เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
เคทีซี เผยการใช้จ่ายในแหล่งท่องเที่ยวพุ่ง! ชวนครอบครัวบัตรเครดิตสัมผัสธรรมชาติ ที่ ซาฟารีเวิลด์ นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดช่วงปิดเทอม วันหยุดยาว หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ กรุงเทพฯ น่าจะเป็นสถานที่เที่ยวใกล้บ้านสำหรับครอบครัวที่อยากจะหากิจกรรมให้เด็กๆ ทำในยามว่าง เพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ของครอบครัว และเปิดโลกทัศน์เพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิตให้ลูกที่กำลังจะเติบโต แม้ในยุคออนไลน์ที่ข้อมูลข่าวสารสามารถค้นหาได้ง่ายและรวดเร็ว แต่การออกไปสัมผัสเรียนรู้ด้วยตัวเอง คือกุญแจสำคัญในการพัฒนาทั้งทางร่างกาย ปัญญา อารมณ์ และสังคม ซึ่งสวนสัตว์เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีของเด็กๆ ทุกยุคสมัย และปัจจุบัน “ซาฟารีเวิลด์” เป็นสวนสัตว์เปิดแห่งเดียว ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และเดินทางไปสะดวกและประหยัดเวลา” “เคทีซีจึงได้ร่วมมือกับซาฟารีเวิลด์ ชวนสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี พาบุตรหลานเปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยมอบโปรโมชันบัตรสมาชิกรายปีซาฟารีเวิลด์ ราคา 1,300 บาท (ราคาปกติ 2,880 บาท) พิเศษ! เพียงใช้ 1
ดอยคำ จับมือ แบรนดิ จัดงานเสวนาเรื่อง “มุมมองในการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม” ยกระดับสู่เวทีโลก ภายใต้หัวข้อ “ดอยคำ 30 ปี กับการพัฒนาที่ยั่งยืน” (9 สิงหาคม 2567) บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นำโดย นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ นายปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และ นายบรรยง พงษ์พานิช กรรมการ และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมเสวนามุมมองการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้หัว “ดอยคำ 30 ปี กับการพัฒนาที่ยั่งยืน” พร้อมจัดแสดงนิทรรศการเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 17 ข้อ ที่ ดอยคำ และแบรนดิ ได้ลงมือทำตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ณ อาคาร 111 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร นายพิพัฒพงศ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทฯ ได้น้อมนำ “หลักการทรงงาน” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งในปี 2567 บริษัทฯ ดำเนินการตามเป้าหมายครบทั้ง 17
ตลาดแข่งเดือด ขั้น Red Ocean วงการสินค้าพรีเมียม ไม่ต่าง ไม่รอด OGGA (อ๊อกก้า) คือชื่อกิจการรับผลิต “สินค้าพรีเมียม” หรือสินค้าที่ผลิตออกมาเพื่อส่งเสริมการขาย ซึ่งบรรดาห้างร้านหรือองค์กรต่างๆ นิยมนำมาแจกให้เป็นของขวัญ-ของสมนาคุณ ให้กับลูกค้า เพื่อเป็นการขอบคุณ พวกเขาเสนอตัวเข้าสู่แวดวง “คนผลิต” สินค้าพรีเมียม เมื่อราว 9 ปีก่อน โดยสองสามีภรรยาคือ คุณโอ และ คุณเชล-ธีรยาฎ์ วิทย์วัฒน์ดำรง เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง “ปีแรกจับพลัดจับผลู เริ่มจากศูนย์แบบเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไปทำตามคนอื่นเขา ดูว่าเขาทำอะไรกันอยู่ ก็ไปทำแบบเขา พอผ่านไปปีหนึ่ง ได้ผลออกมา คือถ้าพูดถึงตัวเงิน ธุรกิจทำอะไรไม่ได้เลย