ออมเงิน
ในยุคที่ค่าครองชีพสูงมนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจไม่ได้กลัว “งานหนัก” เท่าไหร่ แต่กลับกังวลว่า “เงินจะหมดก่อนสิ้นเดือน” มากกว่า เพราะทันทีที่เงินเดือนเข้า ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะค่ากิน ค่าเดินทาง หรือค่าผ่อน ก็เหมือนนัดกันไหลออกจากบัญชีแทบจะทันทีได้รับเงินเดือน สิ่งที่จะทำให้เป็น “ทางรอด” วันนี้ อาจไม่ใช่แค่การหาเงินให้มากขึ้นอย่างเดียว แต่คือการรู้จัก “ใช้เงินให้เป็น” เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ได้ในโลกที่ทุกอย่างแพงขึ้นทุกวัน fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ ชวนมนุษย์เงินเดือนลองปรับมุมมอง ด้วย 3 หลักคิดง่ายๆ ที่ช่วยให้การเงินดีขึ้นได้จริง และยังใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข “อยู่ให้เป็น”- จัดการเงินให้รอดก่อน แล้วค่อยใช้ หลายคนเผลอใช้เงินก่อน แล้วคิดว่า “เหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ” ซึ่งการคิดแบบนี้จะทำให้เราไม่มีเงินเก็บใช้ในยากที่จำเป็น ถ้าอยากเริ่มวางแผน ลองปรับวิธีคิดใหม่ เริ่มจากการแบ่งเงินง่าย ๆ ดังนี้ หัวใจหลักคือ “ต้องมีเงินเก็บก่อนใช้” และอีกตัวช่วยที่ทำให้เห็นภาพการเงินชัดขึ้น คือการจดรายรับ – รายจ่าย แค่รู้ว่าเงินเราออกไปกับอะไร ก็ช่วยคุมการใช้เงินได้มากขึ้น หากวาง
เงินเดือนเท่าเดิม แต่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาที่หลายคนเจอทุกสิ้นเดือนคือ “เงินเข้ามาแล้วก็หายไปทันที” แม้ในใจอยากมีเงินเก็บสักก้อน แต่ก็เริ่มต้นไม่ถูก อย่าเพิ่งท้อ! วันนี้ fintips by ttb จะพาไปรู้จัก “เทคนิค 6 Jars” สูตรออมเงินระดับโลกที่ช่วยควบคุมรายจ่าย และสร้างวินัยการออมได้จริง 6 Jars คืออะไร แนวคิด 6 Jars มาจากหนังสือชื่อดัง Secrets of the Millionaire Mind โดย T. Harv Eker ทีเขียนเกี่ยวกับเรื่องการบริหารการเงินอย่างมีระบบ ผ่านการแบ่งรายได้ออกเป็น 6 ส่วน โดยเปรียบเสมือนมี “โหล 6 ใบ” สำหรับการเก็บเงินแต่ละเป้าหมาย จุดเด่น คือ “ไม่จำเป็นต้องมีรายได้สูงก็เริ่มได้” เพียงแค่แบ่งเงินมาออมทุกครั้งที่มีรายรับ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน รายได้เสริม หรือโบนัส แล้วทำการจัดสรรตามสัดส่วนที่เหมาะสมกับตัวเอง โหลที่ 1 : ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น (55%) เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น เป้าหมายคือ “ใช้เท่าที่จำเป็น” ไม่เกินจากงบที่ตั้งไว้ 55% เพื่อให้เหลือเงินไปลงทุนหรือออมในโหลอื่น หากรู้สึกว่าเงินในส่วนนี้ไม่พอ ควรปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย หรือหารายได้เ
สมาคมนักวางแผนการเงินไทย จัดงานเสวนา “วันวางแผนการเงินโลก World Financial Planning Day 2025 ครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “วันวางแผนการเงินโลก : การเงินคนไทยต้องรอด” เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงิน ขณะที่เศรษฐกิจที่ชะลอตัวเติบโตต่ำ ทำให้ภาคธุรกิจลดต้นทุน-ลดกำลังการผลิต กระทบมาถึงรายได้คนทำงาน โบนัสไม่มี-โอทีไม่ได้-เงินเดือนไม่ขึ้น แถมภาคธุรกิจหันมาใช้ AI ทำงานแทนคนในหลายสาขาอาชีพ ทำให้เสี่ยงตกงาน ท่ามกลางภาระหนี้ท่วมหัว สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อจีดีพีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลายองค์กรเริ่มเปิดให้พนักงานสมัครใจเกษียณได้ตั้งแต่อายุ 