เอสเอ็มอี
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าขับเคลื่อนการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยผ่านโครงการ “SME ปัง ตังได้คืน” และระบบ BDS (Business Development Service) อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าดึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ารับบริการเพิ่มกว่า 3,000 ราย และขยายฐานผู้ให้บริการทางธุรกิจ (BDSP) ให้มากกว่า 1,000 บริการ เพื่อรองรับความต้องการพัฒนาธุรกิจในทุกมิติ ตั้งแต่การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต การตรวจวัดมาตรฐานสินค้า การพัฒนาเครื่องมือดิจิทัล ไปจนถึงการขยายช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศ ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยว่า โครงการ SME ปัง ตังได้คืน ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ โดยให้เงินอุดหนุนแบบร่วมจ่ายในอัตรา 50–80% หรือ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย ตามขนาดธุรกิจ ครอบคลุมบริการพัฒนาธุรกิจหลากหลาย ในปีงบประมาณ 2569 สสว. และ BDSP เตรียมสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านงานแสดงสินค้าและบริการขนาดใหญ่ตลอดทั้งปี เพื่อช่วยให้เอสเอ็มอีสร้างยอดขาย ขยายเครือข่ายธุรกิจ และจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งไทยและต่า
ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การค้าแข่งขันสูง และสิ่งแวดล้อมปรวนแปรจนคนไทยต้องใส่หน้ากากทุกวัน เรื่อง “สิ่งแวดล้อม” อาจเคยเป็นเรื่องไกลตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แต่บนเวที “TGO Forum & TCNN Conference 2025” คุณโกสินทร์ พึงโสภณ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสภาคการเงิน ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประกาศชัดว่า ถึงเวลาแล้วที่ SMEs ไทย ต้องมอง Green Finance เป็น “เรื่องด่วน” ไม่ใช่ “เรื่องเลือกทำ” คุณโกสินทร์ เริ่มต้นแบบตรงไปตรงมาว่า สิ่งแรกที่ SMEs คิดถึงไม่ใช่ต้นไม้หรือคาร์บอนเครดิต แต่คือ “อยู่รอดได้อย่างไรในวันนี้” อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวกว่าที่คิดมาก ทั้งฝุ่นควัน อากาศร้อนจัด และเหตุการณ์น้ำท่วม ที่กำลังเกิดบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ สิ่งเหล่านี้กระทบบัญชีรายรับ-รายจ่ายโดยตรง ทั้งค่ารักษาพนักงาน หรือความเสี่ยงธุรกิจชะงักงันจากภัยพิบัติ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสภาคการเงิน กล่าวต่อว่า SMEs หลายรายอาจยังคิด “สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องรอง” ขอแค่ทำธุรกิจไปได้ก่อน แต่ในความเป็นจริง ปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่ SMEs มองไม่เห็น ทั้งค่าแรงงานที่ป่วยบ่อย ความเสียหายจากน้ำท่วม และความร้
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณสุเมธชัย อินทกรณ์ กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด โอคุริ เฮาส์ ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี สาขาการจัดการครัวและภัตตาคาร รุ่นที่ 8 ได้รับรางวัลสุดยอดซีอีโอ รุ่นเอสเอ็มอี สาขาธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง จากงาน CEO Econmass Awards 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ โดยได้เข้ารับรางวัลจาก ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คุณสุเมธชัย ที่ให้เรียกกันแบบกันเองว่า คุณออม เคยให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้ เขาเป็นเจ้าของแบรนด์ Siam Produces ผู้ผลิตปลากระป๋อง และน้ำผึ้ง คุณภาพสูงแต่ราคาย่อมเยา โดยมีเบื้องหลังแนวคิดในการก่อตั้งธุรกิจ ว่า “ผมเคยได้ค่าแรงขั้นต่ำมาก่อน ทำงานพาร์ตไทม์ได้เงินวันละร้อยกว่าบาท เลยเข้าใจคนที่มีรายได้น้อยเป็นอย่างไร ไม่มีใครมาช่วยเหลือได้ ยิ่งในช่วงโควิด ข้าวของแพงขึ้นเป็นเท่าตัว ธุรกิจขายกระเป๋าที่ทำอยู่กับภรรยา ไปได้ค่อนข้างยากเลยอยากทำธุรกิจเพิ่ม เป็นธุรกิจอะไรก็ได้ที่ช่วยลดค่าครองชีพ เพื่อให้ทั้งตัวเราพอมีกำไรไว้ดูแลครอบครัว แล
