง อยู่บ้านเลขที่ 351 ถนนเลียบคลองมอญ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร คุณวรินดา สุวรรณทอง คุณวรินดา สาวอินดี้ผู้รักความอิสระ เล่าให้ฟังว่า ปัจุบันตัวเธอทำงานเป็นสาวออฟฟิศ แต่มีความชอบในเรื่องของการปลูกต้นกระบองเพชร มาตั้งแต่ ปี 2551 สมัยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในช่วงนั้นคือ ได้ศึกษาวิธีการปลูกเลี้ยงตามโซเชียลมีเดียต่างๆ “เหตุที่ปลูกต้นกระบองเพชร เพราะว่าช่วงนั้นซื้อมาเพื่ออยากเอาไว้ถ่ายรูป เพราะดูแล้วมันสวยดี คราวนี้พอดูๆ ไป เห็นว่าเอ้ย! มันก็สวยแปลกกว่าไม้อื่น ก็เลยชอบ แล้วก็ป
อำเภอบันนังสตา เป็นอำเภอหนึ่งที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากตัวอำเภอเมืองยะลาตามเส้นทางลงไปสู่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ใต้สุดแดนสยาม อันเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง แต่แม้อำเภอบันนังสตาจะไม่ได้ถูกจดจำว่ามีการเกษตรชนิดใดโดดเด่นเป็นหลัก แต่เมื่อถึงฤดูที่ทุเรียนให้ผลผลิต ก็มีทุเรียนหมอนทองจำนวนไม่น้อยที่ออกจากพื้นที่นี้ไป คุณอาลี บือแน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พาเราเข้าพื้นที่ไปดูแปลงทุเรียนหมอนทอง ที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเองการันตีว่า หมู่ที่ 2 เป็นแปลงปลูกทุเรียนหมอนทองแปลงใหญ่ที่สุดของอำเภอบันนังสตา คุณอาลี บอกว่า เดิมชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกยางพารา มีอาชีพกรีดยางขาย เป็นหลัก แต่เมื่อราคายางตกต่ำ ชาวบ้านหลายรายคิดเปลี่ยนอาชีพ ที่มองเห็นช่องทางของรายได้ขณะนั้นคือ การปลูกทุเรียน เพราะไม่มีปีใดที่ทุเรียนราคาถูก ทำให้มีเกษตรกรจำนวน 114 ราย โค่นยางพาราและปลูกทุเรียนหมอนทอง เฉลี่ยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนหมอนทอง ประมาณ 5 ไร่ ต่อราย รวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ โดยในจำนวนนี้ มีเกษตรกรคุณภาพ 13 ราย การรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านระบุว่า เพราะช่วยให
ชาวประมงเฮ หลังคลื่นลมอ่าวไทยสงบ แห่จับแมงกะพรุน ขายได้วันละ 5,000 บาท แห่จับแมงกะพรุน – เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพายุดีเปรสชั่นผ่านอ่าวไทย ขึ้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน บ้านหนองเสม็ด ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำเรือที่ใช้ในการออกทำประมงจับ กุ้ง หอย ปู ปลา กว่า 40 ลำ ออกมาจับ “แมงกะพรุนลอดช่อง” เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้บริเวณอ่าวบางสะพาน และบางสะพานน้อย มีแมงกะพรุนขึ้นจำนวนมาก โดยชาวประมงนำเรือ พร้อมสวิงตักปลา ออกไปตักแมงกะพรุน ใส่มาในลำเรือจนเต็ม หรือที่พอจะบรรทุกไหว จากนั้นจึงเอามาส่งให้พ่อค้า แม่ค้า ซึ่งจะรับซื้อในราคาตัวละ 5 บาท ไม่คัดไซซ์ ทำให้ชาวประมงเรือเล็กชายฝั่งที่ไม่ได้ออกไปวางอวนจับปลาเนื่องจาก กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศพายุเข้า จึงหันมาจับแมงกะพรุนแทน ส่วนสาเหตุที่แมงกะพรุนมากกว่าทุกปี อาจเป็นจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือเป็นสัญญาณบอกจะเข้าฤดูกาล มรสุม จับแมงกะพรุนขายรายได้ดี นายประนอม เมฆลอย ชาวประมงพื้นบ้านอำเภอบางสะพานน้อย กล่าวว่า ช่วงนี้มรสุมจะเข้า โดยแมงกะพรุนลอดช่อง เป็นแมง
