เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ทบทวนดีมั้ย! “ชิม ช้อป ใช้”ภาคอินเตอร์ แนะรัฐเร่งช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยวจริงจัง จากกรณี กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออก ประกาศด่วนตามคำสั่งของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ให้หยุดการระบาดของโรคปอดสายพันธุ์ใหม่ หรือ ไวรัสโคโรนา อย่างเร่งด่วน โดยให้บริษัทนำเที่ยวทั่วประเทศ หยุดดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งทางนายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ได้ออกมาระบุว่า คำสั่งดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อไทย คือ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไปจำนวนนับล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยจะหายไปราว 5 หมื่นล้านบาทนั้น ล่าสุด ทางนักวิชาการด้านการตลาด อย่าง คุณพลชัย เพชรปลอด ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า เรื่องนี้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเข้ามามีบทบาทให้มากขึ้น เพื่อหาแนวทางช่วยผู้ประกอบการอย่างจริงจัง คือ แทนที่จะออกมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” ภาคอินเตอร์ น่าจะนำงบประมาณมาจัดอีเว้นต์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว น่าจะได้ประโยชน์มากกว่า หรือนำงบมาทำการตลาด ประชาสัมพันธ์ชวนนักท่องเที่ยวชาติอื่นที่ไม่ใช่จีน ให้มาเที่ยวเมืองไทย มาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ คุณ
“ครูสอนเต้น” เรียนไปด้วย ทำงานด้วย ชีวิตไม่ง่าย! แต่ทำได้ เพราะใจรัก ว่ากันว่า “พรสวรรค์” เป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด แต่ละคนก็มีพรสวรรค์ที่แตกต่างกันไป ทำให้มนุษย์สามารถเป็นเลิศในด้านใดด้านหนึ่ง โดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่ในปัจจุบัน เพียงพรสวรรค์คงไม่พอ เพราะสิ่งที่จะทำให้พรสวรรค์นั้นคงอยู่ และสำเร็จผลได้ก็คือ “พรแสวง” ที่ต้องมาคู่กัน แสวงหาความรู้ ตั้งใจฝึกฝน และไม่หยุดที่จะพัฒนา ดังเช่น “วิคเตอร์-มีชัย สีหราช” นักเต้นที่ไม่จำกัดขีดความสามารถของตนเอง ปัจจุบัน วิคเตอร์ กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชานิเทศศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อย้อนไปคุยถึงสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจบินตรงกลับมาจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อมาศึกษาต่อที่ประเทศไทยนั้น วิคเตอร์ เล่าว่า พอจบ High School จากที่ออสเตรเลียก็เริ่มทำงานเลย ทั้งไปเต้นบนเรือ งานละครเวทีต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ต้องกลับมาประเทศไทย รู้สึกอยากเรียนต่อ เมื่อได้ลองหามหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรอินเตอร์ดู จึงเห็นว่ามหาวิทยาลัยรังสิตเป็นหนึ่งในนั้น พอได้ตัดสินใจเข้ามาเรียนแล้วรู้สึกประทับใจมาก เพราะมีสังคมที่ดี รู้สึกว่าที่นี
จะจนหรือรวย! ก็ไม่ควรมีเด็กคนไหนต้องสูดฝุ่นพิษ จากการละเลยของผู้ใหญ่ เมื่อวันก่อน ผู้ปกครองท่านหนึ่ง ได้เริ่มเรื่องรณรงค์ผ่าน Change.org เพื่อร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพฯ โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า เธอเป็นแม่ของเด็กชายวัยอนุบาล ที่ต้องฝ่าฟันฝุ่นพิษ PM2.5 ไปโรงเรียนเหมือนกับเด็กหลายคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ ไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ค่าฝุ่นพิษ ที่สูงเกือบทั้งประเทศทำให้เด็กทั่วไทยต้องหายใจเอาฝุ่นเข้าไปทำร้ายร่างกายทุกวัน เพียงเพราะไปโรงเรียน แต่โชคดีที่โรงเรียนของลูกเธอ มีมาตรการเรื่องนี้ชัดเจนจากการกดดันของผู้ปกครองและครูหลายคนที่มีลูกเล็กในโรงเรียนเดียวกัน มีการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องเรียนติดแอร์ และมีการวัดค่าอากาศเป็นระยะๆ บรรดาผู้ปกครองพยายามทำงานร่วมกับครู ให้ครูคอยกำชับ ให้ความรู้เด็กๆ เตือนเด็กๆ ให้ใส่หน้ากาก ยกเลิกกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด และไม่อนุญาตให้เด็กออกมาวิ่งเล่นข้างนอกถ้าไม่ใส่หน้ากาก “โรงเรียนของลูกดิฉัน บอกเลยค่ะว่าค่าเทอมโหดมาก แต่พอมองดูโรงเรียนอื่นๆ ทั้งผ่านข่าวและฟังจากเพื่อนๆ แล้ว ภาพที่เห็นเหมือนคนละโลก นอกจากเด็กจะต้องเดินทางฝ่าฝุ่นไปโรงเรียนแล้ว พอไปถึงโรงเร