รายได้น้อยมากๆ เหมือนเรากระโจนลงไปใน Red Ocean ทะเลเดือดๆ” คุณเชล ผู้บริหารอ๊อกก้า เริ่มต้นบทสนทนา กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น ก่อนคุยให้ฟังต่อ ตัวเธอจบมาทางด้านอินทีเรียดีไซน์ ครอบครัวทำธุรกิจส่งออกเครื่องประดับ ส่วนครอบครัวคุณโอ-สามี ทำธุรกิจโรงพิมพ์ ก่อนมีไอเดียธุริกจร่วมกัน โดยคุณโอ มองว่า สินค้าของพรีเมียม พิมพ์ออกมาเท่าไหร่ มักใช้งานไม่ได้นาน จับนิดจับหน่อยก็แตกหัก เลยอยากมาลองทำสินค้าพรีเมียมคุณภาพด
เศรษฐกิจทรุด สินค้าบิวตี้โตสวน เหตุช่วยชุบชูจิตใจ ใช้งบซื้อไม่มาก The 1 Insight ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล เผยผลวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายกลุ่มสินค้า Luxury ในช่วงครึ่งปีแรก 2024 แม้ในสภาพเศรษฐกิจผันผวน ภาพรวมกำลังซื้อตลาด Luxury Retail ยังเติบโตสูง 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนโควิด โดยสินค้าบิวตี้ เติบโตแรงกว่าสินค้าแฟชั่น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ชี้เป็นจังหวะสำคัญของแบรนด์ Luxury ในการขยายฐานลูกค้า Gen Z ที่กำลังเริ่มสนใจสินค้าลักชูรี ซึ่งคาดการณ์ว่ายอดใช้จ่ายจะเติบโตต่อเนื่อง 10% ทุกปี ในขณะที่ผู้บริโภคช่วงวัยอื่นๆ ยังคงมีการใช้จ่ายสูง แต่การเติบโตเริ่มคงที่ เผย Gen Z และ Gen Y จะกลายเป็นกำลังซื้อหลักของกลุ่มสินค้า Luxury ทั่วโลกภายในปี 2025 สำหรับภาพรวมการใช้จ่ายกลุ่มสินค้า Luxury จาก The 1 Insight ล่าสุดพบว่า การใช้จ่ายสินค้าบิวตี้มีการเติบโตสูงกว่าสินค้าแฟชั่น 10% ซึ่งตรงกับทฤษฎี Lipstick Effect ที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงที่กำลังซื้อภาพรวมลดลง ทว่ายอดการใช้จ่ายสินค้าบิวตี้กลับเติบโตสวนทาง เนื่องจากเป็นสินค้าที่ชุบชูจิตใจได้ไม่แพ้สินค้าแฟชั่นแบรนด์หรู แต่มาในงบประมาณ
วิทยาลัยดุสิตธานี เปิดหลักสูตรป.โท ผลิต นักธุรกิจวงการอาหาร ทุกมิติ สำหรับผู้ที่ต้องการจะเปิดร้านอาหารหรือกิจการใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับอาหาร อาจคิดว่า อาศัยแค่ประสบการณ์ที่สั่งสมมาหรือครูพักลักจำมาจากพ่อแม่ แล้วศึกษาเพิ่มเติมเอาอีกสักหน่อยก็น่าจะพอ เพราะถ้ารสชาติอร่อยก็คงขายได้เอง แต่เดี๋ยวก่อน! การทำธุรกิจอาหารไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะเห็นมานักต่อนักแล้วที่อาหารอร่อย บริการดี ทำเลก็เป็นเลิศ แต่สุดท้ายต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน นั่นเพราะเจ้าของไม่มีความรอบรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจอาหาร อย่างเพียงพอนั่นเอง แต่การจะประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน ถ้าหากได้ลองมาเรียนปริญญาโท หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต กลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจอาหาร (Gastronomy Business Management) วิทยาลัยดุสิตธานี ซึ่งสอนครอบคลุมทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ในโอกาสนี้ ดร.วิลาสินี ยนต์วิกัย ผู้อำนวยการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิทยาลัยดุสิตธานี ได้มาไขข้อข้องใจว่า หลักสูตรนี้ดีอย่างไร เรียนแล้วได้อะไร และใครเหมาะที่จะมาเรียน ที่มาที่ไปของหลักสูตรป.โท กลุ่มวิชาการจัดการธุรกิจอาหาร หลักสูตรปริญญาโท ของวิทยาดุสิตธ
