เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ไม่ป่วยใช้แบบผ้า! แพทย์วอน เก็บหน้ากากอนามัย ไว้ให้คนทำงานเสี่ยงดีกว่า ศ.นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวตอนหนึ่งผ่านวิดีโอคอล ในงานแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมน้ำยาฆ่าไวรัสสูตรไร้แอลกอฮอล์ โดยฝีมือนักวิจัยไทย ว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีโรคใหม่ๆ จากเชื้อโรคสายพันธุ์แปลกๆ เกิดขึ้น อย่างรวดเร็วและรุนแรงจนน่าตกใจหรือที่เรียกว่า โรคอุบัติใหม่ (EMERGING DISEASE) อาทิ ไวรัสซิกา ไวรัสอีโบลา ไวรัสเมอร์ส เป็นต้น ซึ่งในผู้ป่วย 100 คน พบว่ามีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถระบุได้ว่าป่วยด้วยเชื้อโรคหรือไวรัสชนิดใด ทำให้ยากต่อการวินิจฉัย และรักษาโรคได้ทันท่วงที ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่เป็นความหวังของประเทศในการควบคุม ป้องกันและรับมือกับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ในขณะนี้ ตัวแปรสำคัญในการแพร่กระจายเชื้อหลักๆ คือ 1.บุคคลที่ปล่อยเชื้อโดยที่ตนเองไม่รู้ตัว 2.กิจกรรมที่บุคคลที่ติดเ
จากสาวโรงงาน สู่ “ผู้พิพากษา” อาชีพทรงเกียรติ ได้มาเพราะความพยายาม เมื่อไม่นานมานี้ เพจ ปรึกษาทนายความ ได้แชร์บทความเกี่ยวกับเส้นทางการเป็นผู้พิพากษา ที่กว่าจะก้าวสู้อาชีพอันเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ต้องใช้ความเพียรพยายามและอุทิศตนเพียงใด โดยเรื่องราวนี้ เป็นเรื่องของผู้พิพากษาหญิงท่านหนึ่ง คือ คุณลัดดาวรรณ หลวงอาจ ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เคยไปออกอากาศรายการเจาะใจ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 โดยเธอเล่าถึงเส้นทางชีวิตในการเป็นผู้พิพากษาไว้ว่า เธอเป็นเกิดและเติบโตใน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่บ้านยึดอาชีพทำไร่ข้าวโพดอยู่บนภูเขา คนในหมู่บ้านไม่ค่อยได้เรียนหนังสือกัน แต่ตัวเธอเองเป็นคนชอบอ่านหนังสือ และฟังรายการวิทยุมาตั้งแต่เล็กๆเมื่อเรียนจบชั้น ป.6 พ่อแม่ไม่ให้เธอเรียนต่อ เพราะต้องมาช่วยที่บ้านทำงาน แต่ด้วยความใฝ่เรียน เธอจึงขอร้องจนที่บ้านอนุญาตให้เรียนต่อ เธอจึงได้เรียนกศน.ทางไกล ที่อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยต้องเดินทางจากหมู่บ้านไป 3 กิโลเมตร ขึ้นรถประจำทางไปที่หล่มเก่าเพื่อไปเรียนอีก 30 กิโลเมตร ใช
เจอวิกฤตมืดที่สุดอย่าท้อ“เจ้าสัวซีพี” แนะ เอาชีวิตรอดก่อน แสงสว่างจะมาเอง คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ มหาเศรษฐีอันดับที่ 1 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ กล่าวตอนหนึ่งบนเวที เปิดตัวหนังสือ “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน ว่า ตนเห็นโอกาสของเซเว่นฯ แต่ไม่เห็นโอกาสของอาลีบาบา เพราะมันไม่มีตัวตน มองไม่เห็น เป็นภาพเล่าเฉยๆ ตนยังเป็นคนล้าสมัย ต้องเห็นของจริงก่อน ถ้าตอนนั้นไปลงทุนกับเขา ได้กำไรหลายร้อยเท่า แต่ยังไม่กล้า เพราะมองไม่ชัด คิดไม่ออกว่า จะสำเร็จได้ยังไง เพราะไม่มีทางเดิน แต่เขาเชื่อมั่นของเขา เขาเห็นว่าภูเขาเป็นทอง แต่เรามองไปคือต้นไม้ ดิน และหิน เหมือนกับ เซเว่นฯ ตนเห็นแล้วทำสำเร็จที่สหรัฐอเมริกาเลยมาศึกษาที่ไทย เห็นชัดว่าสำเร็จ เชื่อว่าทำได้แน่นอน ตนรู้จักสองพี่น้อง เจ้าของเซเว่นฯ ไปพูดตรงๆ กับเขาว่าสนใจ อยากมาลงทุนที่ไทย เชิญมาที่ไทยเลย ดูงานเสร็จ ก่อนกลับเขาเตือนว่าอย่าทำเลย ทำไม่ได้หรอก รายได้น้อยกว่าสหรัฐอเมริกาตั้ง 10 กว่าเท่า ไม่คุ้มที่จะลงทุน กำลังซื้อไม่พอ 1 คนเขามาซื้อ เท่ากับไทยต้องมาซื้อ 15 คน ถึงจะ