ตรุษจีนยังขายได้! แม่ค้าชี้! คนยังซื้อเหมือนเดิม เพราะของมันต้องใช้ ของแพง – ช่วงเทศกาลตรุษจีน ประชาชนที่มีเชื้อสายจีนก็มักจะออกมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อของไปทำอาหารเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ เพื่อแสดงถึงความเคารพบูชา โดยมีความเชื่อกันว่า บรรดาอาหารและพิธีกรรมต่างๆ จะต้องประดับประดาไปด้วยสีแดง ซึ่งแต่ละอย่างก็มีความหมายในทางที่ดี เช่น ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ยศฐาบรรดาศักดิ์ ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมไปถึง อาหารคาวขนมหวาน และผลไม้ ก็มีความหมายด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ ที่หลายๆ คนบ่นกันให้หนาหู “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงลงพื้นที่ ไปสอบถามความคิดเห็นพ่อค้าแม่ขายที่ตลาดยิ่งเจริญ คุณลูกแก้ว-ณิฐชานันท์ สินเลิศรังสี วัย 25 ปี ลูกสาวเจ้าของร้านรุ่งอรุณ เป็ดพะโล้ ให้สัมภาษณ์ว่า คุณแม่ที่เป็นเจ้าของร้าน ยึดอาชีพขายเป็ด-ไก่มานานกว่า 20 ปีแล้ว ในช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ข้าวของต่างๆ ก็แพงขึ้น ทำให้กระทบกับยอดขายของร้านเหมือนกัน เทศกาลต่างๆ อย่างตรุษจีน คนก็มาซื้อของไหว้น้อยลง แต่เรตราคาเป็ดไก่ของทางร้าน ก็ไม่ได้ขึ้นราคาจากปีก่อนๆ โดยไก่จะขายในราคา 170 – 200
เมืองไทยประกันภัย มอบเงินรางวัลนำจับเหตุการณ์ปล้นร้านทอง ลพบุรี ตามที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาชิงทรัพย์ร้านทองในพื้นที่จังหวัดลพบุรี โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เปิดเผยถึงการจับกุมตัวผู้ต้องหาชิงทอง ซึ่งดำเนินการจับกุมตัวได้ โดยศาลออกหมายจับและฝากขัง พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายลำดับต่อไปแล้วนั้น โดยก่อนหน้านี้ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศร่วมสมทบเงินรางวัลนำจับสำหรับเหตุการณ์ข้างต้น เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท) และในฐานะผู้รับประกันภัยของร้านทองออโรร่าได้ดำเนินการมอบสินไหมทดแทนให้แก่ร้านทองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ครอบครัวด้วย ล่าสุด ทาง “มาดามแป้ง” คุณนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้มอบหมายให้ คุณปุณฑริกา ใบเงิน กรรมการรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และคุณอภิธร อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการ เป็นตัวแทนดำเนินการนำเงินสมทบรางวัลนำจับดังกล่าว จำนวน 100,000 บาท มอบให้แก่ผู้เกี
“DayWork” แอพหางานพาร์ตไทม์รูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ตรงใจนายจ้าง-นศ.! เดย์เวิร์ค – พาร์ตไทม์ งานไม่ประจำที่เรามักได้ยินกันจนชินหู เป็นที่นิยมในหมู่เด็กๆ นักเรียน นักศึกษาที่อยากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หรือคนที่อยากหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว งานพาร์ตไทม์นั้นมีหลากหลาย บางงานต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ จนบางครั้งก็ทำให้ผู้หางานและบริษัทจ้างงาน ไม่ตรงกับความต้องการซึ่งกันและกัน คุณฝ้าย-ศศิวิมล เสียงแจ้ว วัย 33 ปี หนึ่งในผู้บริหารและคิดค้น DayWork (เดย์เวิร์ค) แพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ช่วยให้ผู้หางานพาร์ตไทม์และนายจ้าง สามารถหางานหาคนได้ตรงกับความต้องการได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยคุณฝ้ายเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำธุรกิจเดย์เวิร์ค เธอเคยทำงานด้านการทำแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ ที่บริษัทซอฟต์แวร์แห่งหนึ่งกับเพื่อนมาก่อน “ตอนนั้นก็คิดว่า เราก็ทำงานด้านนี้ น่าจะมีโปรดักต์เป็นของตัวเองบ้างสักชิ้นหนึ่ง แล้วเราเห็นว่า มูลค่าการจ้างงานในกลุ่มพาร์ตไทม์มันเยอะมากนะ แต่กลับมีการจ้างงานน้อยกว่าคนที่อยากทำงาน ก็เลยคิดกับเพื่อนทำเว็บไซต์ เด็กฝึกงานด็อทคอม (เด็กฝึกงาน.com) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมนักศึ
