ออมเงิน
แค่เริ่ม ก็ทำได้! How To ปั้นเงินล้าน เริ่มจากหลักร้อย ด้วย 5 สเต็ปง่ายๆ หลายๆ คน คงมีความฝันที่อยากจะจับเงินหลักล้านบาทกันสักครั้งในชีวิต หรือมีเงินเก็บหลักล้านในวัยเกษียณ แต่ติดที่ค่าใช้จ่ายนั่นนี่เยอะแยะ ความฝันที่ว่าจึงไม่เป็นจริงเสียที ข่าวสาร KAsset จาก แอพพลิเคชั่น K-My PVD ได้เปิด 5 เทคนิค ปั้นเงินล้าน เพียงเริ่มจากหลักร้อย ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ ดังนี้ 1. เริ่มให้เร็ว : การลงทุน เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้เปรียบ ดังนั้น จึงควรตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้วลงมือทำเลย เพียงเท่านี้ เมื่อถึงเวลาเกษียณ ก็มีเงินหลักล้านไว้ใช้อย่างสบายใจ 2. หาเงินต้นให้เจอ : เปลี่ยนค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เล็กๆ น้อยๆ ให้เป็นเงินออม เป็นต้น 3. ต่อยอดให้เป็น : โดยนำเงินมาลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างๆ ตามความสนใจ อาทิ กองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว เฉลี่ย 4-5% ต่อปี ซึ่งเงินเพียงหลักร้อยก็สามารถลงทุนได้ 4. คุมตัวเองให้มีวินัย : อดทนออมอย่างต่อเนื่องทุกเดือน ไม่ใจอ่อนถอนออกมาใช้แล้วค่อยคืนอย่างเด็ดขาด เพราะยากมากที่จะนำเงินมาโปะจากที่ถอนออกมานั่นเอง 5. เศรษฐกิจขาลงให้มองผ่าน : เรื่องแย่ๆ มีแน่ แต่ไม่ได
ในยุคที่ทุกอย่างไม่มีความแน่นอน วางแผนการเงิน ยังไง ให้อยู่รอด? ในยุคที่หลายสิ่งหลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลงพร้อมๆ กัน ทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายๆ คน ต้องประสบกับสภาวะทางการเงินที่ฝืดเคือง การจะบริหารจัดการการเงินอย่างไรให้รอด คือโจทย์ใหญ่ ซึ่งมนุษย์เงินเดือนและคนหาเช้ากินค่ำ จะบริหารอย่างไร? เว็บไซต์ กรุงไทย ได้แนะนำไว้ดังนี้ 1. การทำบันทึกรายรับ–รายจ่าย เป็นประจำ ที่ควรทำให้เป็นนิสัย แล้วจะรู้ว่าเงินเข้า–เงินออกอย่างไร จ่ายหนักตรงไหนเกินไปหรือเปล่า ยิ่งทุกวันนี้ มีเครื่องไม้เครื่องมือดิจิทัลเป็นผู้ช่วย สามารถบันทึกผ่านแอพ ยิ่งง่ายและสะดวกกว่าเดิม ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ จะช่วยติดตามการใช้จ่าย และจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณสามารถดูได้ว่า ใช้เงินไปกับอะไรบ้าง ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ทำให้คุณบริหารจัดการการเงินได้ดีขึ้น 2. Reskill และ Up skill ตัวเองอยู่เสมอ กระตือรือร้นที่จะเพิ่มและเสริมทักษะใหม่ๆ ให้กับตัวเองตลอดเวลา จะได้เป็นที่หมายปองของนายจ้างหรือบริษัทที่มั่นคง ไม่ให้ปันใจไปจ้างพนักงานใหม่ เพราะอย่างน้อยๆ คุณก็ทำให้พวกเขาเห็นว่า มีความมุ่งมั่
