เครื่องสำอาง
“นวยนาด” เครื่องสำอางสุดอินดี้ จากแดนอีสาน “ไม่ทำมาร์เก็ตติ้ง สินค้าทุกชิ้นผลิตจากความอยาก” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เดินงานจัดแสดงสินค้าที่ไบเทค บางนา ไปเจอเข้ากับร้านร้านหนึ่งที่ขายสินค้าเกี่ยวกับเครื่องประทินผิวต่างๆ ทั้งสบู่ ครีม และลิปบาล์ม ยืนดูอยู่สักครู่ มีหญิงสาวหน้าตาดีท่านหนึ่งเดินเข้าร้านมา สอบถามพูดคุยกัน เลยทราบว่าเธอคือ คุณปุ้ม-นันท์พันธ์ พูลสวัสดิ์ อายุ 35 ปี เจ้าของสินค้าแบรนด์ “นวยนาด” นั่นเอง เธอเล่าให้ฟังว่า เป็นคนกรุงเทพฯ เรียนจบนิเทศศาสตร์ มีแฟนที่เป็นเจ้าของแบรนด์อีกคน คือ คุณว่าน-ปกาสิต เนตรนคร อายุ 37 ปี เรียนจบมาทำงานฟรีแลนซ์ทั้งคู่ แต่ด้วยความที่คุณปุ้มชอบงานคราฟต์ (craft) งานฝีมือ อีกทั้งเป็นคนผิวแพ้ง่าย จึงสนใจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากธรรมชาติ และเริ่มศึกษาคุณสมบัติของพืชสมุนไพรต่างๆ ประจวบเหมาะกับย้ายไปอยู่ที่บ้านซับศรีจันทร์ จ.นครราชสีมา เห็นว่าชาวบ้านที่นั่นใช้น้ำฝนในการอุปโภคบริโภค อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำสะอาดอย่าง น้ำซับ (แหล่งน้ำสะอาดในหมู่บ้าน ที่มีน้ำซึมขึ้นมาบนผิวดินตลอดทั้งปี) ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ มีน้ำสะอาดธรรมชาติจากทั้งฟ้าและดินใช้ คุณปุ้มได้ไอเดีย เริ่ม
แรงบันดาลใจจากพ่อ “SHAN (ฉัน)” สกินแคร์ออร์แกนิกไทย สร้างจุดต่างเบลนด์กลิ่นหอมจากธรรมชาติ ท่ามกลางผลิตภัณฑ์ดูแลสภาพผิวชื่อดังมากมาย รู้มั้ยมีหนึ่งแบรนด์สกินแคร์ของไทยที่กำลังทำตลาด โดยหวังว่าแบรนด์นี้จะเข้าไปอยู่ในใจทุกคน คุณปาล์มมี่-ธัชมาภรณ์ จันทร์จำรัสแสง คือเจ้าของแบรนด์ SHAN ที่แปลว่า ตัวฉัน สกินแคร์ออร์แกนิกที่เกิดจากความรักของลูกที่มีต่อพ่อ และอยากส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นๆ ด้วย แบรนด์ฉันก่อตั้งธุรกิจมาได้ประมาณ 2 ปี แต่ก่อนหน้านี้เธอเคยทำงานประจำอยู่ในบริษัทเอเยนซี่มานาน 10 ปี จากนั้นโยกย้ายไปอยู่ฝ่ายการตลาด จนผู้เป็นพ่อเริ่มป่วยเป็นมะเร็ง “คุณพ่อต้องรักษาด้วยการทำคีโม ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ทำให้เกิดผลข้างเคียง คือผิวแห้งแตกง่าย ไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีมากๆ ได้ ลองให้คุณพ่อใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ สภาพผิวดีขึ้น ไม่แสบ ไม่แพ้ เป็นจุดเริ่มต้นให้เราสนใจทำสกินแคร์ออร์แกนิก” คุณปาล์มมี่ เล่าถึงแรงบันดาลใจ คุณปาล์มมี่เห็นแล้วว่าผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ดีต่อร่างกายมนุษย์ เธอจึงเริ่มศึกษาข้อมูลจริงจังจนรู้ว่า ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากต่างประเทศส่วนใหญ
‘กัลยา’ สมุนไพรไทย มาตรฐานส่งออก รุกตลาดความงาม สปป.ลาว สมุนไพรไทย – พูดถึงสมุนไพรไทย ในเรื่องสรรพคุณนั้นมีไม่น้อยไปกว่าใคร มีทั้งคุณสมบัติในการดูแลสุขภาพร่างกาย รวมทั้งความงามที่สาวๆ ให้ความสำคัญ โดยพบว่าตลาดอุตสาหกรรมความงามในประเทศมีมูลค่ากว่า 2.5 แสนล้านบาท ในปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการรายใหม่ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเช่นกัน จึงทำให้การแข่งขันของตลาดในประเทศสูง ดังนั้นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพจึงมองหาตลาดใหม่ในกลุ่ม CLMV เนื่องจากสินค้าไทยเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับในเรื่องของคุณภาพ “กัลยา (Kullaya)” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของสินค้าไทย ที่รุกตลาดความงาม ในสปป.ลาว โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรที่มีมากว่า 20 ปี นำสมุนไพรนานาชนิดจากธรรมชาติ มาใช้เป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ทั้งผิวหน้า และผิวกาย โดยเฉพาะขมิ้น ทางแบรนด์ เลือกใช้ขมิ้นอ้อย มาใช้เป็นส่วนผสม เนื่องจากคุณสมบัติของขมิ้นอ้อยสามารถตอบโจทย์ด้านความงามของลูกค้าได้ตรงจุด โดยมีคุณสมบัติเด่น คือ ช่วยรักษาสิว สมานผิว ทำให้ผิวขาวใส ลดความมัน จึงได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งชาวไทย แ
