เกาหลีใต้
เอเอฟพีรายงานว่า สำนักงานเลขานุการกรุงโซลเดินหน้าออกเทศบัญญัติใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาพนักงานไม่ให้ทำงานหนักเกินไปซึ่งกำลังเป็นปัญหาเรื้อรังในประเทศเกาหลีใต้ที่มีค่าเฉลี่ยเวลางานมากที่สุดในโลก เทศบัญญัติจะบังคับให้ต้องปิดคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป เฉพาะวันศุกร์ เพื่อบีบบังคับให้พนักงานต้องเลิกทำงาน เนื่องจากต้องการยุติธรรมเนียมการปฏิบัติการล่วงเวลาหรือโอที ซึ่งจากค่าเฉลี่ยพบว่าพนักงานรัฐเกาหลีใต้ทำงานเฉลี่ย 2,739 ชั่วโมงต่อปี มากกว่าพนักงานรัฐในประเทศพัฒนาแล้วถึง 1,000 ช.ม. ขณะที่รัฐสภาเกาหลีใต้เพิ่งผ่านกฎหมายจำกัดเวลาการทำงานเหลือสัปดาห์ละไม่เกิน 52 ช.ม. จากเดิม 68 ช.ม. การประกาศใช้เทศบัญญัติดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 เฟส ในช่วงเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 30 มี.ค.นี้ คอมพิวเตอร์ในออฟฟิศทุกแห่งทั่วกรุงโซลจะต้องปิดก่อนเวลา 20.00 น. และเดือนต่อไปจะต้องปิดก่อนเวลา 19.30 น. และ 19.00 น. ในเดือนมิ.ย.นี้ แต่สามารถให้ยกเว้นได้ในกรณีจำเป็น ซึ่งล่าสุดมีพนักงานของรัฐยื่นขอผ่อนผันหรือยกเว้นแล้วถึงร้อยละ 67.1 ขณะเดียวกันสำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีเหนือ เปิดตัวเลขการแต่งงานของประชากรใน
สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้รายงานว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติเกาหลีใต้มีมติรับรองกฎหมายมาตรฐานแรงงาน หลังจากที่มีการเรียกร้องให้ลดจำนวนชั่วโฒงการทำงานของลูกจ้างสูงสุดที่ 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลดลงจาก 68 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยภายใต้การแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงานนี้ จะกำหนดให้มีชั่วโฒงการทำงานที่ 40 ชั่วโมงในวันธรรมดา และจำกัดช่วงโมงการทำงานล่วงเวลาที่ 12 ชั่วโมง โดยการทำงานในวันหยุด หรือวันเสาร์-อาทิตย์นั้นจะถูกนับเป็นการทำงานล่วงเวลา ทั้งนี้การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้นั้นจะเริ่มใช้กับบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 300 คนขึ้นไปในวันที่ 1 ก.ค. นี้ ขณะที่บริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 50-299 คน ให้เริ่มใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2020 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้า ส่วนบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 5-49 คน ให้เริ่มใช้วันที่ 5 ก.ค.2021 สำหรับการแก้ไขกฎหมายมาตรฐานแรงงานของเกาหลีใต้ในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในแคมเปญหาเสียงของประธานาธิบดี มุน แจอิน ที่มุ่งเป้าช่วยและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของแรงงานให้ดีขึ้น และช่วยการสร้างงานด้วย อย่างไรก็ตามกฎหมายดังกล่าวมีข้อยกเว้นชั่วโมงการทำงานสำหรับธุรกิจบางประเภทด้วยอาทิ การบริการขนส่งมวลชน บุคลากรให้
เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายพนม ซำเผือก ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการรวมกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงนอกฤดูกาลเป็นเกษตรแปลงใหญ่พื้นที่กว่า 3,000 ไร่ เพื่อการส่งออกและพัฒนาคุณภาพของผลผลิตให้ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะการห่อผลมะม่วงเพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืช ทำให้มีผิวสวยงามเป็นจุดขายสำคัญจนกลายเป็นที่นิยมของตลาดต่างประเทศเป็นอย่างมาก ล่าสุดตัวแทนบริษัทส่งออกชาวเกาหลีใต้ได้เดินทางมาเจรจาติดต่อเพื่อซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดเอ ราคากิโลกรัมละ 120-130 บาท สัปดาห์ละ 9-10 ตัน แต่ผลผลิตไม่เพียงพอในการจำหน่าย โดยบริษัทผู้นำเข้าจากเกาหลีใต้ได้แจ้งว่า ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนตลาดและย้ายฐานการรับซื้อจากประเทศเวียดนาม เนื่องจากพบว่าผลผลิตในประเทศไทยมีคุณภาพและรสชาติดีกว่า จากการผลิตที่มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานจีเอ็มพี และปลอดสารพิษ “ขณะนี้พื้นที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่มีผลิตนอกฤดูกาลมีเฉพาะในพื้นที่ อ.