เกษตรกร
ยุคทองคนอยากทำเกษตร! เปิดลิสต์ 12 นวัตกรรม เปลี่ยนวิถีเกษตรไทยให้ทัน 6 เทรนด์โลก เทคโนโลยีและนวัตกรรม ช่วยให้การทำเกษตรในยุคดิจิทัลง่ายขึ้น ผลผลิตดีขึ้น ลดต้นทุน ทุ่นแรง สร้างตลาด ปรับเปลี่ยนการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่การเกษตรอัจฉริยะหรือเกษตรแม่นยำ จำเป็นต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากผู้ใช้งานอย่างเกษตรกรและธุรกิจเกษตร เพื่อให้เกิดการแพร่กระจายและการใช้งานผลิตภัณฑ์และบริการจากสตาร์ตอัปเกษตรไทย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพลิกโฉมเกษตรของไทยสู่การเติบโตไปอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมา “สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA” มุ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การทำเกษตรกรรมผ่านหลากหลายโครงการ ตั้งแต่ต้นแบบจนถึงการนำไปใช้จริงและการขยายผล เช่น โครงการ Inno4Farmers โครงการ AgTechConnext โครงการ AgGrowth ย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหารแม่โจ้ ฯลฯ และยังเป็นผู้เชื่อมโยงความล้ำสมัยในหลากหลายด้านไปสู่ไร่นา ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ หรือแม้แต่กระทั่งพื้นที่เล็กๆ ในเมืองให้สามารถทำการเกษตรได้แบบไร้ข้อจำกัด เอ็นไอเอ พาส่อง 6 เทรนด์นวัตกรรมเกษตรจาก 12 ฝีมือสตาร์ตอัปไทยดาวรุ่ง ดังนี้ เทรนด์
ฝาก 500 บาท ลุ้น 20 ล้าน! สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดเกษตรมั่นคง 4 วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท จองสิทธิผ่านระบบ ธ.ก.ส. 13-18 มีนาคม 2566 ธ.ก.ส. เปิดรับฝาก “สลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดเกษตรมั่นคง 4” หน่วยละ 500 บาท จำนวน 200 ล้านหน่วย วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท ฝากครบ 3 ปี ได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 5 บาท พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ 20 ล้านบาท และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่า 107 ล้านบาทต่อเดือน สามารถใช้สิทธิจองสลากได้ก่อนใครผ่านระบบ ธ.ก.ส. ในวันที่ 13-18 มีนาคม 2566 วันที่ 1 มีนาคม 2566 นายมานพ จินาไหม ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. เปิดรับฝาก “สลากออมทรัพย์ทวีสิน ชุดเกษตรมั่นคง 4” จำนวน 200 ล้านหน่วย หน่วยละ 500 บาท รวมวงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อให้ลูกค้าผู้ฝากสลากออมทรัพย์ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนสามารถฝากเงินกับ ธ.ก.ส. ได้ต่อเนื่อง และเป็นทางเลือกในการออมเงิน สำหรับผู้ที่สนใจฝากเงินประเภทสลากออมทรัพย์ที่ได้รับดอกเบี้ยและมีสิทธิ์ลุ้นเงินรางวัล โดยไม่เสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก โดยแบ่งการเปิดรับฝากเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 เปิดรับฝากวันที่ 20-23 มีนาคม 2566 วงเงินรับฝาก 7
