เกาหลีใต้
เพลงบางเพลง แค่ได้ยินเสียง ในหัวเราก็ฉายหน้านักร้องกับท่าเต้นสุดบาดใจของเขาได้แล้ว รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังความสำเร็จของเพลงและท่าเต้นเหล่านี้ ล้วนมาจาก ‘กลยุทธ์การตลาด’ ที่ค่ายคิดมาอย่างแนบเนียน ต่อให้คุณจะติดตาม K-Pop หรือไม่ ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า คุณไม่เคยได้ยิน หรือได้เห็นท่าเต้น K-Pop มาก่อน เพราะทุกอย่างมันแมสเสียจนต้องเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง ย้อนกลับไปเกือบยี่สิบปีก่อน เพลงระดับตำนานที่เคยสร้างปรากฏการณ์เมกะฮิตทั่วโลก อย่าง เพลง “Sorry, Sorry” วง Super Junior ท่าเต้นล้างมือที่ GenY ทุกคนต้องรู้จัก ถัดมาเพลง “Nobody” ของ Wonder Girls กับท่าเต้นปรบมือตามจังหวะ ร้องเล่นเต้นตามกันได้ทั่วโลก จน Wonder Girls กลายเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการ K-Pop ขยับมาหน่อยก็เจอ Gangnam Style ของ PSY พร้อมท่าเต้นควบม้าสไตล์หนุ่มกังนัมคนเท่ ก็ดังพลุแตก จนทำให้นักร้องกลายเป็นศิลปินที่ร่ำรวยที่สุดในเกาหลี กวาดเงินจากความนิยมไปได้อย่างมหาศาล เรียกได้ว่าชาตินี้ก็ใช้ไม่หมด ศิลปิน เพลง ท่าเต้น = สินค้า เพลงคือสินค้าอย่างหนึ่ง ที่ฝ่ายการตลาดของค่ายต้องตีโจทย์ให้แตกว่า จะทำอย่างไรให้มันดูน่า
กรุงเทพฯ – Sewa (เซวา) แบรนด์สกินแคร์ลูกครึ่งไทย-เกาหลี เจ้าของตำนาน “น้ำตบโสม 2,000 ปี” ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยและได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดสกินแคร์พรีเมียม เปิดตัว “Sewa Ultimate Recovery Capsule Oil Serum” นวัตกรรมออยล์เซรั่มเพื่อการฟื้นฟูผิว ยกกระชับ และกระชับรูขุมขน พร้อมเปิดตัว “กลัฟ – คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ สะท้อนภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจการดูแลผิวและสุขภาพความงาม พร้อมส่งต่อแนวคิดที่ว่าการมีผิวสุขภาพดีเป็นเรื่องของทุกคน ภายใต้แนวคิด “Skin Has No Gender” การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ Sewa ในการต่อยอดความสำเร็จจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ First Care อย่าง “น้ำตบโสม 2,000 ปี” สู่การสร้าง Ecosystem การดูแลผิวที่ครบวงจรยิ่งขึ้น โดย Sewa Ultimate Recovery Capsule Oil Serum ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ ครอบคลุมการดูแลผิวตั้งแต่การเตรียมผิวด้วย First Care ไปจนถึงการฟื้นบำรุงผิวเชิงลึก (Recovery Care) ในขั้นสุดท้าย ทำให้สามารถตอบโจทย์การดูแลผิวได้อย่างครบถ้วน ตั้ง
“โซนห้ามผู้สูงอายุ” หลายธุรกิจในเกาหลีใต้ “เลือกปฏิบัติ” อ้างไม่มีมารยาท เสียงดัง ทำกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นหลีกเลี่ยงใช้บริการ สะท้อนอะไร? “No Senior Zone” หรือ “โซนห้ามผู้สูงอายุ” เป็นนโยบายที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากใน “เกาหลีใต้” โดยมีบางธุรกิจที่ประกาศห้ามผู้สูงอายุเข้าใช้บริการในสถานที่ของตน เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือเกสต์เฮาส์ โดยบางคนอ้างว่า ผู้สูงอายุไม่มีมารยาทหรือส่งเสียงดัง ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้มีข้อความตรงประตูทางเข้าร้านว่า “โซนห้ามผู้สูงอายุ (ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปห้ามเข้า)” ส่วนข้างๆ ข้อความนั้น มีสติกเกอร์ต้อนรับสุนัขนำทางติดอยู่ ชาวเน็ตที่โพสต์ภาพดังกล่าวได้แสดงความเห็นว่า “ฉันไม่รู้ว่าทำไมเจ้าของร้านจึงตัดสินใจติดป้ายแบบนี้ แต่ฉันกังวลว่าพ่อแม่ของฉันอาจเห็นป้ายนี้ขณะเดินผ่าน” โดยมีชาวเน็ตมาแสดงความเห็นต่อโพสต์นั้นว่า “นี่หมายความว่าผู้สูงอายุแย่กว่าสุนัขหรือเปล่า” ซึ่งถือเป็นการจุดชนวนให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง ท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ “โซนห้ามเด็กเข้า” ซึ่งร้านอาหารบางแห่งหรือสถานที่เชิงพาณิชย์ไม
ชี้เป้าส่งออก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปเกาหลีใต้ “รสต้มยำ-ผัดไทย-ปูผัดผงกะหรี่” ถูกใจโอปป้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ชี้เป้าส่งออก “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” เจาะตลาดเกาหลีใต้ เผยรส “ต้มยำกุ้ง รสผัดไทย รสปูผัดผงกะหรี่” มีโอกาสสูง เหตุชาวเกาหลีนิยมบริโภคเป็นอาหารหลักไม่ใช่อาหารว่าง และเน้นวางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ วันที่ 10 เมษายน 2566 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้รับการรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล เกาหลีใต้ ถึงโอกาสในการส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยเข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริโภคให้กับชาวเกาหลีที่นิยมบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติใหม่ๆ แทนรสชาติเดิมที่เป็นที่คุ้นเคยของชาวเกาหลีอยู่แล้ว โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยที่มีโอกาสในการขยายตลาดเกาหลี และมีแนวโน้มขยายตัวได้สูง คือ รสชาติเผ็ดและรสชาติของอาหารไทย เช่น รสต้มยำกุ้ง หรือผัดไทย หรืออาจจะพัฒนารสชาติใหม่ๆ ที่น่าจะเป็นที่นิยมในตลาดเกาหลี เช่น ปูผัดผงกะหรี่ เนื่องจากจะเป็นจุดเด่นและสร้างความแตกต่างในตลาดเกาหล
ยกเกาหลีมาให้แล้ว ชวนเยือนชอนจูฮันอก หมู่บ้าน 1,000 ปี ที่ซีคอนฯ ซีคอนสแควร์ และ ซีคอน บางแค ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์ของหมู่บ้านชอนจูฮันอก ที่มีอายุยาวนานกว่าพันปีแห่งเมืองชอนจู ประเทศเกาหลีใต้ สวมชุดฮันบกเยือน “บ้านฮันอก” แบบบ้านสไตล์เกาหลีดั้งเดิม ลิ้มลองความอร่อยของ “บิบิมบับ” เมนูต้นตำรับอันเลืองชื่อของเมืองชอนจู ชมโอ่งกิมจิหรือ “จังดก” ภูมิปัญญาการถนอมอาหารประจำชาติ จิบ “มักกอลลี” ไวน์ข้าวเกาหลีแท้ๆ ลุ้นคำทำนายดวงชะตากับตู้ไข่หมุน FORTUNE JEONJU ชมความงามของต้นกิงโกะที่มีใบสีเหลืองทองอร่าม เพลิดเพลินกับการแสดงพื้นบ้านเกาหลีที่หาชมได้ยาก ในงาน “เยือนชอนจูฮันอก หมู่บ้าน 1,000 ปี” ระหว่างวันที่ 19-28 สิงหาคม 2565 ที่ ซีคอน บางแค ถนนเพชรเกษม และวันที่ 2-11 กันยายน 2565 ที่ ซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ นายจรัญ ผู้พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักสื่อสารการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ เผยว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นเกาหลีแบบดั้งเดิม โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงถิ่น ภายในงานได้จำลองบรรยากาศ หมู่บ้านชอนจูฮันอก เมืองชอนจู จังหวัดช็อลลาเหนือ ประเทศเกาหลีใต้ หม
