เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ จัดงานมอบรางวัล “สโตร์ พาร์ทเนอร์หรือผู้ร่วมธุรกิจร้านเซเว่น อีเลฟเว่นยอดเยี่ยม 2025″ เพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องผู้ร่วมธุรกิจประเทศ ที่สามารถบริหารจัดการร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม การมอบรางวัลครั้งนี้ สะท้อนถึงความสำเร็จที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ “สร้างอาชีพ” ของซีพี ออลล์ ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ เถ้าแก่ SME คนรุ่นใหม่ ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของซีพี ออลล์มาโดยตลอด ภายในงานมีการแถลงนโยบายการดำเนินงาน โดยบริษัทมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อส่งมอบบริการที่รวดเร็วและมีคุณภาพสูงสุดแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังย้ำถึงการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริโภค สังคม ชุมชน รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ได้เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่ว
จากอดีตนักแสดงวัยรุ่นยุค 90 ที่เคยรับบท “หินกลิ้ง” ในละครดัง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ สู่การเป็นพิธีกรท่องเที่ยว และวันนี้มาในบทบาทใหม่ เจ้าของแบรนด์ “หมูก้อนทอด AKIRA” และนักพยากรณ์หนุ่ม แต๊งค์–พงศกร มหาเปารยะ เล่าเรื่องราวชีวิตที่เต็มไปด้วยการค้นหา การลองผิดลองถูก และการเริ่มต้นใหม่ที่ไม่ได้มองเพียง “กำไร” แต่คือ “คุณค่า” ของการได้ลงมือทำจริง แต๊งค์ เติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลางถึงดี บ้านอยู่สุขุมวิท 31 ในวันที่ยังเงียบสงบ วัยเด็กเต็มไปด้วยความสนุกจากการเล่นสเกตบอร์ด วิ่งเล่น เตะบอลกับเพื่อน มากกว่าการตั้งใจเรียนหนังสือ เขาใช้ชีวิตเหมือนลูกคนเดียวเกือบ 10 ปี ก่อนที่น้องชายจะเกิด ทำให้คุ้นชินกับการพึ่งพาตนเอง ต่อมา ครอบครัวมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ต้องย้ายโรงเรียนและไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นอีกโลกหนึ่งของชีวิต การอยู่ต่างแดนทำให้เขาโดดเด่นด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จนติดอันดับท็อปของโรงเรียน จึงเลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์ แม้ลึกๆ แล้วจะรักศิลปะมากกว่า ไม่นานก็พบว่าวิศวะไม่ใช่ทางที่ชอบ จึงกลับไทย เลือกเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร เพื่อทำตามใจต
เริ่มต้นปีพุทธศักราช 2569 ซึ่งตรงกับปีนักษัตร “มะเมีย” ตามธรรมเนียมการเริ่มต้นสิ่งใหม่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงขอต่อสายตรงถึง อาจารย์ไวท์ หมอดูโอปป้า เพื่อเจาะลึกทิศทางดวงเมืองและคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องเตรียมรับมือกับความท้าทายในปีนี้ อาจารย์ไวท์ ฉายภาพรวมว่า ดวงเมืองไทย (ราศีเมษ) กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากดาวเสาร์ย้ายเข้าสู่เรือนวินาศตั้งแต่ช่วงปี 2568 ส่งผลให้ธุรกิจกระแสหลักอย่าง การท่องเที่ยว อาหาร และความงาม เกิดการทรุดตัวและต้องปรับตัวอย่างหนัก นอกจากนี้ ดาวมฤตยูที่ทับเรือนการเงินมาตั้งแต่ปี 2565 จะยังคงอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2572 รวมระยะเวลา 7 ปีแห่งความผันผวนหลังโควิด กราฟธุรกิจต่อจากนี้จะไม่มีคำว่านิ่ง หรือเปิดร้านแล้วขายดีถล่มทลายเป็นสิบปีเหมือนสมัยก่อน แต่จะเป็นยุคของ “ธุรกิจตามเทรนด์” ที่เน้นกลยุทธ์ระยะสั้น ปรับตัวเร็ว และเน้นการคว้าโอกาสในจังหวะที่เหมาะสม หากถามว่าธุรกิจอะไรที่มาแรง อาจารย์ไวท์บอกว่า เป็นธุรกิจเกี่ยวกับ AI เพราะดาวมฤตยูจะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนวัตกรรม ความล้ำสมัย “ธุรกิจอะไรที่ล้ำไปกว่าคนอื่นอีกก้าวหนึ่ง จะเป็นธุรกิจที่อยู่
