ศศินทร์
ChatGPT ปัญญาประดิษฐ์ เปลี่ยนแปลงโลก ทำให้คน ตกใจ หรือ ตกงาน เมื่อเร็วๆ นี้ คณะนักวิจัยจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย รศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ ได้เผยแพร่บทความด้านวิชาการ เกี่ยวกับ เทคโนโลยี ChatGPT มีเนื้อหาน่าสนใจ สรุปได้พอสังเขป ดังนี้ ChatGPT เป็นแอปพลิเคชัน ที่มีผู้ใช้ที่เติบโตเร็วที่สุด มียอดคนเข้าถึงมากที่สุดทั่วโลกในเวลาน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีผู้สมัครใช้งาน มากกว่า 100 ล้านผู้ใช้งาน ในระยะเวลาเพียง 2 เดือนหลังจากมีการเปิดตัว และมีผู้เข้าชมถึง 590 ล้านครั้งในระยะเวลา 1 เดือน เอาชนะ TikTok ที่ใช้เวลา 9 เดือน และ Instagram ที่ใช้เวลาถึง 2 ปีในการมีผู้ใช้งานมากกว่า 100 ล้านคน ChatGPT เป็นโมเดลการเรียนรู้ที่มีความสามารถในการสร้างข้อความภาษาธรรมชาติ ที่ดูเหมือนจะเขียนโดยมนุษย์ด้วยการใช้เทคนิค Natural Language Generation หรือ NLG โดย ChatGPT สามารถตอบคำถาม สร้างข้อความ แปลภาษา และทำงานในรูปแบบสนทนาจำลองได้ดี ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ คือ Chatbot ที่มาจาก “Chat” และ “Robot” หรือ ซอฟต์แวร์ ทำหน้าที่เหมือนหุ่นยนต์ สามารถพูดคุยตอบคำถามต่างๆ ซึ่งก็ค
ศศินทร์ X SCGC ยกระดับสตาร์ตอัปไทย เปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษา เข้าร่วมแข่งขันพัฒนาแผนธุรกิจระดับโลก SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2023 รอบ Global Competition ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน นี้ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) และ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เฟ้นหาสุดยอดทีมพัฒนาแผนธุรกิจสตาร์ตอัปที่มุ่งเน้นความยั่งยืน SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2023 ในรอบ Global Competition เปิดรับสมัครนิสิต-นักศึกษาระดับปริญญาตรี โท เอก ทุกสาขาจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก ที่มีไอเดียทางด้านนวัตกรรมและสุดยอดแผนธุรกิจเพื่อตอบโจทย์สังคมและความยั่งยืน ชิงถ้วยรางวัลพร้อมเงินสดรวมมูลค่ากว่า 42,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 1,400,000 บาท ทั้งนี้ SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin เป็นการแข่งขันวางแผนธุรกิจสตาร์ตอัปภาคภาษาอังกฤษที่จัดขึ้นมาต่อเนื่องยาวนานที่สุดในเอเชีย โดยเปิดโอกาสให้นิสิต-นักศึกษาทั่วโลกมาแสดงความสามารถในการวางแผนธุรกิจของตนเอง และในปีนี้ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Growing I
ศศินทร์ ร่วมกับ SCGC เฟ้นหาสุดยอดทีมพัฒนาแผนธุรกิจสตาร์ตอัปสู่ระดับโลก ในการแข่งขัน “SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2023” รอบประเทศไทย สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) และ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ผนึกกำลังจัดการแข่งขัน SCG Bangkok Business Challenge @ Sasin 2023 รอบ Thailand Competition เฟ้นหาทีมนักศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอก ในทุกสาขาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทย เพื่อเข้าแข่งขันแผนพัฒนาธุรกิจสตาร์ตอัป (Startup) ซึ่งเน้นโมเดลการสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์สังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “Planting the Seeds of Innovation” พร้อมแข่งขันรอบประเทศไทยในวันที่ 17-18 มีนาคมนี้ ศาสตราจารย์ ดร.เอียน เฟนวิค ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ กล่าวว่า “เรากำลังเผชิญภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่สุด ซึ่งการดำเนินการธุรกิจอย่างยั่งยืนนั้นจะเกิดขึ้นได้ต้องมีแนวคิดแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneurial min
SME D Bank – ศศินทร์ เปิดดัชนีเชื่อมั่น SMEs ไตรมาส 4 พุ่ง อานิสงส์ท่องเที่ยวคึก แนะคว้าโอกาสทองรับงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หนุนพลิกฟื้นธุรกิจ SME D Bank จับมือ ศศินทร์ เผยผลสำรวจดัชนีเชื่อมั่น SMEs ไตรมาส 4/2565 และคาดการณ์อนาคต ปรับเพิ่มขึ้นชัดเจน อานิสงส์การท่องเที่ยวฟื้นตัว หนุนกำลังซื้อในประเทศขยายตัว ภายใต้ยังมีความกังวลเรื่องแนวโน้มต้นทุนธุรกิจขยับ แนะ SMEs คว้าโอกาสทองรับงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ SME D Bank ประกาศพร้อมหนุนเต็มกำลัง ผนึกพันธมิตร พารับแต้มต่อจาก MiT และเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ 2 ปี ช่วยฟื้นธุรกิจได้ไม่มีสะดุด นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank มอบหมาย นายโมกุล โปษยะพิสิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยในการแถลง “ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SMEs ต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ ไตรมาส 4/2565 และคาดการณ์อนาคต” โดย “ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว.” ร่วมกับ “ศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ว่า ภาพรวมในไตรมาส 4/2565 นั้น SMEs มีความเชื่อมั
