รายได้เสริม
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเดินเล่นตลาดเก่าโคยกี๊ ที่จังหวัดราชบุรี มาในคืนวันเสาร์ เดินมองดูนั่นนี่ไปตามประสา ฝูงชนออกมาเดินเล่นกันอย่างขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้าต่างตั้งร้านขายสินค้าต่างๆ มีทั้งของใช้ ของตกแต่ง ซุ้มอาหาร ซุ้มงานแฮนด์เมดต่างๆ เดินมาจนเกือบสุดทางออกท้ายตลาด ก็ได้กลิ่นหอมบางอย่างลอยตามอากาศเย็นๆ จึงเดินตามกลิ่นที่ว่านั่นไปเจอเข้ากับ แผงลอยเล็กๆ ร้านหนึ่ง มีหญิงคนหนึ่งยืนยิ้มต้อนรับอยู่ข้างๆ กวาดสายตาไปทั่วแผง ก็เห็นกระบอกพลาสติกเล็กๆ น่ารักวางเรียงอยู่ข้างกับโหลหลากหลายสีสัน ที่มาทราบทีหลังว่าเป็นโหลเจลน้ำหอมนั่นเอง เห็นว่ากลิ่นหอมดี จึงคิดจะซื้อกลับบ้าน แต่ก็ขอพูดคุยตามประสาคนช่างจ้อเสียหน่อย จึงได้รู้ว่าหญิงคนที่ยืนขายอยู่หน้าแผงลอย คือ จ่าเจี๊ยบ หรือ จ่าสิบเอกหญิง ณัฐภร บรรจง วัย 52 ปี ทหารหญิงสังกัด คลังแสงที่ 6 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก จังหวัดราชบุรี เธอเล่าให้ฟังว่า ตนรับราชการทหาร มีอาชีพเสริมคือการทำเจลน้ำหอมปรับอากาศขายหลังเลิกงาน โดยทำขายมาได้ 3 ปีแล้ว จ่าเจี๊ยบให้เหตุผลว่า อยากหารายได้เสริม ประกอบกับเป็นช่องทางการหารายได้ ที่กองทัพบกส่งเสริม เพื่อเป็นการเพิ่ม
ด.ช.วัย12 ยอดกตัญญู ช่วยแม่เร่ขายขนม หลังเลิกเรียน พ่อป่วยอัมพฤกษ์ วันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ช.นันทิพัฒน์ มาลาศรี อายุ 12 ปี ปัจจุบันเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 เทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย ออกเร่ขายขนมดอกจอกบรรจุถุงเป็นประจำทุกเย็นหลังเลิกเรียนและวันอาทิตย์ตลอดทั้งวัน ไปตามถนนสายต่างๆ ภายในเขตเทศบาล โดยเด็กคนดังกล่าวอาศัยอยู่กับบิดา มารดา และน้องสาวที่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 รวมทั้งหมด 4 คน ที่บ้านเลขที่ 212 หมู่บ้านริมกก หมู่ 12 ต.แม่ยาว ทุกวันหลังเลิกเรียนก็จะไปหาแม่ที่ขายผักในตลาดสดบ้านใหม่ แล้วออกปั่นจักรยานที่มีขนมอยู่ในตะกร้ารถซึ่งแม่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ไปตามจุดต่างๆ ดังกล่าว โดยขายถุงละ 10 บาท ด.ช.นันทิพัฒน์ กล่าวว่า เดิมตนก็ไปโรงเรียนตามปกติ ไม่ได้ออกขายขนม แต่เมื่อถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พ่อป่วยเป็นอัมพฤกษ์เดินไม่ได้ ทำให้แม่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการขายผักในตลาดตามลำพัง ตนจึงบอกแม่ว่าอยากจะช่วยเหลือ โดยเฉพาะค่าน้ำและค่าไฟ แม่จึงทำขนมเองที่บ้านแล้วนำบรรจุถุงก่อนจะอนุญาตให้ตนนำออกไปเร่ขายในตัวเมืองเชียงรายได้ เมื่อขายเสร็จตั้งแต
จบจุฬาฯ ไม่เกี่ยงงาน ขับแท็กซี่ อาชีพ “มีเกียรติ” ไม่ด้อยกว่าใคร จากข่าวดังเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ ทวีตข้อความว่า “นับถือเพื่อน โคตรสู้ชีวิต จากเด็กอักษรจุฬาฯ ไม่ยึดติด ไม่อีโก้ ถึงเวลาดิ้นรน ก็เป็นคนขับ แท็กซี่ ได้! ใครหาคนขับดีๆ ไว้ใจได้ ติดต่อนางได้เลย” เพียงชั่วข้ามคืนเรื่องดังกล่าวถูกพูดถึง และได้รับการชื่นชมอย่างล้นหลามจากโลกโซเชียล อ่านข่าว ชีวิตต้องสู้! บัณฑิตจุฬาฯ ผันตัวขับแท็กซี่ รับวิ่งทั่วไทย ไม่เกี่ยงเส้นทาง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง คุณแก้ว-วรรณกวี อยู่วัฒนา อายุ 36 ปี เจ้าของเรื่องราวน่าประทับใจดังกล่าว เธอเล่าว่า เรียนจบจากคณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาศิลปการละคร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เดิมทำงานประจำอยู่เบื้องหลังละครโทรทัศน์ ทำมาแล้วหลายหน้าที่ ทั้งผู้ช่วยผู้กำกับ ดูแลนักแสดง ประสานงาน รีเสิร์ชข้อมูล หรือแม้กระทั่งเลขาผู้บริหารก็เคยทำมาแล้ว แต่ด้วยมีปัญหาสุขภาพสะสม ออกกองละครแต่ละครั้งไม่ได้พักผ่อน และไม่มีเวลาให้ครอบครัว เพราะต้องตื่นแต่เช้า ตี 4 ตี 5 บวกกับอยากทำอะไรที่เป็นของตัวเองมานานแล้ว เธอใช้เว
ตะลึงกลางสี่แยก! แม่นาคพระโขนง อุ้มลูกขายหมูปิ้ง-ไส้กรอก ที่แท้นักแสดงสาวสวย สำนักดาบ ศ.พุทไธศวรรย์ เผยไอเดียอยากมีรายได้เสริม แถมตัวเองก็มีชุดอยู่แล้ว ยิ้มแก้มปริ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แม่นาคพระโขนง วันที่ 7 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในโลกโซเชียลได้มีการแชร์ภาพ แม่ค้าขายหมูปิ้ง ไส้กรอก แต่งชุดแม่นาคพระโขนง ยืนอุ้มลูกเดินขายของอยู่บนถนนโรจนะ สี่แยกไฟแดงวัดพระญาติ ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างความฮือฮาและมีการถ่ายรูปขณะจอดรถติดสัญญาณไฟจราจรกันเป็นจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ น.ส.นันท์นภัสร ชาลาชัยนันท์ภา อายุ 23 ปี ชาว ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา แม่ค้าที่แต่งชุดแม่นาค เดินขายหมูปิ้งและไส้กรอก ขณะรถยนต์ติดสัญญาณไฟจราจร จากการสอบถาม น.ส.นันท์นภัสร ถึงไอเดียดังกล่าว ก็ได้รับการเปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพเป็นนักแสดงอยู่ที่สำนักดาบ ศ.พุทไธศวรรย์ และจะแต่งตัวเล่นการแสดงอยู่ที่ตลาดน้ำอโยธยา จากนั้นเห็นว่าช่วงเย็นตนว่าง และอยากมีรายได้เสริม จึงคิดมาขายหมูปิ้ง ไส้กรอก และคิดอีกว่า ควรแต่งหน้า แต่งตัวเป็นแม่นาคพระโขนงยืนอุ้มลูก ซึ่งชุดดังกล่าวตนก็มีอยู่แล้ว นำมาแต่งต
ส่องนางฟ้าพวงมาลัย แยกไฟแดงที่อุบลฯ บอกอย่าอายทำกินอย่าหมิ่นเงินน้อย นางฟ้าพวงมาลัย / เป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์ภาพแม่ค้าขายพวงมาลัยสาวสวย ยืนขายอยู่บริเวณสี่แยกวนารมย์ จ.อุบลราชธานี สะดุดตาหนุ่มที่ขับรถผ่านไปมาบริเวณนั้น พร้อมชื่นชมในความขยันทำมาหากินของสาวสวยคนนี้ ที่มายืนขายพวงมาลัยท่ามกลางแดดร้อนระอุ โดยในเฟซบุ๊ก แพ้คำ ว่ารัก ซึ่งเป็นของแม่ค้าขายพวงมาลัยคนสวย ได้โพสต์ภาพยืนขายพวงมาลัยอยู่บริเวณสี่แยกนี้ พร้อมแคปชั่นว่า “ต้องมีความอดทนพยายามมากจริงๆ กับการเดินขายพวงมาลัยที่ไฟแดง หนูชอบเป็นนายตัวเองชอบอิสระรักในสิ่งที่ทำ หนูคิดว่าหนูอดทนมากกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ถึงชีวิตจะต่ำแค่ไหน หนูคิดว่าทุกคนขึ้นไปจุดสูงสุดของตัวเองได้ค่ะ แค่มีความพยายามอดทนและเชื่อมั่นในตัวเองค่ะขอบคุณทุกคนที่ติดตามและกำลังใจค่ะ” นอกจากนี้ยังโพสต์ระบุว่า “คนอยากรวยไม่ต้องอ้างว่าอายุน้อย อย่าอ้างว่าเหนื่อย อย่าอ้างว่าอายทำไม่ได้ จงเชื่อมั่นในตัวเองอดทนความสำเร็จจะตามมาจ้า” ซึ่งหลังจากภาพของแม่ค้าขายพวงมาลัยสาวสวยเผยแพร่ไปเป็นวงกว้าง มีชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชม แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่า สาวสวยคน