เคทีซี ชวนสมาชิก “อร่อยรับตรุษจีน” พร้อมรับส่วนลดหรือเครดิตเงินคืน 2 ต่อ คุณประณยา นิถานานนท์ ผู้อำนวยการ ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ยกทัพสุดยอด 39 ร้านอาหารจีน เช่น บุญตงกี่ / โชคดีติ่มซำ / โฮ คิทเช่น / ติ่นไท่ฟง / ฮั่ว เซ่ง ฮง / ฮองมิน / ทิม โฮ วาน / หวัง เจีย ชา / ลี คาเฟ่ เป็นต้น มอบอั่งเปามื้อพิเศษด้วยส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนถึง 2 ต่อ ต่อที่ 1 รับทันทีส่วนลดสูงสุดถึง 15% ต่อที่ 2 ใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ากับยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซี แลกรับส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนเพิ่มอีก 15% โดยลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ทุกครั้งที่มียอดใช้จ่ายภายในวันเดียวกัน ผ่านช่องทาง SMS พิมพ์ DN เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรฯ 16 หลัก ตามด้วยเครื่องหมาย # และพิมพ์จำนวนยอดใช้จ่ายพร้อมทศนิยม ส่งไปที่ 061 384 5000 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2563 – 31 มีนาคม 2563 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือติดตามโปรโมชั่นอื่นๆ ของเคทีซี ได้ที่ www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงก์ http://bit.ly/2u
เช็กด่วน! 5 อาการเฝ้าระวัง โรคปอดอักเสบรุนแรง จากเชื้อไวรัสอู่ฮั่น เชื้อไวรัสอู่ฮั่น – มลพิษทางอากาศในปัจจุบัน นอกจาก PM2.5 แล้ว โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน หรือ ไวรัสอู่ฮั่น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน แม้สถานการณ์ข่าวรายงานให้รับรู้เป็นระยะ แต่หลายๆ คนก็ยังไม่ทราบ ว่าอาการแบบไหนที่เข้าข่ายโรคที่ว่า เพจ The Thai Red Cross Society ได้เผยแพร่อินโฟกราฟิกให้ความรู้ 5 อาการเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเมืองอู่ฮั่นไว้ดังนี้
ยกระดับเฝ้าระวัง! อนุทินสั่ง รพ.ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรับมือไวรัสอู่ฮั่นในช่วงตรุษจีน ไวรัสอู่ฮั่น – เมื่อวันที่ 22 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกล กรณี “โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019” กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้สั่งการให้สถานพยาบาลทุกแห่งยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค ตามมาตรฐานสูงสุดที่ใช้สำหรับโรคติดต่ออุบัติใหม่ พร้อมยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเพื่อตอบโต้สถานการณ์เป็นระดับ 3 รวมทั้งเพิ่มระบบการคัดกรองที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพในสนามบินทั้ง 5 แห่ง เฝ้าระวังผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาลรัฐ เอกชน มีระบบคัดแยกโรคและผู้ป่วยที่รวดเร็ว จัดทีมแพทย์พยาบาลและบุคลากรที่ผ่านการอบรมในการวินิจฉัยโรค ตรวจทางห้องปฏิบัติการทราบผลใน 24 ชั่วโมง จัดให้มีแนวทางการรักษาพยาบาลตามมาตรฐานสากล พร้อมประสานกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งบริษัททัวร์เฝ้าระวังดูแลนัก
พปชร. เผย! “7 วันข้างหน้า ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มลดลงมาก” ฝุ่น PM 2.5 – สถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ยังคงเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเพจ พรรคพลังประชารัฐ ได้เผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวว่า #กทม.ฝุ่นจาง … อุณหภูมิลด เหนือ-อีสาน เย็นลง 4-7 องศาเซลเซียส ฝุ่นพิษ PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร มีแนวโน้มที่จะลดลงมากในช่วง 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 23 ม.ค.63 นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา บอกกับแอดมินว่า ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการแก้ปัญหาที่เข้มข้นขึ้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับช่วงนี้มีความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นอากาศในกระแสลมตะวันตก จะเคลื่อนตัวผ่านภาคเหนือและอีสาน จึงส่งผลกระทบต่อไทยตอนบน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง และจะส่งผลให้ฝุ่นละอองสะสมในพื้นที่ภาคเหนือ กทม.และปริมณฑล ลดลง โดยภาคเหนือ – อีสาน อุณหภูมิจะลดลง 4-7 องศาเซลเซียส กับมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซีย
