ร้านอาหาร
‘ฮั่ว เซ่ง ฮง’ ภัตตาคารอาหารจีนชื่อดัง เตรียมเสิร์ฟอาหารฟิวชั่น เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น พูดถึงอาหารจีนกลมกล่อม รสชาติอร่อย คงต้องยกให้ ‘ฮั่ว เซ่ง ฮง’ ภัตตาคารอาหารจีนที่อยู่ในใจคนไทยมานับครึ่งศตวรรษ มีมากกว่า 200 เมนู ทั้งเป็นเซตครอบครัว หรืออาหารจานเดี่ยวก็มีให้ทาน ปัจจุบัน ฮั่ว เซ่ง ฮง มีพื้นที่เสิร์ฟความอร่อยให้แก่ลูกค้าราว 19 สาขา ทั้งในห้างสรรพสินค้า และสแตนด์อะโลน อาทิ เยาวราช เจริญกรุง สุขุมวิท 101 ศาลายา เดอะมอลล์ บางแค ราชพฤกษ์ เป็นต้น ช่วงบ่ายวันทำงาน นัดแนะพูดคุยกับคุณสรนาท เนาว์ประดิษฐ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภัตตาคาร ฮั่ว เซ่ง ฮง ในบรรยากาศร้านอย่างเป็นกันเอง อัพเดตถึงสถานการณ์ร้านในปัจจุบันให้ฟังว่า ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารจีน เริ่มมีคู่แข่งเข้ามาทำตลาดร้านมากขึ้น ในส่วนของ ฮั่ว เซ่ง ฮง เองได้มีการปรับเอกลักษณ์ของร้าน รวมทั้งคุณภาพของอาหารให้มีมาตรฐานครอบคลุมเรื่อง หน้าตาอาหาร รสชาติ เปลี่ยนรูปแบบแพ็กเกจจิ้ง รวมทั้งครีเอตเมนูใหม่ๆ เพิ่มเติม นำอาหารฟิวชั่นเข้ามาผสมด้วย ให้ลูกค้ามีตัวเลือก ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น “คู่แข่งเกิดใหม่ส่วนใหญ่เปิดแบบฉาบฉวยมาไวไปไว เปิดเพื
อารมณ์เหมือนอยู่ รพ.! หมอไอเดียกระฉูด เปิดร้านอาหาร ใช้อุปกรณ์การแพทย์เสิร์ฟลูกค้า วันที่ 12 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านอาหาร ในพื้นที่ทางไปหาดอ่าวนาง หมู่ 2 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้า ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก เนื่องจากมีการตกแต่งร้าน รวมทั้งภาชนะใส่อาหาร เครื่องดื่มเหมือนอุปกรณ์ในโรงพยาบาล สร้างความแปลกใจแก่ลูกค้าเป็นอย่างมาก และอาหารมีรสชาติอร่อย ราคาไม่แพงอย่างที่คิด จึงเดินทางไปตรวจสอบที่ร้านอาหาร มีชื่อว่า “สวนอาหารยามเย็น” ตั้งอยู่เลขที่ 677 ถนนอ่าวนาง-สุสานหอย หมู่ 2 ต.อ่าวนาง ใกล้สามแยกทางไปหาดอ่าวนาง เป็นร้านอาหารฮาลาล ภายในร้านได้มีการประดับตกแต่งด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างลงตัว เช่น โคมไฟห้องผ่าตัด รถเข็นผู้พิการเป็นที่นั่งทานอาหาร สายน้ำเกลือเป็นที่ใส่เครื่องดื่ม เป็นต้น สร้างความแปลกตาแก่ผู้พบเห็น โดยมีลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว เพื่อนฝูง พญ.ดุษณี ขยันการ อายุ 30 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า แนวคิดเปิดร้านอาหารดังกล่าว เกิดจากความคิดเห็นร่วมกันระหว่างตนและสามี คือ นายอัสมัน ยีแสม อายุ