คนอีสานชื่นชม ‘น้องตูน’ สาวหน้าตาดี ใช้วันหยุดปิดเทอมช่วยครอบครัวเร่ขายล็อตเตอรี่ เมื่อวันที่ 1 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เลย ว่า ขณะนี้ในพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย คึกคักมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันแห่งการเสี่ยงโชค งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2562 ซึ่งพบว่า ระยะนี้มีบรรดาเยาวชนที่ใช้เวลาในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียนไปหารายได้เสริมด้วยการช่วยผู้ปกครองขายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือล็อตเตอรี่ เช่นเดียวกันกับน้องตูน อายุ 20 ปี ชาว อ.วังสะพุง จ.เลย สาวสวย หน้าตาดี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ใน จ.ขอนแก่น ที่ได้ใช้เวลาว่างปิดภาคเรียนช่วยพ่อ แม่ เดินสายตระเวนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้ง จ.สกลนคร จ.นครพนม โดยหลายคนที่พบเห็นต่างชื่นชมในความขยัน ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาว อ.วังสะพุง จ.เลย ส่วนใหญ่จะมีอาชีพตระเวนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั่วภาคอีสาน สร้างรายได้เป็นหลัก บางหมู่บ้านยึดอาชีพขายล็อตเตอรี่กันทั้งหมู่บ้าน ทำให้ในช่วงปิดภาคเรียน ลูกหลานจะหันมาเดินขายล็อตเตอรี่ ช่วยแบ่งเบาภาระ สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวด้วย ซึ่งในแต่ละงวดจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 บา
‘ห่อข้าวหอม’ ร้านอาหารชื่อดังจากกระทู้ในพันทิปมาระยะหนึ่ง เป็นร้านขายอาหารเล็กๆ อยู่แถวสำโรง ขายราคาถูก มีเมนูอยู่ 2 อย่าง คือข้าวกะเพราไก่กับข้าวไข่เจียวเท่านั้น คุณแก้ว ธนาเทพ ใจพุก วัย 20 ปี โดย คุณแก้ว – ธนาเทพ ใจพุก เจ้าของร้านควบตำแหน่งพ่อครัววัย 20 ปี เล่าให้ฟังว่า เปิดร้านห่อข้าวหอมมาได้ 1 เดือนกว่า ก่อนจะมาเปิดร้าน เรียนแค่ปวช. และทำงานพาร์ทไทม์เหมือนเด็กคนอื่นๆทั่วไป แต่คิดว่า พาร์ทไทม์ เป็นอาชีพที่ไม่มีความมั่นคง สร้างเส้นทางชีวิตที่แน่นอนในอนาคตไม่ได้ อีกทั้งตนเอง เป็นคนชอบทำและชอบทานข้าวกะเพราไก่ และ ข้าวไข่เจียวเป็นประจำ เมื่อไปทานที่ร้านอาหารอื่นๆ รู้สึกว่าเขาเอาเปรียบผู้บริโภค ทั้งวัตถุดิบ ราคา และปริมาณ จึงคิดเปิดร้านขึ้นมา โดยตั้งใจไว้ว่าจะไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ต้องใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ และขายในราคาที่คนทุกฐานะสามารถซื้อทานได้ ตอนเปิดร้านแรกๆ มีเงินทุนเพียง 14,000 บาท จากการทำงานเก็บออมมา 2 ปี คุณแก้วเล่าต่อว่า ครึ่งเดือนแรกในการขายข้าว ตนเกือบหมดทุนเหมือนกัน วันๆหนึ่งขายได้กำไรน้อยมาก ได้ประมาณ 100 – 200 บาท ซึ่งนับว่าขายไม่ค่อยดีนัก แต่มีคุณแม่ที่
คุณธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม เจ้าของสายมีฟาร์ม อยู่ที่ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเกษตรที่ปลูกพริกส่งออกยุโรปและญี่ปุ่น อาจเรียกว่าเป็นรายใหญ่ของไทยก็ว่าได้ โดยส่งออกพริกประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ตัน หรือปีละ 100 ตันเลยทีเดียว ในเรื่องของสายพันธุ์พริกที่ปลูกจะเป็นสายพันธุ์เรดฮอท และชุปเปอร์เรดฮอท เป็นของบริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพอีกบริษัทหนึ่ง โดย