เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ทีเอ็มบีธนชาต ประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ อันเนื่องจากการสิ้นสุดมาตรการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ พร้อมดูแลลูกค้าทุกกลุ่มให้บริหารสภาพคล่องและดำเนินธุรกิจได้ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สอดรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการลดเงินนำเข้ากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) โดยเข้าสู่อัตราปกติที่ 0.46% มีผลวันที่ 1 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นต้นทุนของภาคธนาคารที่จำเป็นต้องสะท้อนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุ่งเน้นดูแลลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่มให้สามารถปรับตัวและบริหารจัดการสภาพคล่องได้ และพร้อมสนับสนุนและผลักดันมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมเพิ่มเติม นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมา และล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการปรับอัตราเงินนำส่งจากสถาบันการเงินเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FI
ศักราชใหม่ 2566 มี 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ต้องเร่งเพิ่มศักยภาพจริงจัง ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีไทย ขานรับนโยบายรัฐบาล และพัฒนาสู่การเป็นธนาคารที่ยั่งยืนตามกรอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environment } Social and Governance : ESG) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญ สร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ สำหรับ ESG นั้น เป็นทั้งแนวความคิดและยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา ที่ใช้ขับเคลื่อนธุรกิจอุตาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ธพว. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ จึงสร้างแนวทางปฏิบัติเพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย และเพิ่มศักยภาพ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ต่อยอดจากอุตสาหกรรมเดิม และอุตสาหกรรมใหม่ ภายในปี 2566 ไว้ดังนี้ 1. อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 2. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 3. อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4. การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 5. อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร 6. อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม 7. อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ 8. อุตสาหกรรมเชื้อเ
2023 ท่องเที่ยวไทยยังเนื้อหอม ฟันธง! ต่างชาติเข้าประเทศกว่า 25 ล้านคน คุณวรวุฒิ อุ่นใจ อดีตประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจะดีขึ้นกว่า 2 ปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ยังต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง คือ สงครามรัสเซีย-ยูเครน เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมัน ที่อาจพุ่งสูงขึ้นเป็นต้นทุนกดดันสินค้าในภาคเอกชนทั้งหมด นอกจากนี้ ยังส่งผลไปถึงการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในไทยอีก 30% ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ด้วยประเทศไทย โชคดีจากการฟื้นตัวจากเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและทำได้ค่อนข้างดี เห็นได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางกลับมายังไทย และคาดว่าจะแตะ 11 ล้านคนได้ในช่วงสิ้นปี 2565 และในสมัยรัฐบาลหน้า ไม่ว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศ ก็ต้องใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลักมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าไปต่ออย่างยั่งยืน ทั้งนี้คาดว่า ในปี 2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไม่ต่ำกว่า 25 ล้านคน ซึ่งยังไม่รวมนักท่องเที่ยวคนไทย อีกจำนวนหนึ่ง ที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นความคึกคักของเศรษฐกิจด้วย “ไทย ยังเนื้อหอมด้านก
รวมแฟรนไชส์น่าลงทุน ปีกระต่าย แนวไหนรุ่ง แนวไหนแผ่ว เผยเทคนิคก่อนตัดสินใจซื้อ คุณอมร อำไพรุ่งเรือง ผู้ชำนาญการด้านแฟรนไชส์ ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เกี่ยวกับสถานการณ์ธุรกิจสินค้าและบริการในรูปแบบของแฟรนไชส์ ในปี 2566 “ปี 2566 ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพในทุกมิติ จะมาแรง อะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับสุขภาพมาแน่ๆ อาหาร เครื่องดื่ม แนวสมูทตี้ผักผลไม้ จะคึกคัก ขณะที่ ชาไข่มุก ความนิยมจะค่อยๆ ลดลง เห็นได้จากแบรนด์รายใหญ่หลายราย เริ่มหายไปจากตลาด ส่วนธุรกิจร้านสะดวกซัก ถามว่ายังจะไปได้ไหม ก็ได้นะ แต่ไม่มาแรงเหมือนปีที่แล้ว” กูรูแฟรนไชส์ เผยอย่างนั้น ซึ่งที่ผ่านมามักมีคำถาม แฟรนไชส์อาหารแนวไหน ที่น่าสนใจลงทุนในปี 2566 นั้น ตนจะแนะนำว่า หากมองสินค้าที่เป็นกระแส เป็นไวรัล หรือเป็นเทรนด์ ก็จะได้ทำเป็นวงจรสั้นๆ แต่ถ้าไปพิจารณาอาหารหลัก อย่างอาหารที่คนไทยส่วนใหญ่กินเป็นประจำก็น่าจะไปได้ยาวกว่า อย่าง เมนูผัดกะเพรา ซึ่งในตลาดตอนนี้ก็มีหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อ “ปี 2566 กลุ่มเครื่องดื่มแนวสุขภาพ อย่าง โกโก้ สมูทตี้ผักผลไม้ หรือน้ำเต้าหู้ จะเข้ามาแทนที่พวกชานมไข่มุก” กูรูแฟรนไชส์ ท่านเดิม บอกอย่างนั้น เมื่
เผยสูตร ซุปเอียเล้ง ไว้ต้มน้ำก๋วยเตี๋ยว ต้มเลือดหมู ผสมน้ำราดข้าวหมูแดง น้ำซุปที่ใช้กระดูกสันหลังหมู ที่เขาเรียก “เอียวเล้ง” หรือ “เอียเล้ง” เราๆ จะคุ้นกับ “เล้งแซ่บ” ซึ่งทำมาจากกระดูกสันหลังหมูต้มน้ำซุปนี่ล่ะ เมื่อก่อนคือผลพลอยได้ แบบต้มน้ำซุปเสร็จแล้วต้องทิ้ง ตอนหลังมีคนหัวใสเอามาทำใส่พริก บีบมะนาว ปรุงรสกลายเป็นเล้งแซ่บ ขายได้ราคาเลย เอียเล้ง มักไว้ต้มน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ต้มเลือดหมู ผสมน้ำราดข้าวหมูแดง เป็นน้ำซุปหมูสีจะเข้มกว่าน้ำซุปไก่ซึ่งเป็นสีเหลืองอ่อนๆ ครัวไทยเลยนิยมซุปโครงไก่มากกว่าซุปกระดูกหมู เพราะสีอ่อนกว่าดูสวยกว่า และเอาไปทำเป็นน้ำแกงอะไรก็ได้ กลิ่นไก่ไม่แรงเท่าหมู น้ำซุปกระดูกเอียเล้งทำก๋วยเตี๋ยว ต้องเตรียมดังนี้ เอียเล้ง 4-5 ชิ้น หรือประมาณ ครึ่งกิโลกรัม รากผักชี 2-4 ราก คือเอาจากปลายรากขึ้นมาถึงส่วนก้านแข็งประมาณ 1 นิ้ว กระเทียมจีนกลีบใหญ่ 4-6 กลีบ พริกไทยเม็ด 10 เม็ด น้ำเปล่า ซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลา เกลือ น้ำตาลกรวดหรือน้ำตาลทราย วิธีต้ม ต้องคอยช้อนฟองออก และถ้าอยากจะให้น้ำซุปหวานมากขึ้น มีของที่ใส่เพิ่มความหวานได้หลายอย่าง เช่น เพิ่มหอมหัวใหญ่หั่นเป็นชิ้น 1 หัว หรือต้นหอมสั