สามร้อยยอด และ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น ทำให้ส่งผลดีกับมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่ตกเกรดมีราคาสูงขึ้น ข
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยรายงานสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ว่า ตามที่รัฐบาลสาธารณรัฐเกาหลี อนุญาตให้นำเข้าไข่ไก่สดจากต่างประเทศเป็นกรณีพิเศษ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนไข่สดในตลาด เนื่องจากการแพร่ขยายของไข้หวัดนก ประเทศไทยโดยความร่วมมือของสถานเอกอัครราชทูตไทยและสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล ยื่นหนังสือแสดงความจำนงในการส่งออกไข่สดไทยไปยังเกาหลีใต้ โดยผ่านขั้นตอนการตรวจสอบต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกระทรวงเกษตรของเกาหลีใต้ ประกาศว่า ไข่ไก่สดจากไทยจะส่งออกไปยังเกาหลีใต้ได้ภายในเดือนมิ.ย. 2560 “นับเป็นครั้งแรกที่ไข่ไก่สดจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในเกาหลีใต้ ซึ่งไข่ไก่สดจากประเทศไทยจำนวน 2 ล้านฟองจะมาถึงเกาหลีใต้โดยทางเรือสัปดาห์นี้ บริษัทผู้นำเข้าคาดการณ์ว่า เกาหลีใต้จะนำเข้าไข่ไก่สดจากประเทศไทยจำนวน 2-2.3 ล้านฟองต่อสัปดาห์ โดยไข่ไก่สดที่นำเข้าจากประเทศไทยจะจำหน่ายที่ราคาฟองละ 100 วอน หรือ 0.09 เหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยในท้องตลาดของเกาหลีใต้ ซึ่งไข่ไก่สด 1 แผง (จำ
รอยเตอร์ รายงานว่า กระทรวงความปลอดภัยด้านอาหารและยาของเกาหลีใต้ ประกาศจะนำเข้าไข่ไก่จากประเทศไทยตั้งเเต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป หลังเกาหลีใต้ต้องประสบกับภาวะขาดเเคลนไข่ไก่อย่างหนัก จากวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ซึ่งทำให้ต้องกำจัดไก่จำนวนหลายล้านตัว เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา แถลงการณ์ของกระทรวงระบุว่า ทั้ง 2 ชาติได้บรรลุขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจาในเรื่องเงื่อนไขที่จะเปิดทางให้มีการนำเข้าไข่ซึ่งรวมถึงใบรับประกันด้านสาธารณสุขด้วยโดยหวังว่าการนำเข้าไข่จากไทยจะช่วยแก้ปัญหาไข่ในประเทศขาดแคลนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ประกาศจะนำเข้าไข่ไก่จากเดนมาร์กด้วย ทั้งนี้ เกาหลีใต้มีการนำเข้าไข่สดจาก 7 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลียและสเปน เเละมีการนำเข้าไข่จากสหรัฐเป็นครั้งเเรกหลังเหตุไข้หวัดนกระบาด ด้านข้อมูลจาก บริษัทโคเรียอะโกร-ฟิชเชอรีส์แอนด์ฟู้ด คอร์ป เปิดเผยว่า ราคาขายปลีกไข่ 30 ฟองเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. อยู่ที่ 7,967 วอน (ราว 240 บาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.7 จากเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ยังต่ำกว่าราคาสูงสุดเมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ 9,543 วอน (ราว 290 บาท) อยู่ร้อยละ 16.5 โดยมีข่าวรายงานว่า ความขาดเเคลนไข่ไก่ของเกาหลี