หนุ่มกู้เงินแสนหก ซื้อรถบัสเก่า ขายเตี๋ยวไก่ชาม 20 ลูกค้าแน่นหมดหม้อทุกวัน เจ้าของร้านไอเดียบรรเจิดสร้างความแปลกใหม่ไม่ใช่แค่ร้านก๋วยเตี๋ยวแบบที่เคยเห็นทั่วไป แต่เป็นร้านที่นำรถบัสเก่ามารีโนเวตใหม่ แบ่งพื้นที่สำหรับหน้าร้านและที่นั่งให้กับลูกค้าไว้บนรถคันเดียว ร้านนี้มีชื่อว่า “เตี๋ยวไก่-โพนทอง” ตั้งอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ธุรกิจเล็กๆ เริ่มต้นได้ 4 เดือนกว่า มี คุณต้น-วิชัย เรือนรสอายุ 32 ปี เป็นเจ้าของกิจการ คุณต้น เริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเองว่า ก่อนมาเปิดร้านเตี๋ยวไก่-โพนทอง เคยเข้ามาเป็นหนุ่มกรุงเทพฯ มาใช้ชีวิตและเรียนจนจบด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าทำงานเกี่ยวกับคลังสินค้าอยู่นานกว่า 6 ปี ภายหลังแต่งงานมีครอบครัวจึงย้ายกลับไปอยู่บ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ด ยึดอาชีพค้าขายนาน 4 ปี ก๋วยเตี๋ยวเป็นเมนูกินง่าย เมื่อค้าขายเริ่มอิ่มตัว คุณต้นและแฟนสาวซึ่งเป็นนักโภชนาการ มีแนวคิดอยากทำอาชีพใหม่ ความคิดแรก คุณต้น บอกว่า อยากขายกาแฟ แต่เพราะกาแฟกินอยาก อีกอย่างร้านกาแฟเปิดแข่งกันเป็นว่าเล่น เลยคิดใหม่ พุ่งเป้าไปที่ของกินอย่างก๋วยเตี๋ยว เพราะเป็นเมนูกินง่าย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่กินได้หมด
คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม : อิ่มอร่อยยามเช้าในร้านกาแฟตรัง ‘จีบขาว’ กับ ‘พงษ์โอชา 2’ ใครมาเที่ยวเมืองตรังอย่ามัวตื่นสาย เพราะมื้อเช้าจังหวัดนี้ช่างน่าตื่นตาตื่นใจเสียจริง มีร้านกาแฟมากมายเป็นดอกเห็ดนับได้เกือบร้อยเจ้า เปิดขายทั้งตอนเช้า กลางวัน เย็น ถ้าอยากสัมผัสวิถีชีวิตยามเช้าแต่ก่อนเก่าของคนตรัง ต้องมาที่ร้านดั้งเดิมชื่อว่า “จีบขาว” ซึ่งก็คือร้านลูกสาวของร้านหน้าโบสถ์ในอดีต แต่ได้ย้ายร้านมาอยู่หลังโบสถ์คริสตจักรตรัง ข้าง “โรงเรียนวัฒนาศึกษา” เกือบ 30 ปีแล้ว พี่ซิน-เยาวณี ธีระลีลา เจ้าของร้านจีบขาว เล่าว่า ถ้านับรวมร้านหน้าโบสถ์เดิม น่าจะเปิดมานาน 80 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นปู่ พ่อ พี่ชาย 2 คน แล้วก็ตกทอดมาที่พี่ซิน (ทำเองมานาน 26 ปี) ร้านจีบขาวยังเปิดแต่เช้ามืดตอนตี 5 ครึ่งเหมือนเดิม มีที่นั่ง 17 โต๊ะ จุคนได้ราว 80 ที่ คนเก่าคนแก่มาอุดหนุนกันแน่นร้านทุกเช้า แต่ละวันจะมีติ่มซำสไตล์กวางตุ้งและอาหารอื่นๆ ให้เลือกประมาณ 30 อย่าง ถ้าเป็นสมัยก่อนจะยกมาวางให้เต็มโต๊ะ และคิดเงินเฉพาะส่วนที่กินไป แต่เดี๋ยวนี้จะให้เลือกก่อนและสั่งเฉพาะที่อยากชิม สั่งแล้วเอาคืนไม่ได้นะจ๊ะ มาที่จีบขาวต้องชิมของดีที่คนตร
