เศรษฐกิจไทย
สรรพากรชงคงแวต 7% ต่อ ให้รัฐบาลเคาะขยายเวลาอีก 1-2 ปี ชี้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวมาก สรรพากรชงคงแวต 7% ต่อ – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า สัปดาห์นี้จะเข้าหารือกับนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เพื่อเสนอให้ขยายเวลาการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต จาก 10% เป็น 7% ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2562 นี้ ออกไปอีก ส่วนจะขยายเวลาการลดออกไป 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายนโยบาย เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในสัปดาห์หน้า “เศรษฐกิจไทยตอนนี้ชะลอตัวมาก ไม่เหมาะที่จะปรับขึ้นภาษีแวตเป็น 10% กรมสรรพากรจึงเสนอให้ขยายเวลาการลดภาษีแวตเหลือ 7% เหมือนเดิมไปก่อน” นายเอกนิติ กล่าว สำหรับการปฏิรูปภาษีกรมสรรพากร และการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 10% ตามนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาล ขณะนี้ รมว.คลัง ได้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปภาษีทั้งระบบ ทั้งภาษีกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร โดยมีนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มีการประชุมนัดแรกไปแล้วเพื่อกำหนดแนวทางการศึกษาปฏิรูปภาษีว่าควรทำอย่างไรบ้าง
ผู้พิพากษาอาวุโส ชี้นโยบายเศรษฐกิจกำลังหลงทาง แนะต้องช่วยชาวบ้าน อย่าเอื้อแต่นายทุน วันที่ 25 ส.ค. นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโส ในศาลอุทธรณ์ แสดงความคิดเห็นเเละเเสดงข้อห่วงใยถึงการเสนอนโยบายของฝ่ายรัฐบาลเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศ ที่เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาเป็นข่าวใหญ่ในเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือที่เรียกว่า จีดีพี, การเร่งส่งเสริมหารายได้เข้าประเทศทางการท่องเที่ยว โดยการเสนอให้เปิดการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าเข้าประเทศของพลเมืองจีนและอินเดียเพื่อเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวหารายได้เข้าประเทศ ทดแทนการส่งสินค้าออกที่มีปัญหาหดตัวจากเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ การขอให้รัฐอนุโลมให้สถานบันเทิงเปิดถึงเวลา 04.00 น., การหามาตรการช่วยเหลือการส่งสินค้าออกนอกประเทศเพราะกลัวการพลาดเป้าส่งออก, โครงการถมทะเลบริเวณแหลมฉบังอีก 300 ไร่ เพื่อประกอบอุตสาหกรรมด้านปิโตรเคมี ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหญ่เกี่ยวกับด้านน้ำมันและผลิตผลจากการผลิตและกลั่นน้ำมัน มาเป็นโพลีพลาสติก เป็นต้น, มาตรการการประกันราคาพืชผลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร, การกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการแจกเงินคนจน นโยบายของรัฐเหล
“ประยุทธ์”ย้ำต่อที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ เร่งขับเคลื่อน ศก.ไตรมาส 3-4 หวั่นกระทบปี 63 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 16 ส.ค.ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในระหว่างการประชุม คณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นัดแรก ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งสำคัญ ของคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจครั้งแรก เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบัน มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องเศรษฐกิจ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ทุกคนทราบดีว่า เรามีปัญหาพอสมควรในด้านเศรษฐกิจของเรา ซึ่งจะมีการรายงานจากคณะทำงานให้ที่ประชุมรับทราบ ขอให้ทุกคนได้ติดตาม รายละเอียด เพื่อหาหนทางในการขับเคลื่อน “วันนี้มีทั้งเรื่องเพื่อทราบ และเรื่องเพื่อพิจารณา อนุมัติเพราะเป็นสถานการณ์เร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีในครั้งต่อไปเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไตรมาส 3 และ 4 หากทำไม่ได้ตอนนี้ จะมีผลต่องบประมาณ ปี 2563 ไตรมาส 1 และ 2 ด้วย อีกทั้งสถานการณ์โลกในวันนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาสงครามเศรษฐกิจ แม้จะมีหลายมาตรการที่ออกมาโดย 2 ประเทศยักษ์ใหญ่” พล.อ.ประยุ