คู่รักวัยเก๋า หยิบผลผลิตล้นสวน ต่อยอดเปิดคาเฟ่ JB’s Bakery ชูเมนูเด็ด Snow Bun รายได้ไม่มาก แต่สุขใจ เคยจินตนาการไหมว่า ช่วงชีวิตของเราในวัยเกษียณ จะทำอะไรอยู่? หากถามคำถามนี้กับ น้าอ้อ-รุ่งรัตน์ และลุงอุ้ย-วิเชียร อิทธิแสง สามีภรรยาคู่นี้ คงต้องบอกว่า ตอนนี้ทั้งคู่เปิดคาเฟ่เล็กๆ ที่ชื่อ JB’s Bakery จุดประสงค์นั้นเพื่อ การเข้าสังคม มากกว่า ส่วนรายได้น่ะ เรื่องรอง น้าอ้อ เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนที่จะจับมือกับลุงอุ้ยผู้เป็นสามีมาเปิดร้านคาเฟ่ในวัยเกษียณนั้น ส่วนตัวแล้วน้าอ้อเคยทำธุรกิจเสื้อผ้ามาก่อน ส่วนลุงอุ้ยนั้น ทำงานด้านวิศวกรนำเข้าสายไฟจากต่างประเทศ กระทั่งรู้สึกอิ่มตัวในหน้าที่การงาน ประกอบกับลูกๆ เติบโตกันแล้ว น้าอ้อและลุงอุ้ย จึงถึงเวลาออกมาพักอยู่บ้าน “ลูกก็โตกันหมดแล้ว หน้าที่การงานมันก็ถึงเวลาอิ่มตัวกันแล้ว เลยพากันเกษียณออกมาอยู่บ้าน เราเลยไปซื้อที่ที่เป็นสวนเกษตรเชิงท่องเที่ยวเอาไว้ พอเราต้องอยู่บ้านเฉยๆ มันเหงา มันฟุ้งซ่าน ก็เลยคิดกันว่า หาอะไรทำกันดีกว่า แล้วเรามีสวน ก็หากิจกรรมทำ ไปปลูกนั่นปลูกนี่ แล้วก็เลี้ยงไก่กันไปเรื่อย แล้วด้วยความที่สองตา
เวลาโกยยอดขายช่วงต้นปี! ด้วย 8 เทคนิคเร่งยอดขายสินค้าออนไลน์ หากต้องการจะให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มยอดขายปังๆ ในช่วงปลายปี เว็บไซต์ PostFamily ได้แชร์ 8 เทคนิคที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ นำไปปรับปรุงและปรับใช้ ให้โกยรายได้ช่วงปลายปี มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น ดังนี้ 1. ดูแลสุขภาพบัญชีสม่ำเสมอ หมั่นปรับปรุงดูแลบัญชีร้านค้าให้มีสุขภาพแข็งแรง ปัจจุบันมีเครื่องมือที่หลากหลาย มาเป็นตัวช่วยตรวจสุขภาพธุรกิจ และสอดส่องปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น สินค้าไปไม่ถึงผู้ซื้อภายในเวลาอันควร ซึ่งมันฉลาดถึงขั้นบอกได้ว่าปัญหานี้เกิดขึ้นในพื้นที่ใดของโลกด้วย ทำให้ผู้ค้าแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้ทันท่วงที 2. Listing ถูก ทราฟฟิกเพิ่ม ควรลงรายละเอียดตัวสินค้าให้ถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริง เรียกว่าทำทุกอย่างให้ชัดเจนตั้งแต่วันแรก ไม่ทำ Listing ซ้ำซ้อน เพราะทำให้ผู้ซื้อเกิดความสับสน และหมดอารมณ์ที่จะซื้อ การเขียนคำบรรยายให้ตรงปก และระบุประเทศที่ส่งสินค้าตามจริง จะช่วยให้ระบบหาสินค้าของผู้ค้าเจอได้ง่ายขึ้น และไม่เสียโอกาสในการขาย 3. ขายอย่างแม่นกฎ สินค้าอย่าง มีด ปืน ต้นไม้ เวชสำอาง ฯลฯ มีกฎระเบียบเข้มงวดในการลงขาย เพรา
กลับมาอีกครั้ง ยิ่งใหญ่กว่าเดิม! กับงาน ‘MEGA COUNTDOWN 2023’ เฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปี 2565 และร่วมฉลองในโอกาสครบรอบ 10 ปีของเมกาบางนา ณ ศูนย์การค้าเมกาบานางนา ศูนย์การค้าเมกาบางนา ศูนย์การค้าที่จะทำให้ทุก ๆ วัน เป็นวันพิเศษสำหรับคนพิเศษเช่นคุณ กลับมาจัดงานเฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปี 2565 และร่วมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของเมกาบางนาอย่างยิ่งใหญ่ กับคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอยในงาน “MEGA COUNTDOWN 2023” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Unbox the