หลายคนมักใช้เวลาในวันหยุดสั้นๆ เดินทางไปพักผ่อนที่อัมพวา เมืองสำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม เพราะระยะทางไม่ไกล ไม่ต้องเร่งรีบ ขับรถสบาย อาหารการกินมีครบทั้งของคาว หวาน และผลไม้ แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง รวมถึงยังมีร้านอาหารอร่อยให้เลือกมากมาย “Sit –nee cafe” เป็นร้านอาหารขนาดเล็กกะทัดรัดที่อัดแน่นด้วยคุณภาพความอร่อยของเมนูหลากหลายชนิดไม่ว่าอาหารไทยทั่วไปและพื้นบ้าน อาหารฝรั่ง อาหารจานเดียว อาหารทานเล่น น้ำหวาน กาแฟ และไอศกรีม คุณพีรวิศร์ ไทยเจริญ หรือ คุณอุ๊ เจ้าของร้านบอกว่า จากเดิมมีอาชีพขายกาแฟโบราณมายาวนานทำให้เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ตัวเขาต้องขยับขยายต่อยอดธุรกิจอาชีพ จึงมีความคิดเปิดร้านสเต๊ก-กาแฟ แต่กังวลว่าอาจมีทางเลือกให้ลูกค้าน้อยไป สุดท้ายจึงมาลงตัวด้วยการเปิดร้านขายอาหารที่ชื่อ “Sit –nee cafe” แห่งนี้ซึ่งเปิดมาเกือบ 3 ปี คุณอุ๊ บอกว่า มีความตั้งใจแต่แรกที่ต้องการทำร้านอาหารขนาดเล็กแล้วมีเมนูให้ลูกค้าได้เลือกอย่างครบครันชนิดเล็กพริกขี้หนู เน้นการปรุงอาหารอย่างสะอาด มีคุณภาพ จึงกำหนดเมนูอาหารทั้งแบบไทยพื้นบ้านท้องถิ่น กับอาหารไทยทั่วไป พร้อมจำ
ก๋วยเตี๋ยวบุฟเฟ่ต์ วัตถุดิบแน่น ลูกค้าชอบอะไรใส่ปรุงเองได้เลย ก๋วยเตี๋ยวบุฟเฟ่ต์ – ข่าวสดอิ่มอร่อย วันนี้ แวะไป ร้านบุฟเฟ่ต์เตี๋ยว By ชีวา ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี กำลังเป็นร้านยอดนิยมในหมู่คนชอบก๋วยเตี๋ยว โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวที่ใส่เครื่องเยอะๆ และกินได้จุใจ เนื่องจากที่นี่ เป็นร้านบุฟเฟ่ต์ก๋วยเตี๋ยวเครื่องแน่น ที่เปิดให้ลูกค้าได้เลือกทำก๋วยเตี๋ยวอิ่มอร่อยเองตามใจชอบ เริ่มจากเส้น มีส้นเล็ก เส้นหมี่ เส้นใหญ่ วุ้นเส้น เส้นแก้ว เส้นเซี่ยงไฮ้และบะหมี่ ส่วนวัตถุดิบมีมากมาย ตั้งแต่ หมูแดง หมูหมัก ไก่ตุ๋น กระดูกอ่อน ซี่โครงหมู ลูกชิ้นหมู เต้าหู้ ตับ เซี่ยงจี๊ หัวใจ ฯลฯ ถ้าอยากกินเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งก็เลือกใส่กากหมูเจียว กับถั่วคั่วได้เลย ส่วนถ้าชอบก๋วยเตี๋ยวน้ำ ทางร้านก็มีให้เลือกทั้งน้ำใสแบบธรรมดา หรือจะเป็นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นและน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ที่สำคัญ หากกินชามแรกแล้วยังไม่อิ่ม ก็กินต่อได้อีกไม่อั้นและไม่จำกัดเวลา ในราคาแค่ 59 บาทต่อคน แต่นอกจากบุฟเฟ่ต์ก๋วยเตี๋ยวเครื่องแน่นแล้ว สำหรับลูกค้าที่ชอบกินน้ำสมุนไพรหรือขนมหวาน ปิดท้ายมื้ออร่อย ทางร้านก็มีให้บริการแบบไม่อั้นเช่นกัน
