เกษตรกร
ธ.ก.ส. พักหนี้เกษตรกร เปิดให้ขอสินเชื่อฉุกเฉิน-เสริมสภาพคล่อง 29 ม.ค.นี้ บอร์ด ธ.ก.ส. สั่งเร่งขับเคลื่อนนโยบายช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทั้งการพักชำระหนี้ต้นเงินกู้เกษตรกร 1 ปี ผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกร ผู้กู้เงินสินเชื่อฉุกเฉิน 6 เดือน และผู้เข้าร่วมโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบ 1 ปี พร้อมเติมเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นผ่านสินเชื่อฉุกเฉินให้กับเกษตรกรและครอบครัว วงเงินกู้รายละไม่เกิน 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.1% ต่อเดือน ปลอดชำระหนี้ 6 เดือน และสินเชื่อฉุกเฉินเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกร อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี เริ่มเปิดรับคำขอสินเชื่อ 29 ม.ค.นี้ คุณสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 เห็นชอบมาตรการและมอบหมาย ธ.ก.ส. เร่งให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ในประเทศไทย โดยพักชำระหนี้ให้กับสัญญาเงินกู้ที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2564 ในพื้นที่ 28 จังหวั
พริกแพง กระทบร้านอาหาร ขู่ขึ้นราคา เมนูละ 5-10 บาท จากกรณีมีประชาชนในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา ร้องเรียนว่า พริกขี้หนูในตลาดสดมีราคาสูงขึ้น เนื่องจากภาคใต้ถูกน้ำท่วมหนัก เกษตรกรปลูกพริกส่งขายไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อราคาพริกขี้หนูในหลายพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 27 มกราคม 2564 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้รับร้องเรียนจากพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านส้มตำ และร้านยำในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลว่า ราคาพริกสดปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะพริกขี้หนูแดง ล่าสุด อยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 200-250 บาท จากปกติ กก. 120-150 บาท ส่งผลให้ร้านอาหารเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะร้านขายยำ และส้มตำที่ใช้พริกเป็นวัตถุดิบจำนวนมาก ขณะที่ตลาดซบเซา ประชาชนไม่ค่อยออกมาจับจ่าย จากการระบาดของโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจไม่ดี หากราคาพริกยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม่ค้าส้มตำอาจต้องปรับขึ้นราคาขายอีกครกละ 5 บาท ส่วนร้านยำก็อาจขอขึ้นราคาเมนูละ 5-10 บาท จากการสอบถามพ่อค้าขายพริกและผักสดในตลาด พบว่า ราคาพริกขยับขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกบางแห่
ช่างเสริมสวยแพ้สารเคมี เบนเข็มผลิต ชา-กาแฟกระวาน สินค้าแปรรูปเมืองจันท์ การเกิดเป็นลูกสาวช่างตัดเสื้อฝีมือระดับกรรไกรทอง เจ้าของสถาบันตัดเสื้อ รวมถึงร้านเสริมสวย ทำให้ คุณกิ๊ฟ-กนกวรรณ ธนพัฒนากุล วัย 32 ปี เดินตามรอยพ่อแม่ กลับมาสานต่อกิจการร้านเสริมสวย แต่ทว่าเธอกลับแพ้สารเคมีที่ใช้ในการทำผม จนต้องเข้ารับการรักษา พยายามอย่างเต็มที่ถึง 5 ปี จนที่สุดถึงจุดเปลี่ยนให้ทิ้งอาชีพช่างเสริมสวยไว้ข้างหลัง แล้วหันมาเริ่มต้นใหม่ เปิดร้านกาแฟ “มุมพอดี” คุณกิ๊ฟ เล่าย้อนให้ฟังว่า หลังเรียนจบ ม.6 ได้ศึกษาต่อในโรงเรียนเสริมสวย และอาศัยช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ศึกษาต่อระดับชั้นปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จากนั้นเลือกกลับมาดูแลกิจการที่บ้าน เพราะทางครอบครัวมองแล้วว่า ในอนาคตร้านตัดเสื้อในจังหวัดจันทบุรี จะไม่ได้รับความนิยม ด้วยมีราคาสูง และคนนิยมไปซื้อตามห้างสรรพสินค้ามากกว่า จึงเลือกทำร้านเสริมสวย “ในแต่ละวันต้องอยู่กับสารเคมี ผมลูกค้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น การใช้น้ำยาต่างๆ จึงไม่เท่ากัน มีทั้งมากและน้อย อาการที่เห็นได้ชัด คือ คันตามผิวหนัง แสบตา ส่วนมากช่างเสริมสวยจะม