ทูลกระหม่อมฯ เผยเหตุ เกาหลีคุมโควิด-19 ได้เร็ว เพราะรัฐบาลบอกความจริงประชาชน เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนพระองค์ว่า “สวัสดีวันอังคาร วันนี้ได้ทราบข่าวว่าเรามีผู้เสียชีวิตเพิ่มจากโรคไวรัส COVID-19 ทำให้ยอดสะสมของผู้เสียชีวิตมี 4 คน ขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้แก่ครอบครัวและเพื่อนฝูงผู้ร่วมงานของผู้เสียชีวิตด้วย และขอให้กำลังใจแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานหนักด้วย วันนี้พบคลิปการสัมภาษณ์รัฐมนตรีการต่างประเทศเกาหลีที่เป็นสุภาพสตรีชื่อ Kang Kyung Wha ซึ่งสัมภาษณ์โดย BBC ในขณะที่การระบาดของ COVID-19 ในเกาหลีควบคุมได้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ก็ลดลงทุกวัน เรียกว่า graph ยอดผู้ป่วยใหม่เกือบ flat แล้ว ผู้สัมภาษณ์ถามว่าเกาหลีมีแผนการและหลักการการรับมือกับโควิดอย่างไร จึงทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดของไวรัสนี้ได้อย่างค่อนข้างรวดเร็ว? ท่านรัฐมนตรี นางคังบอกว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ ใช้หลักของการเปิดเผย โปร่งใส ไม่ปิดบัง และบอกความจริงประชาชน และอัพเดทข้อมูลเรื่องโรคให้แก่ประชาชนตลอดเวลา ทำให้ประชาชนไว้ใจการรับมือโควิ
ตัวอย่างที่ดี! สาวไทยกลับจากเกาหลี กักตัวเองในสวน 1 เดือนอัพเดตชีวิตล่าสุดมีไฟฟ้าใช้แล้ว เป็นเรื่องราวน่าชื่นชม เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก MissyNok Chamaiporn ซึ่งเป็นสาวไทยที่ไปทำงานในประเทศเกาหลีใต้นาน 4 ปี 7 เดือน เดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากสัญญาจ้างสิ้นสุดลง ไม่ได้หนีโรคระบาดแต่อย่างใด โดยหญิงสาวรายนี้ได้โพสต์ว่า หลังเดินทางมาถึงประเทศไทย ทางครอบครัวได้มารับที่สนามบิน และให้นั่งกระบะหลัง จากนั้นได้พาไปยังที่พักในสวนที่จัดเตรียมไว้สำหรับสำหรับกักตัวเฝ้าดูอาการมีระยะห่างจากบ้านและชุมชน ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยเธอระบุว่า จะกักตัวเองเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งเธอได้อัพเดตชีวิตประจำวันผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีไฟฟ้าใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. ล่าสุดวันนี้ (8 มี.ค.) เข้าสู่วันที่ 7 ของการกักตัว “วันที่ 7 ของการกักตัวเอง วันนี้ตื่นเช้ามากมาตอบข้อความคอมเม้นท์พี่ๆ น้องทุกท่าน ต้องขออภัยในความล่าช้าจ้า กิจวัตรประจำวันเช่นเคย ให้ข้าวไก่ พรวนดิน รดน้ำต้นไม้ วันนี้วันเสาร์ ผู้คนอาจนอนพักผ่อนตื่นสาย น้ำจึงไหลแรงดี สะใจฉันล่ะ! แม่บอกว่าต้นไม้ถ้ามีคนอยู่ใกล้ชิดมันจะงาม มันไม่เหงา ม
กลับมาแล้ว 3 พันกว่า! ทูลกระหม่อมฯ ทรงแนะ ตามหาผีน้อยกลับไทย ช่วงโควิด-19 ระบาด ไวรัสโควิด-19 – ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ทรงแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องไวรัสโควิด-19 ในอินสตาแกรมอีกครั้งว่า Good morning วันสีส้มค่ะ ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ในเกาหลีใต้และฮ่องกง ณ ตอนนี้สถานการณ์ที่เกาหลียังวิกฤตมาก และยังไม่ peak ส่วนเรื่อง “ผีน้อย” ตามข่าวทราบว่ารัฐบาลเกาหลีใต้อนุญาตให้คนต่างชาติที่อยู่เกาหลีใต้โดยไม่ถูก blacklisted ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 จึงมีคนไทยเหล่านี้แสดงความจำนงจะกลับไทย 5,000 กว่าคน แต่ดิฉันได้ทราบว่าคนกลุ่มนี้ทยอยกลับกันมาแล้ว 4,700 กว่าคน! และคนที่กลับมาช่วงระบาดของ COVID-19 นี้ก็มี 3,000 กว่าคนแล้ว จะตามกันอย่างไร คงเป็นงานหนักพอสมควร และยังเหลือที่จะกลับมาอีก 1,200 คน เรามาคลายเครียดพากันไปทานข้าวอร่อยๆ ดีกว่า เพราะที่เมืองไทยยังไม่ห้ามไปไหนเหมือนที่อื่นๆ เราก็ใส่ masks พอไปถึงห้องทานข้าวก็ถอด masks ได้ เพราะที่ร้านนี้คือร้าน “The Most” ถนนราชพฤกษ์ อาหารอร่อยมากๆ #ไม่ว่าง
ผีน้อยฟังทางนี้! ตม.เกาหลี ไฟเขียวกลับไทย ไม่ติดแบล็กลิสต์-ไม่เสียค่าปรับ ถึง มิ.ย. 63 เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. เฟซบุ๊กเพจ สำนักงานแรงงานไทย ณ กรุงโซล Office of Thai Labour in Seoul เผยแพร่ประกาศ ประกาศมาตรการ ตม.เกาหลีใต้ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. 2562 รายละเอียดระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ถึง 30 มิถุนายน 2563 เปิดให้รายงานตัวกลับโดยสมัครใจ โดยไม่เสียค่าปรับ และไม่ห้ามเดินทางเข้าประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จะต้องจ่ายค่าปรับ เมื่อรายงานตัวเดินทางกลับ โดย 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 จะเสียค่าปรับ 30% ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป จะเสียค่าปรับ 50% ผู้ที่ถูกจับ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 จ่ายค่าปรับตามระยะเวลาที่อยู่เกินวีซ่า ผู้ที่ถูกจับ และอยู่เกินวีซ่า 3 ปีขึ้นไป จะเสียค่าปรับ 20 ล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 500,000 บาท ผู้ที่จ่ายค่าปรับก่อนกลับประเทศ ไม่ห้ามเดินทางเข้าประเทศ (ตม. จะตรวจสอบก่อนอนุญาตให้เข้าประเทศ) ผู้ที่เดินทางกลับ และไม่จ่ายค่าปรับ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2563 จะห้ามเข้า 1-10 ปี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป จะห้ามเข้า 3-10 ปี ตั้งแต่
เกาหลีเข้ม ส่งคนไทยกลับยกลำ ไม่ให้เข้าประเทศ หลังผีน้อยอาละวาดหนัก! การเดินทางไปทำงานอย่างผิดกฎหมายในประเทศต่างๆ เป็นเรื่องที่ได้รับการแจ้งเตือนอยู่เสมอ โดยหลายประเทศที่อนุญาตให้เดินทางโดยไม่ต้องใช้วีซ่า ถือเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมในกลุ่มแรงงานที่ลักลอบเดินทางไป จนทำให้หลายประเทศเริ่มมีความเข้มงวด เช่น เกาหลีใต้ที่กวาดล้างอย่างจริงจัง และมีการนิรโทษกรรมให้แรงงานได้เดินทางกลับประเทศและจะไม่บันทึกเป็นบัญชีดำ ซึ่งก็มีแรงงานเดินทางกลับประเทศจำนวนหนึ่ง โดยล่าสุดโลกออนไลน์มีการแชร์เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ หลังจากช่วงสงกรานต์ โดยพบว่า คนไทยที่เดินทางเข้าประเทศเกาหลีโดนส่งกลับเกือบทั้งลำ นอกจากนั้นในเวลาต่อมา ยังคงพบว่า มีคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศเกาหลี ยังคงติด ตม. อย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก ทางการเกาหลีมีความเข้มงวดอย่างมาก จึงมีการแจ้งเตือนผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงาน ซึ่งนอกจากจะเสียเงิน แล้วยังอาจโดนดำเนินคดีอีกด้วย https://www.facebook.com/littleprincessofandaman/posts/1026295497567865
