สุขภาพ
เคยสังเกตุกันหรือไม่..บนฉลากหมากฝรั่ง มีการระบุว่า ไม่เหมาะกับคนที่เป็น โรค”ฟินิลคีโตนูเรีย” รับประทาน แล้วโรคดังกล่าว …มันคือโรคอะไร …และทำไมต้องติดไว้ ทั้งนี้รายงานข่าวจากวงการแพทย์ ระบุว่าโรคประเภทนี้ เป็น ภาวะพร่อง เอนไซม์ ย่อยสลาย กรดอะมิโนฟีนิลอะลานีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโน ชนิดหนึ่ง (Essential amino acid) หรือ โรคฟีนิลคีโตนูเรีย นั่นเอง ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง มีลักษณะการถ่ายทอดแบบยีน ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคนี้ ก็จะขาดเอนไซม์การย่อย ฟีนิลอะลานีน ที่อยู่ในอาหารที่มีส่วนประกอบของประเภท โปรตีน เมื่อย่อยไม่ได้ ก็เกิดการสะสม หรือเป็นพิษ อาจเกิดภาวะ การสะสมฟีนิลอะลานีนในเลือดสูง และ ทำให้เซลล์สมองถูกทำลายเกิดภาวะปัญญาอ่อนได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นโรคนี้จะทราบ ในเด็กแรกคลอด โดยการตรวจของแพทย์ โดยแพทย์จะลงบันทึกไว้ ..ถ้าพบโรคดังกล่าว .. ส่วนประเด็นสงสัย ว่าทำไมต้อง มาเขียน ไว้ข้างกล่อง หมากฝรั่ง ด้วย ?? ก็เนื่องจากตามกฎหมายของอย.ได้ระบุว่าให้อาหารที่มีส่วนประกอบของ สารให้ความหวานแทนน้ำตาลทุกยี่ห้อ ต้องระบุข้อความดังกล่าวไว้ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค นั่นเอง !! …แต่ไม่ต้อง ตกใจ เพราะจากการ
กรณีมีการระบาดของโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซีส) ใน 4 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทั้งนครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ ส่งผลให้มีผู้ป่วยจำนวนกว่าร้อยราย และเสียชีวิตไปแล้ว 2 รายนั้น เมื่อวันที่ 13 กันยายน ศ.วันเพ็ญ ชัยคำภา เมธีวิจัยอาวุโสและศาสตราจารย์วิจัยดีเด่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า โรคดังกล่าวจัดเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียเข้ากระแสเลือดและอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายที่กลับมาเป็นปัญหาสาธารณสุขใหม่ของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคร้อนและชื้น หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีและถูกต้องอาจทำให้ไตวายและเสียชีวิตได้ ศ.วันเพ็ญกล่าวว่า ทั้งนี้ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่าภูมิคุ้มกันโรคในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงและหายป่วยเกิดจากแอนติบอดีและเป็นภูมิคุ้มกันที่มีความเฉพาะมาก คือ เมื่อผู้ติดเชื้อหายป่วยแล้วจะมีภูมิกันเฉพาะต่อเชื้อสายพันธุ์ที่ติดเชื้อนั้นหรือเชื้อที่ใกล้เคียงเท่านั้น และอาจติดเชื้อกลุ่มอื่นได้ใหม่อีก อย่างไรก็ตาม วัคซีนป้องกันโรคในปัจจุบันมีเฉพาะสำหรับใช้ในสัตว์ แต่ป้องกันได้เฉพาะเชื้อที่ตรงหรือใกล้เคียงกับสายพันธุ์ที่ใช้เตรียมวัคซีนเท่านั้น วัค
วันที่ 7 ก.ย. น.ส.จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่าการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ “ขออากาศดีคืนมา #RightToCleanAir” เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทยจากมลพิษทางอากาศ จากข้อมูลของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ 12 สถานี 10 จังหวัดทั่วประเทศ น.ส.จริยากล่าวว่าเดือน ม.ค.-ก.ค.59 เมืองที่มีค่าเฉลี่ยรายปีของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน2.5 ไมครอน(PM2.5) สูงสุด 5 อันดับ จ. เชียงใหม่ ลําปาง ขอนแก่น กรุงเทพฯ และ จ.ราชบุรี และยังพบว่าปี 57-59 มีค่าเฉลี่ยรายปีของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน 11 พื้นที่ใน 10 จังหวัด สูงเกินกว่าค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำไว้ที่ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร “มาจากภาคการขนส่ง การผลิตไฟฟ้า อุตสาหกรรมการผลิต ที่อยู่อาศัย ธุรกิจการค้า และการเผาในที่โล่ง แบ่งได้เป็นฝุ่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดโดยตรงและฝุ่นที่เกิดจากการรวมตัวของก๊าซและมลพิษในบรรยากาศ โดยเฉพาะซัลเฟอร์ไดออกไซด์และออกไซด์ของไนโตรเจน ฝุ่นละอองขน
