ร้านอาหาร
สาวเจนวายตามฝัน เปิดร้านอาหาร เป็นทั้งเชฟ-เจ้าของร้าน รายได้หลักหมื่น/วัน คุณครีม-นฤภร กิจฉลอง สาวเจนวายวัย 23 ปี ผู้หลงรักในการทำงานอาหารมาตั้งแต่เด็ก ซึมซับมาจากธุรกิจโรงงานขนมหวานของพ่อแม่ เรียกว่าเกิดมาก็รู้แล้วว่าชอบอะไร หลังฝึกฝีมือที่สถาบันอาหารชื่อดัง ‘เลอ กอร์ดอง เบลอ’ และเข้าสั่งสมประสบการณ์ที่โรงแรมเลอบัวอีก 4 เดือน และด้วยแรงสนับสนุนจากทางครอบครัวอย่างเต็มกำลัง คุณครีมเลือกต่อยอดความฝัน เปิดร้านอาหารที่เจ้าตัวควบตำแหน่งเจ้าของร้านและเชฟประจำร้านได้ตั้งแต่อายุ 21 ปี โดยอาหารร้านนี้เป็นแบบฟิวชั่น นำเสนอความหลากหลายของอาหาร มีครบทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน ตั้งอยู่ย่านพุทธมณฑล สาย 7 ชื่อร้าน ‘Sumalee Pastry Cream’ ในช่วงปีแรกที่เปิด คุณครีม บอกว่า ประสบการณ์ทำงานยังน้อยมาก แต่โชคดีที่ได้พ่อกับแม่มาช่วยสอนเรื่องการบริหาร ทั้งสต๊อกของ บัญชี รวมถึงรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ จนมีความเข้าใจมากขึ้น ในที่สุดก็ได้ดูแลร้านแบบเต็มตัวในปีที่สอง ราคาย่อมเยาจับต้องได้ แม้จะเป็นร้านอาหารฟิวชั่น แต่หน้าที่หลักของคุณครีมคือการทำของหวานโดยตรง เธอถนัดทำเค้กหลายอย่าง โดยคงคอนเซ็ปต์ว่า เค้กร
คุณคริส กนกวลีวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คีธ แอนด์ คิม คอนเซ็ปส์ จำกัด กล่าวถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวที่ส่งผลดีต่อตลาดอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในโรงแรมและร้านอาหารว่า จากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐที่ประสบความสำเร็จ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันและคาดว่าปีนี้จะสูงถึง 38 ล้านคน ส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร โดยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจโรงแรมมีการขยายตัวในเชิงจำนวนห้องพักค่อนข้างสูง เพื่อรองรับกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมระดับ 3-4 ดาว และต่ำกว่าระดับ 3 ดาว ยิ่งไปกว่านั้นยังเกิดที่พักในรูปแบบใหม่ๆ ทำให้การแข่งขันในธุรกิจสูงขึ้นตามไปด้วย จากจำนวนโรงแรมและร้านอาหารที่เปิดใหม่ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต่างมุ่งเน้นที่จะสร้างความประทับใจและให้บริการที่ดีที่สุดเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยว รวมไปถึงการพิถีพิถัน ในการเลือกอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในโรงแรมและร้านอาหารซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญส่วนหนึ่งด้วย นับได้ว่าเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในโรงแรมและร้านอาหาร และธุรกิจของ คีธ แอนด
ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ย่านราชพฤกษ์ รองรับลูกค้าโซนอินดอร์-เอาต์ดอร์ ได้กว่า 500 ที่นั่ง และกำลังเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางทั้งโลกออนไลน์-ออฟไลน์ อาจเพราะมีการตกแต่งร้านได้แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ทำให้กลายเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านมามีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด โดยเฉพาะช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ข่าวว่า มีผู้คนมารอเข้าคิวเป็นร้อย บางรายยินดีรอใช้บริการนานกว่าสองชั่วโมงกันมาแล้ว Villa De Bear (วิลล่า เดอ แบร์) ร้านอาหารสไตล์ยุโรป คือ กิจการที่เกริ่นถึง มี คุณต้อม – ศิวะกร จูงพล ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง วัยสามสิบกว่า เป็นหุ้นส่วนใหญ่และเจ้าของแนวคิดตั้งต้น แนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น จบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยทำงานในตำแหน่งกราฟิกดีไซน์ในบริษัทแห่งหนึ่งนาน 5 ปี ควบคู่ไปกับการรับงานฟรีแลนซ์และเปิดบริษัทให้บริการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ เป็นที่ปรึกษาด้าน Online Marketing ก่อนผันตัวเองไปเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น ก่อนหน้านี้เคยร่วมลงทุนในสถานบันเทิง ร้านอาหารปิ้งย่างในห้างสรรพสินค้า ซึ
ผู้เขียน / รัตติกรณ์ ภาพจาก Mirror อย่าเพิ่ง ทำท่า “หยะแหยง” กันนะคะ เพราะ “ของเหลือทิ้ง” ที่ว่านี้ ไม่ใช่เศษอาหารที่มีคนกินเหลือ แต่เป็น พืช ผัก ผลไม้ ขนมปัง ของสด หรือของอะไรก็ตามแต่ที่สามารถกินได้นี่แหละที่ทางร้านอาหาร ร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็นว่าไม่สดใหม่ หรือใกล้จะหมดอายุ แล้วเตรียมจะเอาไปทิ้งลงถังขยะ แต่มีร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เรากำลังจะเล่าให้คุณฟังนี่ล่ะ ไป “ขอรับบริจาค” พืชผักเหล่านั้นมาปรุงเป็นอาหาร โดยอาหารทุกจานไม่มีการตั้งราคา แต่เปิดโอกาสให้ลูกค้า จ่ายเท่าไรก็ได้ตามต้องการ หรือตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋า คราวนี้ก็ “เข้าใจตรงพอยต์” กันแล้วนะคะ สำหรับร้านอาหารไอเดียดี๊…ดี ที่ว่านี้ ชื่อว่า “The Real Junk Food Project (เดอะ เรียล จั๊งก์ ฟู้ด โปรเจ็กต์)” เป็นร้านอาหารเพิ่งเปิดใหม่ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เมื่อเร็วๆ นี้เอง แต่เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. สำหรับวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น. เนื่องจาก แก๊บบี้ โฮล์มส์ และ นาตาลี ครีน สองสาววัย 23 ที่ร่วมมือกันก่อตั้งร้านนี้ ต่างมีงานประจำเป็น “สาวเสิร์ฟ” ด้วยกันทั้ง
เรื่องโดย : มติชนออนไลน์ อากาศช่วงนี้กำลังเย็นสบาย เจ้าอ๊อดเพื่อนรัก ผู้เติบโตมากับย่านเยาวราช จึงชักชวนปิ่นโตเถาเล็กให้ตื่นแต่เช้าพร้อมไก่ขัน เพื่อไปหาอะไรกินกันกลางแจ้งแดดไม่ร้อน ที่ ร้านโปรดขวัญใจคนเยาวราช หน้าศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ ตรอกอิสรานุภาพ โดยกำชับว่าต้องมาถึงเช้าๆ อย่าเลย 9 โมงเป็นอันขาด มิฉะนั้นของดีบางอย่างอาจจะหมดแล้วก็เป็นได้ เจ๊พา อาหารตามสั่ง ทางไปร้านนี้ให้มุ่งหน้าสู่เยาวราช มาที่ แยกเสือป่า ฝั่ง ถนนเจริญกรุง เลี้ยวขวาเข้า ถนนมังกร ซึ่งเป็น ซอยที่ 2 ด้านขวามือนับจากแยกเสือป่า (ก่อนถึงวัดเล่งเน่ยยี่หรือวัดมังกรกมลาวาสทางซ้ายมือ) เข้าซอยไปไม่กี่สิบเมตร ก็เลี้ยวซ้ายขึ้นไปจอดรถใน ตึกไชน่าทาวเวอร์ (China Tower) (ถ้าจำไม่ผิดเสียค่าจอดชั่วโมงละ 30 บาท) จากนั้นก็ลงมาที่ชั้นล่าง แล้วกลับหลังหันเดินทะลุตรอกทางเดินแคบๆ หลังอาคารจอดรถไปออกยัง ตรอกอิสรานุภาพ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ตลาดเล่งบ๊วยเอี๊ยะ ได้เลย เดินเลี้ยวขวาไปตามตรอกนิดเดียว ก็จะถึง ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ ทางซ้ายมือ แม่ติ๊ก ร้านกับข้าว ถ้าแฟนๆ จอดรถที่อื่นหรือใช้บริการรถรับจ้างสาธารณะ ตรอกอิสรานุภาพฝั่งตลาดเล่งบ๊วยเอ
นางมัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มัลลิการ์ อินเตอร์ฟู๊ด จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง ร้าน อ.มัลลิการ์ ฯลฯ เปิดเผยว่า ตอนนี้เน้นขยายสาขาร้านอาหารในปั๊มน้ำมัน โดยเฉพาะร้านเย็นตาโฟฯ ซึ่งมีทั้งที่เปิดเองและขายแฟรนไชส์ เพิ่งทำแฟรนไชส์ในปีนี้ เรามองว่าอยู่ในห้างค่าเช่าแพง เห็นว่าปั๊มน้ำมันมีร้านเข้าไปได้ ดูแล้วน่าจะขายดีจึงเข้าไป การแข่งขันในปั๊มก็น้อย เพราะมีไม่กี่แบรนด์ที่เข้าไป ร้านเย็นตาโฟฯในปั๊มน้ำมันทำกำไรได้มากกว่าในห้างเป็นเท่าตัว เพราะค่าเช่า ค่าแรง ค่าไฟค่าน้ำในปั๊มถูกกว่าในห้าง วางแผนไว้ในปีหน้าจะเน้นขยายสาขาร้านเย็นตาโฟฯไปในปั๊ม โดยในปั๊มลงทุน 4-5 ล้านบาทต่อสาขา พื้นที่ 100 ตารางเมตร ส่วนในห้างลงทุน 7-8 ล้านบาทต่อสาขา พื้นที่ 150 ตารางเมตร นางมัลลิการ์กล่าวด้วยว่า ภาพรวมธุรกิจร้านอาหาร ในช่วงนี้ดีขึ้น เพราะเป็นช่วงเฉลิมฉลอง มีมาตรการภาครัฐ และมองว่าแนวโน้มร้านอาหารปีหน้ายังคงทรงตัว หรือดีกว่าปีนี้เล็กน้อย ผู้ประกอบการต้องดูแลตัวเองให้ดี ควบคุมคุณภาพต้นทุนไม่ให้บานปลาย ร้านมีเอกลักษณ์ที่คนรู้จักและยอมรับจะอยู่ได้ แต่หากไม่มีแบรนด์ตัวเองคนไม่รู้จักจะอยู
คนไทยนอกจากจะยิ้มเก่งแล้ว ยังจิตใจดีไม่แพ้ชาติใดในโลก ดั่งเช่นบรรดาเจ้าของร้านอาหารใจบุญ ที่เส้นทางเศรษฐีออน ไลน์ได้รวบรวมมานำเสนอ ซึ่งบรรดาเด็ก คนแก่ คนท้อง คนพิการ มากินฟรีเลย ร้านแรก “ร้านรับทรัพย์ข้าวมันไก่” จังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ใกล้ๆ โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล ริมถนนพิมพสุต เขตเทศบาลนครขอนแก่น เมนูมี ข้าวมันไก่ ไก่กรอบ ไก่แซ่บ ไก่สไปซี่ (spicy chicken) ไก่มะนาว ขายในราคาจานละ 35 – 40 บาท เจ้าของร้านชื่อคุณเพ็ญนิภา นกยูง อายุ 44 ปี คุณเพ็ญนิภา เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ขายข้าวมันไก่มานานกว่า 10 ปีแล้ว ตั้งแต่เป็นรถเข็น กิจการดีขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งซื้อตึกพาณิชย์ 1 คูหา เพื่อเปิดร้าน จุดเด่น คือ คิดสูตรเอง มีเมนูที่หลากหลาย อาทิ ไก่แซ่บ คือ ไก่กรอบนำไปยำ ไก่สไปซี่ คือ ไก่ที่ใส่ผงปรุงรสลาบ ไก่มะนาว คือ นำไก่ต้มมายำ ปกติวันธรรมดาทางร้านจะใช้ไก่วันละ 50 ตัว หากขายไม่ค่อยดีราว 30 ตัว ใช้ข้าวประมาณ 30 – 40 กิโลกรัม หญิงสาว บอกต่อว่า เมื่อปี 2546 เศรษฐกิจไม่ค่อยดี เกิดความรู้สึกว่า อยากช่วยเหลือคนมีรายได้น้อย และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เลยจัดโปรโมชั่นให้คนท้องกินฟรี หากทานที่ร้านจะไม่จำกัด
ถ้านึกถึงร้านอาหารทะเลในกรุงซึ่งอยู่ใกล้ทะเลอ่าวไทยจริงๆ คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากย่านชายทะเลบางขุนเทียน สองข้างทางถนนบางขุนเทียน-ชายทะเลอุดมไปด้วยร้านอาหารทะเลเมนูหลากหลายประชันกัน แต่มีอยู่รายหนึ่งตั้งใจว่าจะทำร้านเล็กๆ ขายอาหารทะเลเฉพาะของอร่อยที่ชอบทำเพียง 20 กว่าเมนูเท่านั้น จึงตัดสินใจเปิดร้านในย่านใกล้ๆ ริมถนนพุทธบูชาแทน มีชื่อโดนใจสะดุดตามากว่า กบ สุวนันท์ ถ้าไม่ใช่ลูกค้าประจำคนแถวนั้น คงสงสัยว่าดาราดังหันมาเอาดีทำร้านอาหารแล้วหรือ ปิ่นโตเถาเล็กขอเฉลยเลยว่าร้านนี้เป็นของสามีภรรยาชาวบางขุนเทียน ฝ่ายชายมีชื่อว่า พี่กบ ไพรสินธุ์ กุรุพินธุ์ ประกอบอาชีพส่งอาหารทะเลอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายหญิงเคยทำบ่อเลี้ยงกุ้งชื่อ สุนันต์ แก้วนิล แต่เพื่อนๆ ชอบเรียกว่า สุวนันท์ เวลาไปงานแต่งงาน เจ้าภาพก็มักจะกล่าวเชิญในนามกบ สุวนันท์ อยู่เสมอ จึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านเสียเลย จนบัดนี้เปิดมานานเกือบ 10 ปีแล้ว ร้านกบ สุวนันท์เป็นร้านเล็กๆ ชั้นเดียวขนาด 2 คูหา อยู่ ปากซอยพุทธบูชา 26/1 สำหรับคนต่างถิ่นอย่างพวกเรา ทางมาร้านที่ง่ายที่สุดคือให้ข้ามสะพานพระราม 9 มาตามทางด่วนเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) แล้วไปลงสุด