“แบงค์” ฝึกงานตั้งแต่อายุ 13! มาสาย-โดนอบรม ไม่เว้นแม้นามสกุล “ล่ำซำ” คุณแบงค์ – จรัสพงศ์ ลํ่าซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลฟู้ด โซลูชันส์ จำกัด เป็นผู้ประกอบการธุรกิจด้านอาหาร และเป็น “บริษัทลูก” ของกิจการเทรดดิ้ง ระดับชาติอย่าง บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) คุณแบงค์ เป็นทายาทเจนฯ ที่ 4 แห่งตระกูล “ล่ำซำ” ในฐานะลูกชายคนเล็กของ เจ้าสัว “ธงชัย ล่ำซำ” ที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ “บิ๊กบอส” แห่งล็อกซเล่ย์ คุณแบงค์ เรียนจบชั้นมัธยมฯ จากสาธิตจุฬาฯ ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและโท ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คุณแบงค์ บุคลิกอ่อนน้อม อัธยาศัยร่าเริง เป็นกันเอง เริ่มต้นบทสนทนา กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ว่า เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 13 โดยคุณพ่อของเขาให้มาฝึกงานเป็น “ออฟฟิศ บอย” ทำหน้าที่เหมือนเจ้าหน้าที่ธุรการ เดินเอกสาร ส่งเอกสาร ตอนแรกไม่เข้าใจ ทำไมต้องมาฝึกด้วย คนอื่นได้ไปเล่นกัน แต่เมื่อถูกสั่งให้มาก็มา “ทุกปิดเทอมใหญ่ของชั้นมัธยมฯ จะมาฝึกงานอย่างน้อยหนึ่งเดือน ทำหน้าที่ซีรอกซ์บ้าง เดินเอกสารบ้าง ให้ฝ่ายบุคคล เป็นงานที่เริ่มจากระดับล่างสุด ตอนนั้นยังงงๆ เพราะ
“ทับทิมสยาม” ส้มโอสองแผ่นดิน อีกหนึ่งความภูมิใจของคนลุ่มน้ำปากพนัง หากเอ่ยถึง ส้มโอ หลายคนที่ชื่นชอบผลไม้ชนิดนี้อาจเคยได้ยินพันธุ์ “ทับทิมสยาม” แห่งลุ่มน้ำปากพนัง อันเลื่องชื่อ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าส้มโอทับทิมสยามไม่ใช่พันธุ์ส้มโอดั้งเดิมในพื้นที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เป็นส้มโอพันธุ์ใหม่ เกิดขึ้นที่บ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง โดยมีการนำพันธุ์พื้นเมืองมาจากจังหวัดปัตตานี มาทดลองปลูก ปรับปรุงพันธุ์ ดูแลรักษา จนได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ สร้างชื่อเสียง กลายเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนลุ่มน้ำปากพนังแห่งนี้ ป้าเล็ก-คุณอัมพร สวัสดิ์สุข เจ้าของไร่สวัสดิ์สุข เล่าถึงความเป็นมาของการทำสวนส้มโอว่า เริ่มปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม เมื่อปี พ.ศ. 2544 เป็นเวลาเกือบ 20 ปีมาแล้วในพื้นที่ 53 ไร่ พื้นที่แห่งนี้สมัยก่อนมีการทำไร่นาสวนผสม แต่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังจึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกส้มโอ เพราะเป็นพืชที่ทนน้ำขังได้ดี อีกทั้งสภาพดินของที่นี่จะมีแคลเซียมสูง เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากทะเล ทำให้เมื่อมีการปลูกส้มโอจะได้รสชาติส้มโอที่มีความเฉพาะไม่เหมือนใคร คือ รสหวานนุ่ม ด้านคุณลักษณะเฉพาะของส้มโ