เริ่มต้นวันแรกของปี นอกจากจะวางแผนเที่ยวหรือพักผ่อนแล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยก็คือ “การยื่นลดหย่อนภาษีปี 2568” เพื่อให้การขอคืนภาษีรวดเร็วและไม่สะดุด วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมข้อมูลการยื่นลดหย่อนภาษี 2568 มาให้แล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้ สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90/91 ส่วนตัวและครอบครัว กระตุ้นเศรษฐกิจ เงินบริจาค ประกัน การออม และลงทุน รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท รวมทั้งหมดไม่เกิน 500,000 บาท ประกันสังคม เงินเดือนเท่าไหร่ ต้องเสียภาษี สำหรับผู้ที่ต้องเสียภาษีสามารถเช็กได้เลยดังรายละเอียดต่อไปนี้ว่า อัตราภาษีแบบขั้นบันได 2568 คุณอยู่ขั้นไหน เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี 0-150,000 ยกเว้นภาษี 150,001-300,000 5% 300,001-500,000 10% 500,001-750,000 15% 750,001-1,000,000 20% 1,000,001-2,000,000 25% 2,000,001-5,000,000 30% ตั้งแต่ 5,000,001 ขึ้นไป 35% ขอบคุณข้อมูล กรมสรรพากร
ขึ้นปีใหม่ 2569 แบบนี้ นอกจากวางแผนธุรกิจ เช็กยอด เช็กดวงแล้ว อย่าลืมเช็ก “พลังใจ” ด้วยเสียงเพลงพร้อม ‘ตั้งหัวแถว’ ใหม่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มัดรวม 12 เพลงที่คัดมาแล้วว่า นี่แหละ เพลงปลุกใจผู้ประกอบการตัวจริง มีทั้งแนวฮึกเหิม อ่อนโยน เพลงปลอบใจ หรือจะรันชีวิตด้วยเงิน ฟังแล้วพร้อมลุกขึ้นมาลุยต่อแม้ยอดยังไม่เข้า แต่โหมดสู้ต้องเข้าไว้ก่อน จะมีเพลงไหนตรงใจบ้าง ไปเช็กกันเลย 1. The Thunder – Vichaya Vatanasapt, Julian Carey นี่มันเพลงของหัวแถว เป็นเพลงประกอบซีรีส์สุดฮิตบน Netflix จากเรื่อง สงคราม ส่งด่วน หรือ Mad Unicorn มีท่อนอินโทรสุดฮึกเหิมที่ปลุกใจผู้ประกอบการอย่างเราๆ ให้มีแรงฮึดสู้ 2. ต้องสู้จึงจะชนะ – เจินเจิน บุญสูงเนิน เพลงปลุกใจขนาดนี้ มีหรือคุณแม่จะพลาด หนึ่งในตำนานกว่าหลายทศวรรษ เพลงอมตะที่เป็นคาถาประจำใจคนทำธุรกิจสู้ชีวิต เนื้อหาชัดเจนว่า “30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องใส่ฟัน เอ๊ย ไม่ใช่ ต้องฝ่าฟัน ต้องสู้ ต้องสู้จึงจะชนะ” ชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแต่มาจากการลงมือทำ 3. Eye of the Tiger – Survivor แค่อินโทรทำนองก็ปลุกพลังนักสู้ไม่แพ้กับเพลงไหนๆ Eye of t
สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูจัดงาน Peru–Lanna Nights จัดฉลองครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เปรู โดยมี มิสซีซิเลีย กาลาร์เร็ตต้า เอกอัครราชทูตเปรู นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ดร.หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ เปรูฯ และมิสเตอร์อาร์โนด์ แบรีล ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ เข้าร่วม ด้วยการจัดดินเนอร์อาหารเปรู-ไทยล้านนา ระหว่างเชฟ อาเบล ออร์ตีซ อัลบาเรซ ชาวเปรู และ เชฟไทย นาถฤทัย เพชรสุวรรณ ถึง 2 คืน ทำให้งานประสบความสำเร็จอย่างน่าประทับใจ ณ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ จากซ้ายไปขวา : มร.อาร์โนด์ แบรีล, ดร.หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช, มาดามวีรี ฐิติปุญญา เจริญสุวรรณ, นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ, มิสซีซิเลีย กาลาร์เร็ตต้า เอกอัครราชทูตเปรูประจำประเทศไทย, นายชัชวาลย์ ปัญญา, มร.มาร์ติน อบาร์กา และ ดร.กุลภัทร์ พิสิษฐ์กุล
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ภายใต้แนวคิด “Safe Trip Safe Life with Insurance” หรือ “ปีใหม่อุ่นใจ เดินทางปลอดภัย ประกันภัยคุ้มครอง” ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ณ ลานหน้า ศูนย์การค้า I’m Chinatown และลานอเนกประสงค์ สถานี MRT วัดมังกร ถนนเจริญกรุง กรุงเทพมหานคร เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางจำนวนมาก โดยเชื่อว่าการป้องกันควบคู่กับการมีหลักประกันที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝัน และเสริมความมั่นใจให้ประชาชนในช่วงปีใหม่ นอกจากนี้ กิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ยังช่วยให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง ผ่านกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อรายย่อย หรือไมโครอินชัวรันส์ ทั้งประกันภัยอุบัติเหตุระยะสั้น 30 วัน และประกันภัยที่อยู่อาศัย ด้วยเบี้ยประกันภัยที่เข้าถึงได้ ช่วยเสริมความอุ่นใจทั้งระหว่างการเดินทางและเมื่อกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย สามารถเลือกซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ถึงว
