เกษตรกร
OR ฉายภาพทำธุรกิจ ช่วยเกษตรกร หนุน SMEs นำผลผลิต-สินค้า ขายในปั๊ม 2,100 แห่ง วันที่ 26 มกราคม 2567 นายวิศน สุนทราจารย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กรและความยั่งยืน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมแบ่งปันมุมมองเรื่อง ESG และการลงมือทำสู่ผลสำเร็จ ผ่านเวทีเสวนา CREATIVE TALK CONFERENCE FORECAST 2024 รู้ก่อน เริ่มก่อน เปลี่ยนแปลงก่อน ในหัวข้อ ESG FORECAST เพื่อตอกย้ำแนวคิดเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนที่การดำเนินธุรกิจต้องคำนึงเรื่องของ ESG ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งไม่ควรเป็นเพียงแนวคิดของธุรกิจ แต่ต้องลงมือทำทันที นายวิศน เปิดเผยว่า จากภาวะโลกร้อนที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นโลกเดือด (Global Boiling) ทำให้เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นใหญ่ของปี 2024 เนื่องจากชีวิตของผู้คนกำลังได้รับผลกระทบมากขึ้น ทั้งทางด้านสุขภาพ ภัยธรรมชาติ และความมั่นคงทางด้านอาหาร เป็นต้น รวมทั้งความเหลื่อมล้ำที่จะยิ่งขยายตัวกว้างขึ้น ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ OR มีวิสัยทัศน์และแนวคิดในการสร้างความยั่งยืน และให้ความสำคัญต่อแนวคิด ESG ผ่านการดำเนิ
จับตา ซีพี แอ็กซ์ตร้า สร้างแรงกระเพื่อมสนับสนุนเกษตรกร ปี 67 ตั้งเป้ารับซื้อสินค้าเกษตรกลุ่มผัก-ผลไม้เพิ่ม 20% ปี 2567 ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกร คิกออฟโครงการ “รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง (Direct Sourcing)” ที่ผ่านมาตลอดปี 2566 มียอดรับซื้อผัก-ผลไม้จากเกษตรกรกว่า 9,800 ล้านบาท สร้างเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจภูมิภาค ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผู้นำวงการค้าส่ง-ค้าปลีก ภายใต้ชื่อ แม็คโคร และโลตัส สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ มุ่งเน้นนโยบายรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง ซึ่งนอกจากผู้บริโภคจะได้สินค้าคุณภาพ สดสะอาด ปลอดภัย ในราคาประหยัด ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้ชาวไร่ชาวสวนในท้องถิ่น สร้างรายได้ที่มั่นคง รวมถึงสนับสนุนให้เกษตรกรใน 5 ภูมิภาคทั่วไทย สามารถนำเสนอสินค้าตรงกับโมเดิร์นเทรด ปี 2567 ตั้งเป้ารับซื้อผัก-ผลไม้เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่แล้ว โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา มียอดรับซื้อผัก-ผลไม้จากเกษตรกรกว่า 9,800 ล้านบาท เพื่อจำหน่ายผ่าน 2,800 สาขาของแม็คโคร-โลตัส ที่มีสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรในหลายมิติ ทั้งการจัดอบรมเพิ่มทักษะความรู้ให้กับเกษตร
ขายได้เดือนละ 20 ตัน! หนุ่ม 29 เลี้ยงปลาช่อน เลี้ยงยังไงให้ได้ปลาเนื้อดีไม่มีกลิ่นคาว เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ยึดอาชีพเป็นเกษตรกรเลี้ยงปลา เมื่อโตขึ้นจึงมุ่งหน้าเรียนสาขาประมงเพื่อนำความรู้มาต่อยอดและพัฒนาอาชีพของพ่อแม่ให้เติบโต จน “ปลาช่อน วิเศษฟาร์ม” ได้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ปลาน้ำจืดที่คอยให้ความรู้กับผู้ที่สนใจ และยังมีรายได้จากการจำหน่ายปลาอีกด้วย อายุน้อยแต่ประสบการณ์แน่น คุณจักรพันธ์ เชื้อขำ วัย 29 