เชฟมิชลินสตาร์ดัง ลั่นไม่รับ นศ.ฝึกงานราชภัฏดัง หลังฝึกงาน 2 วัน อ้างไม่ได้เรียนรู้งาน! กลายเป็นดราม่าสนั่นโลกออนไลน์ เมื่อเชฟร้านดัง Le Du ซึ่งเพิ่งได้ รางวัลมิชลินสตาร์เมื่อปีก่อนไป ออกมาโพสต์เดือด ถึงนักศึกษาฝึกงานสถาบันราชภัฏดัง ซึ่งได้มาฝึกงานเพียง 2 วัน แต่ขอออก โดยให้เหตุผลว่า ไม่ได้เรียนรู้อะไร ทำให้นักศึกษาฝึกงานคนอื่นที่อยากเข้ามาฝึกงานเสียโอกาสไป พร้อมประกาศว่า จะไม่รับนักศึกษาจากสถาบันนี้อีก โดยพบว่ามีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเป็นเพื่อนของนักศึกษาฝึกงานทั้งสามคนได้ออกมาอธิบายเหตุผลที่ นศ.ทั้ง 3 คนทำงานเพียง 2 วัน ว่า ในครัวที่เข้าไปฝึกงาน มีคนทำงานร่วมกัน 17 คน ทำให้พื้นที่ไม่พอรองรับการทำงาน ทำให้ทั้ง 3 คน ต้องทำหน้าที่อื่น ปัดกวาด เช็ดถู หรือออกไปล้างพื้นที่สูบบุหรี่ โดยเพื่อน นศ.ฝึกงาน ยืนยันว่า ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่พบว่าเมื่อไม่มีหน้าที่ชัดเจน จึงอยากถอนตัว ไปยังสถานประกอบการที่ต้องการรับและสามารถหยิบจับทำงานได้ พร้อมทั้งมีความไม่ชัดเจนในการสื่อสารระหว่างเชฟ และนศ.ฝึกงาน จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน อย่างไรก็ตาม พบว่า เชฟดังได้ออกมาระบุว่า “เห็นโพสต์บางโพ
ข้าวหมูแดงนายฮุย วังบูรพา ข้าวหมูแดงในตำนาน คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม อาทิตย์นี้ขอตามรอยพ่อนำร้านเก่ามาเล่าทบทวนใหม่ ซึ่งปิ่นโตเถาเล็กยกให้เป็นสุดยอดร้านข้าวหมูแดงในดวงใจเลยทีเดียว ร้านนี้มีชื่อว่า นายฮุย ร้านนายฮุยได้ชื่อเสียงเรียงนามจากเถ้าแก่รุ่นแรกคือนายหลี่จูฮุย ซึ่งเริ่มขายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 2484 ตรงใต้ถุนโรงหนังนาครสนุก นับเป็นข้าวหมูแดงเจ้าดั้งเดิมตัวจริงเสียงจริงของโรงหนังแห่งนี้ที่เลิกกิจการไปนานแล้ว แต่ถ้าไปหาที่เก่าก็จะได้ลิ้มลองเจ้าอื่นแทน (ซึ่งอร่อยใช้ได้เช่นกัน) เพราะร้านนายฮุยย้ายมาปักหลักที่ ย่านวังบูรพาในซอยพิชิต นานนมเนแล้ว วังบูรพายุคนี้ค่อนข้างเงียบเหงาพอตัว ไม่เหมือนกับยุคโก๋หลังวังเมื่อ 60-70 ปีก่อน ซึ่งผมเกิดไม่ทัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีของกินอร่อยในย่านนี้อยู่มากมายหลายเจ้า เช่น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ๊ผอม จาก เวิ้งนาครเขษม ตลาดปีระกา ก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ใกล้ๆ ร้านนายฮุยเช่นกัน ช่วงที่ปิ่นโตเถาเล็กยังหนุ่ม ย่านวังบูรพาไม่มีโรงภาพยนตร์แกรนด์ คิงส์และควีนส์หลงเหลือแล้ว แต่ก็ยังทันไปถ่ายรูปติดบัตรที่ร้านฉายาจิตรกร กับไปซื้อหนังสือที่ร้านโอเดียนสโตร์ (วังบูรพา) ข