“จุดเริ่มมาจากการที่ผมไปร้านกาแฟ Specialty Coffee แล้วชอบเมล็ดกาแฟเขามาก ร้านเขาอยู่เชียงใหม่ ส่วนผมอยู่กรุงเทพฯ เลยถามว่าถ้ากลับไปที่บ้านแล้วสั่งซื้อได้ยังไง เขาบอกให้ไปซื้อในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบรนด์หนึ่งได้เลย ผมรู้สึกแปลกใจ ในเมื่อลูกค้ามาอยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมเขาไม่มีหน้าร้านออนไลน์ที่สามารถซื้อได้ โดยที่เขาไม่ต้องไปเสียค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มนั้น ตั้ง 20%” คือ ข้อมูลจาก คุณต้น-ณัฐวุฒิ ชื่นมะนา ผู้ร่วมพัฒนา แอป Shop Online ที่คิดขึ้นมาเพื่อผู้ประกอบการ SMEs ก่อน คุณต้น แนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น ปัจจุบันอายุ 40 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านการทำงานมาแล้วหลายองค์กรชั้นนำ ปัจจุบันมีอาชีพหลักเกี่ยวกับธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ส่วนการทำ แอป Shop Online นี้ มาจากประสบการณ์ตรงดังเกริ่นมาตอนต้น ก่อนนำมาคิดต่อยอดร่วมกับเพื่อนสนิท คือ คุณชนาพัทธ์ สุนทรวงศ์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ ซึ่งหารายได้เสริมจากการรับจ้างเขียนเว็บ ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย “เรา 2 คน มองเห็นปัญหาที่แทบทุกผู้ประกอบการเจอเหมือนกัน คืออยากขายออนไลน์ แต่ไม่มีเวลาหรือควา
สำหรับ SMEs ไทย การวางสินค้า ในเซลฟ์เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายตลาดและสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง นั่นคือโอกาสทองในการเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 10 ล้านคนต่อวัน จุดสำคัญคือ SMEs ต้องมีการเตรียมพร้อมรอบด้าน ทั้งคุณภาพสินค้า กลยุทธ์การตลาด และหมัดเด็ดการสร้างไวรัลให้สินค้าติดตลาด ศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ให้แข็งแรงและพร้อมแข่งขันในตลาดยุคใหม่ ได้ถอดรหัส “สูตรสำเร็จ SME ไทย ปั้นสินค้าให้ปัง” หากอยากก้าวสู่เชลฟ์เซเว่นฯ และยืนระยะได้ในระยะยาว เซเว่นฯ หนุน SMEs ไทย ดันสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคมากกว่า 8,000 รายการ ปี 2025 อาจเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโตเพียง 2% แต่ “สินค้าแบรนด์ไทย” กลับคึกคักสวนกระแส ผู้ประกอบการ SMEs ต่างงัดกลยุทธ์เด็ดดันสินค้าเข้าสู่ร้านเซเว่นฯ มากมาย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 8,000 รายการ ทั้งอาหาร-ผักผลไม้-ขนมไทย-เครื่องดื่ม-ของใช้ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ซันซุ หมึกกรุบ น้ำพริกป้าแว่น กล้วยหอมทอง ขนมไทยบ้านทองหยอด น้ำพร
ในยุคที่เกษตรกรไทย ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แค่เก็บเกี่ยวแล้วส่งขาย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมต้องการความ “สะดวกทาน” กล้วยหอมทอง เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ได้รับความนิยมในเซเว่น อีเลฟเว่น ด้วยรสชาติ หอมหวาน เนื้อนุ่มแน่น มีคุณค่าทางโภชนาการ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ แต่เบื้องหลังความอร่อยนี้ ยังมีอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าภาคภูมิใจ เมื่อเซเว่น อีเลฟเว่น เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทย 2,010 รายทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” และเพื่อให้กล้วยหอมทองที่วางจำหน่ายมีคุณภาพดี เซเว่น อีเลฟเว่น ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการสนับสนุนเกษตรกรปลูกกล้วยหอมทองทั่วประเทศ จำนวน 2,010 ราย จาก 43 จังหวัด อาทิ จังหวัดเพชรบุรี นครปฐม ปทุมธานี จันทบุรี กาญจนบุรี อุดรธานี ตาก และสตูล เป็นต้น ในการร่วมคัดเลือกพันธุ์ การดูแลผลผลิต ไปจนถึงการรับซื้อตามมาตรฐาน พร้อมให้คำแนะนำระบบ โรงแพ็กกล้วย เพื่อคัดเลือกและจัดส่งถึงสาขาได้อย่างรวดเร็ว ทำให้กล้วยหอมทอง สด สะอาด และได้มาต
บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด คว้ารางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 สาขา Inspirational Brand Award บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ผู้ผลิตยาดมสมุนไพร “หงส์ไทย” ประกาศความภาคภูมิใจครั้งสำคัญ ด้วยการคว้ารางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 ในสาขา Inspirational Brand Award หรือรางวัล “แบรนด์สร้างแรงบันดาลใจ” ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์สมุนไพรไทยที่ก้าวสู่ระดับสากล สำหรับพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในงาน Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 Thailand Awards Ceremony & Gala Dinner ณ แอทธินี คริสตัล ฮอลล์ ชั้น 3 โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล อะ ลักซ์ชัวรี คอลเลคชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ โดยมีผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วม รางวัลอันทรงเกียรตินี้จัดโดย Enterprise Asia องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับนานาชาติที่มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยรางวัล Inspirational Brand Award มอบให้แก่แบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจต่อสังคมผ่านการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน นวัตกรรมที่ต่อเนื่อง และความเป็นผู้นำที่แท้จร
ผศ.ดร.เกรียงไกร สัจจะหฤทัย คณบดีคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) เปิดเผยว่า การสร้าง “เจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่” ที่มีศักยภาพสูง เป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ เก่งทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สามารถก้าวขึ้นมาเป็น SMEs และสตาร์ตอัปที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว คณะฯ มีความเชื่อมั่นในศักยภาพที่แตกต่างกันของคนรุ่นใหม่ และผู้ประกอบการไทยทุกราย จึงมุ่งส่งเสริมให้นักศึกษาทุกคน และเมื่อทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา พวกเขาจะสามารถก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จได้ ด้วยการออกแบบหลักสูตรให้นักศึกษาทุกคนสามารถสร้างธุรกิจได้ตั้งแต่ยังเรียน เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างธุรกิจของตัวเอง หัวใจสำคัญของหลักสูตรคือการปลูกฝัง “Entrepreneurial Mindset” หรือจิตวิญญาณของการเป็นเจ้าของธุรกิจ และมอบประสบการณ์จริงผ่าน “Project Based Learning” ซึ่งหมายถึงการลงมือทำจริง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เรียนจบก็สามารถสร้างธุรกิจได
ข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ใช้เวลานอกราชการลงพื้นที่ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ตามนโยบาย “พาณิชย์พึ่งได้” เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการร้านอาหารและสตรีตฟู้ดในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สำหรับ ถนนบรรทัดทอง เป็นย่านร้านอาหารที่ได้รับการจัดอันดับโดย นิตยสาร Time Out ให้เป็น “ถนนที่เท่ที่สุดในโลก อันดับที่ 14” (World’s Coolest Streets) เมื่อปี 2014 ปัจจุบันมีร้านอาหารทั้งเก่าแก่และรุ่นใหม่กว่า 300 ร้าน สร้างรายได้หมุนเวียนให้เศรษฐกิจหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ในระยะหลัง ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ค่าเช่าพื้นที่ที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของคนไทยที่ชะลอตัว นายจตุพร ก
อีกหนึ่งผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศ สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2025 ด้านเศรษฐกิจ คือ Hair Rise นวัตกรรมสเปรย์ลดผมร่วงและกระตุ้นผมใหม่ ที่พัฒนาโดย รศ.ดร.ภญ. วรินทร รักษ์ศิริวณิช อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้ก่อตั้งบริษัท พีทูเอ อินโนเวชั่น จำกัด เพราะเชื่อว่างานวิจัยไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก แค่ต้องได้รับโอกาส ได้เวที และการสนับสนุนที่เหมาะสม Hair Rise คือผลลัพธ์ของการวิจัยต่อเนื่องกว่า 20 ปี ที่ใช้สมุนไพรไทยหลากชนิด เช่น รำข้าว 7 สายพันธุ์ กาแฟ ใบฝรั่ง หอมแดง ชะเอมเทศ มาสกัดและรวมกันเป็นสารออกฤทธิ์เฉพาะ “Hair Rise Complex” ที่ออกฤทธิ์ตรงบริเวณรากผม ไม่ซึมเข้าสู่ระบบร่างกาย ทำให้ปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง รศ.ดร.ภญ.วรินทร เล่าว่า จุดเริ่มของ Hair Rise ไม่ได้มาจากแผนธุรกิจ แต่เกิดจากความมุ่งมั่นอยากเห็นงานวิจัยไทย “เข้าสู่ชีวิตจริง” อยากให้นักศึกษาเห็นว่างานวิจัยที่ทำ “ขายได้จริง และแก้ปัญหาให้คนได้จริง” แนวคิดงานวิจัยเกิดจากการรวมทุกปัจจัยของปัญหาผมร่วงไว้ในขวดเดียว ตั้งแต่กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ความเครียด สารเคมี ไปจนถึงโภชนาการ จากนั้นจึงขยายเป็นธุรกิจ มีพาร์
