เชียงใหม่
ผลไม้นอกจากจะรสชาติอร่อย ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง และหากอยู่เมืองไทยด้วยแล้วผลไม้หาทานได้ง่ายตลอดทั้งปี คนสมัยก่อนยังนำผลไม้มาถนอมอาหารด้วยกรรมวิธีหลายอย่าง อาทิ ตากแห้ง หมักดอง เชื่อม แช่อิ่ม ฉาบ ส่วนปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่นำผลไม้มาดัดแปลงทำน้ำพริก แถมเป็นผงโรยข้าวทานแทนกับข้าวได้ด้วย พัฒนาน้ำพริกจากของเหลือ เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ คุณทิวาพร ศิริ หรือ คุณแอม สาวเชียงใหม่วัย 25 ปี คือ เจ้าของไอเดียน้ำพริกผลไม้ AMZAP (แอมแซ่บ) เล่าที่มาว่า หลังจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ไปทำงานสร้างเขื่อนที่ประเทศลาวอยู่ประมาณครึ่งปี หลังจากนั้นลาออกด้วยเหตุผลว่าไม่อยากเสียเวลาทำงานประจำ อยากสร้างกิจการของตัวเอง นั่นคือ กิจการน้ำพริกผลไม้ เดิมทีบ้านของหญิงสาวดำเนินธุรกิจขายปลีก ขายส่งน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว และแคบหมู มานานกว่า 15 ปี ซึ่งแต่ละวันจะผลิตแคบหมูราว 500 กิโลกรัม จุดเด่น คือ ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ ส่วนน้ำพริกหนุ่มก็ไม่ใส่สารกันบูด ไส้อั่วมันน้อย ใส่สมุนไพรเยอะ ภายหลังที่คุณแอมลาออกจากงานประจำ เธอตั้งหลักด้วยการช่วยงานที่บ้านก่อน เลยเกิดไอเดียอยากขายแคบห
เมื่อเวลา 08.30 น วันที่ 13 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลตามแผงต่าง ๆ ในเชียงใหม่ ประชาชนเริ่มออกมาหาซื้อเลขเด็ดกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเลขมงคลในเดือนนี้ ไมว่าจะเป็นเลข 27,28,29, เลข 13 รวมทั้งเลข 89 ,เกลี้ยงแผง หวยตามแผงย่านถนนมหิดล อ.เมืองเชียงใหม่ ย่านถนนเชียงใหม่ลำพูน อ.สารภีเชียงใหม่ หวยขายดีเป็นพิเศษ พ่อค้าแม่ค้าหวยต่างพากันยิ้มบางแผงขายหมดแล้วก็มี นายชาตรี ขุนอินทร์ พ่อค้าขายหวย ที่ห้างบิ๊กซีเอ็กตร้า อ.เมืองเชียงใหม่ และเป็นนายกสมาคมผู้ค้าสลากคนพิการเชียงใหม่ได้เปิดเผยว่า หวยของตนนั้นขายดีจนหมดแล้วมีคนมาเหมาซื้อทั้งแผงเลย เลขมงคลเดือนนี้แรงสุด ประชาชนหากันหาซื้อเพื่อเป็นสิริมงคล ของเดือนนี้ เป็นเดือนสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทำให้เลขเหล่านี้ ขายดี ส่วนเซียนหวยหลายสำนักทำใบปลิวออกมาเลขตรงกันหลายเลจขเลขเด็ดเด่น ก็จะมี 7,3,6 ที่หลายสำนักให้ซ้ำกัน ก็มี 07,97,06,07,17,36,37,25,26,35 ก็ลุ้นกันใช้วิจารณาญาณกัน สำหรับตนแล้ว เลขที่ตนนำมารวมกัน ก็จะเป็นเลข 364,297,658 หากวิ่ง 6,8 และเลขมงคล 9 ราคาหวยก็ตกใบละ 80 บาท ส่วนหวยชุดก็ตกใบละ 100 บาท ทางด้านนางพลอยไพรินทร
ปัจจุบัน กระแสนิยมท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ วิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ หรือความชอบแบบวิถีฮิปสเตอร์ แล้วแต่จะเรียกขานกันในตอนนี้กำลังมาแรงมากๆ มาแรงทั้งในแง่ของเจ้าของกิจการที่ต้องสร้างจุดขายของสถานที่พัก ที่กิน แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่บรรยากาศรอบๆ ทั้งยังมาแรงในกลุ่มนักท่องเที่ยวเองด้วยไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ด้วยความต้องการของคนยุคปัจจุบันที่ต้องการชีวิตสงบ หลีกหนีความวุ่นวาย หลีกหนีจากชุมชนเมืองเป็นระยะๆ เพื่อไปพักผ่อน พักใจ ทำให้เกิดแนวคิดและไอเดียในการสร้างที่พักรูปแบบต่างๆ มากมายขึ้น หรือสถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่มีเพิ่มให้เห็นมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการนี้ โฮมสเตย์ “แม่กลางหลวงฮิลล์” สร้างจากน้ำพัก น้ำแรง จุดเริ่มต้นของการสร้างกิจการของแต่ละคน แตกต่างกันไปตามสถานการณ์ที่พบเจอและไอเดียที่มีในขณะนั้น เช่นเดียวกับ คุณนิทัศน์ ภูผาอาวรณ์ เจ้าของโฮมสเตย์ แม่กลางหลวงฮิลล์ วัย 29 ปีคนนี้ก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “เริ่มคิดจะสร้างที่นี่เมื่อตอนนั้นอายุเพียง 18 ปี ตอนนั้นยังเรียนไม่จบอะไรเลยด้วยซ้ำ ด้วยพื้นเพเป็นคนในหมู่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ก่อนแล้ว และมี
คุณแนน-พชรพร ขาวละออง เจ้าของร้าน Brownie Brown Coffee LAB (บราวน์นี่ บราวน์ คอฟฟี่ แล็ป) ที่จังหวัดเชียงใหม่ เสิร์ฟเมนูน้ำหวานในรูปแบบของห้องทดลองวิทยาศาสตร์ หยิบเอาอุปกรณ์ทดลองมาใช้บรรจุ ใช้ประกอบ สร้างความตื่นเต้นเสมือนกำลังเข้าห้องทดลองจริงๆ เจ้าของกิจการท่านนี้ พื้นเพเป็นสาวพิษณุโลกวัย 27 จบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อนย้ายถิ่นฐานมาปักหลักที่เชียงใหม่ ทำงานอยู่ส่วนหน้าและออฟฟิศของโรงแรมแห่งหนึ่ง 4 ปีเต็ม ระหว่างทำงานโรงแรม มองหารายได้เสริมด้วยการขายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศออนไลน์ และเปิดร้านกาแฟเล็กๆ เพราะเคยมีประสบการณ์ด้านกาแฟจากการทำงานพาร์ทไทม์เมื่อสมัยเรียนมาก่อน ปัจจุบันตัดสินใจยุติการขายของออนไลน์ หันมาเอาดีเปิดร้านกาแฟ “บราวน์นี่ บราวน์ คอฟฟี่ แล็ป” พร้อมทำงานประจำไปด้วย โดยบราวน์นี่ บราวน์ คอฟฟี่ แล็ป สาขาแรกมีพื้นที่ใช้สอยน้อยไป ล่าสุดจึงต้องขยายสาขา เพื่อให้มีพื้นที่รองรับลูกค้ามากขึ้น เนื่องจากร้านเริ่มเป็นที่รู้จักและเริ่มมีลูกค้าประจำแล้ว สำหรับแนวคิดหลักของสาขาใหม่ คือ เน้นบรรยากาศภายในร้าน ให้มีความร่มรื่น ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้า
คนมาเที่ยวภาคเหนือล้วนต้องร้องขอชิมขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือที่คนในพื้นที่ที่เรียกตัวเองว่า “คนเมือง” พากันเรียกขนมเส้นน้ำเงี้ยว กันอย่างเอิกเกริก เรียกว่าเป็นอาหารพื้นเมืองที่ถูกเรียกหามากที่สุด ไม่แพ้ข้าวซอย แต่ทั้งขนมเส้นน้ำเงี้ยวกับข้าวซอยนี่ ไล่เรียงกันไปแล้วก็หาได้ใช่ของพื้นถิ่นแท้มาแต่ใด หากแต่ยักย้ายถ่ายเทผ่านวัฒนธรรมใกล้เคียงกันในแถบนี้มานั่นเอง แต่ละจังหวัดในภาคเหนือก็มีน้ำเงี้ยวสูตรของตัวเอง แต่ที่ยอมรับกันว่าแน่ ว่าเข้มข้นนักนั้นต้องน้ำเงี้ยวเชียงราย มีเอกลักษณ์ที่เผ็ดจัดจ้านกว่าน้ำเงี้ยวของเชียงใหม่ ลำพูน หรือลำปาง และเผ็ดกว่ามากเมื่อเทียบกับน้ำเงี้ยว “ไต” เมืองแม่ฮ่องสอน หรือน้ำเงี้ยวใสของเมืองแพร่ น้ำเงี้ยวที่จัดว่ายอดนั้นต้องรสชาติเผ็ด จุดตัดเชือกของน้ำเงี้ยวคือน้ำพริกที่จะนำมาปรุงต้องเข้มข้น ใช้วัตถุดิบดี เลือดไก่ที่นำมาใส่เป็นก้อนๆ ต้องสด และจะให้ขึ้นชั้นเทพต้องมีดอกงิ้วหรือดอกนุ่นแห้งใส่ด้วย นับว่าของจริงแน่แท้ คำว่า “เงี้ยว” นั้น เป็นคำเก่าใช้เรียกคนเชื้อสายไทยใหญ่ หรือเชื้อสาย “ไต” ที่อาศัยทางภาคเหนือของไทย ในเขตพม่าและไปถึงจีนตอนใต้ “น้ำเงี้ยว” นั้นจึงว่ากันว่ามีสูตร