คริปโต ดาบแสนคม สิ่งอันตรายที่สุด คือ คนจำนวนมากเข้ามาเล่น ทั้งที่ไม่ชำนาญ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยี “บล็อกเชน” ในการ “บันทึก” ข้อมูลธุรกรรม (Transaction Data) ทั้งหมดที่เกิดขึ้น โดยเทคโนโลยีบล็อกเชน เป็นเทคโนโลยีที่ปฏิวัติการบันทึกข้อมูลแบบเดิมๆ จากการอาศัย “คนกลางที่มีความน่าเชื่อถือ” ในการบันทึกข้อมูลแต่ละชุดข้อมูลอย่างเป็นอิสระต่อกัน สู่การบันทึกข้อมูลรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องอาศัยคนกลางแบบเดิมๆ ที่อาจจะ “ไว้ใจไม่ได้” แต่อาศัยตัวกลางที่เป็นระบบเครือข่าย ที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์จากผู้คนทั่วทั้งโลกในการบันทึกข้อมูล โดยทุกชุดข้อมูล จะถูกสร้างความสัมพันธ์ให้เชื่อมโยงกัน (โดยการสร้างลายเซ็นดิจิทัล) เสมือนการสร้าง “ห่วงโซ่” ที่ผูกทุกชุดข้อมูลเอาไว้อย่างแน่นหนา เพื่อทำให้ชุดข้อมูลเหล่านี้กลายเป็นชุดข้อมูลที่ “แข็งแกร่ง” ที่ทุกคนในโลกเชื่อถือได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ คริปโตเคอร์เรนซี และเทคโนโลยีบล็อกเชน ได้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วทั้งโลกให้ความสนใจ และกำลังหาทางในการประยุกต์ใช้เพื่อสร้างมูลค่าให้กับตนเอง องค์กร และสังคม อย่างไรก็ตา
รวมกันเราตาย แยกกันเรา(อาจ)จะอยู่ : การแยกบริษัทแม่ลูก เพื่อความอยู่รอด เป็นเรื่องน่าแปลกที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่จำนวนหนึ่ง ตัดสินใจแยกตัวออกมาเป็นบริษัทย่อย ทั้งที่จริง ๆ แล้ว การเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ น่าจะมีประโยชน์ต่อองค์กรในหลายด้าน เช่น การมีประสิทธิภาพในการผลิตที่สูงกว่าจากการได้รับประโยชน์ในด้านการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ข้อได้เปรียบในการเข้าถึงแหล่งทุน การมีฐานลูกค้าที่ใหญ่ และการมีอำนาจต่อรองในระดับสูง แต่แล้วในช่วงหลัง ก็เริ่มเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่รายแล้วรายเล่า ต่างตัดสินใจแยกบริษัทออกมาเป็นบริษัทย่อยๆ ล่าสุดและเข้ากับบรรยากาศการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างดี บริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง บริษัท Johnson & Johnson ได้ประกาศการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 135 ปี โดยแยกธุรกิจสินค้าอุปโภคกลุ่มดูแลสุขภาพ ออกมาจากผลิตภัณฑ์เภสัชกรรมและอุปกรณ์การแพทย์ภายใน และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก (และครั้งสุดท้าย) ที่บริษัทยักษ์ใหญ่แยกตัวออกมาเป็นบริษัทย่อย ก่อนหน้านี้เราเคยเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น บริษัท GlaxoSmithKilne (หนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรมยาของโลก) บริษัท Pfizer และ บ
ล็อกดาวน์ ต้อง ไม่ล็อกทิพย์ ล็อกดาวน์ แบบไหนคนถึงจะ ไม่น็อก คณาจารย์สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ผศ.ดร.ชนวีร์ สุภัทรเกียรติ ผศ.ดร.ภัทเรก ศรโชติ และ ผศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ ร่วมกันให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านบทความ ในหัวข้อ วิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทย : เราจะเลือกหนักไปหาเบา หรือ เบาไปหา(อาการ)หนัก มีสาระสำคัญน่าสนใจ ระบุว่า การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยในขณะนี้ เข้าขั้นวิกฤตแล้ว คำถามสำคัญ ที่ทุกคนต้องการได้คำตอบอย่างเร่งด่วน คือ รัฐจะมีมาตรการในการรับมือกับสถานการณ์วิกฤตนี้อย่างไร บทความดังกล่าว จากคณะนักวิชาการจากศศินทร์ฯ จึงนำเสนอข้อมูลและงานวิจัยที่เกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลทั่วโลก เคยใช้ในการรับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จะทำให้เข้าใจว่าการรับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขั้นวิกฤตของประเทศไทยนั้น ควรคำนึงถึงมาตรการใดและมีวิธีการเยียวยาอย่างไรบ้าง โดยระบุตอนหนึ่งว่า มาตรการที่รัฐบาลในประเทศต่างๆ นำมาใช้ในการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นมีอยู่หลายมาตรการ และมีผลต่อประสิทธิภาพใน
