สงขลา
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พาลงใต้ไปเยี่ยมเยียนเมืองที่ได้ชื่อว่า เป็นเมืองเก่าแก่ของไทยเมืองหนึ่ง อย่าง จังหวัดสงขลา กับบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ได้แวะเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา” ที่จัดแสดงความเป็นมา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตต่างๆ ของคนสงขลาเอาไว้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมยุโรป เดิมเป็นบ้านของพระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา หรือก็คือต้นตระกูล ณ สงขลา ในปัจจุบัน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2421 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ใช้เป็นบ้านพักอาศัยของตระกูล ณ สงขลาได้ 16 ปี ทางราชการได้ซื้ออาคารหลังนี้จากทายาทของตระกูล เพื่อใช้เป็นที่พำนักข้าหลวงและที่ทำการราชการ และท้ายที่สุดใช้เป็นศาลากลางจังหวัดสงขลา ก่อนจะถูกทิ้งร้างและได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี 2516 และทางกรมศิลปากรได้เข้ามาปรับปรุงเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ในปี 2525 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จัดแสดงเกี่ยวกับความเป็นมาของจังหวัด งานประณีตศิลป์ต่างๆ รวมถึงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ได้รับบริจาคจากประชาชนในพื้นที่ด้วย บรรยากาศของพิพิธภัณฑสถานแห่
ขึ้นแท่นของฝากเลื่องชื่อสำหรับ “ขนมบ้านโกไข่” ประจำอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมนูเด่นที่ทุกคนต่างโปรดปราน ได้แก่ เค้กสามเหลี่ยมไส้มะพร้าวอ่อน เปี๊ยะกุหลาบ ขนมปังสังขยา พายสับปะรด กิจการทั้งหมดอยู่ภายใต้การบริหารของ คุณพรศักดิ์ ตั้งคำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขนมบ้านโกไข่ จำกัด อดีตวิศวกรชายหนุ่มผู้หลงรักขนมหวาน สำหรับต้นกำเนิดร้านขนมบ้านโกไข่ มาจากจังหวัดตรัง ดินแดนเลื่องชื่อด้านขนมเค้ก ผลิตเค้กมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า พอมาถึงรุ่นหลานได้สร้างแบรนด์ “ขนมบ้านโกไข่” ให้เป็นที่รู้จัก และการยอมรับของผู้บริโภค ปัจจุบัน กลายเป็นร้านขนมชื่อดังมีมากถึง 9 สาขา ขึ้นแท่นของฝากดังของภาคใต้ไปแล้ว “โกไข่” ชื่อคุณอา สูตรขนมสืบทอดรุ่นสู่รุ่น คุณพรศักดิ์ เผยว่า ครอบครัวมีสูตรทำขนมที่ตกทอดรุ่นสู่รุ่นมายาวนาน ราว พ.ศ. 2538 คุณอา มีนามว่า “โกไข่” อาศัยอยู่อำเภอทับเที่ยง จังหวัดตรัง ท่านทำพัฟสังขยา ขายเพียงเมนูเดียว ในขณะนั้นใช้วิธีเร่ขายบนรถมอเตอร์ไซค์ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ไปจนถึงจังหวัดสตูล พัฟสังขยาของคุณอาโกไข่ หลานชาย เล่าว่า รสชาติดี กลมกล่อม ไม่มีแบรนด์ ตอนเป็นวัยรุ่นเคยอาสาไปช่วยขายด้วยกา
วันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ จ.สงขลา ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมตลาดน้ำบ้านพรุ ซึ่งตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะพรุค้างคาว เขตเทศบาลเมืองบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ อ.หาดใหญ่ จนจมทั้งตลาด ทั้งบริเวณท่าน้ำ ที่นั่งรับประทานอาหาร เรือขายอาหารทุกลำ ลานจอดรถ ลานกิจกรรม Adventure ซึ่งจมอยู่ในน้ำทั้งหมด ต้องปิดตลาดน้ำในวันเสาร์ชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและปรับสภาพแวดล้อมที่ได้รับความเสียหาย ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลและสภาพปัญหาของประชาชนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ในพื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 5 ต.วังใหญ่ อ.เทพา จ.