แกร็บ
ชาร์จ แมเนจเม้นท์ฯ (SHARGE) ผู้นำด้านการให้บริการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ประกาศผนึกกำลัง แกร็บ ผู้นำแอปเรียกรถอันดับ 1* เพื่อส่งเสริมและผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มคนขับรถรับจ้างสาธารณะ เตรียมทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท สร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Grab EV รองรับการให้บริการกับกลุ่มคนขับแกร็บโดยเฉพาะ 40 แห่งทั่วไทยภายในปี 2570 ชูจุดเด่นชาร์จไวใน 20 นาที ด้วยราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 6 บาทต่อหน่วย หวังอำนวยความสะดวกและช่วยลดต้นทุนให้คนขับ ลุยนำร่อง 3 สถานีแรกที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และพัทยา นายพีระภัทร ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด เผยว่า “การลงทุนสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าร่วมกับพันธมิตรเต็มรูปแบบครั้งแรกของ SHARGE ภายใต้ชื่อ ‘สถานีชาร์จ Grab EV’ ครั้งนี้ บริษัทได้เตรียมทุ่มงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท เพื่อพัฒนาสถานีสำหรับคนขับรถแกร็บที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 40 แห่งภายในปี 2570 ครอบคลุมทั้งเมืองเศรษฐกิจหลักและเมืองท่องเที่ยวทั่วไทย ให้พร้อมรองรับการเติบโตของคนขับรถรับจ้างที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งสร้าง Ecosystem ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ใ
แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัวเวทีประกาศรางวัล “GrabAds Trailblazer Awards 2026” ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อยกย่องแบรนด์และเอเจนซีชั้นนำผู้สร้างสรรค์แคมเปญโฆษณาที่แปลกใหม่ และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับธุรกิจ ผ่านการใช้อีโคซิสเต็มของแกร็บเป็นสื่อในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภค ตอกย้ำการเป็นโซลูชันการตลาดสุดสร้างสรรค์ และสื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มแกร็บ ประเดิมปีแรกด้วยการมอบรางวัลใน 18 สาขาให้กับ 16 แบรนด์ชั้นนำ โดยมีไฮไลต์สำคัญอย่าง รางวัล “Trailblazing Brand of the Year” ที่ Maybelline New York คว้าไปครองจากแคมเปญ Maybelline Super Stay Teddy Tint รางวัล “Trailblazing Agency of the Year” ที่ตกเป็นของ Wavemaker มีเดียเอเจนซีมือหนึ่ง จากผลงานแคมเปญสุดล้ำ อย่าง แคมเปญคู่ซี้ลิมิเต็ด Oreo x Coca-Cola และ แคมเปญเปิดตัว Garnier UV Cooling รวมถึงรางวัล “Trailblazing Grand Prix” ที่มอบให้กับแคมเปญที่เป็นสุดยอดผู้บุกเบิกความแปลกใหม่ โดย Lancôme คว้ารางวัลนี้ไปครองจากแคมเปญ Discover The Idôle In You ที่สะท้อนการทำ Immersive Marketing ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นางสาวจันต์สุดา ธนานิ
แกร็บ ผู้นำแพลตฟอร์มอันดับ 1 ในบริการเรียกรถและฟู้ดดีลิเวอรีในประเทศไทย เผยข้อมูลเทรนด์ “ที่สุดแห่งปี 2025” ครอบคลุมทั้งบริการการเดินทางและสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน โดยในปีที่ผ่านมา “เทวาลัยพระพิฆเนศ” บริเวณสี่แยกห้วยขวางกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่มาแรงที่สุดด้วยยอดเรียกรถที่เติบโตขึ้นถึง 678% ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนยังคงติดอันดับชาติที่เรียกใช้บริการมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงโกลเด้นวีกที่เติบโตขึ้นถึงเกือบ 50% พบ “นครนายก” กลายเป็นจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองที่มาแรงแห่งปี และคอนเสิร์ต Blackpink ทำยอดเรียกรถไปสนามราชมังฯ โตขึ้นเกือบ 5 เท่า บริการเรียกรถ บริการเรียกรถผ่านแอปยังคงเติบโตและได้รับความนิยมทั้งจากผู้ใช้บริการชาวไทยและชาวต่างชาติ โดย 3 จุดหมายปลายทางหลักที่ผู้ใช้บริการนิยมเดินทางไปมากที่สุดคือ สนามบิน สถานีขนส่ง และห้างสรรพสินค้า โดยปีนี้ “เซ็นทรัลเวิลด์” มาแรงเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK Center) ไอคอนสยาม และสยามพารากอน ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ พระบรมมหาราชวัง ถนนข้าวสาร และเยาวราช โดย “เทวาลัยพระพิฆเนศ” บริเวณสี่แยกห้ว