45 ปี สะท้อนสัญญาณว่าคนไทยอาจต้องเผชิญกับ “ชีวิตการทำงานที่สั้นลง” (20–25 ปี) แต่ “ชีวิตหลังเกษียณที่ยาวนานขึ้น” (35–40 ปี) ปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนสั่นคลอนต่อฐานะการเงินของประชาชนคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คนชั้นกลาง” ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “เดอะแบก” ที่มีภาระดูแลพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็ต้องรับผิดชอบดูแลครอบครัวตนเอง จากที่เคยมั่นคง อาจกล
62% ของคนไทยมีเงินสำรองใช้ไม่ถึง 3 เดือน แล้วถ้าวันพรุ่งนี้เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เข้าโรงพยาบาลกะทันหัน รถเสียกลางทาง หรือรายได้สะดุด ทุกคนพร้อมที่จะกาง “ร่มกันฝนทางการเงิน” จากที่ไหน เพราะพายุการเงินไม่เคยบอกล่วงหน้า และฝนตกหนักครั้งนี้อาจทำให้ชีวิตสั่นคลอนได้ ฤดูกาลไม่ได้เปลี่ยนเพียงท้องฟ้า แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินของผู้คนไปพร้อมกัน ในภาษาอังกฤษมีสำนวน “saving for a rainy day” หมายถึงการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามลำบาก ไม่ใช่แค่วันที่ฝนตกจริงๆ ดังนั้น ทุกคนควรต้องมี Rainy-day Fund หรือเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อเป็นร่มกันฝนทางการเงินไว้ปกป้องในวันที่ชีวิตไม่เป็นใจ ผลสำรวจระหว่างปี พ.ศ. 2563–2565 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า แม้คนไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้นเป็น 74.7% จาก 72.0% ในปี 2561 แต่มีเพียง 38% เท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอเกิน 3 เดือน สะท้อนว่าคนไทยแม้ออมเงิน แต่ยังไม่พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินจริงๆ เคทีซี จึงได้รวบรวม 3 ขั้นตอน “อ–อ–ม” เพื่อเริ่มต้นสร้างร่มคุ้มกันทางการเงิน ที่จะช่วยให้ชีวิตมั่นใจได้แม้ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด 1. อ–ออ
เพราะเคยป่วยด้วยโรคมะเร็ง ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และปัจจุบันเป็นโรคหัวใจ ทำให้น้องวิน ตั้งเป้าสร้างรายได้และเก็บเงินสำรองให้ได้จำนวนมาก เพื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เพราะมองการณ์ไกลหากป่วยอีกรอบก็น่าจะใช้เงินไม่น้อย เรื่องราวของ วิน-ภาสวิน ตันตินิติ เด็กชายวัย 14 ปี ที่มาแชร์เรื่องราวการออมเงินของตัวเอง ผ่านรายการมนุษย์ต่างวัย Talk ไว้อย่างน่าสนใจ น้องวินจึงเริ่มเก็บเงิน ด้วยวิธีนี้ และนี่คือแนวคิดของเด็กวัย 14 ปี เกี่ยวกับการออมเงินไว้ใช้ในอนาคต ซึ่งน้องวินได้แชร์แนวคิดอีกมากมายไว้ในช่องติ๊กต็อก win_phassawin ซึ่งมีผู้ติดตาม 45.8 หมื่นคน โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยม คือ วิธีลดรายจ่ายฉบับนักเรียน นั่นคือการห่อข้าวไปกินที่โรงเรียน ด้วยการฝึกทำกับข้าวเอง และเก็บค่าขนมที่ได้ประจำได้มากขึ้น ซึ่งมียอดรับชมสูงถึง 1.1 ล้านวิว อีกคอนเทนต์ที่น่าสนใจคือ 3 อย่างที่ลงทุนได้ ต่อให้อายุไม่ถึง 20 น้องวินแชร์ไว้ว่า อย่างแรกคือ ซื้อทองคำ สอง ซื้อหนังสือ เพราะความรู้เป็นสิ่งคุ้มค่า ยิ่งมีความรู้เยอะ ยิ่งหาเงินได้เยอะ และสาม สลากออมสิน สำหรับใครที่ได้อ่านเรื่องราวของน้องวินแล้วเกิดแรงบันดาลใจ
