เอสเอ็มอี
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ (TSSI) ในเดือนสิงหาคม ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลง โดยอยู่ที่ระดับ 86.8 ปรับตัวลดลงมากจากเดือนกรกฎาคม เป็นผลจากปัจจัยด้านกำไร ยอดจำหน่าย การลงทุนและการจ้างงานที่ลดลงทั้งในภาคการค้าและภาคบริการ เกือบทุกสาขาธุรกิจ ยกเว้นสาขาสันทนาการ วัฒนธรรม การกีฬา ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากในเดือนสิงหาคมมีฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมยังคงไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย ยังคงระมัดระวังในการใช้จ่าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นด้านยอดขายและกำไรลดลง สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวจีนหดตัวครั้งแรกในรอบ 15 เดือน และผลของ World Cup ยังคงทำให้นักท่องเที่ยวรัสเซียและยุโรปหดตัวต่อเนื่อง ผอ.สสว. เผยอีกว่า โดยดัชนีความเชื่อมั่นภาคบริการปรับตัวลดลงเกือบทุกสาขาธุรกิจ และมีค่าต่ำกว่าฐานที่ 100 อาทิ สาขาค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ร้านค้าปลีกดั้งเดิม การท่องเที่ยว การขนส่งสินค้า การขนส่งคน
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( สสว.) เปิดเผยว่า จากการที่ สสว. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการ SME ที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งการพัฒนาผู้ประกอบการโดยการสร้างให้เกิดการรวมกลุ่มหรือเครือข่าย ทำให้เกิดความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา สสว. ได้นำนโยบายการพัฒนาคลัสเตอร์มากำหนดแนวทางการส่งเสริม SME เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านโครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ในปี 2560 โดยเน้นการกระตุ้นความเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ประกอบการ คำนึงถึงความต้องการของตลาด ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เน้นการพัฒนาผู้ประกอบการในเครือข่ายให้มีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมไปถึงการพัฒนาช่องทางการตลาดในเชิงรุกผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแสดงสินค้าและการเจรจาธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนสร้างการรับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ของไทยให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้รู้จักมากขึ้น ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจหนึ่ง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลักของไทยและมีผู้ประกอบการ SMEs ที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และยังมีช่องทางในการเติบโตอีกมาก หากผู้ประกอบการ SMEs ไทยสามารถใช้ประโยชน์และก้าวทันโลกดิจิตอล และจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป การปรับตัวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิตอล เพื่อตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ประกอบการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาเนื้อหาและช่องทางการตลาดที่เหมาะสม สสว. จึงได้ร่วมกับอีก 3 ภาคี คือ สภาที่ปรึกษาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “กลยุทธ์การก้าวสู่ยุคดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการ SMEs อาเซียนในสาขาท่องเที่ยว” เพื่อดึงดูดลูกค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ รวมทั้ง การทำเว็บไซต์ด้วยตนเอง ซึ่งรวมถึงการเข้าสู่ระบบ e-commerce ได้มากขึ้นอย่างเป็นระบบ ผอ.สสว. โดยการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ขึ้น