ปี เล่าให้ฟังว่า “ช่วงอายุประมาณ 13-14 ปี ผมได้เงินทุนจากพ่อมาก้อนหนึ่งเพื่อลองทำธุรกิจ เลยตัดสินใจเลี้ยงปลาช่อน ผมใช้เวลาแค่ 1 ปี สามารถถอนทุนคืนทั้งหมดและได้กำไรแบบ 100% ของเงินทุน ทำให้ตอนนั้นคิดว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ผ่านไปเกือบ 2 ปี เกิดวิกฤตราคาปลาช่อนตก จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้ผมต้องกลับมาคิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้ฟาร์มปลาช่อนเราไปต่อได้ นั่นทำให้ผมตัดสินใจเรียนสาขาประมงโดยตรง เพื่อนำความรู้จากการเรียนมาปรับใช้กับการเลี้ยงปลาที่ฟาร์ม นอกจากบทเรียนในตำรา ผมต้องพยายามศึกษาเพิ่มเติมจากผู้รู้ที่มีประสบการณ์ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ปลาช่อนที่มีคุณภ
ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงินสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิต 2565/2566 ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อจูงใจเกษตรกรในการตัดอ้อยสดเพิ่มมากขึ้น และลดปัญหาการลักลอบเผาอ้อยในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด โดยเริ่มโอนครั้งที่ 1 ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 110,000 ราย วงเงินกว่า 7,100 ล้านบาท ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดีกว่า 59 ล้านตัน ในวันที่ 26 ธันวาคม 2566 นี้ วันที่ 26 ธันวาคม 2566 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้โอนเงินโครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิต 2565/2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยไปแล้วกว่า 220,000 ราย เป็นเงินกว่า 14,000 ล้านบาท สำหรับในปีนี้ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 เห็นชอบให้สนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงานในอัตราไร่ละไม่เกิน 120 บาทต่อตัน เป้าหมายเกษตรกร 200,000 ราย กรอบวงเงิน 7,990.6 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่ธันวาคม 2566 – เมษายน 2567 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม
กล้วยหอมอบกรอบ โลคอลสแน็ก สร้างรายได้ให้เกษตรกร รับซื้อกล้วย 2.5 ตันต่อวัน แปรรูปส่งโมเดิร์นเทรด นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี เปิดเผยว่า เซเว่น อีเลฟเว่น มีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจ SMEs และชุมชนพร้อมกับสังคม ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตามปณิธานองค์กร “Giving & Sharing” ผ่านกลยุทธ์ 3 ให้ ได้แก่ 1. ให้ความรู้ 2. ให้ช่องทางขาย และ 3. ให้การเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อก่อให้เกิดเป็น Ecosystem สำหรับ SMEs ในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืนด้วยตัวเองในอนาคต ผลิตภัณฑ์วี ฟาร์ม (V Farm) และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านดอนทอง ถือเป็นอีกหนึ่งต้นแบบในการสร้าง Ecosystem สำหรับ SMEs ที่ทาง เซเว่น อีเลฟเว่น ดำเนินการผ่านกลยุทธ์ 3 ให้ ด้วยการให้องค์ความรู้ด้านการผลิตที่ได้มาตรฐานกับกลุ่มวิสาหกิจฯ ขยายช่องทางตลาดสู่ร้านค้าโมเดิร์นเทรด โดยยกระดับจากเดิมที่ผลิตเป็นสินค้าโอท็อป และสร้างเครือข่ายสำคัญ อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาของชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป ภายใต้แบรนด์ “วี ฟาร์ม ตะกร้า” ด้าน นายอภิรักษ์ โกษะโยธิ