น้ำมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ สินค้าเกษตรแปรรูป ส่งตรงจากสวนมะพร้าว จ.ราชบุรี เป็นเวลากว่า 6 ปี ที่ คุณโจ-ธราพงศ์ และคุณเอ๋-รุ้งนภา วงศ์วัฒนากิจ สองสามีภรรยา ลุกขึ้นมาวางอนาคตร่วมกันเป็นเกษตรกรทำสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ในจังหวัดราชบุรี “Gardener House” จนได้เครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ รวมถึงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ได้สำเร็จ คุณโจและคุณเอ๋ ทั้งคู่ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ที่ไม่เคยทำงานด้านการเกษตรมาก่อน จนกระทั่งแต่งงานกัน เป็นจุดเริ่มต้นให้เปลี่ยนแนวคิด ทำอาชีพเสริมด้านเกษตร เพราะเป็นเส้นทางที่ตอบโจทย์ชีวิต แม้คุณโจจะไม่ได้เป็นเกษตรกรเต็มตัว เพราะยังมีงานประจำเป็นวิศวกร แต่ก็ช่วยกันกับภรรยา เนรมิตโรงเรือนเลี้ยงหมูเก่า 4 ไร่ ของพ่อกับแม่ ให้กลายเป็นร่องสวนเมื่อปี 2557 แล้วปลูกมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์สายพันธุ์ก้นจีบ 156 ต้น ในตอนแรกตั้งใจว่า จะนำผลผลิตที่ได้ไปจำหน่ายเป็นลูกๆ ให้ลูกค้าได้กินน้ำมะพร้าวสดๆ แต่จากการศึกษาและสำรวจ คุณโจได้เห็นปัญหาของลูกค้า ไม่มีใครอยากซื้อมะพร้าวเป็นลูกมาเก็บไว้ “ตอนแรกผมตั้งใจขายมะพร้าวเป็นลูก แต่ศึกษาแล้ว ผู้บริโภคไม่สามารถซื้อมะพร้าวเป็
ธ.ก.ส. ออกมาตรการ ช่วยเกษตรกร จัดการหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.63 นายภานิต ภัทรสาริน ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. มุ่งสนับสนุนให้เกษตรกรและประชาชนในภาคชนบทมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยส่งเสริมทั้งด้านความรู้ในการประกอบอาชีพ และเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ประชาชนบางส่วนว่างงานหรือไม่สามารถขายผลผลิตได้ตามปกติ ทำให้ไม่มีรายได้ จนนำไปสู่ปัญหาการกู้เงินนอกระบบ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหาดังกล่าว ธ.ก.ส. จึงได้ออกมาตรการจัดการหนี้ นอกระบบอย่างยั่งยืน จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1) โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน สำหรับชำระหนี้นอกระบบ วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท เว้นแต่กรณีมีวัตถุประสงค์ในการสงวนที่ดินทำกินที่ลูกหนี้ใช้ที่ดินในการจำนองไม่เกินรายละ 150,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี ระยะเวลาชำระหนี้ 10 ปี สูงสุดไม่เกิน 12 ปี พร้อมรับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองสินเ
ซีพีเอฟ ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกร มองโรคระบาดทำสุกรขาดตลาด ส่งผลให้ราคาปีหน้ายังยืนสูง เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” มองโครงสร้างอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จะยั่งยืนได้ต้องมีการวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่บริหารต้นทุนให้ลดลง จากการสรรหาวัตถุดิบ การพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้มาซึ่งพันธุ์ที่แข็งแรง และการเลี้ยงสุกรที่ต้องมีมาตรฐานอาชีวอนามัยเพื่อป้องกันโรคระบาด นอกเหนือไปจากการมีฟาร์มและการจัดการการเลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมแหล่งน้ำในการผลิตที่เพียงพอ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ โรคระบาดในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ทั้งโรคเพิร์ส (PRRS) และโดยเฉพาะโรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ (ASF) ที่ทำให้การเลี้ยงสุกรในประเทศจีนและเวียดนามเสียหาย ส่งผลให้เกิดภาวะสุกรขาดตลาดอย่างมาก การพยายามกลับมาเลี้ยงใหม่ ก็อาจจะยังประสบความเสียหายได้หากระบบการเลี้ยงไม่มีมาตรการป้องกันด้านอาชีวอนามัยที่เคร่งครัด ซีพีเอฟจึงมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนามาตรฐานการเลี้ยงที่มีมาตรฐานอา