คุณพิทักษ์ชน โตสารเดช เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการขาย ให้ข้อมูลว่า ทางบริษัทได้มีการพัฒนาพริกให้เป็นพันธุ์ลูกกผสม เพื่อให้ผลผลิตดกได้ประมาณผลผลิตต่อไร่สูง และที่สำคัญอายุการเก็บเกี่ยวสั้น ผลผลิตดีมีกำไร “เรดฮอทเป็นพริกที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มาไม่ต่ำกว่า 4 ปี ลักษณะพิเศษคือเป็นพริกที่มีผลสม่ำเสมอ ส่วนชุปเปอร์เรดฮอทเป็นพริกที่พัฒนามาได้ 1 ปีกว่าๆ ซึ่งตอนนี้กำลังทำตลาดอยู่ที่จังหัดขอนแก่น เป็นพริกที่พัฒนาสายพันธุ์เพื่อพัฒนาผลให้ใหญ่ขึ้น และมีสีที่เข้มขึ้น” คุณพิทักษ์ชน กล่าวให้ฟังถึงลักษณะของสายพันธุ์พริก มีประสบการณ์การปลูกพริก มากกว่า 7 ปี คุณธีรวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นเกษตร
อย่างเหมือน! วุ้นกะทิอาหารคาวสุดครีเอต ส้มตำ-ผัดไทยกุ้งสด ขายดีหลักหมื่น/เดือน หลังอิ่มท้องจากอาหารมื้อหลัก สาวๆ หลายคนคนมักตบท้ายด้วยขนมหวานอร่อยๆ เส้นทางเศรษฐีขอพามารู้จักกับวุ้นกะทิรูปแบบใหม่สุดครีเอตของทางร้าน “น้ำใจ วุ้นกะทิ Homemade” เจ้าของไอเดียคือคู่สามีภรรยา คุณโบ – วิราวรรณ และ คุณเนตร – ธนพัชร์ มนตราประสิทธิ์ โดยคุณโบมีอาชีพหลักเป็นสาวออฟฟิศ และคุณเนตรการ์เม้นท์หรืออุตสาหกรรมสิ่งทอ ภายหลังหันมาค้าขายเป็นอาชีพเสริมเพราะหลงใหลในการทำอาหาร คุณเนตร เล่าให้ฟังว่า ภรรยาหรือคุณโบชื่นชอบการทำอาหารและขนมเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนหน้านี้เคยขายน้ำสมุนไพรออกบู๊ธตามงานต่างๆ ระยะหนึ่งด้วยมีคู่แข่งทางตลาดเยอะ จึงหันมาทำวุ้นถ้วยโบราณใส่ไส้ขายแทน เพราะได้เคยโชว์ฝีมือการทำวุ้นให้คุณเนตรทาน หลังทำวุ้นถ้วยโบราณขายได้ไม่นาน คุณโบเริ่มสร้างความแปลกใหม่นำเอาขนมหวานอย่างวุ้นกะทิมาประยุกต์ในรูปแบบของอาหารคาวชนิดต่างๆ ผสมผสานกันหลากหลายวัตถุดิบ จนใครต่อใครต้องบอกว่าเหมือนจริงและน่าทานมาก ๆ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ สองสามีภรรยาลงแรงแข็งขันช่วยกันทำวุ้นกะทิทุกๆ วันหลังเลิกง
ผู้เลี้ยงไก่ไข่ปลื้มราคาหน้าฟาร์มแตะ 2.50 บาทต่อฟอง แนวโน้มขยับขึ้นอีก นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกรจากการสำรวจทั่วประเทศในปัจจุบันพบว่า ราคาปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.50 บาทต่อฟอง หลังจากเกษตรกรแบกรับภาวะขาดทุนมานานกว่า 1 ปี เป็นผลมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการรายใหญ่ รายกลาง และรายย่อย ที่ขานรับมาตรการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ผู้ประกอบการภาคเอกชนผู้นำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) รวม 16 บริษัท ที่ร่วมกันลด GP ให้เหลือ 3,800 ตัว และลด PS ให้เหลือ 460,000 ตัว พร้อมทั้งเร่งรวบรวมไข่ไก่สดส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศมากกว่า 138 ล้านฟอง ควบคู่กับการลดจำนวนแม่ไก่ไข่ยืนกรง 4,000,000 ตัว “ราคาไข่ไก่เริ่มปรับเพิ่มขึ้น เกิดจากจำนวนแม่ไก่ยืนกรงและพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ลดลง ขณะเดียวกันปริมาณไข่ไก่ส่วนเกินจากการบริโภคก็ถูกผลักดันออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ ทำให้ราคาไข่มีเสถียรภาพมากขึ้น และมีแนวโน้มจะปรับสูงขึ้นได้อีก หากทุกคนยังให้ความร่วมมือกับมาตรการของภาคร