รัฐ มอบ ธ.ก.ส. จ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผ่าน 4 โครงการ วงเงินรวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีรายได้และสภาพคล่องในการใช้จ่าย รวมถึงเปิดโอกาสให้เกษตรกรมีทางเลือกในการขายข้าวเปลือกในราคาที่สูงขึ้น หรือเหมาะสมสอดคล้องกับต้นทุนการผลิต วงเงินรวม 81,265 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 กันยายน 2566 โดยมีเป้าหมายเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 4.68 ล้านครัวเรือน ประกอบด้วย มาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร ได้แก่ 1) โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาทต่อครัวเรือน 2) โครงการประกัน
น้ำท่วม ฤดูฝนนี้ ข้าวนาปี คาดเสียหายกว่า 3 พันล้านบาท ภาวะน้ำท่วมในหลายภูมิภาคของไทยที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อผลผลิตพืชเกษตรฤดูฝนอย่างข้าวนาปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวนาปีกำลังทยอยออกสู่ตลาด โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งมีผลผลิตข้าวหอมมะลิจำนวนมาก และเป็นพื้นที่ที่พายุเข้าสู่ประเทศไทยจึงมีฝนตกหนัก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด มูลค่าความเสียหายของข้าวนาปีจากน้ำท่วมในช่วงเดือนส.ค.-ต.ค. 2565 น่าจะอยู่ที่ราว 2,900-3,100 ล้านบาท และอาจดันราคาข้าวเฉลี่ยในช่วงนี้ให้ประคองตัวในระดับสูงที่ราว 10,000-11,000 บาทต่อตัน ทั้งนี้ เดือนต.ค. 2565 ไทยน่าจะยังได้รับอิทธิพลจากพายุเขตร้อนอยู่ ดังนั้น ยังต้องจับตาระดับความรุนแรง/จำนวนลูกของพายุ ซึ่งหากมีความรุนแรงเพิ่มจนทำให้พื้นที่ข้าวนาปีได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างขึ้น ก็อาจทำให้มูลค่าความเสียหายสูงกว่ากรอบบนที่ประเมินไว้เบื้องต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด ปี 2565 ภาพรวมผลผลิตข้าวรวมทั้งปีอยู่ที่ราว 31.2-32.2 ล้านตัน ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ราว 31.7 ล้านตัน โดยเป็นผลผลิตข้าวนาปี 24-25 ล้านตัน ลดลง 5.3-9.1% (YoY) และผลผลิตข้าวนาปรั
เปรี้ยว หอมโดนใจ มะนาวแป้นบ้านแพ้ว มีเท่าไหร่ขายหมด ขายได้สูงสุดวันละ 20 ตัน โกยเหนาะๆ 6 ล้านต่อเดือน เพราะเติบโตมาในครอบครัวชาวสวนที่ปลูกมะนาวแป้นในอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ทำให้ คุณเทวี จิวสุวรรณ หรือ เจ๊วี วัย 59 ปี ชำนาญเรื่องการปลูกมะนาวแป้นเข้าไปถึงระดับ DNA เมื่อต้องรับช่วงต่อ เจ๊วีก็ได้ลองมาเปิดแผงขายมะนาวแป้นที่ตลาดขายส่งชื่อดัง จนขายดิบขายดีถึงขนาดมองหาลูกสวนที่ปลูกมะนาวแป้นเหมือนกัน เพื่อให้ผลผลิตมีจำหน่ายเพียงพอ โดยสามารถขายได้สูงสุดวันละ 20 ตัน มะนาวแป้นบ้านแพ้ว คุณภาพเยี่ยม เจ๊วี เล่าว่า หลังได้มาเปิดแผงขายมะนาวแป้นที่ตลาดสี่มุมเมือง ลูกค้าให้การตอบรับดีมาก เพราะต่างติดใจในผลผลิต เปลือกบาง ให้น้ำเยอะ เปรี้ยว และมีกลิ่นหอม จึงทำให้ความต้องการมะนาวมีมากขึ้น และมะนาวที่ปลูกเองก็เริ่มไม่พอขาย “เจ๊เริ่มมองหาลูกสวนอื่นๆ ที่ปลูกมะนาวแป้นและอยู่บ้านแพ้วเหมือนกันมาเสริม เพื่อให้จำนวนมะนาวมากพอต่อความต้องการของลูกค้าที่มีเพิ่มขึ้นทุกปี แล้วเจ๊ก็ผันตัวเองมาเป็นคนกลางรับซื้อมะนาวแป้นด้วย นอกจากกระจายรายได้ให้สวนเล็กสวนน้อยที่ไม่สามารถหาตลาดเพื่อขายผลผลิตของตัวเองได้ ยังไ