พบที่สุดแห่งงาน “Thailand Wellness & Healthcare Expo 2024” วันที่ 16-18 ส.ค. 67 ฮอลล์ 99 ไบเทค จัดเต็มสินค้า-บริการ เวลเนส ท่องเที่ยว นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ จับคู่ธุรกิจ คาดเงินสะพัด 100 ลบ. เตรียมพร้อมจัดอย่างยิ่งใหญ่กับงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2024 จัดโดย บริษัท กิจการร่วมค้า พีเอ็มจี-ไทยพัฒนา จำกัด ผนึกหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดเวทีแสดงสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพครบวงจรรวมกว่า 170 แบรนด์ พร้อมด้วยเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ กิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัล และเสวนาให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญอัปเดตเทรนด์สุขภาพและเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ตลอดงาน คาดมีเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 100 ล้านบาท พลาดไม่ได้ วันที่ 16-18 สิงหาคม 2567 ณ ฮอลล์ 99 ไบเทค บางนา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สมอาจ วงศ์ขมทอง ประธาน บริษัท กิจการร่วมค้า พีเอ็มจี-ไทยพัฒนา จำกัด กล่าวถึงการจัดงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2024 ในครั้งนี้ว่า “ธุรกิจ Wellness & Healthcare และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพมีมูลค่ามหาศาล จากการประเมินของ GWI (Global Wellness Institute) ตลา
ยูอาร์ซี ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง การันตีด้วย 2 รางวัลคุณภาพ มุ่งสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด การันตีความมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์ผ่านขนมที่อร่อยให้กับผู้บริโภคควบคู่ไปกับการตอบแทนสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคม พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ URGreen ด้วยการคว้า 2 รางวัลใหญ่ด้าน Sustainability โดยมีการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พนักงานในเรื่องภาวะโลกร้อนผ่านกิจกรรมภายในองค์กร เพื่อให้ธุรกิจ และสังคมเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง นายฐานันท์ สุวรรณรักษ์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประเทศไทย ลาว และ กัมพูชา บริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ยูอาร์ซี เราเชื่อในพลังของความร่วมมือ โดยที่ผ่านมาเรามุ่งมั่นปลูกฝังจิตสำนึกด้านความยั่งยืนให้กับผู้คน ทั้งกลุ่มลูกค้า รวมไปถึงพนักงานของเราเอง เพื่อเป้าหมายการทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้นไปพร้อมๆ กัน เช่นเดียวกับในปีนี้ ยูอาร์ซี ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงคน ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการรณรงค์ให้รักษ์โลกจาก