ไทยเจ๋ง! ผุดนวัตกรรมน้ำยาฆ่าไวรัสโควิด-19 สูตรไร้แอลกอฮอล์ ออกฤทธิ์นาน 24 ชม. เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่อาคารกลุ่มนวัตกรรม 2 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย มีการแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส สูตรปราศจากแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โดย บริษัท เลกาซี่ ไพร์ม เมด และ บริษัท เอวีเอส อินโนเวชั่น ภายใต้อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ได้ร่วมกันพัฒนาสูตรน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสภายใต้เทคโนโลยี “i-Sol+ Tech” ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ ออกฤทธิ์ปกป้องพื้นผิวนานถึง 24 ชม. เพื่อเป็นอีกทางเลือกของคำตอบในการกำจัดไวรัสชนิดต่างๆ รวมถึงโคโรนาไวรัส ได้ถึง 99% โดย รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท เอวีเอส อินโนเวชั่น จำกัด ภายใต้อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่ได้มีการแพร่กระจายไปทั่วโลกและเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อเป็นการควบคุมการระบาดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต รวมทั้งลดความตื่นตระหนกของประชาชน จำเป็นต้องมีนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสและเชื้อโรคชนิดต่างๆ ไม่ให้กระจ
MK ปิดสาขาปิ่นเกล้า 1 วัน! หลังลูกค้ากลับจากประเทศเสี่ยงมากิน MK – เป็นเรื่องที่คนกำลังให้ความสนใจกันมาก สำหรับกรณีที่ชาวไทยหลายๆ คน เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงเพื่อกลับประเทศบ้านเกิด แล้วไม่กักตัวตามมาตรการของสาธารณสุข ล่าสุด เพจ MK Restaurants โพสต์ข้อความระบุถึงกรณีมีลูกค้าเดินทางไปประเทศสุ่มเสี่ยงและไม่ได้เฝ้าระวังอาการ 14 วันเข้าใช้บริการ โดยระบุรายละเอียดดังนี้ จากเหตุการณ์ที่มีลูกค้าเดินทางไปประเทศสุ่มเสี่ยงและไม่ได้เฝ้าระวังอาการ 14 วันเข้าใช้บริการที่เอ็มเค เรสโตรองต์สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจและได้มีมาตรการดังนี้ 1. ระงับการให้บริการเอ็มเค เรสโตรองต์ สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ตั้งแต่ 15.30 น. วันที่ 5 มีนาคม 2563 เป็นเวลา 1 วัน 2. เข้าทำความสะอาดพร้อมฆ่าเชื้อโดยมืออาชีพหลังศูนย์การค้าปิด 3. ให้พนักงานที่บริการลูกค้ากลุ่มดังกล่าวกักตัวและสังเกตอาการอยู่บ้าน 14 วัน โดยยังได้รับค่าจ้างตามปกติ เอ็มเค เรสโตรองต์ สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า จะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 6 มีนาคม 2563 ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ เอ็มเค เรสโตรองต์ ให้ความสำคัญสูงสุด
เจ้าสัวซีพี ทุ่ม 100 ล้าน เร่งสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแจกฟรี ข่าวจากเว็บไซต์ CP-E News เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ว่า ในสถานการณ์วิกฤต คนไทยไม่ทิ้งกัน ล่าสุด นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประกาศทุ่มเงินกว่า 100 ล้านบาท หวังบรรเทาปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน ทั้งนี้ นายธนินท์ เจียรวนนท์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัยอย่างหนัก ในการนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ยึดประโยชน์เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน โดยเฉพาะวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้เกิดในประเทศไทย ถือเป็นหน้าที่ของเครือซีพีในการทำเพื่อคนไทย จึงได้ตัดสินใจนำเงินจำนวนประมาณ 100 ล้านบาทเร่งสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อแจกจ่ายฟรีแก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่มีความจำเป็นและประชาชนทั่วไปที่ขาดโอกาสในการเข้าถึง ในช่วงเวลาวิกฤตที่คนไทยขาดแคลนหน้ากากอนามัย โดยจะใช้ศักยภาพของเครือข่ายการลงทุนที่มีอยู่ทั่วโลก จัดหาเครื่องจักร และวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานสุขอนามัย สามารถใช้ในการป้องกันเชื้อโรคโดยเฉพาะเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโคว
ไม่สนกักตัว! ผีน้อยกลับจากเกาหลี โผล่ร้านหมูกระทะ-ลานเบียร์ เดือดร้อนต้องปิดร้านฆ่าเชื้อ ไม่สนกักตัว – กำลังเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล ถึงพฤติกรรมของผู้ที่เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะแรงงานไทยจำนวนมากจากประเทศเกาหลีใต้ ที่กลับมายังประเทศไทยแต่กลับออกไปใช้ชีวิตปกติ พบปะผู้คน อยู่ในสถานที่สาธารณะที่มีคนเยอะๆ โดยชาวเน็ตตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบต่อสังคมจากกลุ่มคนเหล่านี้ ในช่วงที่ไวรัสระบาด โดยพฤติกรรมแรกที่มีการแชร์ต่อๆ กันมาจากผู้พบเห็น เป็นพฤติกรรมของหญิงรายหนึ่ง ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง แม้จะไม่มีไข้และผ่านการตรวจคัดกรองเบื้องต้นจากสนามบินแล้ว แต่อยู่ในกลุ่มฝ่าฝืนการขอความร่วมมือกักตัว 14 วัน ออกไปทานหมูกระทะที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย กระทั่งเวลาต่อมา เจ้าของร้านหมูกระทะดังกล่าวทราบข่าว จึงสั่งปิดร้านด่วน 1 วัน เพื่อทำการทำความสะอาดร้านป้องกันไวรัส พร้อมโพสต์ขออภัยลูกค้าที่จองโต๊ะมาล่วงหน้า รวมถึงขอความเห็นใจจากคนกลุ่มเสี่ยง ในการเข้ารับบริการในพื้นที่สาธารณะ เพื่อป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้นในวงกว้
กรมอนามัย ชี้! ปชช.ทั่วไปใช้ “หน้ากากผ้า” ป้องกันโควิด-19 ได้ และหมั่น “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” หน้ากากผ้า – เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่ข่าว การป้องกันตนเองจากการติดโรคโควิด -19 สำหรับประชาชนทั่วไป โดย แพทย์หญิง พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือลดการสัมผัสด้วยการล้างมือบ่อยๆ และหากต้องเข้าไปในแหล่งชุมชนที่มีผู้คนหนาแน่นจะต้องใส่หน้ากากผ้า ก็จะสามารถป้องกันโรคได้ ส่วนผู้ที่มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 และผู้สูงอายุ สำหรับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถปฏิบัติตน “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” สวมหน้ากากอนามัยแบบผ้าที่สะอาด ผู้ป่วยและผู้ที่มีอาการ ไอ จาม ควรใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งการดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงและออกกำลังกายอยู่เสมอ ก็จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ อธิบดีกรมอนามัย ยังกล่าวถึงการแชร์ข้อมูลในโซเชียลว่า ประเทศอินเดียมีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยมาก เพราะส่วนหนึ่งกินอาหารที่มีเครื่องเทศมาก ว่า