เขาว่ากันว่าตอนสงครามอันยาวนานคนเกาหลีกินข้าวกับกิมจินี้เท่านั้นและอดทนจนผ่านพ้นสงครามมาได้ คนเกาหลีจึงขึ้นชื่อเรื่องความอดทนนักหนา ฉันไปเกาหลีใต้ครั้งสุดท้ายเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก่อนข่าวเรื่องการจัดการพบปะญาติระหว่างคนเกาหลีใต้กับคนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบหลายปีจะเกิดขึ้น ระหว่างนั่งรถเที่ยว ฉันเฝ้ามองรั้วลวดหนามยาวสุดลูกหูลูกตาที่กั้นระหว่างพรมแดนเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ ดูค่ายคูประตูหอรบ รถถัง รถจี๊ป ที่จอดเรียงรายตามแนวชายแดนที่กั้นแผ่นดินเดียวกันให้เป็น 2 ประเทศ แบ่งคนเชื้อชาติเดียวกัน สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษเดียวกัน ให้ห่างไกลกัน แนวชายแดนที่ว่านั่นไม่ได้อยู่ไกลลับตาจนเราแสร้งไม่รับรู้ หากแต่อยู่ใจกลางประเทศนั่นเอง แค่เดินทางจากสนามบินเข้ากรุงโซลก็เจอรั้วลวดหนามเรียงเกือบตลอดแนว ดูแล้วก็คิดว่าคนเกาหลีอีกฝั่งเขาจะเป็นอย่างไร จะอยู่อย่างไร เขาจะมองเราอยู่หรือเปล่า และที่สำคัญ ฉันสงสัยตลอดมาว่าคนเกาหลีทั้ง 2 ฝั่ง เขารักกันหรือเปล่า แต่เวลาที่เราเที่ยวท่องไปในเกาหลีใต้ ความเจริญทันสมัย แสงสีเสียงอะร้าอร่ามก็มักจะทำให้เราลืมไปว่า แค่มือเอื้อม ก็มีเกาหลีอีกแผ่นดินหนึ่งซึ่งผิดกับเกา
ซีเอ็นเอ็นรายงานวันที่ 23 ก.ย.ว่า นายฮัน มินคู รมว.กลาโหมของเกาหลีใต้ เปิดเผยต่อสมาชิกสภาว่ามีหน่วยพิฆาตที่พร้อมจะกำจัดนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ หากพิจารณาว่านายคิมเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งยวดต่อความมั่นคงของประเทศ หลังเกาหลีใต้เผชิญหน้ากับการยั่วยุของเกาหลีเหนือซึ่งทำการทดลองนิวเคลียร์ และทดสอบยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ใช่ เรามีแผนแบบนี้ นายฮัน มินคู กล่าวหลังจากถูกถามว่ารัฐบาลมีกองกำลังพิเศษสำหรับปฏิบัติการลอบสังหารนายคิม จองอึน จริงๆ หรือไม่ และว่าเกาหลีใต้มีแนวความคิดและแผนที่จะใช้ระบบขีปนาวุธอันแม่นยำเพื่อโจมตีฐานตั้งมั่นของศัตรู เช่นเดียวกับการกำจัดผู้นำของฝ่ายอริ ด้านนายดาเนียล พิงก์สตัน นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทรอยในสหรัฐอเมริกา และรองผู้อำนวยการว่าด้วยเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ขององค์กรวิกฤตการณ์นานาชาติ(ไอซีจี) ในกรุงโซล กล่าวว่าแม้จะมีกระแสข่าวลือก่อนหน้านี้ว่าเกาหลีใต้จัดตั้งหน่วยสังหารนายคิม จองอึน แต่การยอมรับอย่างตรงไปตรงมาของรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ทำให้หลายฝ่ายประหลาดใจ ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหล
ฉันไปเกาหลีใต้ครั้งสุดท้ายเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก่อนข่าวเรื่องการจัดการพบปะญาติระหว่างคนเกาหลีใต้กับคนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบหลายปีจะเกิดขึ้น ระหว่างนั่งรถเที่ยว ฉันเฝ้ามองรั้วลวดหนามยาวสุดลูกหูลูกตาที่กั้นระหว่างพรมแดนเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ ดูค่ายคูประตูหอรบ รถถัง รถจี๊ป ที่จอดเรียงรายตามแนวชายแดนที่กั้นแผ่นดินเดียวกันให้เป็น 2 ประเทศ แบ่งคนเชื้อชาติเดียวกัน สืบเชื้อสายจากบรรพบุรุษเดียวกัน ให้ห่างไกลกัน แนวชายแดนที่ว่านั่นไม่ได้อยู่ไกลลับตาจนเราแสร้งไม่รับรู้ หากแต่อยู่ใจกลางประเทศนั่นเอง แค่เดินทางจากสนามบินเข้ากรุงโซลก็เจอรั้วลวดหนามเรียงเกือบตลอดแนว ดูแล้วก็คิดว่าคนเกาหลีอีกฝั่งเขาจะเป็นอย่างไร จะอยู่อย่างไร เขาจะมองเราอยู่หรือเปล่า และที่สำคัญ ฉันสงสัยตลอดมาว่าคนเกาหลีทั้ง 2 ฝั่ง เขารักกันหรือเปล่า แต่เวลาที่เราเที่ยวท่องไปในเกาหลีใต้ ความเจริญทันสมัย แสงสีเสียงอะร้าอร่ามก็มักจะทำให้เราลืมไปว่า แค่มือเอื้อม ก็มีเกาหลีอีกแผ่นดินหนึ่งซึ่งผิดกับเกาหลีที่เราเห็นหน้ามือเป็นหลังมือ คนไทยที่ไปเที่ยวเกาหลีใต้ทุกคนรู้จักตลาด