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (SME Start Up) มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยคัดเลือกผู้สมัครเพื่อฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการยกระดับทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญให้ผู้ประกอบการกว่า 30,000 ราย ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตลอดจนผู้ประกอบการวิสาหกิจรายย่อย วิสาหกิจชุมชนระดับฐานรากที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตรถึง 70% ช่วยยกระดับภาคการผลิตไปสู่เกษตรแปรรูปที่มีคุณภาพมาตรฐาน ผ่าน 6 พื้นที่ดำเนินการ คือ ภาคเหนือตอนบน 11 จังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง 7 จังหวัด ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 25 จังหวัด ภาคอีสานตอนบน 12 จังหวัด ภาคอีสานตอนล่าง 8 จังหวัด และภาคใต้ 14 จังหวัด โดยในแต่ละพื้นที่ดำเนินการ เมื่อผ่านการอบรม จะเฟ้นหาผู้ประกอบการที่มีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ประเมินศักยภาพธุรกิจในด้านต่างๆ โดยจัดที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ให้คำปรึกษาแนะแนวทางการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจ ยกระดับการผลิตสินค้าและบริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ลดเวลาดำเนินการ แนะการปรับเปลี่ยนเครื่
เมื่อวันที่ 19 กันยายน จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของ ปตท. กรณีขยายกิจการธุรกิจร้านกาแฟ และห้องพัก รีสอร์ท ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.นั้น ที่พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ อ.หนองแซง จ.สระบุรี นายสายชล เพยาว์น้อย เจ้าของบ้านใร่กาแฟ ผู้ริเริ่มเปิดร้านกาแฟสดในปั้มน้ำมัน โดยเริ่มจาก ปั้ม ปตท. เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา กล่าวว่า กรณีธุรกิจขนาดใหญ่มาทำธุรกิจขนาดเล็กโดยธรรมชาติต้องส่งผลกระทบอย่างแน่นอนในหลายระดับ ในประเด็นความเหมาะสมต้องเป็นเรื่องหนึ่งที่สมควรทำหรือไม่ทำหรือไม่อย่างไร แต่เจตนารมณ์เป็นเรื่องสำคัญ เช่น กรณีบ้านใร่กาแฟ มีโอกาสทำธุรกิจกาแฟครั้งแรก รายแรก แต่ต่อมา ปตท.เข้ามาทำ ทำให้เกิดธุรกิจอื่นๆอีกมากมาย เป็นผลกระทบในทางบวก ช่วยให้ตลาดกาแฟเติบโตขึ้น มีร้าน เอสเอ็มอีต่างๆที่เข้าไปอยู่ในปั้มมากมาย“ลักษณะที่เคยเจอมาในอดีต ธุรกิจรายใหญ่ลงมาทำขนาดเล็ก จะส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีจะเป็นปัญหา ซึ่งต้องดูข้อกฎหมาย หรือก่อนข้อกฎหมายดูเรื่องความเหมาะสม ถ้าเป้าหมายมันส่งผลต่อภาพรวมของเอสเอ็มอีในทางบวก ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดี ที่ช่วยกันสร้างตลาด หรือ เปิดเส้นทาง เปิดเวที เรื่องนี้มีโอกาสทำได้หลายอย่าง เช่น แบ่งตลาด
ทีเอ็มบี ขอเชิญผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร เพื่อให้ธุรกิจเติบโต “ได้มากกว่า” ร่วมสมัครหลักสูตร “LEAN Supply Chain Master” ภายใต้โครงการ LEAN Supply Chain by TMB หลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมค้าปลีก สินค้าอุปโภค บริโภค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งซัพพลายเชนผ่านเทคนิค LEAN Six Sigma มุ่งเน้นการเรียนรู้และนำไปใช้ได้จริง เพื่อเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมและสามารถต่อยอดธุรกิจกับผู้ร่วมโครงการในเครือข่ายเดียวกัน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 28 กันยายน 2561 อบรมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-299-2250, 087-575-7000 หรือ Facebook : Lean Supply by TMB และ LINE@: @tmbleansupplychain
พวงหรีด – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านไทยกันเองหีบศพในตลาดอมร มาร์เก็ต เลขที่ 152 ม.6 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ผุดไอเดียนำของใช้ในครัว มาประดิษฐ์พวงหรีดสวยงาม นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งช้อน ปิ่นโต กะละมัง ถาด หม้อ ฯลฯ สามารถนำสิ่งของเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้ โดยนำไปถวายวัด บริจาคโรงเรียน หรือบริจาคให้ผู้ยากไร้ แทนการใช้พวงหรีดดอกไม้สดที่ต้องทิ้งเสียหายไปหลังเสร็จงาน เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะจากดอกไม้สด น.ส.จรรยา ปัญญาไพศาลกิจ หรือหยก อายุ 38 ปี กล่าวว่า แนวคิดเกิดจากสมัยก่อน เวลาเราไปงานศพมักเห็นพวงหรีดดอกไม้สดเป็นส่วนใหญ่ แต่พอเสร็จงานพวงหรีดพวกนี้ก็ถูกนำไปทิ้งเสียหายไป ต้องมีการทำลาย ขนย้าย จึงทำให้มาคิดว่าพวงหรีดในราคาขนาดนั้นถ้าเราทำพวงหรีดเป็นของใช้ได้ เสร็จงานแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ต่อ ไม่ว่าจะถวายวัด หรือนำไปบริจาค สาวประดิษฐ์ พวงหรีดจากเครื่องครัว น.ส.จรรยา กล่าวต่อว่า ช่วงแรกๆจัดเป็นพวงหรีดผ้า เช่น ผ้าห่ม ผ้านวม ผ้าแพร หลังจากนั้นเป็นพวงหรีดพัดลม ส่วนพวกช้อน หม้อ กะละมัง ปิ่นโต เริ่มทำมาได้ 3-4 ปี เพราะคิดว่าของพวกนี้เมื่อเสร็จงานแล้ว สามารถบริจาคให้กับโรงครัววัด ซึ่ง