หากช่วงปี 2024–2025 คือเวลาที่ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยถูกคลื่นกระแสซัดเข้ามาพร้อมกันหลายระลอก ว่ากันว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่น้ำเริ่มลด และ “ภาพจริง” ของตลาดจะค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น ใครว่ายน้ำเป็น จะยังยืนอยู่ ใครแค่ลอยตามกระแส จะเริ่มเห็นขอบสระ ปีหน้า จึงไม่ใช่ช่วงเวลาของการเติบโตแบบหวือหวา แต่เป็นช่วงเวลาของการ “คัดกรอง” อย่างจริงจัง … อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแห่งวงการแฟรนไชส์ ฉายภาพทิศทางธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย ให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เป็นสื่อกลางถ่ายทอดในโอกาสนี้ ว่า ในปี 2026 แฟรนไชส์จากจีน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มราคาประหยัดอย่าง Mixue หรือแบรนด์ในแนวเดียวกัน จะยังไม่หายไปจากตลาดไทย แต่ภาพที่เห็นชัดขึ้น คือการ “หดตัวอย่างมีรูปแบบ” กล่าวคือ สาขาที่อยู่ในทำเลเกรด C หรือทำเลที่พึ่งพาราคาเป็นหลัก จะเริ่มทยอยปิดตัวลง เพราะโมเดลลักษณะนี้ อยู่ได้จาก “ปริมาณและทราฟฟิก” มากกว่า “ความภักดีของลูกค้า” เมื่อค่าเช่า ค่าแรง และการแข่งขันเพิ่มขึ้น สาขาที่ไม่มีทราฟฟิกจริงจะรับแรงกดดันไม่ไหว สุดท้ายจะเหลือเฉพาะสาขาที่อยู่ในทำเลเกรด A และ B ซึ่งมีทราฟฟิกสม่ำเสมอ และยังสามารถแบกรับต้นทุนไ
คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เกี่ยวกับสถานการณ์ความท้าทายเศรษฐกิจปี 2568 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องกับเศรษฐกิจไทยปี 2569 ว่า มีหลายเหตุการณ์ที่จะต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็น ”สงครามภูมิรัฐศาสตร์” จากความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชา ที่ส่อยืดเยื้อและสุ่มเสี่ยงต่อมือที่สามเข้ามาแทรกแซง และสร้างเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและความมั่นคงเพิ่มขึ้น “สงครามการค้า” และกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา กับเงื่อนไขผูกโยงเศรษฐกิจและความมั่นคงซึ่งต้องเร่งการปรับกลยุทธ์ประเทศและภาคเอกชนรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่โอกาสตลาดใหม่ “สงครามโลกเดือดระอุ” กับมหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศกับแผนเชิงรุกในการป้องกัน รับมือ เผชิญเหตุและบริหารจัดการสถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆ อย่างมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน “สงครามเทคโนโลยี AI” Cybersecurity ความทันสมัย ความสะดวกรวดเร็วที่ตอบโจทย์ การเพิ่มโอกาสสำหรับผู้ที่พร้อมปรับตัวที่มาควบคู่กับความท้าทายสำหรับผู้ปรับตัวไม่ได้ ไม่ทัน ไม่เข้าถึง และกลุ่มเปราะบางที่จะขยายความเหลื่อมล้ำออกไป หากขาดกลไกการผลักดันให้เข้าถึงเศ
กระทรวงแรงงาน จับมือ Outsourcing Service เดินหน้ายกระดับ ‘e-WorkPermit 2569’ สู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับผู้ใช้บริการที่มีอยู่มากกว่า 10 ล้านรายพร้อมให้บริการลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว ด้วยความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพสูงสุด นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์สกาย เปิดเผยว่า โครงการจ้างเหมาเอกชนผลิตใบอนุญาตทำงาน ให้บริการรับคำขอ และรับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว (Outsourcing Service) ภายใต้ระบบ e-WorkPermit สำหรับนายจ้าง สถานประกอบการ บริษัทนำเข้าแรงงาน และแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติ ที่เริ่มเปิดใช้งานมาตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 2568 จนถึงวันที่ 25 ธ.ค. 2568 นั้น มีผู้ลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 363,561 ราย โดยแบ่งเป็นการลงทะเบียนของคนต่างด้าว (แรงงานต่างด้าว) 218,489 ราย นายจ้าง 121,410 ราย บริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าว (บน.จ.) 336 ราย ผู้ดำเนินการแทน 21,900 ราย หน่วยงานรัฐและมูลนิธิ 1,426 ราย รวมทั้งคนต่างด้าว (แรงงานต่างด้าว) ที่แจ้งเข้าระบบโดยอัตโนมัติ อีก 3,045,895 ราย ทำให้จนขณะนี้ มีข้อมูลแรงงานต่างด้าวอยู่ในระบบ e-WorkPermit ของกระทรวง