Happiness ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของการเป็นแลนด์มาร์คงานเคาท์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ตะวันออก ในเสาร์ที่ 31 ธันวาคม ซึ่งทุกคนได้สนุกสุดมันส์ไปกับศิลปินระดับแนวหน้าของไทย อาทิ POLYCAT, MEAN X SLAPKISS, THE TOYS, BOWKYLION, COCKTAIL, SLOT MACHINE และ GETSUNOVA บนเวทีพร้อมจอ LED ขนาดใหญ่ที่ดีไซน์ในรูปแบบ Wall Box และมีลูกเล่นสุดล้ำด้วยจอ LED แสดงแสงสี กราฟฟิค เล่นไฟตามจังหวะดนตรี พร้อมให้ทุกคนได้ถ่ายภาพเก๋ ๆ แชร์ต่อความสุขนี้ได้ให้สนุกมากยิ่งขึ้น พร้อมร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายโอกาสครบรอบ 10 ปี ศูนย์การค้าเมกาบางนา ด้วยการแสดงแสง สี เสียงชุดพิเศษ ซึ่งจะทำให้ค่ำคืนส่
ขาย ต้มยำ แค่เมนูเดียว เชื่อไหม ทำรายได้ต่อวัน เป็นหลักหมื่น! ใครจะไปคิดล่ะว่าแค่ขาย ต้มยำ ในตลาดนัด จะสามารถสร้างรายได้ต่อวันกว่าหลักหมื่นบาทให้กับ คุณแพน-ภรัญญชญา ชัยศรี แม่ค้าสาววัย 24 หมาดๆ คนนี้! โดยคุณแพน ได้เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า เธอเรียนจบตั้งแต่ตอนอายุ 22 ปี แต่ก็ไม่ได้สมัครเข้าทำงานที่ไหน เพราะเรียนจบคณะการบินมา ซึ่งช่วงที่เรียนจบมา เป็นโควิดระบาดแรกๆ สนามบินปิดหมด และไม่รู้จะไปสมัครงานอะไร ด้วยความที่ ที่บ้านทำอาชีพค้าขายอยู่แล้ว คุณแม่ของคุณแพนเลยออกไอเดียว่า งั้นให้คุณแพนลองมาช่วยขายของก่อน จะได้ไม่อยู่เฉยๆ เธอจึงไปช่วยที่บ้านขายของก่อน “จบมาก็ไม่ได้สมัครงานที่ไหนค่ะ นอนอยู่บ้านเฉยๆ เพราะเราจบการบินมา โควิดระบาดก็ไม่รู้จะไปสมัครที่ไหน เพราะเราเรียนจบมาก็อยากไปทำงานตรงสาย อยากทำงานบริษัทมากกว่า แต่ก็มีไปช่วยที่บ้านขายของบ้าง ขายช่วยที่บ้านมาตั้งแต่เรียนอยู่ ม.6 แล้ว ส่วนร้านต้มยำ เพิ่งจะเปิดเป็นของตัวเองเมื่อตอนเรียนอยู่ปี 2 เอง อายุประมาณ 19-20 ตอนที่เรียนออนไลน์อยู่บ้าน แม่ก็เลยออกไอเดียให้ เราก็ไปขายตอนที่ไม่ได้มีเรียนอะไรแบบนี้ ซึ่งจริงๆ ไม่ได้ชอบนะ แ
สานต่อภูมิปัญญาไทย! ต่อยอด ผ้าไหม ด้วยงานวิจัย สู่ ผ้าไหมยีนส์ เตรียมยกระดับการผลิตเชิงอุตสาหกรรม สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมดี มากมีปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม พร้อมวัฒนธรรม คำขวัญของจังหวัดสุรินทร์ ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ได้เป็นอย่างดี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้ สัมภาษณ์ สองสามีภรรยา คุณอาทร แสงโสมวงศ์ และคุณทัศนีย์ สุรินารานนท์ เจ้าของกิจการ เรือนไหม-ใบหม่อน จังหวัดสุรินทร์ ผู้หยิบยกเอา ผ้าไหม สินค้าพื้นถิ่นมาต่อยอดเพิ่มมูลค่า เป็น ผ้าไหมยีนส์ เพื่อเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ โดยทั้งคู่ช่วยกันเล่าว่า ก่อนจะมาทำธุรกิจ เรือนไหม-ใบหม่อน คุณทัศนีย์ได้ทำธุรกิจรับทำจิวเวลรี่มาก่อน ส่วนคุณอาทรก็ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนในกรุงเทพฯ แต่ครอบครัวของทั้งคู่ก็ทำอาชีพทำนา ทำหม่อนไหม รวมถึงรับซื้อเส้นไหมเพื่อส่งให้โรงงานทอ ซึ่งก็วนเวียนอยู่ในวงการเดียวกันทั้งหมู่บ้าน กระทั่งอายุเยอะขึ้น ผนวกกับหลายๆ ปัจจัย ทั้งคู่ก็พาครอบครัวเล็กๆ กลับมาที่บ้านเกิด ซึ่งก็คือจังหวัดสุรินทร์ และมาจับงานสานต่อกิจการครอบครัว เมื่ออยู่ไปได้สักพักก็เล็งเห็นกันว่า ปริมาณการผลิตเส้นไหมธรรมชาติลดลงอย่างน่าตกใจ เพราะช่วงเวลานั้น