ชะอม เป็นไม้ยืนต้นตระกูลถั่ว ที่มีอายุยืนนาน เป็นไม้เถาเลื้อย มีฝักเหมือนกระถิน เมล็ดนำมาปลูกได้ กิ่งอ่อน ยอดอ่อน ใบอ่อน มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว และมีวิตามินเอสูง ยอดชะอมจัดเป็นอาหารประเภทผักที่มีคุณค่าอาหารสูงยิ่ง ทั้งวิตามินเอ โปรตีน และเยื่อใยที่ร่างกายต้องการ ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมหรือไม่มีหนาม ใบเป็นใบประกอบขนาดเล็ก มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถิน หรือใบส้มป่อย ต้นชะอมหากถูกเด็ดยอดจะแตกกิ่งข้างต้นหนาแน่น ชะอมเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพดิน ไม่ว่าดินเหนียว ดินร่วน ดินทราย ยกเว้นดินเค็มและกรดจัด ปลูกง่าย ทนแล้ง ใช้น้ำน้อย “ชะอม” หลายคนจะต้องนึกถึงเมนูอาหารที่แสนอร่อยจากผักพื้นบ้านชนิดนี้ที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว อาทิ ชะอมชุบไข่ทอดกับน้ำพริกกะปิ แกงแคไก่อาหารของคนเหนือ แกงลาวของคนอีสาน ฯลฯ ชะอมจึงจัดเป็นผักพื้นบ้านที่มีคนไทยบริโภคเป็นประจำ และมีความต้องการในแต่ละวันไม่น้อยไปกว่าผักพื้นบ้านชนิดอื่น เกษตรกรไทยมักจะมองว่า การปลูกพืชผักสวนครัวจะเป็นเพียงอาชีพเสริม ไม่สามารถสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัวได้ ตัวอย่างแหล่งปลูกชะอมพื้นที่ใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิ
ข่าวว่าบรรยากาศค้าขายทั่วไปในอำเภอหัวหิน กำลังกลับมาคึกคักเหมือนปกติ และ เมื่อลองสำรวจจุดค้าขายสำคัญยามค่ำคืน อย่าง “ซิคาด้า” หรือตลาดจักจั่น ยังมีนักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศไปเดินช็อปและชิมกันอยู่ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีพอสมควร สำหรับ “ไฮไลต์” ของแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตแห่งนี้ น่าจะเป็นศิลปะการแสดงสไตล์ “เปิดหมวก” หรือ Street Performance ซึ่งป็นศิลปะการแสดงในที่สาธารณะตามท้องถนน มุ่งสร้างความบันเทิงและความประทับใจแก่ผู้ชมที่ผ่านไปมาเพื่อแลกกับค่าตอบแทน ซึ่งกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ “โชว์ต่อขวด” นับเป็นหนึ่งในการแสดงเปิดหมวก ซึ่งผู้คนให้ความสนใจไม่น้อย จึงขอเข้าไปพูดคุยทำความรู้จักกันสักหน่อย …….. คุณเจี๊ยบ –นิธิกานต์ เลือดแดง อายุ 34 ปี คุณแม่ของ น้องไอซ์-ด.ช.ฐิติพงศ์ ติดงาม วัย 13 ปี นักเรียน ชั้น ม.2 พื้นเพอยู่ที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรุณาสละเวลามาพูดคุยด้วย ระหว่างรอลูกชายทำการแสดง “โชว์ต่อขวด” ที่ตลาซิคาด้า เริ่มต้นแนะนำตัวให้รู้จัก ครอบครัวมีอาชีพขายไก่ย่าง-ไก่ทอด โดยตัวเธอ ยึดทำเลตลาดนัดและตามงานวัดในเขตอำเภอปากน้ำปราณฯ ส่วนพ่อ-แม่ ซึ่งเป็นตา-ยาย ของน
ดินใต้โคนต้นโสนที่ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยานับเป็นสิ่งล้ำค่าราวกับขุมทรัพย์ เพราะดินจากธรรมชาติบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะเป็นที่ขึ้นของ “เห็ดตับเต่า” เห็ดที่มีหมวกลักษณะคล้ายร่มสีดำ – น้ำตาลอมเหลืองอ่อน เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 10 – 25 ซม น้ำหนักเยอะต่อ1ดอก เกือบ 2 กิโลกรัม มีขนเล็กๆ คล้ายกำมะหยี่สีน้ำตาล ส่วนเนื้อของเห็ดชนิดนี้จะหนา มีความเหนียวหนึบ เมื่อนำมาต้มหรือผัด จะไม่ค่อยเละหรือแหยะเหมือนเห็ดชนิดอื่น เห็ดตับเต่ามักจะขึ้นในช่วงฤดูฝน ขึ้นมากในป่าเต็งรัง ป่าแดง ป่าต้นสะแก ถ้าเป็นในสวนมักจะพบในสวนผลไม้ เช่น สวนไผ่ รวมถึงขึ้นมากใต้โคนต้นโสน ที่ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คุณจำลอง จักรกร บ้านเลขที่ 55 หมู่ 6 ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หญิงสาววัย 56 ปี เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่มีอาชีพทำนามากว่า 100 ปี แต่ปัจจุบันเลิกทำนาแล้ว หันมาปล่อยที่นาให้คนเช่า แล้วเปิดบริษัทรับทำบัญชี รวมถึงเก็บเห็ดตับเต่าขายเฉพาะช่วงหน้าฝน ขาย 4 เดือนมีรายได้เกือบ 5 แสนบาท คุณจำลอง เผยกับเส้นทางเศรษฐีว่า เห็ดตับเต่า เป็น