เผย 3 เทคนิคตรวจสุขภาพธุรกิจ “ถอดรหัส” ประสิทธิภาพร้านค้าออนไลน์ ปัญหาของผู้ขายออนไลน์หลายคน อาจจะเจอกับภาวะขาดทุน แม้สินค้าจะขายดีจนทุบสถิติ นั่นเป็นเพราะความสำเร็จในการค้าขายบนอีคอมเมิร์ซไม่ได้วัดจากจำนวนสินค้าที่ขายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การมองเห็นภาพรวมประสิทธิภาพของร้านค้า หรือการวิเคราะห์และตรวจสุขภาพของธุรกิจ เพื่อให้สามารถระบุปัญหาและรักษาได้อย่างทันท่วงที และช่วยให้ผู้ขายรู้ว่าควรต้องเร่งพัฒนาหรือใช้ประโยชน์จากธุรกิจในส่วนใด อีกทั้งยังช่วยให้ตั้งเป้าหมายที่เหมาะสม และตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ขายออนไลน์สามารถสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจบนอีคอมเมิร์ซ ลาซาด้า จึงขอแนะนำ 3 เคล็ดลับในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจออนไลน์ได้อย่างสูงสุด ดังนี้ เพิ่มยอดเข้าชม ด้วยการโฆษณาในตำแหน่งที่โดดเด่น : การนำเสนอสินค้าในตำแหน่งที่ผู้บริโภคเห็นได้ง่ายจะช่วยดึงดูดให้นักช้อปเข้ามาเยี่ยมชมร้านค้ามากขึ้น โดยร้านค้ามีโอกาสเพิ่มยอดเข้าชมให้โตขึ้นกว่า 6 เท่า[1] จากการใช้เครื่องมือโปรโมตสินค้าผ่านลาซาด้า เพื่อช่วยจับคู่สินค้ากับนักช้อปที่สนใจ ผ่านการแส
FUTURE FOOD รับวิกฤตอาหารโลก ทางเลือก-ทางรอดมนุษยชาติ ระบบอาหารของโลก มีความเปราะบางและไม่เพียงพอต่อความต้องการของมวลมนุษยชาติ และเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก ไม่ได้รับอาหารเพื่อสุขภาพ โดยปัญหาเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสงคราม ความขัดแย้ง ภาวะโลกระบาด ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น อาหารแห่งอนาคต (Future Food) ถูกหยิบยกมาพูดในวงกว้าง ด้วยมองว่าเป็นทางเลือกและทางรอดของมวลมนุษยชาติ ในยุคที่โลกมีความผันผวนในหลากหลายมิติจากเหตุปัจจัยดังกล่าวข้างต้น เพราะอาหารแห่งอนาคต ผลิตจากแหล่งโปรตีนที่มีกระบวนการผลิตที่มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยภาครัฐหลายหน่วยงาน ได้มีการวางแผนสนับสนุนอาหารแห่งอนาคตตามเทรนด์อาหารและกระแสความยั่งยืนของโลก สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ทำการรวบรวมข้อมูลและพบว่า ในปี 2566 ไทยส่งออกอาหารอนาคต (Future Food) มูลค่ากว่า 144,000 ล้านบาท สัดส่วนส่งออกมากที่สุดคือ อาหารสุขภาพ และสารประกอบเชิงฟังก์ชัน 89% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด
ย่านทองหล่อเป็นหนึ่งในแหล่งรวมร้านอาหารชั้นนำของกรุงเทพฯ ที่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารนานาชาติ หรือฟิวชัน วันนี้เราได้รวบรวม 20 ร้านอาหารเด็ดย่านทองหล่อมาฝากกัน อัปเดตล่าสุดปี 2024 รับรองว่าอร่อยถูกปากทุกร้าน 20 ร้านเด็ดย่านทองหล่อ อร่อยครบทุกสไตล์ 1. Wine Republic Bangkok Thong Lor 10 ร้านอาหารนานาชาติสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานกับไวน์บาร์ได้อย่างลงตัว ตั้งอยู่ห่างจาก BTS ทองหล่อเพียง 1.2 กิโลเมตร บรรยากาศร้านโทนสีดำ มี 2 ชั้น นั่งได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง มีดนตรีสดให้ฟัง เมนูแนะนำ : สปาเกตตีครีมซอสคาโบนาร่า เหมาะสำหรับสังสรรค์หลังเลิกงาน 2. สีฟ้า ทองหล่อ ร้านอาหารไทย-จีนสูตรต้นตำรับที่เปิดมานาน ตั้งอยู่ที่ฟิฟตี้ ฟิฟท์ พลาซ่า ชั้น 2 เมนูเด็ด : ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ไข่ดาว แกงเผ็ดเป็ดย่าง แกงพริกขี้หนูเนื้อน่อง ก๋วยเตี๋ยวแห้งเนื้อสับไข่แดง และก๋วยเตี๋ยวราดหน้าปลากะพง 3. Thonglor Thai Cuisine ร้านอาหารไทยต้นตำรับรสชาติจัดจ้าน ตกแต่งสวยงามแบบไทยร่วมสมัย เมนูแนะนำ : แกงมัสมั่นเนื้อใส่เม็ดบัว และแกงบวดสามกษัตริย์ 4. The Lounge โรงแรมอาคีร่า ทองหล่อ ร้านอาหารนานาชาติบรรยากาศหร