เป้าหมายใหม่ อุตสาหกรรมการแพทย์ อาจช่วยต่อลมหายใจไทยในยุคโควิด สภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทั่วโลก บวกกับ ปัญหาการเมืองทั้งในและนอกประเทศที่เกิดขึ้นในหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้หลายธุรกิจ มีการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการดูแลสุขภาพกลับมีอัตราการเจริญเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้น มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับบริษัทในอนาคต มีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาชาติในเรื่องของการสาธารณสุข เพราะมีบุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับโลก มีบริการที่ดีและทันสมัย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาล และ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการด้านสุขภาพอื่นๆ อีกทั้งยังมีการสนับสนุนจากภาครัฐตามแผนยุทธศาสตร์ชาติฉบับปัจจุบัน ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ถึง พ.ศ. 2568 มีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามารับบริการเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งมีโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์สมัยใหม่และการแพทย์ครบวงจรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor
นกปีกหัก : วิกฤตอุตสาหกรรมการบินโลก ในยุคโควิด-19 สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกในขณะนี้ยังมีความรุนแรง และยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่อย่างใด สาเหตุหลักน่าจะมาจากในบางประเทศมีการควบคุมการแพร่ระบาดในช่วงต้นที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือท่วงทันต่อเหตุการณ์ อาทิ การไม่บังคับหรือรณรงค์ให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยในหลายๆ ประเทศ ซึ่งเมื่อการระบาดได้ลุกลามและแพร่ไปในวงกว้างแล้ว มาตรการต่างๆ ของรัฐในการป้องกันการแพร่ระบาด แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นมากเพียงใด ก็ไม่สามารถที่จะควบคุมการแพร่ระบาดได้ หากอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ World meters จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ทั่วโลกมีประมาณ 170,000 คนต่อวัน สำหรับวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ซึ่ง 1 เดือนก่อนหน้านั้น จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ทั่วโลกมีเพียงประมาณ 125,000 คนต่อวันเท่านั้น โดยประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อใหม่ต่อวันสูงที่สุดในโลก นอกจากนี้การระบาดในประเทศสหรัฐอเมริกายังเป็นเพียงการระบาดระลอกที่ 1 เท่านั้น ซึ่งหลายประเทศ การระบาดได้เข้าสู่ระลอกที่ 2 ไปแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ อิหร่าน ฯลฯ ดังนั้น ข้อมูลเหล่านี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่
“แผลเป็นจากการตกงาน” ปรากฏการณ์ในสังคมสูงวัย ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังต่อสู้กับวิกฤตโควิด-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อม หลายประเทศนั้นอาจดูเสมือนว่าจะผ่านจุดสูงสุดของวิกฤตในด้านจำนวนผู้ติดเชื้อไปแล้ว แต่หลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา บราซิล รัสเซีย และ อินเดีย จำนวนผู้ติดเชื้อยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นได้อีกมาก ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในระดับโลกอีกครั้งเป็นรอบที่สอง หรือแม้กระทั่ง รอบที่สามก็เป็นได้ บทความนี้ คณะผู้เขียนมีความตั้งใจที่จะนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ในมิติของสังคมสูงวัยซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่เข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยแล้ว อาทิ ญี่ปุ่น และหลายประเทศในยุโรป รวมทั้งประเทศไทย อะไรคือ สังคมสูงวัย สังคมสูงวัย หมายถึง สังคมที่สัดส่วนประชากรสูงวัย (บางประเทศใช้อายุ 60 ปีขึ้นไป ในขณะที่บางประเทศใช้ อายุ 65 ปีขึ้นไป) ต่อประชากรทั้งหมดอยู่ในระดับสูง สังคมสูงวัย เป็นสังคมที่ต้องดิ้นรนเพื่อผลักดันให้ประเทศมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากสัดส่วนประชากรวัยแรงงานมีแนวโน้มลดลง สวนกระแ