สงขลา เพื่อหาแนวทางแก้ไขและให้ความช่วยเหลือตามนโยบาย 15 วาระสงขลา สงขลาปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถของชุมชนในการบริหารจัดการเพื่อให้หมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็ง โดยสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล สำหรับอำเภอเทพามี 7 ตำบล เช่น ตำบลสะกอม เทพา เกาะสะบ้า ปากบาง วังใหญ่ ลำไพล และ ตำบลท่าม่วง ซึ่งทั้ง 7 ตำบล มีเพียง 1 ตำบล ที่มีหมู่บ้านยังประสบปัญหาความเดือดร้อนไม่มีไฟฟ้าใช้ คือบ้านทุ่งหรี่ หมู่ที่ 5 ตำบลวังใหญ่ มีประชาชนจำนวนประมาณ 50 ครัวเรือน ต้องเผชิญกับความมืด โดยมีเพียงไฟฟ้าจากตะเกียงเท่านั้นที่ใช้ในการดำรงชีวิต ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างมาก และทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนหมู่ที่ 3 ตำบลวังใหญ่ เป็นหมู่บ้านที่มีไฟฟ้าใช้แต่ไม่มีหม้อไฟเป็นของตนเองใช้อาศัยไฟฟ้าโดยการลากสายมาจากหมู่บ้านใกล้เคียง จึงได้เล็งเห็นความสำคัญ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 2 ต.ค. รายงานข่าวว่าโรงแรมวีว่าได้ปรับแผนการตลาด โดยยกครัวจากห้องอาหารในโรงแรมออกมาตั้งบริเวณด้านหน้าโรงแรมปรุงอาหารเจ ขายกันสดๆริมถนน โดยกุ๊กฝีมือเยี่ยมของโรงแรม มีอาหารเจหลากหลายเมนูเด็ดกว่า 40 ชนิดมาให้เลือกซื้อ ราคาอยู่ที่ 40 – 60 บาท โดยใช้สโลแกน “เมนูเด็ด ราคาติดดิน กินห้องแอร์” และได้รับความสนใจจากทั้งผู้ที่ถือศีลกินเจและประชาชนทั่วไปที่มาต่อคิวเลือกซื้ออาหารเจที่ทำกันสดๆริมถนน โดยสามารถซื้อใส่ถุงกลับไปกินที่บ้านหรือกินในห้องอาหารของโรงแรมที่ได้เปิดห้องอาหารและแอร์เย็นๆ ให้ลูกค้ารับประทานกันอย่างสบายใจ พร้อมกับมีพนักงานเสริฟให้ ที่สำคัญแม้จะเป็นอาหารเจระดับโรงแรมแต่ราคาเท่ากับร้านอาหารเจทั่วๆไป ที่ผู้ถือศีลกินเจและลูกค้าทุกระดับสามารถมาซื้อรับประทานได้ ที่มา มติชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เปิดเผยว่า จ.สงขลา จัดสรรงบประมาณ 1.9 ล้านบาท ใช้ในกิจกรรม Street art ย่านเมืองเก่าสงขลา สอดรับกลยุทธ์การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงธุรกิจ โดยใช้การท่องเที่ยวในการกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ ส่งเสริมและพัฒนาท่องเที่ยวที่หลากหลาย เชื่อมโยงสู่ภูมิภาค “สงขลาเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายของการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเก่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นายทรงพลเปิดเผยว่า กิจกรรม Street art ย่านเมืองเก่าสงขลา เป็นการเนรมิตฝาผนังของบ้านบนถนน 3 สาย คือถนนนอก นครในและถนนนางงาม ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยทักษิณ และเมจิกอายส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพ 3 มิติ มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน ถ่ายทอด บอกเล่าเรื่องราวที่สะท้อนวิถีชีวิตคนสงขลาผ่านภาพวาด 15 จุด
ขึ้นแท่นของฝากเลื่องชื่อสำหรับ “ขนมบ้านโกไข่” ประจำอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมนูเด่นที่ทุกคนต่างโปรดปราน ได้แก่ เค้กสามเหลี่ยมไส้มะพร้าวอ่อน เปี๊ยะกุหลาบ ขนมปังสังขยา พายสับปะรด กิจการทั้งหมดอยู่ภายใต้การบริหารของ คุณพรศักดิ์ ตั้งคำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขนมบ้านโกไข่ จำกัด อดีตวิศวกรชายหนุ่มผู้หลงรักขนมหวาน สำหรับต้นกำเนิดร้านขนมบ้านโกไข่ มาจากจังหวัดตรัง ดินแดนเลื่องชื่อด้านขนมเค้ก ผลิตเค้กมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า พอมาถึงรุ่นหลานได้สร้างแบรนด์ “ขนมบ้านโกไข่” ให้เป็นที่รู้จัก และการยอมรับของผู้บริโภค ปัจจุบัน กลายเป็นร้านขนมชื่อดังมีมากถึง 9 สาขา ขึ้นแท่นของฝากดังของภาคใต้ไปแล้ว “โกไข่” ชื่อคุณอา สูตรขนมสืบทอดรุ่นสู่รุ่น คุณพรศักดิ์ เผยว่า ครอบครัวมีสูตรทำขนมที่ตกทอดรุ่นสู่รุ่นมายาวนาน ราว พ.ศ. 2538 คุณอามีนามว่า“โกไข่” อาศัยอยู่อำเภอทับเที่ยง จังหวัดตรัง ท่านทำพัฟสังขยา ขายเพียงเมนูเดียว ในขณะนั้นใช้วิธีเร่ขายบนรถมอเตอร์ไซค์ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ไปจนถึงจังหวัดสตูล พัฟสังขยาของคุณอาโกไข่ หลานชายเล่าว่า รสชาติดี กลมกล่อม ไม่มีแบรนด์ ตอนเป็นวัยรุ่นเคยอาสาไปช่วยขายด้