เป็นเรื่องยากที่เหล่าบรรดาเด็กหนุ่มวัยนักศึกษาที่มีใจรักในงานประดิษฐ์ สนใจเทคโนโลยี ระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องยนต์กลไก และระบบอิเล็กทรอนิกส์จะมารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่มีนวัตกรรม เพราะนอกจากเรื่องสถานที่แล้ว เงินที่จะนำมาใช้จ่ายก็เป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ฉะนั้น ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่มีคุณหมอใจดี นายแพทย์ภาณุทัต เตชะเสน หรือ คุณหมอจิมมี่ ก่อตั้ง “เชียงใหม่ เมคเกอร์ คลับ” เปรียบเสมือนเป็นห้องแล็บและสนามทดลองของบรรดาเด็กที่มีไอเดียดี แต่ขาดสถานที่และเครื่องมือ ได้มาระดมสมองแบบฟรีๆ เปิดให้มาใช้บริการ 24 ชั่วโมง รวมพลคนมีไอเดีย ชิ้นงานต่อยอด เชิงพาณิชย์ เชียงใหม่ เมคเกอร์ คลับ ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 ตั้งอยู่ที่ ถนนอารักษ์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนสถานที่และทุนทรัพย์ตั้งชมรมจากคุณหมอจิมมี่ ก่อตั้งสถานที่นี้ขึ้นเพื่อให้คนที่มีความสามารถหลากหลายมาอยู่รวมกัน ได้มาแลกเปลี่ยน และถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ตลอดจนการสร้างผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยี ภายใต้คำว่า “Made in Thailand” ให้สามารถขายในตลาดโลกได้ คุณหมอจิมมี่ บอกว่า โดยส่
อดีตช่างทองฝีมือดีที่แต่ละวันทำงานยู่กับของสวยๆ งามๆ เน้นใช้ทักษะด้านฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ มาวันนี้เลือกที่จะทิ้งชีวิตทำงานในห้องแอร์มาสวมบทบาทเกษตรกรทำงานท่ามกลางอุณหภูมิธรรมชาติ เพราะมีความคิดว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุด แต่ก็ยังรักสบาย เลือกปลูกแตงกวาญี่ปุ่นไร้ดิน ปลูกในโรงเรือน แถมยังใช้ระบบรดน้ำอัตโนมัติ มีรายได้ทุกวัน วันละกว่า 3,000 บาท คุณ“ศิริ คำอ้าย” ชายหนุ่มอัธยาศัยดี วัย 50 ปี อดีตเคยเป็นช่างทองนานกว่า 20 ปี แต่แล้วเมื่อสุขภาพเริ่มไม่เอื้ออำนวย เลือกที่จะหาความมั่นคงให้ชีวิต ด้วยการลาออกมาเป็นเกษตรกร เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืนที่สุดแล้ว “ผมเป็นช่างทองนานกว่า 20 ปี หลังๆ อายุเยอะขึ้น สายตาเริ่มไม่ดี กลัวว่าจะถูกไล่ออกตอนแก่ เลยชิงลาออกก่อน ตอนอายุ 45 ปี เลือกไปเป็นเกษตรกร คิดว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืนที่สุด เพราะอย่างไรก็ตาม พืชผักเป็นอาหารที่มนุษย์ทุกคนต้องกิน ฉะนั้นผลผลิตยังไงก็ขายได้” นับเป็นการพลิกบทบาทจากชีวิตที่สบาย ทำงานในห้องแอร์ ต้องมาเป็นเกษตรกรทำงานท่ามกลางอุณหภูมิธรรมชาติ คุณศิริ บอกว่า เลือกปลูกแตงกวาญี่ปุ่น เพราะเป็นพืชล้มล
นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวระหว่างเป็นประธานจัด “มหกรรมวันนัดพบผู้ประกอบการภาคเหนือ” ว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าเร่งส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่กลุ่มสตาร์ทอัพทั่วประเทศในปี 2560 กว่า 4,000 ราย โดยตั้งเป้าพัฒนา 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ ด้านเกษตรและอาหารแปรรูป ด้านเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ด้านธุรกิจบริการการท่องเที่ยวและการออกแบบ เป็นต้น เพื่อสร้างผู้ประกอบการใหม่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งการก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ในอัตราสูง เพิ่มศักยภาพในการแทนที่ธุรกิจแบบเดิม นอกจากนี้ ยังช่วยให้เกิดการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และการบริการใหม่ๆ ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดผู้บริโภคที่มีสูงขึ้น ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันเขตภาคเหนือในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การเป็น “เมืองแห่งสตาร์ทอัพ” และมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วมาก นางอรรชกากล่าวว่า รูปแบบการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มสตาร์ทอัพ ประกอบด้วย 1.การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยการจัดให้มีกิจกรรมนำเสนอแผนธุรกิจของผู้
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้นำภาพและข้อความขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี ส่งไปยังไลน์กลุ่มของทางจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีหน่วยงานภาครัฐ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, รองผู้ว่าฯ รวมทั้งสื่อ ในไลน์เรียกว่า ไลน์ CEO เชียงใหม่ โดยข้อความที่พลเมืองดีขอความช่วยเหลือ ระบุ “รบกวนใช้พื้นที่ตรงนี้ มียายคนหนึ่งอายุ 77 ปี ถูกลูกหลานทิ้งไว้ในหอพักแล้วโดนไล่ออกหอวันนี้ โดยลูกหลานไม่มาดูแลนานหลายวันแล้ว คืนนี้แม่ผม ให้อาศัยนอนศาลาหน้าบ้าน แล้วจะหาหมอนกับมุ้งมาให้ อยู่ที่ 89 พลาซ่าเข้าซอยมา 300 เมตรครับ ตอนนี้ได้แจ้งให้กำนันทราบแล้ว แต่ว่ายายแกคงต้องการปัจจัยอาหารเครื่องดื่มครับ เบื้องต้นก็ได้แจ้งแค่กำนันให้ทราบครับผม” จากนั้นพ.ต.อ.ปิยะพันธ์ จึงได้เขียนข้อความระบุในไลน์ว่า ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบรับแจ้งจากสมาชิกเครือข่าย 191 เชียงใหม่ครับ คนที่แจ้งมาเบื้องต้นชื่อหนึ่ง โทร 096-697-XXXX ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในไลน์กลุ่มดังกล่าว นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผวจ.เชียงใหม่ ได้รับทราบเรื่องและได้แจ้งว่า ได้มอบหมายให้เ
เป็นอีกหนึ่งสาวที่ไม่ห่วงสวยและพร้อมลุยตลอดเวลา “ปอย ตรีชฎา” ล่าสุด เดินทางกลับไปเรียนที่ จ.เชียงใหม่ ยังได้แวะไปชิมผัดไทยเตาถ่านร้านดัง แต่ขณะนั้นเองดันมีฝนตกลงมาค่อนข้างหนัก ทำให้เตาถ่านเริ่มดับ งานนี้สาวปอยลงทุนเปียกฝนออกไปนั่งพัดเตาถ่านด้วยตัวเอง ด้านแม่ค้าขายผัดไทย บอกให้ปอยเข้ามาหลบในร้าน เพราะเดี๋ยวจะเปียกและเป็นหวัด สาวปอยบอกว่า ไม่เป็นไรเปียกแล้วเปียกเลย แถมในที่เชียงใหม่ตากแล้วไม่เป็นหวัดเพราะเป็นฝนสะอาด โดยสาวปอยโพสต์วิดีโอลงในอินสตาแกรม ระบุว่า “เพื่อผัดไทย ฝนเปียกเตาจะดับ ตากฝน ก็ยอม ไม่ต้องห่วงน้าค้าปอยกลับบ้านอาบน้ำแล้ว สบุยยย เหมือนได้เล่นน้ำฝนตอนเด็ก” https://www.instagram.com/p/BK0hrixAnvr/ ที่มา poydtreechada