คุณเจี๊ยบ-ธีรวุฒิ มีแสงนิล อดีตช่างภาพหนังสือพิมพ์ข่าวสด ผู้ผันตัวมาขายก๋วยเตี๋ยวเรือ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เจี๊ยบบ้านแพน เขาเริ่มต้นเล่าที่มาว่า คิดมานานแล้วว่าอยากมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นของตัวเอง เพราะครอบครัวเคยทำขาย เด็กๆ ก็ไปช่วยงาน เลยซึมซับมาตั้งแต่ตอนนั้น “ช่วงหลังมานี้ หนังสือพิมพ์ เราก็รู้กันใช่ไหมว่าเป็นยังไง เลยตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ แก่ตัวเกษียณไปคงไม่ได้ทำแล้ว” เมื่อคิดแล้วว่าจะขายก๋วยเตี๋ยว คุณเจี๊ยบเริ่มตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วช่วยกันให้คะแนนกับแฟนว่าร้านไหนอร่อยบ้าง สรุปว่าร้านที่อร่อยอันดับ 1 เป็นร้านของเพื่อนแถวคลองจั่น บางกะปิ นำสูตรที่ได้จากร้านเพื่อนมาปรับร่วมกับสูตรของครอบครัว จนลงตัว สิ่งที่ทำต่อมาคือ เปิดร้าน คุณเจี๊ยบเช่าร้านขายแบบรับช่วงต่อ รายได้พออยู่ได้ แต่เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงย้ายไปเปิดร้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อยู่แถวสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี รายได้ตอนนั้น คุณเจี๊ยบ บอกว่า ขายดีจนแปลกใจ เพราะเปิดวันแรกคนแห่มากิน ยอดขายแตะหลักหมื่น ส่วนวันธรรมดาอยู่ราวๆ 6-7 พันบาท เจ้าตัวเล่าต่อว่า รายได้มีขึ้นมีลง ยอดขายเคยตกเหลื
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม C โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนา “ทางเหลือ-ทางรอด SMEs ยุค 4.0” ซึ่งจัดโดย “เส้นทางเศรษฐี” นิตยสารรายเดือน เฟซบุ๊กแฟนเพจ และเว็บไซต์ เพื่อผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม ว่า ธุรกิจมีโอกาสอยู่รอดได้ แต่ทางรอดต้องอาศัยการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านงานวิจัย ตัวอย่างเช่น เกษตรกรผู้ปลูกกล้วย แต่ก่อนตัดขายเป็นหวี แต่ตลาดยุคปัจจุบันกลับขายเป็นลูก จึงได้สร้างมูลค่าเพิ่ม นำกล้วยไปทำวิจัย เปลี่ยนหน้าตาจากกล้วยเป็นหวี กลายเป็นผงกล้วยเสริมพลังงาน สิ่งที่ผู้ประกอบการรายนี้ได้ไปคือเคล็ดลับความสำเร็จที่ไปได้ไกลกว่าเดิม จากธุรกิจเดิมที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ถูกต้อง ความสำเร็จที่มีอาจไม่เรียกว่าความสำเร็จอีกต่อไป เช่นเดียวกับ ตัวอย่างเอสเอ็มที่สอง น้องรุ่นใหม่ความรู้สูง ค้นพบงานวิจัยว่า เปลือกมังคุดมีสารชนิดหนึ่ง ที่คนเป็นสิวรักษาสิวได้ เป็นแผลก็รักษาได้ ผู้ประกอบการรายนี้จึงได้นำเปลือกมังคุดเหลือทิ้ง มาสร้างมูลค่
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม C โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว คุณวรมิตร ครุฑโต รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนา “ทางเหลือ-ทางรอด SMEs ยุค 4.0” ซึ่งจัดโดย “เส้นทางเศรษฐี” นิตยสารรายเดือน เฟซบุ๊กแฟนเพจ และเว็บไซต์ เพื่อผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม ว่า ปัจจุบัน เอสเอ็มอี แบงก์ มีเงินทุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการกู้ยืม 50,000 ล้าน โดยผู้ประกอบการสามารถกู้ยืมได้ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้าน ดอกเบี้ย 3% ใน 3 ปีแรก สามารถกู้ได้ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา โดยใช้ บสย. ในการค้ำประกัน และหากอยากกู้มากกว่านี้ ทางธนาคารสามารถประสานงานติดต่อกับสินเชื่อเจ้าอื่นให้ท่านได้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Bank เป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลที่จัดขึ้นมาเพื่อดูแลผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะ ทางธนาคารมองว่า การที่จะนำเงินไปลงทุนในกิจการของท่านอย่างเดียวนั้น ไม่ใช่ทางรอด ทางรอดที่สำคัญนอกจากเงินคือการเปลี่ยนแนวคิดของท่าน ทำแล้วมันเกิดผลและไปเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์เพื่อเป็นการต่อยอดให้ธ