มีเงินหมื่น เลี้ยงครอบครัว! สวนผักหลังบ้าน อาชีพทำกิน ของอดีตช่างซ่อมคอมพ์ บริเวณบ้าน 1 หลัง เราแบ่งพื้นที่ทำอะไรกันบ้าง หากนึกไม่ออก ลองดู สวนผักหลังบ้าน ของ คุณปรเมนทร์ ประมะโข หรือ ต้น อายุ 26 ปี อดีตช่างซ่อมคอมพ์ ที่หันหน้ากลับบ้านเกิดจังหวัดร้อยเอ็ด มายึดอาชีพเกษตรกรปลูกผักสลัด และขายเมล็ดพันธุ์ เลี้ยงครอบครัว 2 ปีเต็ม คุณต้น เล่าให้ฟัง เคยทำงานประจำเป็นช่างซ่อมคอมพ์อยู่จังหวัดมหาสารคามนาน 2 ปี จากนั้นเดินทางกลับบ้านเกิดจังหวัดร้อยเอ็ด มายึดอาชีพค้าขาย เพาะเห็ดฟาง หรือทำทุกอย่างที่ได้เงิน ก่อนต่อยอดปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ แต่ไม่ค่อยมีเวลาดูแล จึงผันตัวมาปลูกผักสลัดแทน โดยใช้พื้นที่หน้าบ้าน 2 งาน หลังบ้าน 2 งาน เป็นแปลงปลูก ปลูกผักสลัดหลากหลายสายพันธุ์ เช่น กรีนโอ๊ก เรดโอ๊ก ผักสลัดแก้ว คอส บัตเตอร์เฮดก็มี และผักกาดหอมอิตาลี “ตอนแรกไม่ได้ชอบปลูกผักครับ คนที่บ้านเขาปลูกกันแต่ไม่มีใครทำเป็นชิ้นเป็นอัน ผมเห็นพื้นที่หน้าบ้านหลังบ้านว่าง จะทำเป็นสวนหย่อมไปทำไม เรากินผักไม่ได้กินหญ้า เลยปลูกผักประดับซะเลย” คุณต้น เล่าถึงไอเดีย ขั้นตอนการปลูกผักสลัดของคุณต้น เริ่มด้วยการเพาะเมล็ดใน
เรียกเจ๊สิคะ! ลูกแม่ค้า ชีวิตพลิก ขายต้นหอมท้ายรถ กวาดรายได้หลายล้าน จากชีวิตลูกแม่ค้าในตลาด สู่เจ้าของธุรกิจขายต้นหอมท้ายรถ รายได้ 6,000,000 บาทต่อเดือน เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นมาจาก คุณชลลดา ชมภูนุช อายุ 37 ปี หรือที่ใครๆ เรียกว่า เจ๊ส้ม ชีวิตของเธอเติบโตมาในตลาด เพราะพ่อแม่นำมะละกอมาขายส่งอยู่ที่นั่น “รายได้ตอนนั้น ไม่ได้มากมายอะไร แค่พออยู่ได้ ตอนอายุ 16 ย่าง 17 ปี ก็ไม่ได้เรียนต่อ เพราะมีครอบครัว กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตทันที ต้องยืนได้ด้วยตัวเอง เลยตัดสินใจเข้ามาหาอาชีพในตลาดสี่มุมเมือง ด้วยเงินติดตัวแค่ 3,000 บาท” เจ๊ส้ม เล่าให้ฟัง งานแรกของเจ๊ส้ม คือ รับจ้างตัดผักขายท้ายรถ 2-3 ตันต่อวัน ได้ค่าแรงราวๆ 250 บาท/คัน ในระหว่างทำงานเธอใช้ทั้งความพยายาม ความอดทน รวมทั้งเก็บเงินไปพร้อมๆ กับเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทำแบบนั้นอยู่ 5-6 ปี ก็เริ่มรู้จักพ่อค้าแม่ค้าและชาวสวนมากขึ้น จึงตัดสินใจนำเงินเก็บไปออกรถกระบะมือสอง 1 คัน และเริ่มผันตัวเองมารับซื้อผักโดยตรงจากชาวสวน “ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันเจ๊วิ่งรถนำผักเข้ามาขายในตลาดสี่มุมเมือ
เช่าที่ปลูกผัก จ่ายเดือนละร้อยนิดๆ ดูแลให้ตั้งแต่หว่านเมล็ด ยันเก็บเกี่ยวผลผลิต Farmday คือ นิคมอุตสาหกรรมเกษตรย่อมๆ ในจังหวัดสระบุรี เปิดให้บริการเช่าแปลงปลูกผัก ดูแลให้ตั้งแต่หว่านเมล็ด ยันเก็บเกี่ยวผลผลิต และส่งตรงถึงมือลูกค้า ไอเดียนี้มาจาก คุณเจ-จักริน ฉัตรรุ่งเรืองชัย เจ้าของร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด อ่านเพิ่มเติม เช่ากิ่งทุเรียน จ่ายรายเดือนละไม่กี่ร้อย ได้เกรดพรีเมี่ยม ราคาถูกกว่าท้องตลาด “ผมเปิดสวนอาหารในมวกเหล็ก แต่เจอพิษโควิดทำให้ไปต่อไม่ได้ เลยปรับมาเปิดร้านพิซซ่า แต่ก็ขายได้ไม่ดี ลูกค้าน้อย จึงกลับมาเปิดสวนอาหารช่วงกลางคืนเหมือนเดิม เพราะมีช่วงหนึ่งสถานการณ์ดีขึ้น แต่ทำได้ไม่นานเจอโควิดอีกรอบเลยเปลี่ยนมาขายหมูกระทะ สักพักโดนปิดอีก ให้ขายดีลิเวอรี่ซึ่งทำไม่ได้อยู่แล้ว ผมและลูกน้องกลายเป็นคนตกงานทันทีในเดือนเมษายนที่ผ่านมา” คุณเจ เล่าถึงผลกระทบ ก่อนเล่าต่อ ได้พูดคุยกับพนักงานเกือบ 10 ชีวิต เพื่อหาทางออก ถึงรู้ว่าพนักงานทุกคนเป็นลูกหลานเกษตรกร บางคนทำนา เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู มาก่อน เมื่อเห็นจุดแข็งเลยชวนกันมาทำเกษตร “ผมกลับบ้านทุกสัปดาห์ ระหว่างทางกรุงเทพฯ ไปมวกเหล็กต