นาแปลงใหญ่ โมเดลสู่ความยั่งยืน ยกระดับชีวิตเกษตรกร ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ นาแปลงใหญ่ ถือเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มเพื่อผลิต เพื่อจำหน่าย เพิ่มอำนาจการต่อรองของเกษตรกรตลอดกระบวนการผลิต ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ช่วยพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เกิดความมั่นคงในอาชีพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่เกษตรกรยังคงเป็นเจ้าของพื้นที่และทำการผลิตเอง มีเป้าหมายการดำเนินงานของกลุ่มชัดเจน โดยเกษตรกรที่จะสามารถเข้ารับการส่งเสริมในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ได้ จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการดังนี้ 1. เกษตรกรต้องมีการรวมตัวกัน 30 คนขึ้นไป และมีพื้นที่รวมกัน 300 ไร่ ขึ้นไป ไม่จำเป็นต้องเป็นแปลงติดกันเป็นผืนเดียวแต่ควรมีพื้นที่อยู่ภายในชุมชนใกล้เคียงกัน 2. เกษตรกรต้องสมัครใจเข้าร่วมโครงการ และควรมีกระบวนการร่วมกลุ่ม แต่หากยังไม่เป็นกลุ่ม ต้องเป็นกลุ่ม ที่สามารถนำมาพัฒนาให้เกิดเป็นกลุ่มต่อไปได้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว
Ugly Veggies แพลตฟอร์มขาย “ผักไม่สวย แต่มีคุณภาพ” งานวิจัยเด่นจาก มข. ช่วยลดขยะอาหาร-สร้างรายได้ให้เกษตรกร สถานการณ์ปัญหาขยะจากอาหารเป็นประเด็นที่ทุกประเทศกำลังร่วมมือกันแก้ไข โดยการผลักดันและประยุกต์เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อบริหารจัดการและบูรณาการข้อมูลการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food Loss and Food Waste) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นกลยุทธ์ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ รวมถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี Ugly Veggies Thailand เป็นอีกหนึ่งโครงการในการสนับสนุนเพื่อช่วยลดปัญหาดังกล่าว ผศ.ดร.ชวิศ เกตุแก้ว รองคณบดีฝ่ายกลยุทธ์ วิจัย และต่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้อำนวยการโครงการ Ugly Veggies Thailand กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของ Ugly Veggies Thailand ว่า วิทยาลัยนานาชาติมีชุมชนเป้าหมาย คือ กลุ่มเกษตรกรอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ที่ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนด้าน Smart Farming เมื่อศึกษาไประยะหนึ่ง จึงพบว่าชุมชนมี Pain Point คือผักออร์แกนิกหรือผักอินทรีย์ที่ผลิตออกมาเมื่อคัดผักที่มีมาตรฐานตามความต้องการของตลาดประมาณ 50-70% แล้วจะเหลืออีก 30% ที่ทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ “ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มี