ดีเดย์ 1 ม.ค. 63 อย.บังคับใช้กฎหมาย ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย คสอ.ที่ผสมไมโครบีดส์ 27 ธ.ค. ที่เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เผยแพร่ประกาศเกี่ยวกับการควบคุมการผลิต นำเข้า หรือขาย เครื่องสำอางที่ใช้แล้วล้างออก แล้วมีส่วนผสมของพลาสติกไมโครบีดส์ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและคุ้มครองสุขภาพของคนไทยในการอุปโภค นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง กำหนดลักษณะของเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 กำหนดให้เครื่องสำอางที่ใช้แล้วล้างออกที่มีส่วนผสมของพลาสติกไมโครบีดส์ เป็นเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย ขณะนี้ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ซึ่งการห้ามนำพลาสติกไมโครบีดส์มาใช้ในการผลิตเครื่องสำอางนี้ เป็นไปตาม มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 ที่ให้เลิกใช้พลาสติกไมโครบีดส์ในประเทศไทยภายในปี 2562 ตามโรดแมป (Roadmap) การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 โดยพลาสติกไมโครบีดส์ที่ผสมอยู่ในเครื่องสำอ
“BEAUTY BUFFET” พลิกโฉมใหม่! สู่ร้านเครื่องสำอางมัลติแบรนด์ ชูกลยุทธ์จับมือพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ รุกตลาด BEAUTY & HEALTH ประเดิมแฟลกชิปสโตร์แห่งแรก สาขามาบุญครอง เดินหน้ากลยุทธ์การตลาด O2O ดันยอดขายโตต่อเนื่อง มองภาพรวมตลาดสุขภาพและความงามในประเทศขยายตัวได้อีกมาก ดร.พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY ผู้นำธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวภายใต้แนวคิด Live a beautiful life เปิดเผยว่า “BEAUTY BUFFET” ได้จับมือพันธมิตรแบรนด์เครื่องสำอางและสุขภาพชั้นนำกว่า 14 แบรนด์ อาทิ แบรนด์ KARMART SNAIL WHITE BOKHTOH SMITH HER HIGHNESS และอื่นๆ ในปี 2562 ประเดิมนำสินค้าเข้าจำหน่าย ณ ร้าน BEAUTY BUFFET 120 สาขาทั่วประเทศ โดยสัดส่วนผลิตภัณฑ์ แบ่งออกเป็น สินค้าแบรนด์ BEAUTY BUFFET 80% และสินค้าแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ (มัลติแบรนด์) 20% สำหรับการพลิกโฉมร้าน BEAUTY BUFFET สู่การเป็นร้านเครื่องสำอางมัลติแบรนด์ที่ครบวงจรทั้งด้านสุขภาพและความงาม ภายใต้แนวคิด The Kitchen Storage ซึ่งยังคงจุดยืนของ Beauty That All-You-Can-Choo
ปัจจุบันธุรกิจเครื่องสำอางมีอัตราการเจริญเติบโต และขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ไม่ว่าเศรษฐกิจในประเทศไทยจะย่ำแย่แค่ไหนก็ตามแต่ เพราะผู้คนในยุคปัจจุบันหันมาสนใจเกี่ยวกับเรื่องความงาม ผิวพรรณ รวมทั้งการดูแลตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ความงามในท้องตลาดสามารถสร้างเม็ดเงินก้อนโตให้กับผู้ประกอบการของไทย จนสามารถพลิกฟื้นชีวิตอดีตกรรมกรสู่นักธุรกิจ 100 ล้านมาแล้ว คุณเป๊ก-สิราภรณ์ สงสอน กรรมการผู้จัดการบริษัท เอส ดับบลิว พี ผลิตและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ความงาม ภายใต้แบรนด์ SWP เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ต้องผ่านอุปสรรคชีวิตมาไม่น้อย สมัยเด็กใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพราะพ่อกับพี่ชายเสียชีวิตตั้งแต่สมัยมัธยม ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงค่าเล่าเรียน ตกอยู่ที่แม่เพียงลำพัง เพราะต้องเลี้ยงลูกๆ ทุกคนด้วยอาชีพกรรมกร กว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทนั้น ทำงานหนักสายตัวแทบขาด ส่งผลให้เกิดความคิดว่าสักวันจะสร้างฐานะครอบครัวให้ดีขึ้น โดยมีแม่เป็นแรงบันดาลใจ “สมัยเด็กทำงานทุกอย่าง เคยเป็นกรรมกรแบกหาม งานก่อสร้าง เช่าห้องอยู่ราคาถูกๆ หลังจากมีความคิดว่าอยากมีชีวิตที่ดี ก็เริ่มมอง
มะปี๊ด หรือ ส้มจี๊ด เป็นพืชรองที่ออกผลผลิตได้ทั้งปี แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกแค่เป็นพืชเสริมกินใช้ในบ้าน คนจันทบุรี นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรสแทนมะนาวในอาหารหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นต้มส้ม ต้มยำ ทำแกง น้ำพริก น้ำจิ้ม แต่กลับไม่นิยมปลูกกันเพื่อเป็นพืชทางการค้าเท่าใดนัก คุณนุ่ม-วรพชร วงษ์เจริญ อายุ 38 ปี จบการศึกษาปริญญาโท ด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เจ้าของแบรนด์ แรบบิทจันท์ ที่เคยเป็นมนุษย์ไอที ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มา 14 ปี มีความสุขกับการทำงาน แต่สุดท้ายต้องลาออกจากงานเพราะอาการออฟฟิศซินโดรม เหตุนี้เอง จึงทำให้เธอได้คิดว่า “สุขภาพ” สำคัญที่สุด จึงหันมาเริ่มต้นการเป็นเจ้านายตัวเอง ผุดไอเดีย นำมะปี๊ดมาแปรรูปเป็นทั้งเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์อุปโภค มะปี๊ดที่เอามาทำ เป็นมะปี๊ดปลูกเอง เนื่องจากครอบครัวทำสวนเกษตรอินทรีย์ เป็นศูนย์กสิกรรมธรรมชาติโป่งแรด อ.เมือง จ.จันทบุรี มะปี๊ดของเธอจึงเป็นผลิตผลธรรมชาติ 100% ผลิตภัณฑ์แรกที่เธอเลือกนำมะปี๊ดมาแปรรูป คือ “น้ำมะปี๊ด” โดยวางขายเป็นเมนูเด่นประจำร้านกาแฟ ที่เป็นธุรกิจของครอบครัวอีกอย่างหนึ่ง น้ำมะปี๊ดของเธอ เป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้าเป็นอย่า
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กสอ.ได้สำรวจอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตรับความต้องการของสังคมผู้สูงอายุ พบว่าประชากรเพศหญิงทั่วประเทศกว่า 33 ล้านคน มีถึง 38% หรือกว่า 12 ล้านคน ที่มีอายุช่วง 45-100 ปี(กรมการปกครองปี 2558) และอนาคตมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นอุตสาหกรรมที่รองรับการดูแลสุขภาพเพื่อชะลอความแก่และทำให้สุขภาพแข็งแรงเติบโตเพิ่มขึ้น จึงมีนโยบายส่งเสริมอย่างเข้มข้น https://youtu.be/_qnGH8Hbmbs ประกอบด้วย 1.สินค้าไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ อาทิ รองเท้าเพื่อสุขภาพ ชุดชั้นในเพื่อสุขภาพ ชุดออกกำลังกาย 2.เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อการบำรุงและแต่งเติมความงาม ถือเป็นสินค้าที่จำเป็นและขาดไม่ได้ 3. อาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ เนื่องจากสามารถช่วยป้องกันปัญหาด้านสุขภาพ และช่วยส่งเสริมสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง 4.อาหารเพื่อสุขภาพและออร์แกนิก เพราะพฤติกรรมกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่เลือกสินค้าที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และ 5.อุปกรณ์ทางการแพทย์ กลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อสภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นกับผู้สูงวัยได้ ปัจจุบันทั้ง 5 อุตสาหกรรมมีมูลค่าร
