เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ในยุคที่ออนไลน์ครองเมือง การทำอะไรก็ตามมักจะง่ายและสะดวกเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส รวมไปถึงเรื่องธุรกรรมการเงินด้วย ที่ผู้คนแทบจะไม่มีเงินสดติดตัวกันอย่างแต่ก่อน แต่ด้วยความง่ายดายนั้น แฝงเข้ามาซึ่งอาชญากรไซเบอร์ที่เข้ามาหลอกลวงและทำผิดกฎหมาย หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ก็คือ “บัญชีม้า” ซึ่งเป็นบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นที่ถูกนำมาใช้เป็นสะพานในการโอนย้ายเงินที่ได้จากการกระทำผิด จากประเด็นดังกล่าวที่มิจฉาชีพกระทำนั้น ทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนไม่น้อย ที่ถูกอายัดบัญชี เนื่องจากบัญชีม้าโอนเงินเข้าบัญชี และกว่าจะแก้ไขได้ ก็ได้รับผลกระทบ ที่ไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้ โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ได้ชี้แจงว่า ธนาคารจะระงับยอดเงินที่มีปัญหา ไม่ใช่ทุกบัญชี และทุกธนาคารใช้มาตรฐานเดียวกัน ในการระงับวงเงินต้องสงสัยเพียง 3 วัน ยกเว้น บัญชีที่มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้อง กับ บัญชีม้าดำ และ ม้าเทา ที่ระยะเวลาการระงับวงเงินจะยืดออกไป ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แบ่งระดับความเสี่ยงของบัญชีม้า ออกไว้เป็น 5 ระดับสี เพื่อสร้างความเข้าใจและคลายกังวลให้กับประชาชน ดังนี้ ม้าดำ คือ
สำหรับ SMEs ไทย การวางสินค้า ในเซลฟ์เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายตลาดและสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง นั่นคือโอกาสทองในการเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 10 ล้านคนต่อวัน จุดสำคัญคือ SMEs ต้องมีการเตรียมพร้อมรอบด้าน ทั้งคุณภาพสินค้า กลยุทธ์การตลาด และหมัดเด็ดการสร้างไวรัลให้สินค้าติดตลาด ศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ให้แข็งแรงและพร้อมแข่งขันในตลาดยุคใหม่ ได้ถอดรหัส “สูตรสำเร็จ SME ไทย ปั้นสินค้าให้ปัง” หากอยากก้าวสู่เชลฟ์เซเว่นฯ และยืนระยะได้ในระยะยาว เซเว่นฯ หนุน SMEs ไทย ดันสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า 8,000 รายการ ปี 2025 อาจเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโตเพียง 2% แต่ “สินค้าแบรนด์ไทย” กลับคึกคักสวนกระแส ผู้ประกอบการ SMEs ต่างงัดกลยุทธ์เด็ดดันสินค้าเข้าสู่ร้านเซเว่นฯ มากมาย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 8,000 รายการ ทั้งอาหาร-ผักผลไม้-ขนมไทย-เครื่องดื่ม-ของใช้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ซันซุ หมึกกรุบ น้ำพริกป้าแว่น กล้วยหอมทอง ขนมไทยบ้านทองหยอด น้ำพร
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “แกร็บได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมคนขับ Grab จดทะเบียนรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอป มาตั้งแต่ปี 2565 โดยมุ่งผลักดันให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มของเรา ไม่ว่าจะเป็น บริการ GrabCar (รถยนต์) หรือ GrabBike (รถจักรยานยนต์) ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการทำใบขับขี่สาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการขั้นพื้นฐานของการจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแกร็บได้จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้คนขับไปทำใบขับขี่สาธารณะและจดทะเบียน รย.18 อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การเปิดรอบพิเศษเพื่อให้คนขับไปยื่นเอกสาร ตรวจประวัติอาชญากรรม เข้าอบรมและสอบข้อเขียน การจัดเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำแนะนำด้านเอกสารและอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีคนขับให้บริการเป็นจำนวนมากอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี และขอนแก่น ทั้งยังมีทีมงานจากศูนย์ย่อยของแกร็บ (Mini Grab Center) คอยให้คำแนะนำกับคนขับในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย นอกจา
