สัตว์เลี้ยง
ในอดีต การเลี้ยงสัตว์อาจเริ่มจากความรัก ความผูกพัน หรือการมีเพื่อนคลายเหงา แต่วันนี้ “น้องหมา-น้องแมว” กำลังถูกยกระดับบทบาทสู่การเป็นสมาชิกครอบครัวอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้จ่ายของเจ้าของเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่อง “สุขภาพ” ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของตลาด “Pet Economy” สิ่งที่น่าสนใจคือ คนเลี้ยงสัตว์ยุคใหม่เริ่มเข้าใจว่า แม้สัตว์เลี้ยงจะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน กินอาหารแบบเดียวกัน หรือโตมาในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน แต่ “ความเสี่ยงโรค” และ “ความเสื่อมของร่างกาย” กลับแตกต่างกันได้ในระดับชีวภาพ บางตัวแข็งแรง วิ่งเล่นได้แม้อายุมาก ขณะที่บางตัวเริ่มมีปัญหาข้อเสื่อม โรคไต หรือภูมิแพ้ตั้งแต่อายุยังไม่มาก จุดเปลี่ยนนี้ทำให้แนวคิดการดูแลแบบเดิมที่อิงเพียงสายพันธุ์หรือพฤติกรรมภายนอกเริ่มไม่เพียงพอ และกำลังผลักดันให้ตลาดขยับสู่ “Personalized Pet Health” หรือการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบเฉพาะตัว ที่มองลึกถึงพันธุกรรม โครงสร้างร่างกาย และความเสี่ยงโรคของสัตว์แต่ละตัว อาจารย์สัตวแพทย์ชัยยศ ธารรัตนะ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา PetGeneX อธิบายว่า “ปัจจุบันสัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวขึ้น
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส! สองเพื่อนซี้ลาออกจากงานค้าส่งเสื้อผ้า เปิดธุรกิจรถรับ-ส่งสุนัข ไม่กี่เดือน ทำรายได้เดือนละ 6 แสน ใครจะคิดว่าความรักที่มีต่อสัตว์จะสามารถเปลี่ยนเป็นธุรกิจที่ทำรายได้หลักล้านได้ภายในเวลาสั้นๆ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่จากโรคระบาดอย่างโควิด-19 แต่สำหรับ เท็ดดี้ ทาวิล และ เออร์วิง ฟายาส คู่ซี้จากนิวยอร์กและนิวเจอร์ซีย์สามารถทำได้ ด้วยความผูกพันที่มีต่อสัตว์เลี้ยงของพวกเขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งศูนย์ดูแลสุนัขที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษในน้องหมา จนกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วได้ และนี่คือเรื่องราวของทั้งคู่ จากอุตสาหกรรมค้าส่งเสื้อผ้าสู่เส้นทางแห่งความสุขของสุนัขและเจ้าของ เมื่อความรักที่มีต่อสัตว์เลี้ยงสามารถเปลี่ยนให้เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ เท็ดดี้ ทาวิล ชายวัย 32 ปี จากนิวยอร์ก และ เออร์วิง ฟายาส ชายวัย 33 ปี จากนิวเจอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Happy Tails ศุนย์ดูแลสุนัขที่ตั้งอยู่ในย่านไทรเบกา (Tribeca) ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ใน Side Hustle Spotlight ว่า ก่อนที่พวกเขาจะผันตัวมาทำ Happy Tails อย่างเต็มตัวได้เคยทำงานในอุตสาหกรรมค้าส่ง ผลิตเสื้อ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดสัตว์เลี้ยงและธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในจีน พบมีแนวโน้มขยายตัวสูงตามความต้องการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้น เผยแม้อุตสาหกรรมการผลิตของจีนจะขยายตัว ทั้งการมีแบรนด์ของตัวเอง มุ่งสู่อัจฉริยะ รวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ และเริ่มส่งออก แต่สินค้าไทยมีโอกาสเจาะเข้าสู่ตลาด เหตุได้รับการยอมรับในคุณภาพ และมาตรฐานที่จะทำให้ยังคงเจาะเข้าตลาดจีนได้ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนายนิติ ปทุมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงการสำรวจตลาดสัตว์เลี้ยง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในจีน รวมถึงโอกาสในการส่งออกสินค้าสัตว์เลี้ยงของไทยเข้าสู่ตลาดจีน เพื่อป้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการที่ชาวจีนนิยมเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานผลสำรวจว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา
อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงของไทยกำลังเติบโตในอัตราที่รวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบองค์รวมและป้องกันโรค (Pet Wellness) ซึ่งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มองสัตว์เป็นสมาชิกหนึ่งของครอบครัว ทำให้การรักษาที่ปลอดภัย เจ็บตัวน้อย และเป็นมิตรต่อสุขภาพในระยะยาวกลายเป็นความต้องการหลักของตลาด ขณะเดียวกันโรคเสื่อมเรื้อรังในสุนัขและแมว เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคตับ โรคข้อเสื่อม และโรคผิวหนังอักเสบ ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายที่วงการสัตวแพทย์ทั่วโลกต้องเผชิญ เพราะการรักษาแบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดทั้งด้านประสิทธิภาพและผลข้างเคียง จึงเกิดช่องว่างสำคัญที่ทำให้สัตวแพทย์และนักวิจัยต้องแสวงหาวิธีการรักษาใหม่ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของสัตว์ได้จริง โดยไม่เพิ่มภาระในระยะยาว แต่ Pain Point เหล่านี้กำลังจะถูกปิดประตูลง! เมื่อความเชี่ยวชาญของทีมนวัตกรไทย แชมป์นิลมังกร The Reality ซีซั่น 3 ซึ่งจัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ได้พัฒนานวัตกรรมการรักษารูปแบบใหม่ที่สามารถยกระดับมาตรฐานการรักษาสัตว์เลี้ยงได้แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเป็นเทคโนโลยี ธนาคารสเต็มเซ
สังคมไทยกำลังเห็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญ เมื่อสัตว์เลี้ยงขยับบทบาทจาก “เพื่อน” สู่ “สมาชิกครอบครัว” ท่ามกลางจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 70 ปีในปี 2567 ขณะเดียวกันเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงไทย กลับเติบโตสวนทาง โดยปี 2567 มูลค่าตลาดประเมินราว 74,800 ล้านบาท และขยายตัวเฉลี่ย 17.5% ต่อปี ในช่วงปี 2562–2567 สะท้อนกระแส Humanization ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจังยิ่งขึ้น เมื่อ “เจ้านาย” คือสมาชิกครอบครัว การเลี้ยงสัตว์หนึ่งชีวิตจึงหมายถึงภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวกว่า 10–15 ปี ตั้งแต่อาหารและโภชนาการเฉพาะทางวัคซีนและการตรวจสุขภาพ ไปจนถึงการดูแลในวัยชรา ข้อมูลตลาดชี้ว่า ค่าใช้จ่ายต่อสัตว์เลี้ยงในกลุ่มที่ได้รับการดูแลใกล้ชิดอยู่ที่กว่า 4 หมื่นบาทต่อปี โดยหมวดสุขภาพมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามเทรนด์การดูแลสุขภาพสัตว์เชิงป้องกัน (Preventive Care) พฤติกรรมผู้บริโภคจึงเริ่มเปลี่ยนจากการใช้จ่ายตามอารมณ์ สู่การตัดสินใจเชิงคุณค่า โดยมีอาหารคุณภาพ บริการสัตวแพทย์ และการดูแลเชิงป้องกัน เป็นตัวขับหลักของการใช้จ่าย ข้อมูลพฤติกรรมของสมาชิกบัตรเคร
“เคทีซี” จับมือ “เพ็ทจีนเอ็กซ์” (PetgeneX) และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 เปิดให้สื่อมวลชนเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงมาตรฐานสากลแห่งแรกของไทย ณ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับการรับรองด้านความปลอดภัย ความสะอาด พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งระบบแช่แข็งเซลล์ (Cryopreservation) และการติดตามข้อมูลดิจิทัล (Sample Traceability System) ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงสู่ระดับโลก ตอบรับเทรนด์ Pet Parenting ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงมองสัตว์เป็นสมาชิกครอบครัว พร้อมยอมลงทุนในนวัตกรรมเพื่อยืดอายุและคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ตลาดสินค้าและบริการด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงขยายตัวต่อเนื่อง และกลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่มีอิทธิพลสูงสุดในยุคปัจจุบัน อาจารย์สัตวแพทย์ชัยยศ ธารรัตนะ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา PetGeneX กล่าวว่า “ปัจจุบันสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสมาชิกของหลายๆ ครอบครัวอย่างแท้จริง เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวขึ้น ปัญหาโรคเรื้อรังและโรคเสื่อมตามวัยจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อาทิ โรคระบบกระดูกและข้อ โรคไตและระบบขับถ่าย โรคตับและระบบทางเดิ
ครั้งแรกในประเทศไทยกับการยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยสเต็มเซลล์ PetGeneX ธนาคารสเต็มเซลล์สำหรับสัตว์เลี้ยง และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA ร่วมกับ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” จัดงานเสวนา “ครั้งแรกของนวัตกรรมสเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยง PetGeneX Future Health, Forever Love” นำเสนอองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูและยืดอายุขัยของสัตว์เลี้ยง ตอบรับเทรนด์ Pet Parenting ที่เติบโตต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ สอดคล้องกับข้อมูลจากเคทีซีที่พบว่า สมาชิกมีการใช้จ่ายในหมวดสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มียอดรวมกว่า 730 ล้านบาทในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าความรักต่อสัตว์เลี้ยงวันนี้ถูกยกระดับจากการดูแลทั่วไป สู่การลงทุนด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน น.สพ.ชัยยศ ธารรัตนะ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ร่วมก่อตั้ง PetGeneX กล่าวว่า อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันคนไทยกว่า 1 ใน 3 ของครัวเรือน มีสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในบ้าน และมีการใช้จ่ายเฉลี่ยด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงปีละห
ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” มากกว่าปริมาณการใช้จ่ายเพื่อความสุขใจ (Emotional Spending) กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่น่าจับตามองในปี 2568 โดยเฉพาะใน 3 หมวดฮีลใจ ได้แก่ หนังสือ สัตว์เลี้ยง และกีฬา-เวลเนส ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของคนไทยในการดูแลจิตใจ สร้างพื้นที่ส่วนตัว และลงทุนกับสุขภาวะอย่างยั่งยืน สถิติชี้ชัด “Book-Lover” อ่านเฉลี่ยเกือบ 2 ชั่วโมงต่อวัน “Pet Parent” พร้อมจ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกครอบครัว และ “Sports Wellness” กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ สะท้อนวิถีชีวิตที่ไม่ได้มุ่งเพียงสิ่งจำเป็น แต่คือการมองหาความสุขเล็กๆ ที่เติมเต็มใจได้ทุกวัน หนังสือ : อ่านเพื่อเติมใจ พื้นที่สงบในโลกที่วุ่นวาย แม้โลกดิจิทัลจะเต็มไปด้วยคอนเทนต์สั้นและรวดเร็ว เช่น TikTok หรือ Reels เข้ามามีบทบาท แต่การอ่านยังคงเป็นกิจกรรมที่คนไทยเลือกใช้เพื่อเยียวยาใจ เป็น “พื้นที่สงบใจ” ของคนยุคใหม่ ข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ปี 2567 ชี้ว่า คนไทยอ่านเฉลี่ย 113 นาทีต่อวัน สวนกระแสความเชื่อว่า “ไม่อ่านหนังสือ” ด้วยสาเหตุหลักคือ ช่องทางการเข้าถึงที่ง่ายและหลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น E-
วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดข้อมูลสุดอินไซต์ของอนาคตตลาดสัตว์เลี้ยงไทย ซึ่งยังคงเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตา โดยผลวิจัยล่าสุดในงาน “Pawssible Society : Pet Society Conference 2025” ชี้คนยุคใหม่หันมาเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกครอบครัวมากขึ้น ดันมูลค่าโตแรง คาดปี 69 ทะลุ 1.01 แสนล้านบาท โดยยังพบกลุ่ม Pet Humanization ช้อปไม่อั้นใช้จ่ายสูงสุดเฉลี่ยกว่า 50,500 บาทต่อปีต่อตัว พร้อมชี้ช่องผู้ประกอบการต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทย อาจารย์ประเสริฐ ธวัชโชคทวี อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวในงานสัมมนา Pawssible Society : Pet in the City ว่า การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมไทยที่ครอบครัวมีขนาดเล็กลง คนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากมีลูกเพิ่มขึ้น วิถีชีวิตคนเมืองที่นิยมอยู่คนเดียวมากขึ้น รวมถึงโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมให้คนเมืองหันมานิยมเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น เพราะนอกจากสัตว์เลี้ยงจะน่ารัก มอบความสุขทางใจ และเป็นเพื่อนคลายเหงาได้อย่างดีแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเลี้ยงลูกจริงๆ จึงทำให้เท
ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงคึกคักรับพฤติกรรมเลี้ยงแมวแบบสมาชิกครอบครัว! บริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์คุณภาพ เดินหน้ารุกตลาดเต็มสูบ เปิดตัวแบรนด์ “Mimy” (มีมี่) อาหารแมวคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น ตอบโจทย์แมวทุกช่วงวัย ชูจุดขาย โภชนาการครบ–ปลอดภัย–ดูแลระยะยาว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มี มีมี่ ดี๊ดีทุกมื้อ” พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรก “ก็อต–จิรายุ ตันตระกูล” พระเอกขวัญใจมหาชน ที่มาพร้อมกับแมวคู่ใจ “น้อง Monday” สื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าใจทั้งหัวใจของคนรักแมวและความต้องการเชิงลึกของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่อย่างแท้จริง น.สพ.ดร.วันกาศ จำภัญคุณพัฒ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว Mimy ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ SPM ในการขยายพอร์ตเข้าสู่ตลาดอาหารแมวคุณภาพ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามเทรนด์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เลี้ยงแมวในฐานะสมาชิกในครอบครัวมากกว่าสัตว์เลี้ยงทั่วไป เราจึงตั้งใจพัฒนา Mimy ให้เป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการ ความปลอดภัย และสุขภาพในระยะยาวของแมว ผ่านสูตรเฉพาะที่คิดมาอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ขณะเดียวกัน เ