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อฉุกเฉิน ช่วยเกษตรกรประสบอุทกภัย รายละไม่เกิน 50,000 บาท นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้มีปริมาณฝนตกสะสม เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่มและลมกระโชกแรง สร้างความเสียหายกับผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนทรัพย์สินที่อยู่อาศัยของเกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป ธ.ก.ส. จึงได้กำหนดแนวทางการช่วยเหลือพร้อมมอบหมายให้ ธ.ก.ส. ในพื้นที่เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดังนี้ กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ได้มอบหมายให้พนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่ ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจลูกค้า พร้อมจัดหาถุงยังชีพเพื่อนำไปมอบให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนที่เดือดร้อน โดยเบื้องต้นได้ส่งถุงยังชีพช่วยเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา จำนวนกว่า 8,518 ชุด และเข้าไปสนับสนุนศูนย์อพยพหรือจุดรวมพลต่างๆ เช่น จัดหาอาหาร น้ำดื่ม บริการสุขาเคลื่อนที่ เต็นท์สนาม รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น ค่าเช่าเรือ ค่าเช่ารถบรรทุก ค่าแรงงาน เป็นต้น และหลังจากสถานการณ์ค
ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงินสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2563 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพาณิชย์ และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ได้เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี เพื่อที่จะมีโอกาสขายข้าวในราคาที่สูงและมีรายได้มากขึ้น โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 รอบที่ 1 กับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในอัตราไร่ละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาทต่อครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 28,046.82 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกรจำนวน 4.56 ล้านครัวเรือน โดยในวันนี้ (1 ธันวาคม 2563) ธ.ก.ส. ได้โอนเงินดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรโดยตรงแล้วกว่า 400,000 ครัวเรือน เป็นจำนวนเงินกว่า 1,600 ล้านบาท
เปิดผลสำรวจ เกษตรกร ร้อยละ 25 มีแผนเลิกอาชีพ หากไร้สารทดแทน พาราควอต สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ. 2563 ฉลองครบรอบ 43 ปี จัดเสวนา “ก้าวต่อไปอย่างไร เมื่อเกษตรไทยไร้พาราควอต” พร้อมเปิดผลสำรวจเกษตรกรทั่วไทย ตะลึงร้อยละ 25 คาดเลิกอาชีพเกษตรหากไร้สารทดแทนพาราควอต มุมมองด้านกฎหมาย รัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจกระทำผิดกฎหมายสูงสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 73 กลุ่มเกษตรกรเตรียมปรึกษาฝ่ายกฎหมายต่อไป ดร.จรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า รอบปีที่ผ่านมา ประเด็นสารกำจัดวัชพืช พาราควอต ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรมากที่สุด เนื่องจากเป็นประเด็นถกเถียงถึงความอันตรายของสารดังกล่าว ว่าเป็นจริงหรือไม่ จึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในหลายด้านและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นในสาธารณชนในหลายด้าน ได้แก่ การตกค้างของพาราควอต กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงแล้วว่า ไม่พบการตกค้างในพืช ผัก ผลไม้ ประเด็นโรคเนื้อเน่า ได้ตรวจสอบไม่พบพาราควอต แต่พบแบคทีเรียเป็นเหตุของโรคดังกล่าว ประเด็นการพบพาราควอตในขี้เทาทารก ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนใ
3 วิธีทำปุ๋ยหมัก ใช้ได้ทั้ง เศษอาหาร เศษผักผลไม้ ฟางข้าว และเศษขยะต่างๆ หากใครที่กำลังเริ่มต้นปลูกพืชผักอยู่แล้วล่ะก็ แต่ยังไม่รู้วิธีทำปุ๋ยหมัก เพจ ธกส BAAC Thailand ของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้โพสต์วิธีทำปุ๋ยหมัก ที่ใช้ได้ทั้ง เศษอาหาร เศษผักผลไม้ ฟางข้าว และเศษขยะต่างๆ ทำเองได้ไม่ยาก นอกจากจะลดปริมาณขยะมูลฝอยในครัวเรือนลงแล้ว ยังช่วยบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ ทำให้พืชผักผลไม้เจริญงอกงามอีกด้วย ปุ๋ยหมักพืชสด ส่วนผสม ดังนี้ พืชสด 2 กระสอบ มูลสัตว์ 2 กระสอบ แกลบดำ 2 กระสอบ หัวเชื้อจุลินทรีย์ 1 ขัน 2. ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร ส่วนผสม ดังนี้ เศษอาหารแห้ง 1 ส่วน มูลสัตว์ 1 ส่วน ใบไม้ 1 ส่วน 3. ปุ๋ยหมักจากฟางข้าว ส่วนผสม ดังนี้ ฟางข้าว หรือตอซังข้าว 500-1,000 กิโลกรัม น้ำหมักชีวภาพที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต 5-10 ลิตรต่อไร่ ขอบคุณข้อมูลจาก เพจ ธกส BAAC Thailand