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ จับมือกับ EARTHOLOGY แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์รักษ์โลกแบรนด์ไทยแบรนด์เดียว ที่ได้รับการรับรองจาก Blue Sign ในการรับรองมาตรฐานระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อมจากสวิตเซอร์แลนด์ ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมบอกรักโลกได้ง่ายๆ แบบมีสไตล์ ไปกับคอลเล็กชันของพรีเมียมใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด Circular Design วัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ทุกขั้นตอนการผลิตคัดสรรและใส่ใจในการรักษาความสมดุลของธรรมชาติ เริ่มจากการนำขวดพลาสติก PET จากหลายๆ แหล่งมาทำความสะอาดแล้วย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์ให้ออกมาเป็นเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล หรือ r-PET (Recycled Polyester) สู่ 3 ไอเทมของพรีเมียมใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพดี และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ กระเป๋า TOTE BAG 1 ใบ ใช้คะแนนสะสม 150 Smile Points ผลิตจากขวดน้ำพลาสติก PET ถึง 22 ขวด ดีไซน์เท่ จุของได้เยอะ ใช้งานแบบถือหรือสะพายได้ 2 in 1 หมวก CAP 1 ใบ ใช้คะแนนสะสม 90 Smile Points ผลิตจากขวดน้ำพลาสติก PET 2 ขวด กันยูวี ทรงเท่ปรับระดับได้ ใส่เป็น Everyday Look เสื้อแจ็กเก็ต JACKET 1 ตัว
Lunio เปิดตัวแคมเปญใหญ่ครั้งล่าสุด คว้าตัว Youngjae GOT7 ศิลปินชื่อดังจากเกาหลี มานั่งแท่น Brand Ambassador ของ ที่นอน Lunio Gen4 พร้อมสร้างสีสันให้แฟนๆ ชาวไทยได้หายคิดถึง และตอกย้ำมาตรฐานของแบรนด์ที่มีคุณภาพระดับอินเตอร์ และประกาศความพร้อมในฐานะผู้นำด้าน Smart Sleep [ https://youtube.com/shorts/bnNAKQUAizo?feature=shared ] Lunio Gen4 เป็นที่นอนที่กล้าพิสูจน์คุณภาพของตัวเองให้เป็นแบบชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการโยนและนอนทับลูกโป่งน้ำโดยไม่แตก หรือการกระโดดบนที่นอนที่มีแก้วน้ำวางอยู่โดยไม่หกหรือล้ม เพื่อตอกย้ำคุณภาพของ ที่นอน Lunio Gen4 ในการรองรับร่างกาย กระจายแรงกดทับ และลดแรงสั่นสะเทือนที่อาจรบกวนคนข้างๆ ได้อย่างชัดเจน ผสานเข้ากับเทคโนโลยีความเย็นเฉพาะของ Lunio ทำให้ผู้ใช้งานสัมผัสได้ถึงความสบาย “Feel the Float เหมือนไร้แรงโน้มถ่วง” และตื่นขึ้นมาด้วยการฟื้นฟูร่างกายเต็มที่ หัวใจสำคัญของ ที่นอน Lunio Gen4 อยู่ที่คอนเซ็ปต์ Smart Sleep ซึ่งเป็นการออกแบบที่ผสานนวัตกรรมจากทั่วโลกเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของการหลับลึกอย่างเหนือขั้น ประกอบกับการร่วมงานกับศิลปินระดับอินเตอร์อย่าง Youngjae GOT7 แล้ว ทำ
“ยาโยอิ x เจฟ ซาเตอร์” เสิร์ฟ “ญี่ปุ่นครบเซต” เสียงกรี๊ดสนั่นงานแฟนมีต เอาใจคุณวันเสาร์ผู้โชคดี 100 คน ที่ “ยาโยอิ” ฉันได้เจอกับเธอ ใครจะคิดว่า FC ยาโยอิในวันนั้น จะกลายมาเป็นพรีเซนเตอร์ในวันนี้…“เจฟ ซาเตอร์” เปิดใจสุดปลื้มที่ได้เจอแฟนๆ แบบใกล้ชิด! “Yayoi x Jeff Satur” กับการร่วมบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ที่เป็นต้นตํารับการเสิร์ฟอาหารรูปแบบเซต ‘เทโชกุ’ ตัวจริง และส่งมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่น ผ่าน “เจฟ ซาเตอร์” พรีเซนเตอร์คนล่าสุด ด้วยการนำเสนอแบรนด์ในมิติใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่สายเจแปนเลิฟเวอร์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ทั้งการแต่งเพลง ‘รักครบเซต ญี่ปุ่นครบเซต’ และครีเอตเมนูพิเศษร่วมกัน ‘3 เทโชกุติดดาว’ อีกทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ มากมาย และเพื่อแทนคำขอบคุณให้แก่แฟนยาโยอิและแฟนด้อมคุณวันเสาร์ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมตลอดระยะเวลากว่า 4 เดือนที่ผ่านมา สู่การจัดงานแฟนมีตครั้งพิเศษ “Yayoi x Jeff Satur Meet & Love ญี่ปุ่นครบเซต” ซึ่งบรรยากาศในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และพลังใจจากแฟนด้อมคุณวันเสาร์ที่รวมตัวกันแน่นลานลิฟต์แก้ว ชั้น 1 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อว
The Next Forest คือกิจการเพื่อสังคมที่มองการปลูกป่าไม่ใช่เพียงการโปรยเมล็ดพันธุ์ลงดิน แต่เป็นกระบวนการฟื้นฟูที่ครบวงจรและสอดคล้องกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ทางทีมงาน The Next Forest จึงผสมผสาน “วิทยาศาสตร์ป่าไม้” เข้ากับ “ศิลปะแห่งการจัดการพื้นที่” นับตั้งแต่การเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มอัตรารอดของกล้าไม้ การออกแบบพื้นที่ฟื้นฟูและวางแผนการดูแลหลังปลูก ไปจนถึงการติดตามผลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการประเมินด้านระบบนิเวศ เช่น ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ปริมาณน้ำที่กักเก็บ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนจริงๆ ต้นไม้ทุกต้นที่ลงดินจึงไม่เพียงแต่เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก จนกลายเป็นหนึ่งในวิธีการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่จับต้องได้ที่สุดในปัจจุบัน “การฟื้นฟูป่าไม่ใช่แค่การปลูกต้นไม้ แต่คือการนำวิทยาศาสตร์มาทำความเข้าใจระบบนิเวศ และใช้ศิลปะในการสร้างความสมดุลให้ธรรมชาติกลับคืนมา เราหวังว่าเรื่องราวของเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” คุณปาย-จุฑาธิป ใจนวล ผู้ร่วม
หากเอ่ยถึง “ละมุด” หลายคนอาจนึกถึงผลไม้พื้นบ้านที่หายากขึ้นทุกวัน และแทบไม่มีมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ แต่ใครจะเชื่อว่า จากผลไม้ที่ถูกตัดทิ้ง กลายเป็นวัตถุดิบชูโรงพา “ไอศกรีมละมุด 100 ปี บ้านใหม่” จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โด่งดังไกลถึงเวทีโลก นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำผลิตภัณฑ์โอทอปชุมชน “ไอศกรีมละมุด 100 ปี บ้านใหม่” คว้ารางวัล ชนะเลิศอันดับ 1 ของโลก สาขาไอศกรีม จากเวที Gourmand Awards 2024 ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ออสการ์แห่งวงการอาหารโลก” อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2556 เจ้าของฉายา “นายกอุ๊” เริ่มต้นโครงการ “ละมุด 100 ปี บ้านใหม่” ด้วยการสร้างทีม OTOP ในชุมชน จนปี 2565 ผลิตภัณฑ์ “ไอศกรีมละมุด” ได้แชมป์จากการแข่งขัน Knowledge Based OTOP (KBO) ของกรมการพัฒนาชุมชน หลังจากแข่งขันกับทีมจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ นายกอุ๊ เล่าว่า ละมุดเคยเป็นผลไม้คู่ครัวเรือน แต่เมื่อไม่สร้างรายได้ ชาวบ้านตัดทิ้งหันไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น เขาจึงริเริ่มนำละมุ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) แจ้งแผนการยกระดับศักยภาพ ผู้ประกอบการภาคเหนือ โดยจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ระบบ BDS ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service : BDS) ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี (ปี 2567-2568) ช่วงวันที่ 22-26 กันยายนนี้ ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้มีการดำเนินการโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service : BDS) ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี (ปี 2567-2568) ล่าสุด มีแผนการจัดกิจกรรมการอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ระบบ BDS ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ทั้งนี้ ผู้บริหาร และคณะทำงาน สสว. จะร่วมเดินทางไปให้ความรู้ และชี้แจงถึงสิทธิประโยชน์ พร้อมรับสมัครผู้ประกอบการ เพื่อให้เข้าใจถึงมาตรการต่างๆ ของโครงการ BDS โดยมีการออกบูธจากหน่วยงานผู้ให้บริการทางธุรกิจ (BDSP) และกิจกรรมที่น่าสนใจในวันดังกล่าว ดังนี้
กลุ่มบริษัทเอ็มมีเน้นซ์ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท เอ็มมีเน้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดเอ็มมีเน้นซ์ ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศไทย ล่าสุดได้รับการรับรอง มาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ประจำปี 2568 ในโอกาสนี้ คุณสุชานันท์ อัจฉริยสุชา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทเอ็มมีเน้นซ์ ได้เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติจาก คุณฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง การรับรองครั้งนี้สะท้อนถึงการดำเนินงานที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล 6 ประการ ได้แก่ นิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า โดยกระบวนการตรวจสอบยังมีหน่วยงานภายนอกร่วมกำกับดูแลเพื่อสร้างความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ อาทิ ศาลฎีกา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม เป็นต้น การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังนับเป็นการตอกย้ำถึ