สภาพัฒน์หั่นจีดีพีทั้งปีเหลือ 4.2% หลังตัวเลขไตรมาส 3/2561 ไม่สดใสโตต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันการค้าโลก ยอมรับส่งออกชะลอตัวเหลือ 7.2% จากเดิม 10% ด้านแบงก์ชาติยังเชื่อไตรมาส 4 จะดีกว่า หั่นจีดีพีทั้งปีเหลือ 4.2% – นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2561 ขยายตัว 3.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวถึง 4.6% เป็นไปตามอุปสงค์ภาคต่างประเทศ ขณะที่อุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดย สศช. ได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยปี 2561 ที่ 4.2% ในช่วงคาดการณ์ 4.2-4.7% จากเดิม 4.5% ในช่วงคาดการณ์ 4.2-4.7% เนื่องจากคาดว่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวลดลงเหลือ 7.2% จากเดิม 10% ส่วนการนำเข้าคาดว่าอยู่ที่ 16.2% จากเดิม 15.4% ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 2 ตามการชะลอตัวของอุปสงค์ภาคต่างประเทศ ในขณะที่อุปสงค์ในประเทศปรับตัวดีขึ้น ส่วนด้านการใช้จ่ายมีปัจจัยสนับสนุนจากการเร่งตัวขึ้นของการบริโภคและการลงทุนภาคเอก
หอการค้าระบุเศรษฐกิจไทยเติบโตเกินคาด จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคพุ่งทุบสถิติ 64 เดือน ปรับประมาณการณ์ตัวเลขใหม่มาอยู่ที่ 4.6% จากเดิมที่เคยคาดว่าจะขยายตัว 4.5% นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากสัญญาณความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ล่าสุดปรับตัวสูงที่สุดในรอบ 64 เดือน นับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2556 เป็นต้นมา บ่งชี้ว่าความมั่นใจในการจับจ่ายของผู้บริโภคจะกลับมาดีขึ้นเป็นลำดับอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง หลังจากที่ปรับตัวลดลงชั่วคราวในช่วง 3 เดือนที่แล้ว เนื่องจากการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยยังขยายตัวดีต่อเนื่องตามทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการเริ่มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวเปลือก อ้อย และข้าวโพด ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนก็เริ่มฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐมีโอกาสเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเด่นชัดขึ้น หนุนให้เศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปีนี้ ขยายตัวได้เฉลี่ย 4.6% มากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะเต
นางสาวสุทธาภา อมรวิวัฒน์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ(อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง 2559 คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.6% มีปัจจัยหนุนจากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง และการเบิกจ่ายและโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในต่างจังหวัดของภาครัฐทีมีความชัดเจนมากขึ้น จะช่วยให้เอกชนมีความเชื่อมั่นและลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตามมา เช่น ภาคการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีกและการท่องเที่ยว นางสาวสุทธาภา หนี้ครัวเรือนที่แม้จะเริ่มทรงตัวแต่ยังอยู่ในระดับสูงที่ 81.3% ของจีดีพี ทำให้ภาคการบริโภคยังฟื้นตัวไม่มากนัก และพบว่ารายได้ภาคครัวเรือนมีแนวโน้มลดลง สะท้อนจากชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา(โอที) ณ สิ้นไตรมาส 2 ที่ติดลบทุกกลุ่ม ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวและบริการ โดยติดลบ 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้ อัตราค่าจ้างยังเพิ่มขึ้น 1.4% แต่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2556-2558 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 7.6% ในระยะต่อไปต้องติดตามว่ารายได้ที่ลดลงและค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นไม่มากนักจะมีผลกระทบต่อการชำระหนี้และจะทำให้เกิดหนี้ที่ไม่ก