แกร็บ ประเทศไทย ผนึกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน จัดงาน “แท็กซี่ยุคใหม่ พร้อมใจเปลี่ยน” หนุนคนขับแท็กซี่จาก 5 สหกรณ์ใหญ่ ได้แก่ สหกรณ์แท็กซี่สยาม สหกรณ์มิตรแท้แท็กซี่ สหกรณ์แท็กซี่ภูมิพลัง สหกรณ์แท็กซี่สหมิตร และสหกรณ์แท็กซี่เหลืองทอง ปรับเปลี่ยนมุมมอง พร้อมเสริมทักษะและความรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ “เปลี่ยนสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า” ที่เปิดโอกาสให้ได้ทดลองและเรียนรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า “เปลี่ยนสู่สุขภาวะที่ดีกว่า” เพื่อชวนให้หันมาดูแลสุขภาพและใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยระหว่างการให้บริการ และ “เปลี่ยนสู่การให้บริการที่ดีกว่า” ด้วยการเสริมทักษะด้านดิจิทัล พร้อมแนะนำช่องทางในการสร้างรายได้เสริมและสิทธิประโยชน์บนแพลตฟอร์มแกร็บ นางสาวเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “แกร็บดำเนินงานในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 12 ปี โดยเริ่มต้นจากการให้บริการ GrabTaxi ก่อนที่จะขยายบริการเรียกรถให้มีความหลากหลาย และครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้อย่างเช่นปัจจุบ
แกร็บ ประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะดิจิทัลของคนรุ่นใหม่ มอบทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 9.5 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นทุนการศึกษาสำหรับบุตรธิดาของคนขับแกร็บรวม 3 ล้านบาท ผ่านโครงการ “Grab The Future 2025” ทุนการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยแบบเต็มจำนวนมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท และทุนสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนรวม 3.5 ล้านบาท ผ่าน โครงการ “GrabScholar” เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้และยกระดับศักยภาพของคนไทย พร้อมตอกย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “หนึ่งในนโยบายหลักที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มุ่งมั่นขับเคลื่อนเพื่อรองรับนโยบาย ‘Quick Big Win’ ของรัฐบาล คือการยกระดับความรู้ด้านดิจิทัลของคนไทยให้เท่าทันยุคสมัย โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว ซึ่งการสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้ AI อย่างถูกต้องและปลอดภัย ถือเป็นเรื่องจำเป
แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับ 1 ในประเทศไทย เผยโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารดีลิเวอรีจากโครงการคนละครึ่งพลัสที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจนทะลุ 1 ล้านออร์เดอร์นับตั้งแต่เริ่มโครงการฯ ขณะเดียวกันยังช่วยดันยอดขายให้ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดยร้านที่ขายดีที่สุดมียอดเติบโตมากถึง 18 เท่า พบอินไซต์ผู้บริโภคนิยมใช้คนละครึ่งพลัสสั่งอาหารในมื้อเที่ยงมากที่สุด โดยมียอดสั่งเฉลี่ยต่อออร์เดอร์ประมาณ 80-120 บาท โดยเฉพาะอาหารจานเดียวอย่างส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และไก่ทอด ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ขณะที่ชาไทยยังคงยืนหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยม และคนกรุงเทพฯ ครองแชมป์การใช้คนละครึ่งพลัสผ่านแพลตฟอร์มดีลิเวอรีมากที่สุด รองลงมาคือ ชลบุรี ขอนแก่น โคราช และเชียงใหม่ นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “โครงการคนละครึ่งพลัสในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทั้งจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจร้านอ
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า การกลับมาของโครงการคนละครึ่งพลัสในปีนี้ แกร็บเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยผู้ได้รับสิทธิกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ ให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างง่ายดายผ่านแอปพลิเคชันแกร็บ พร้อมกันนี้ เรายังเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการฯ นี้ กว่า 800,000 รายทั่วประเทศ ผ่านแคมเปญพิเศษที่จัดเต็มสิทธิประโยชน์และโปรแกรมส่งเสริมการขายตลอดโครงการมากถึง 9 เด้ง ควบคู่กับการพัฒนาระบบให้ร้านค้าใช้งานได้ง่าย ทั้งการสมัคร การรับออร์เดอร์ ไปจนถึงรายงานการขาย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสร้างยอดขายให้เติบโตแบบไม่มีสะดุด ทั้งหมดนี้เพื่อกระตุ้นการบริโภคและเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารโดยตรง ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งรายเล็กและรายย่อย ไรเดอร์ รวมไปถึงทุกภาคส่วนในห่วงโซ่ธุรกิจร้านอาหาร เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบาย Quick Big Win ของทางภาครัฐ ภายใต้แคมเปญ “GrabFood X คนละครึ่งพลัส ดันยอดโตสูงสุด 9 เด้ง” แกร็บเตรียมมอ