ทำเกษตร บนที่ดิน 7 ไร่ ปลูกผัก เลี้ยงเป็ด-ไก่-ปลา แบ่งกิน แบ่งขายได้ 2 ทาง จากแปลงผักบนดาดฟ้าอพาร์ตเมนต์ ย่านสาทร สู่ฟาร์มเกษตร บนพื้นที่ 7 ไร่ ใน อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ทั้งหมดนี้ เริ่มต้นโดย คุณวี-วีรวรรณ กตัญญูวิวัฒน์ วัย 40 ปี เจ้าของอพาร์ตเมนต์ เจ้าของธุรกิจนำเข้าวัสดุก่อสร้าง และเกษตรกรรุ่นใหม่ จุดเริ่มต้น เป็นเกษตรกรหน้าใหม่ ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน คุณวี เริ่มสนใจปลูกผัก เพราะมีคุณอาเป็นต้นแบบ โดยชอบปลูกผักสวนครัวใส่ถังสี หรือกระบะเล็กๆ ไว้ริมระเบียง เมื่อคุณอาเสียชีวิต เธอจึงเข้ามารับช่วงต่อ ขยับขยายแปลงผัก จากระเบียงขึ้นไปบนดาดฟ้า ใช้นั่งร้านต่อเป็นกระบะผัก ทำระบบน้ำอัตโนมัติ และเปลี่ยนจากผักสวนครัว มาปลูกผักสลัด แบบออร์แกนิก ในชื่อ “Baanrim Rooftop Farm (บ้านริม รูฟท็อป ฟาร์ม)” บ้านริม รูฟท็อป ฟาร์ม ปลูกผักสลัด 7 ชนิด คือ กรีนโอ๊ก เรดโอ๊ก เรดคอรัล คอส บัตเตอร์เฮด ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก ผักสลัดแก้ว และหมุนเวียนปลูกผักชนิดอื่น ส่งขายตามร้านอาหาร 50% และขายปลีกให้ลูกค้าทั่วไป ที่ชื่นชอบการกินผักสลัด อีก 50% แม้ผลตอบรับจะดีมาก แต่คุณวี แอบพบปัญหา ผลผลิตทางการเกษตรสวิง บางช่วงผ
ผู้เลี้ยงไก่ เจอวิกฤตซ้อนวิกฤต! จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา ไก่หน้าฟาร์ม กก.ละ 3 บาท วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 นางฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณามาตรการสนับสนุนต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ให้มีการนำเข้าในส่วนที่ขาดแคลน และยกเลิกอุปสรรคการนำเข้า เช่น ภาษีและโควต้านำเข้า และให้ราคาเนื้อปรับขึ้นลงตามกลไกการตลาดและมีมาตรการป้องกันโรคที่เคร่งครัด เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตและส่งออกเนื้อไก่ของไทยตามมาตรฐานสากล สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้กับผู้บริโภค โดยล่าสุด จำเป็นต้องปรับราคาไก่หน้าฟาร์ม เป็น 42 บาทต่อกิโลกรัม จากเดือนมกราคม 2565 ที่ราคา 39 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้เกษตรกรไม่ขาดทุน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าราคาเนื้อไก่และชิ้นส่วนต่างๆ ในตลาดสด ณ วันที่ 28 เมษายน 2565 ไก่ทั้งตัวเฉลี่ยต่อกิโลกรัมอยู่ที่ 75 บาท อกไก่ 85 บาท น่องไก่ 65 บาท ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนการเลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้น “ช่วงที่ภาคปศุสัตว์ต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตซ้อนวิกฤตจากโรคระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกต่อเนื่องมากกว่า 2 ปี และผลกระทบจา