เมื่อเศรษฐกิจโลกเผชิญกับความไม่แน่นอน การวางแผนการเงินอย่างรอบคอบกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการรักษาและเพิ่มพูนมูลค่าทรัพย์สินของตนเอง หนึ่งในวิธีการออมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง คือการลงทุนในทองคำ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง เติบโต และสามารถป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทองคำ คือ สินทรัพย์ที่มั่นคงและมีมูลค่าในระยะยาว การออมเงินผ่านการฝากธนาคาร หรือการลงทุนในกองทุนรวม ถือเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงต่ำและสามารถเข้าถึงได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่ได้รับอาจไม่สูงนักเมื่อเทียบกับการลงทุนในทองคำ ซึ่งแม้จะมีความผันผวนในระยะสั้น แต่ในระยะยาวทองคำมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง ในการซื้อทองคำ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญนอกเหนือจากราคาทองคำในแต่ละวัน คือ ค่ากำเหน็จ ซึ่งเป็นค่าบริการในการผลิตทองรูปพรรณ เช่น แหวน กำไล หรือสร้อยคอ โดยปกติค่ากำเหน็จจะเริ่มตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับขนาด ลวดลาย และความประณีตของชิ้นงาน หากซื้อทองคำในรูปแบบการลงทุน เช่น ทองคำแท่ง ค่ากำเหน็จจะน้อยกว่าทองรูปพรรณหรืออาจไม่มีเลย (ทองคำแท่งไม่มีค่ากำเหน็จ แต
LINE MAN จับมือ กอช. อบรมไรเดอร์ ออมเงินเพื่อการเกษียณอย่างมั่นคง LINE MAN ร่วมกับ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ลงนามความร่วมมือและอบรมการวางแผนทางการเงินสู่การเกษียณที่มั่นคงสำหรับไรเดอร์ มุ่งสร้างหลักประกันชีวิตในวัยเกษียณ ผ่านการวางรากฐานที่มั่นคงด้วยการออมเงินโดยมีรัฐช่วยสมทบ ตั้งเป้ายกระดับคุณภาพชีวิตไรเดอร์ ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืนในระยะยาว กอช. เป็นหน่วยงานของรัฐที่ส่งเสริมการออมและสร้างหลักประกันบำนาญพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนบำนาญภาคประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมการออมเงินให้กับอาชีพไรเดอร์ โดย LINE MAN มีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของ กอช. ผ่านแอปพลิเคชันและช่องทางสื่อสารต่างๆ เพื่อให้ไรเดอร์รับรู้สิทธิและสวัสดิการของตนเอง พร้อมวางแผนทางการเงินระยะยาวได้อย่างมั่นคง คุณจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ กล่าวว่า “การออมเงินเพื่อการเกษียณถือเป็นการวางแผนการเงินที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอาชีพไรเดอร์ หนึ่งในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ ที่ยั
แก่ตัวไปเอาเงินที่ไหนมาเที่ยวมากิน เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเราจึงเห็นคนแก่วัยเกษียณจากต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมาก อยู่กันเป็นเดือน อยู่กันเป็นปี บางคนตั้งรกรากที่ไทยไปเลยก็มี นักท่องเที่ยวเหล่านี้เอาเงินมาจากไหน ทำไมถึงมีเงินเก็บเงินออมเหลือกินเหลือใช้กันได้ขนาดนี้ ที่สำคัญ แก่ตัวไปเราจะทำอย่างเขาได้ไหม เพราะสังคมไทยเอง ก็กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ลองมาดูกันว่า เขาทำอย่างไร ให้มีเงินเก็บไว้ใช้สบายๆ ยันวันสุดท้ายของชีวิต คะเคโบะ มรดกตกทอดการออมแบบญี่ปุ่น เริ่มกันที่ประเทศญี่ปุ่น ผู้ขึ้นชื่อในเรื่องความมีระเบียบวินัย คนญี่ปุ่นมีแนวคิดในการออมที่เรียกว่า คะเคโบะ เป็นมรดกตกทอดให้คนญี่ปุ่นปฏิบัติต่อๆ กันมามากกว่า 100 ปี หัวใจของการออมแบบคะเคโบะคือ การตั้งเป้าหมายว่าในบั้นปลายจะต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ จึงจะอยู่ได้แบบสบายๆ แล้วทำการอดออมอย่างมีวินัยตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน วิธีนี้ทำให้ผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นสามารถนำเงินบำเหน็จบำนาญ หรือเงินสนับสนุนจากภาครัฐตอนแก่ตัว ไปต่อยอดทำอย่างอื่น หรือนำไปใช้ชีวิตได้แบบชิลๆ เพราะเงินที่เก็บมานั้นมีเพียงพออยู่แล้ว ออมตั้งแต่เ
