เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
จะทำต่อไปจนกว่าจะหมดแรง ยกย่อง ‘พล.ต.ท.หญิง สุวัฒนา’ แพทย์จิตอาสา พล.ต.ท.หญิง สุวัฒนา / “จะพยายามทำต่อไปจนกว่าจะหมดแรง” คำพูดสั้นๆ ของอดีตอาจารย์หมอของโรงพยาบาลตำรวจ ที่ร่วมมาเป็นวิสัญญีแพทย์จิตอาสา ดูแลผู้ป่วยในโครงการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักใน โครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พล.ต.ท.หญิง สุวัฒนา โภคสวัสดิ์ ข้าราชการบำนาญโรงพยาบาลตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกษียณราชการ พ.ศ.2546 หลังเกษียณราชการได้เป็นจิตอาสาช่วยราชการทำงานเป็นวิสัญญีแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจทำงานสัปดาห์ละสองวัน ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน และยังเป็นประธานรุ่นของนิสิตคณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2506 เป็นประธานรุ่น แพทย์จุฬาฯรุ่น 20 (จบ พ.ศ.2512) เป็นประธานที่ปรึกษาของสมาคมอุปกรณ์การแพทย์ไทย พล.ต.ท.หญิง สุวัฒนา เล่าว่า เมื่อตอนเกษียณราชการ มีอาจารย์แพทย์หลายท่านชวนไปทำงานโรงพยาบาลเอกชน อาจารย์ท่านหนึ่งชวนให้ไปช่วยบริหารโรงพยาบาลหรือจะทำหน้าวิสัญญีด้วยก็ได้ แต่ความที่มีใจผูกพันกับโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอยู่มาตั้งแต่พ.ศ.2513 เมื่อจบอิน
เว็บไซต์ SME ONE ทุกเรื่องครบ จบในที่เดียว หวังช่วยยกระดับธุรกิจขนาดกลาง-ย่อม ของไทย คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า สสว. มีแนวคิดในการจัดทำ Web Portal เพื่อพัฒนาข้อมูลกลางในการบูรณาการความร่วมมือการส่งเสริม SMEs จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงิน โดยรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับ SMEs ในชื่อ SME ONE หรือ www.smeone.info โดยเริ่มเปิดทดลองให้บริการตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2561 มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยลดปัญหาของผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมาก ที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ ข่าวสาร หรือบริการต่างๆ ที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำขึ้น ทำให้พลาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพตนเอง ผอ.สสว. เผยอีกว่า ปัจจุบัน สสว. ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่มีบทบาทในการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs และสถาบันการเงินไปแล้ว จำนวน 43 หน่วยงาน โดยในวันนี้ ได้มีพิธีลงนาม MOU กับธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานที่ 44 ซึ่งนอกจากนี้ สสว. อยู่ระ
” ยำมะยงชิด ” หวานอมเปรี่้ยวนิดๆ ทานกับกุ้งเผาเนื้ออวบ อร่อยลืม ฤดูร้อน เป็นฤดูที่มีผลไม้ออกมาให้รับประทานกันมากมาย ไม่ว่า มะม่วง ทุเรียน ชมพู่หรือส้มโอ ปีนี้มะปรางและมะยงชิดออกมา ใครขับรถผ่านจังหวัดเพชรบุรีจะเห็นวางขายข้างทางเหลืองละลานตาไปหมด ส่วนใหญ่เราจะนำมะยงชิดมาคว้านรับประทานเฉยๆ หรือทำลอยแก้วใส่น้ำแข็งรับประทานให้หวานเย็นชื่นใจดับร้อน วันนี้ได้สูตรใหม่ที่จะนำมะยงชิดมาฝานทำเป็นยำ รับประทานเคียงกับกุ้งเผา มะยงชิดที่ได้มาวันนี้เนื้อเยอะ หวานอมเปรี้ยวนิดๆ เอามายำแทนมะม่วง อร่อยชื่นใจดีค่ะ ส่วนผสม กุ้งแม่น้ำ 1 ตัว (ขนาด 4 ตัว/กิโลกรัม) น้ำยำ มะนาว 6 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 5 ช้อนโต๊ะ มะปราง 3 ลูก ต้นหอม ผักชี หอมแดง พริกขี้หนูซอย วิธีทำ กุ้งเผา ใช้กรรไกรทำกับข้าวตัดเปลือกกุ้งจากต้นคอกุ้งมาถึงหางข้อสุดท้ายของกุ้ง ตัดหนวดและขาที่เกะกะออก ใช้มีดผ่ากลางหลังกุ้งแบะกุ้งพักไว เตรียมเผากุ้ง เตรียมเตาถ่าน ไฟร้อนได้ที่ เอากุ้งวางบนตะแกรง เอาฝาหม้อปิดกุ้งให้ระอุ ถ้าไฟแรงให้เอาขี
รวมลุคเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยม สะกดสายตาพสกนิกรทั่วหล้า เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยราชนิยมหลากหลายแบบ ร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ ๑๐ ด้วยทรงประยุกต์ตัดเย็บจากผ้ายกทองลายอันวิจิตรงดงาม พร้อมทรงปรับลุคแต่งพระพักตร์รวบพระเกศาให้ร่วมสมัย สมกับที่พระองค์ทรงเป็น “เจ้าหญิงแฟชั่นนิสต้า” ดีไซเนอร์ระดับโลก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ สืบเนื่องจากสมัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๓ ได้มีพระราชดำริว่า สมควรสร้างสรรค์รูปแบบการแต่งกายชุดไทยที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการศึกษาค้นคว้าเครื่องแต่งกายสมัยต่างๆ จากพระฉายาลักษณ์ของเจ้านายฝ่ายใน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ โดยพัฒนาปรับปรุงให้เหมาะสมกับยุคสมัย และทรงฉลองพระองค์เป็นแบบอย่าง เรียกว่า “ชุดไทยพระราชนิยม” มี ๘ ชุด ได้แก่ ๑.ชุดไทยเรือนต้น ๒.ชุดไทยจิตรลดา ๓.ชุดไทยอมรินทร์ ๔.ชุด
กรมสรรพากรลงนามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ และผลตอบแทนเงินฝากที่ได้รับจากการฝากเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามรวมกันไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ 15% คลังเริ่มแล้วรีดภาษีเงินฝาก – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2562 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ได้ลงนามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ และผลตอบแทนเงินฝากที่ได้รับจากการฝากเงินตามหลักการของศาสนาอิสลามรวมกันไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ 15% ทั้งนี้ ดอกเบี้ยและผลตอบแทนเงินฝากที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้ 1. ดอกเบี้ยและผลตอบแทนเงินฝากทุกบัญชีรวมกัน มีจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 2 หมื่นบาทตลอดปีภาษีนั้น 2. ชื่อบัญชีเงินฝากและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรที่ใช้ในการเปิดบัญชีเงินฝากจะต้องเป็นของผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ย หรือผลตอบแท
ทูลกระหม่อม ทรงตอบ เหตุใดถึงไม่ได้รับการสถาปนาฐานันดรศักดิ์ วันที่ 5 พ.ค. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเลียบพระนคร และทรงโพสต์ข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เสด็จเลียบพระนครพยุหยาตราทางสถลมารค ในวโรกาสบรมราชาภิเษก #May52019 #Onceina Lifetime” ด้านสมาชิกอินสตาแกรมรายหนึ่ง ได้กราบทูลถาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ว่า เพราะเหตุใดพระองค์ถึงไม่ได้รับสถาปนาในวันนี้ ซึ่งทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงตอบว่า “เพราะงานของเราเป็นแนวนี้ทำงานได้สะดวกและได้ผลกว่านะ”