มีเท่าไหร่ไม่เคยพอ! ขายผักป่าผักพื้นบ้าน เจาะกลุ่มคนไกลบ้าน สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีขายเท่าไหร่ไม่เคยพอ! ผักป่า ผักบ้าน อย่าง ชะอม ดอกกระเจียว ผักเสี้ยว ผักแขยง ผักแพว ใบขี้เหล็ก ใบเหลียง ฯลฯ ผักที่เหมือนจะหากินง่าย แต่ไม่ง่ายในเมืองกรุง จุดนี้ทำให้ คุณสากล วงศา หรือ เจ้เอ๋ อายุ 52 ปี เจ้าของร้านผักป่าผักพื้นบ้านที่ตลาดสี่มุมเมือง และยังเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มเกษตรกรชุมชน จังหวัดนครนายก เกิดปิ๊งไอเดีย ขายผักพื้นบ้านผักป่าให้คนไกลบ้านได้กินให้หายคิดถึง ก่อนเข้าวงการขายผัก เจ้เอ๋ ทำอะไรมาก่อน อาชีพดั้งเดิมคือเปิดร้านสเตนเลส ที่นครนายก รับทำประตูรั้ว รับงานช่างต่างๆ แล้วก็ปลูกผักหวานบ้านควบคู่ไปด้วย โดยส่งให้พี่สาวที่มีร้านอยู่ตลาดสี่มุมเมืองขาย ตอนนั้นผักหวานบ้านที่ส่งไปขายเป็นที่ต้องการของตลาดฯ มากๆ เรียกว่าติดตลาดเลย มีเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ จึงเกิดแนวคิดรวมกลุ่มเกษตรกรชุมชนขึ้นมา ซึ่งผักที่ขายมาจากลูกไร่ในกลุ่มเกษตรกรชุมชน จังหวัดนครนายก โดยกลุ่มเกษตรกรชุมชนนี้เจ้เอ๋เป็นผู้รวบรวมและจัดตั้งขึ้นมาด้วยตัวเอง มีการช่วยเหลือกันในกลุ่มตั้งแต่สอนปลูก สอนหาต้นกล้า ไปจนถึงรับซื้อผลผลิต มีการนัดประช
กรมการค้าภายใน ผนึกกำลัง เซเว่น อีเลฟเว่น ช่วยเกษตรกรผู้ปลูกลำไย กระจายผลผลิตทั่วไทย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี เดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรภาคเหนือ ด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายที่มีศักยภาพให้กับเกษตรกรผู้ปลูกลำไยพันธุ์อีดอ ใน จ.ลำพูน และ จ.เชียงใหม่ เพื่อกระจายผลผลิตไปถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยคัดเลือกลำไยพันธุ์อีดอ เกรด AA เบอร์ใหญ่ เปลือกบาง เนื้อเยอะ เม็ดเล็ก รสชาติหวานฉ่ำ ชื่นใจ ได้รับมาตรฐาน GAP จำนวนกว่า 65 ตัน มาวางจำหน่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กว่า 13,000 สาขา นับว่าเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคได้เข้าถึงลำไยอีดอที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อย ขอเชิญชวนร่วมอุดหนุนพี่น้องกลุ่มเกษตรกรจากภาคเหนือได้ที่เซเว่นฯ ตั้งแต่วันนี้ ถึงกลางเดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ มีนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกร ผ่านกลยุทธ์ “3 ให้” ได้แก่ ให้ช่องทาง ให้ความรู้ และให้การเชื่อมโยงเครือข่าย พร้อมกันนี้ จะเดินหน้าให้การสนับสนุนผลผลิตของเกษตรกร จำหน่ายผ่านช
พรุ่งนี้ ไข่ไก่ ขึ้นราคา บวกอีก 20 สตางค์ต่อฟอง เป็นฟองละ 4 บาท สาเหตุจากต้นทุนการผลิตสูง เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด ออกประกาศปรับขึ้นราคาไข่คละหน้าฟาร์มฟองละ 20 สตางค์ คือปรับจากฟองละ 3.80 บาท เป็นฟองละ 4.00 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป ก่อนหน้านี้ นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ได้ออกมาระบุถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบให้ต้นทุนการผลิตไข่ไก่สูงขึ้น อยู่ที่ฟองละ 3.75 บาท หากขายที่ราคา 3.80 บาท อย่างที่ตรึงราคาไว้มาหลายสัปดาห์ จะทำให้เกษตรกรมีกำไรไม่ถึง 25 สตางค์/ฟอง ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ประสบภาวะขาดทุนจนทยอยเลิกเลี้ยงไปหลายราย โดยสาเหตุสำคัญมาจากทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ ถือเป็นต้นทุนหลักราว 60-70% ของต้นทุนทั้งหมด ได้ปรับราคาไปหลังจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน สภาวะเอลนีโญ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่กำลังส่งผลต่อธัญพืชต่างๆ ทั่วโลก ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลง เกิดการแ