‘ล้งเล้ง’ ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ้าเก่าแก่กว่า 40 ปีในย่านบรรทัดทอง สืบทอดสู่ทายาทรุ่นที่ 2 คือ คุณมุก-มุกรวี หวังเพื่อสุข โดยร้านมีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวทางฝั่งคุณแม่ ก่อนจะแยกมาเปิดร้านของตัวเองที่บริเวณตลาดสวนหลวงและได้ย้ายร้านมายังที่ตั้งในปัจจุบัน โดยมีเมนูขึ้นชื่อของร้านคือ เกี๊ยวปลาจัมโบ้ ที่โดดเด่นด้วยไส้แน่น แป้งบาง ทำสดใหม่ทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีเมนูยอดนิยมอื่นๆ เช่น บะหมี่เย็นตาโฟ, เกาเหลาเส้นปลาน้ำใส, หนังปลากรอบสูตรล้งเล้ง และเกี๊ยวทอดไส้หมู ต่อมาได้ขยายสาขาที่ 2 ไปยังบริเวณริมถนนพระราม 4 ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากกัน โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อขยายพื้นที่ครัวสำหรับการผลิตลูกชิ้น แม้จะได้รับการติดต่ออยู่หลายครั้ง แต่คุณมุกย้ำว่า “ยังไม่คิดจะขายแฟรนไชส์ เพราะต้องการควบคุมคุณภาพให้ได้มากที่สุด เพื่อคงมาตรฐานของร้านในระยะยาว” โดยเลือกต่อยอดธุรกิจไปสู่แพลตฟอร์มดีลิเวอรีและรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่ประทับใจในรสชาติและคุณภาพที่สม่ำเสมอ ในวันที่บรรทัดทอง กลายเป็นจุดเช็กอินของเหล่านักกินและนักท่องเที่ยว การแข่งขันที่สูงขึ้นเป็นเรื่องที่หลีก
คุณเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า รถรับจ้างสาธารณะเป็นหนึ่งในบริการที่ช่วยตอบสนองการเดินทางในชีวิตประจำวันและมีส่วนช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ โดยมาตรฐานของคนขับและคุณภาพการให้บริการถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในฐานะผู้บุกเบิกบริการเรียกรถผ่านแอป แกร็บมุ่งมั่นที่จะช่วยส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมการเดินทาง ตลอดจนระบบขนส่งสาธารณะของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า โดยนอกจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของคนขับอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้แกร็บจึงได้จับมือพันธมิตรจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะให้กับคนขับทั้งในด้านบริการ การสื่อสาร และการดูแลยานพาหนะ เพื่อมุ่งสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการและช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม สำหรับการพัฒนาศักยภาพของคนขับในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับมาตรฐาน บริการด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabAcademy ซึ่งริเริ่มมาตั
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “แกร็บได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมคนขับ Grab จดทะเบียนรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอป มาตั้งแต่ปี 2565 โดยมุ่งผลักดันให้คนขับที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มของเรา ไม่ว่าจะเป็น บริการ GrabCar (รถยนต์) หรือ GrabBike (รถจักรยานยนต์) ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการทำใบขับขี่สาธารณะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการขั้นพื้นฐานของการจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแกร็บได้จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้คนขับไปทำใบขับขี่สาธารณะและจดทะเบียน รย.18 อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การเปิดรอบพิเศษเพื่อให้คนขับไปยื่นเอกสาร ตรวจประวัติอาชญากรรม เข้าอบรมและสอบข้อเขียน การจัดเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำแนะนำด้านเอกสารและอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีคนขับให้บริการเป็นจำนวนมากอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี และขอนแก่น ทั้งยังมีทีมงานจากศูนย์ย่อยของแกร็บ (Mini Grab Center) คอยให้คำแนะนำกับคนขับในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย นอกจา