จัดมหรสพสมโภช 7 วัน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมกันทั่วประเทศ 22-28 พ.ค. เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงมหาดไทย ร่วมจัดมหรสพสมโภช 7 วัน พร้อมกันทั่วประเทศระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค.นี้ เวลา 17.00-23.00 น. ที่สนามหลวง และในส่วนภูมิภาค ทั้ง 76 จังหวัด ในกรุงเทพมหานคร ที่สนามหลวง เวทีการแสดงฝั่งทิศใต้ (ฝั่งพระบรมมหาราชวัง) วันที่ 22 พ.ค. ไม่มีการแสดง เนื่องจากเป็นพิธีเปิดงาน หลังจากนั้นวันที่ 23 พ.ค. การแสดงวงโยทวาทิต โรงเรียนวัดสุทธิวราราม, วันที่ 24-25 พ.ค. วงโยทวาทิต วิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมา, วันที่ 26-27 พ.ค. มาร์ชชิ่งแบนด์ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย, วันที่ 28 พ.ค. วงโยธวาทิต โรงเรียนวัดราชบพิธ การแสดงพื้นบ้านเวทีย่อย ที่เวทีฝั่งศาลฎีกา และฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เวลา 17.30-18.30 น. วันที่ 22 พ.ค. หุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ ต้อนรับผู้มาร่วมงาน, วันที่ 23 พ.ค. การแสดงกระตั้วแทงเสือ โขนสด หนังใหญ่วัดขนอน วันที่ 24 พ.ค. ละครชาตรี การแสดงหุ่นพื้นบ้านร่วมสมัย และหุ่นกระบอก คณะบ้านตุ๊กตุ่น, วันที่ 25 พ.ค. การแสดงนาฏศิลป์และดนตรีกลุ่มชาติพันธุ์ ประกอบด้วย รำมอ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัส ทรงปลาบปลื้ม พสกนิกรพร้อมใจถวายพระพร วันที่ 6 พ.ค. เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จขึ้นท้องพระโรงพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลเบิก นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางอิสลามและผู้แทนคณะพาณิชย์ 4 คณะ เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กราบบังคมทูลเบิกผู้แทนคณะบุคคลทางศาสนา 4 คณะ เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล แล้วเสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลแทนราษฎรทุกหมู่เหล่า จบ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยาง
ปีติ พระเจ้าอยู่หัว-พระราชินี พระราชโอรส-ธิดา แย้มพระสรวล โบกพระหัตถ์ วันที่ 6 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี ประตูเหล็กกล้า ประตูเหล็กเพชร รถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หลังพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท เสด็จออกสีหบัญชร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พสกนิกรเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระราชโอรส พระราชธิดา โบกพระหัตถ์ ยังความปลาบปลื้มแก่ประชาชนเป็นล้นพ้น
ทุนพระราชทาน รัชกาลที่ 10 แสงทองจากฟ้าส่องสว่างทั่วแดนดิน เพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย – Bank of Thailand ได้โพสต์เรื่อง ทุนพระราชทาน รัชกาลที่ 10 แสงทองจากฟ้าส่องสว่างทั่วแดนดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการทุนการศึกษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นเมื่อปี 2552 ทรงให้นำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามพระราชปณิธานที่มุ่งสร้างความรู้ เพื่อสร้างโอกาสแก่เยาวชนไทยที่มีฐานะยากจน แต่ประพฤติดี มีความสามารถในการศึกษา ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มั่นคง ต่อเนื่องในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีตามความสามารถของแต่ละคน ต่อมาในปี 2553 ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระนามก่อนขึ้นทรงราชย์) หรือ ม.ท.ศ.” ขึ้น โดยทรงเป็นองค์ประธานกรรมการ ทรงให้นำโครงการทุนการศึกษาฯ มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ มูลนิธิฯ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนสืบต่อไป โดยให้มีการทำสัญญารับทุนและชดใช้ทุนภายใต้เงื่อนไข เมื่อจบการศึกษา ให้ชดใช้ทุนพระร