แชร์ 5 วิธีเก็บเงินในยุคเศรษฐกิจเหวี่ยง ทำได้จริงไม่มีอด 5 วิธีเก็บเงิน – ในยุคเศรษฐกิจผันผวนแบบนี้ หลายๆ คนคงหาวิธีรัดเข็มขัดกันมากขึ้น โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายแล้ว มีข่าวการเลิกจ้าง ปลดพนักงานออกมาเยอะจนเสียวสันหลังไปตามๆ กัน เจ้าของกระทู้พันทิป ชื่อคุณ Are you for real ? ได้แชร์วิธีเก็บออมเงินของเธอ ที่อาจไม่ได้ทำให้รวยเร็วเป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นวิธีที่ทำได้นานและไม่ลำบากนัก โดยเธอได้แชร์วิธีไว้ 5 ข้อ ความว่า สวัสดีค่ะ เห็นจากหลายๆ กระทู้เขาแชร์วิธีการเก็บเงินกัน เราเลยมีแรงฮึดอยากมาแชร์บ้าง หลายๆ คนคงทราบดีว่าตอนนี้เศรษฐกิจเดี๋ยวก็ขึ้น เดี๋ยวก็ลง เอาแน่เอานอนไม่ได้ หลายบริษัทปลดพนักงานออกเยอะ พาให้เราเองก็ยังเสียวสันหลังเบาๆ บวกกับเมื่อหลายเดือนก่อน เปิดแอพการเงินที่มีแล้วรู้สึกว่าเศร้าใจจัง เงินที่เคยเข้ามา มีเหลืออยู่แค่หลักร้อยเท่านั้น เลยรู้สึกนอยด์มาก เมื่อก่อนเคยเป็นคนเก็บเงินเก่ง แต่พออายุมากขึ้น กลับใช้เงินเก่งตามไปด้วย ไม่ใช่เรื่องดีเลย เราจึงอยากจะปรับเปลี่ยนนิสัยใหม่ ไม่อยากเห็นเงินในบัญชีต่ำเตี้ยเรี่ยดินอีกแล้ว ซึ่งเริ่มจาก ตั้ง Mindset ใหม่ หลายคนคงคิดว่ามาข
นักออมงานเข้า! สรรพากร เตรียมเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก 15% ได้เท่าไหร่โดนหมด วันที่ 19 เม.ย. รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เตรียมเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก สำหรับผู้ได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 2 หมื่นต่อปี 15% จากเดิมที่ผ่อนผันให้ ผู้ที่ได้ดอกเบี้ยไม่เกิน 2 หมื่นต่อปี แต่ยังมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ลงทะเบียน ยอมให้ธนาคารส่งข้อมูลการรับดอกเบี้ยให้สรรพากร เริ่ม 15 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่ต้องเก็บดอกเบี้ย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีสถาบันการเงินบางแห่งเอื้อให้ลูกค้ารายใหญ่ พอได้ดอกเบี้ยใกล้ถึง 2 หมื่นบาท ก็แนะนำให้ปิดบัญชี แล้วเปิดบัญชีใหม่ เพื่อไม่ให้เสียดอกเบี้ย ณ ที่จ่าย 15%
หนุ่มแชร์วิธีออมเงิน 7 หมื่น ใน 1 ปี แบบไม่หักโหม ทำง่ายๆ งานนี้ชาวเน็ตแห่เมนต์! เป็นอีกหนึ่งวิธีเก็บเงินดีๆ ที่มีคนนำมาแบ่งปัน เมื่อสมาชิกพันทิป ตั้งกระทู้แชร์วิธีเก็บเงินเกือบ 70,000 บาท ภายใน 1 ปี แบบไม่หักโหม ทำได้อย่างไร โดยกระทู้ “วิธีเก็บเงินเกือบ 7 หมื่น ภายใน 1 ปี แบบไม่หักโหม” เจ้าของกระทู้ได้แนะนำวิธีเก็บเงินด้วยปฏิทิน “365 day saving money challenge” คือการเก็บเงินตามจำนวนวันในปี คือ วันที่ 1 (ของปี) เก็บ 1 บาท วันที่ 2 เก็บ 2 บาท วันที่ 10 เก็บ 10 บาท วันที่ 50 เก็บ 50 บาท วันที่ 150 เก็บ 150 บาท วันที่ 365 เก็บ 365 บาท ซึ่งเมื่อครบสิ้นปีแล้วจะได้เงินเกือบ 70,000 บาท เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ก็ยังถูกวิจารณ์ไปกว้างขวาง หลายคนบอกว่า วิธีนี้ไม่ค่อยได้ผล เพราะจะสบายในช่วงต้นปี แต่พอปลายปี ที่ต้องเก็บวันละ 300 กว่าบาท จะหนักมาก แต่ทั้งนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่หลายคนสามารถนำไปปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้ ที่มา Pantip