ธ.ก.ส. ชวนเด็กนักเรียนออมเงิน ชุดขวัญถุง 20 บาท รับดอกเบี้ย 2.5% ลุ้นรางวัลสูงสุด 1 แสนบาท เปิดจองแล้ววันนี้ ธ.ก.ส. ชวนเด็กนักเรียนออมเงิน เปิดสลากออมทรัพย์ ชุดขวัญถุง วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท หน่วยละ 20 บาท รับดอกเบี้ย 2.5% แถมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 73 ล้านบาท รับสูงสุด 100,000 บาท เปิดจองตั้งแต่ 3-15 เม.ย. 67 วันที่ 2 เมษายน 2567 นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดตัว “สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดขวัญถุง” หน่วยละ 20 บาท จำนวน 100 ล้านหน่วย แบ่งเป็น 10 หมวด หมวดละ 10 ล้านหน่วย วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท อายุการรับฝาก 6 ปี เมื่อฝากครบกำหนด จะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 3 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี พร้อมลุ้นรับรางวัลทุนการศึกษาทุกเดือน มูลค่า 10,000 บาท จำนวน 100 รางวัล เป็นเงิน 1,000,000 บาทต่อเดือน และยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษอีกปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมกราคมและกันยายน มูลค่ารางวัลละ 100,000 บาท ปีละ 2 รางวัล เป็นเงิน 200,000 บาทต่อปี รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 73.2 ล้านบาท จับรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน ยกเว้นเดือนมกราคม ออกรางว
ธอส. ต้อนรับตรุษจีนปี 2567 เปิดรับ “เงินฝากออมทรัพย์มังกรทอง” ดอกเบี้ยสูง 2.25% ต่อปี ที่สำคัญรับดอกเบี้ยเงินฝากปีละ 2 ครั้ง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เริ่มเปิดรับ “เงินฝากออมทรัพย์มังกรทอง” ที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 2.25% ต่อปี (สำหรับลูกค้าที่ฝากเงินจนถึงวันที่ 18 เมษายน 2568) โดยต้องเปิดบัญชีเงินฝากตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ที่สาขาธนาคารทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์-15 มีนาคม 2567 หรือจนกว่าจะเต็มกรอบวงเงิน ทั้งนี้ เงินฝากดังกล่าว เป็นแคมเปญพิเศษต้อนรับเทศกาลวันตรุษจีนและวันวาเลนไทน์ในปี 2567 โดยลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝากปีละ 2 ครั้ง (วันที่ 29 มิถุนายน และวันที่ 29 ธันวาคม) ความพิเศษที่ 1 คือ เปิดบัญชีระหว่างวันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2567 วงเงินตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไปต่อรายการ รับฟรี กระเป๋าบรรจุของใบใหญ่ 1 ใบ/1 ราย และวงเงินตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปต่อรายการ รับฟรี เครื่องต้มไข่ 1 เครื่อง/1 ราย ความพิเศษที่ 2 คือ สามารถฝากได้ไม่จำกัดวงเงิน บุคคลธรรมดาไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก เงื่อนไขสำคัญ – เป็นการเปิดบัญชีใหม่เฉ