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กสอ.ได้สำรวจอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตรับความต้องการของสังคมผู้สูงอายุ พบว่าประชากรเพศหญิงทั่วประเทศกว่า 33 ล้านคน มีถึง 38% หรือกว่า 12 ล้านคน ที่มีอายุช่วง 45-100 ปี(กรมการปกครองปี 2558) และอนาคตมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นอุตสาหกรรมที่รองรับการดูแลสุขภาพเพื่อชะลอความแก่และทำให้สุขภาพแข็งแรงเติบโตเพิ่มขึ้น จึงมีนโยบายส่งเสริมอย่างเข้มข้น https://youtu.be/_qnGH8Hbmbs ประกอบด้วย 1.สินค้าไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ อาทิ รองเท้าเพื่อสุขภาพ ชุดชั้นในเพื่อสุขภาพ ชุดออกกำลังกาย 2.เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงและแต่งเติมความงาม ถือเป็นสินค้าที่จำเป็นและขาดไม่ได้ 3. อาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ เนื่องจากสามารถช่วยป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ และช่วยส่งเสริมสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง 4.อาหารเพื่อสุขภาพและออร์แกนิก เพราะพฤติกรรมกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่เลือกสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และ 5.อุปกรณ์ทางการแพทย์ กลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อสภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นกับผู้สูงวัยได้ ปัจจุบันทั้ง 5 อุตสาหกรรมมีมูลค่าร
นับตั้งแต่อาหารคลีนเข้ามามีบทบาทในชีวิต สุขภาพของใครหลายคนก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ปัจจุบันเลยมีธุรกิจอาหารคลีนเกิดขึ้นมากมาย รวมถึง “Fit Food Always” ที่เป็นมากกว่าอาหารคลีน เพราะเป็นอาหารที่ถูกปรุงขึ้นเพื่อสุขภาพของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน ทุกๆ เมนูครีเอตโดยคุณอภินันต์ เศวตวรรณกุล หรือเชฟเอฟ เชฟรุ่นใหม่ที่จัดสรรอาหารให้ถูกกับร่างกายและความต้องการอย่างแท้จริง ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ กระแสยังดี แต่ต้องแตกต่าง ประวัติเชฟเอฟ หลังจบปริญญาตรีสาขาวิชาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ภาคภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขาเริ่มต้นทำงานที่แรกในแผนกต้อนรับของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จากนั้นไปประเทศสกอตแลนด์ ไปเป็นเด็กล้างจาน สักพักได้เข้าไปทำงานครัว จากนั้นเขยิบไปเป็นกุ๊กที่ร้านอาหารไทย พอวีซ่าหมด กลับมาไทย มาเรียนทำอาหารที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ได้ฝึกงานครัวอาหารไทยที่โรงแรมแห่งนี้ จนกระทั่งมีร้านอาหารชื่อร้าน“น้ำ” (nahm) ร้านที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก มาเปิดในเมืองไทย เชฟเอฟ เล่าว่า ไปเป็นเชฟร้านน้ำได้ 1 ปี ต่อมาย้ายไปทำงานที่ร้านอาหาร
เมื่อ 4 ปีก่อน ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคลหรือ “หญิงนุ่น”ธิดาของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ลงทุนกับหุ้นส่วนชีวิต กี้ –รณิษฐา จริตกูล เปิดร้านอาหารสไตล์โฮม คุกกิ้ง ชื่อ Garden of Dream ในซอยสุขุมวิท 51 ควบคู่กับทำงานประจำ สายโฆษณาและการตลาด เธอจึงมีชีวิตประจำวัน ในแบบ เช้าเข้าออฟฟิซ ตกเย็นกลับมาดูแลร้าน และ รับประทานอาหารอร่อยๆฝีมือของหวานใจ เป็นอยู่อย่างนั้นไม่นาน น้ำหนักตัว จากประมาณ 52 กิโลกรัม ไต่ระดับ ไปแตะที่ 62 ! กลุ้มใจอยู่พักใหญ่ จึงได้คำแนะนำจากเพื่อนซึ่งเป็นคุณหมอให้ศึกษาเรื่องการลดน้ำหนัก โดยใช้ สูตร คีโตจีนิค ไดเอต (Ketogenic Diet) หรือการรับประทานอาหารที่มี “ไขมันดี”เข้าไป เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญไขมันที่อยู่ตามส่วนต่างๆในร่างกาย ตอนนั้น ยังแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง …แต่อยากทดลอง เลยตัดสินใจ “เข้าคอร์ส” ก่อนขอให้ กี้ ซึ่งมีฝีมือถึงขั้นเชฟ ช่วยปรุงอาหารแนวดังว่าให้รับประทานเป็นเวลาสองเดือนเศษ ปรากฎร่างกายกระชับ กระฉับกระเฉงขึ้นผิดหูผิดตา จนเพื่อนฝูงทักกันเกรียว ทานอะไรถึงได้ผอมลง เมื่อถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟัง หลายคนออกปาก…อยากลองรับประทานดูบ้าง ช่วงเวลานั้นร้าน