ชิมก๋วยจั๊บสูตรโบราณขายกว่า 80 ปี ชามละ 20 บาท แต่ไม่มีคนสืบทอด เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่มีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้าโดยเฉพาะของกินที่หลากหลาย มาขายกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะของกินโบราณที่มีการสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เช่น ก๋วยจั๊บรถเข็นสูตรโบราณ ของเจ๊แกะ หรือ น.ส.สุภารัตน์ ฉัตรอุทัย อายุ 83 ปี และเจ๊เก้า น.ส.สุดารัตน์ ฉัตรอุทัย อายุ 68 ปี 2 พี่น้อง ที่สืบทอดตำนานจากเตี่ย และแม่เป็นรุ่น 2 ที่ตั้งร้านขายอยู่บริเวณหน้าโรงหนังเก่า มานานกว่า 80 ปี และเฉพาะรุ่น 2 ขายต่อมานานกว่า 60 ปี โดยขายมาตั้งแต่ราคาชามละ 50 สตางค์ จนปัจจุบันราคาชาม/ถุงละ 20 บาท ถ้าสั่งพิเศษเพิ่มไข่เพิ่มเครื่องราคา ชาม/ถุง 25-30 บาท เปิดร้านขายตั้งแต่ตี 5 ไปจนถึง 8 โมงเช้า เป็นอาหารเช้าง่ายๆ อิ่มท้อง ซึ่งลูกค้าก็จะมีทั้งลูกค้าประจำที่มานั่งรับประทานที่ร้าน และสั่งใส่ถุงกลับบ้านไปให้ลูกหลานเป็นอาหารเช้าก่อนไปโรงเรียน รวมถึงลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวที่มาเดินเที่ยวตลาดยามเช้า โดยมียอดขายวันละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท และจาก
เอาใจคนงบน้อย 4 ร้านอาหารอร่อยราคาถูก งบหลักสิบก็อิ่มได้ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ลื่นไหล จะจับจ่ายใช้สอยคงต้องคิดหนัก กับเรื่องอาหารการกินก็เช่นกัน ราคาพุ่งไปหลายร้อยบาทอยากกินแค่ไหนต้องอดใจ เส้นทางเศรษฐีมี 4 ร้านแนะนำสำหรับคนงบน้อย มีเงินหลักสิบก็ทานได้ พิกัดมีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดใครอยู่ใกล้ร้านไหนแวะไปทานได้ “เจ๊อ๋อย ลุงหมึก” อาหารตามสั่งราคา 10 บาท มา 30 ปี “ร้านเจ๊อ๋อย ลุงหมึก อาหารตามสั่ง 10 บาททุกอย่าง” เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2532 แม้ปัจจุบันของจะขึ้นราคา ทางร้านก็ขายอาหารตามสั่งในราคาเท่าเดิม เกือบ30 ปี มี ป้าอ๋อย-คุณอ้อย ทับทิม อายุ 62 ปี และ ลุงหมึก-คุณวันชัย คุณเจริญ อายุ 72 ปี เป็นเจ้าของร้าน ลักษณะของร้านเป็นร้านอาหารตามสั่ง ขนาดเล็ก มีเมนูอาหารตามสั่งทั่วไป อย่าง กะเพราไก่ หมู, ข้าวผัดไก่ หมู, ราดหน้าหมู ไก่, ผัดไทยหมู ไก่, ผัดซีอิ๊วหมู ไก่ ราคา 10 บาท ส่วนกะเพรากุ้ง-ปลาหมึก เครื่องใน หมูกรอบ, ราดหน้ามาม่า ข้าวผัดแหนม ข้าวผัดกุ้ง ปลาหมึก, สุกี้แห้ง-น้ำ ราคาจะอยู่ที่ 15–20 บาท พิกัด ร้านตั้งอยู่ ถ.เพชรเกษม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี มีวันหยุดไม่แน่นอน ติดตามวันเปิดร้านได้
